ปศุสัตว์
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถ่ายทอดเคล็ดลับการเลี้ยงสัตว์ด้วยหลักการ 5 หัวใจการผลิต พันธุ์ดี-อาหารดี-โรงเรือนดี-การจัดการดี-ป้องกันโรคเข้มงวด ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกประเภทสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อให้ได้ผลผลิตสัตว์ที่ปลอดโรคและปลอดภัย สู่ผู้บริโภค น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ศูนย์วินิจฉัยโรคสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตสัตว์ตลอดห่วงโซ่ เพื่อให้ได้ผลผลิตสัตว์ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดสาร ปลอดภัย และปลอดจากโรคระบาด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ 5 หัวใจของการเลี้ยงสัตว์ นับตั้งแต่ การพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์ โดยทีมงานนักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ขณะเดียวกันสัตว์ต้องได้รับอาหารที่ดี จากการที่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารสัตว์ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาสูตรอาหารสำหรับสุกรและไก่ พร้อมคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีผ่านการตรวจสอบว่าปลอดภัย ทำให้ได้อาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอ และตรงกับความต้องการของสัตว์ในแต่ละช่วงอายุ ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ดี ภายใต้เทคโนโลยีโรงเรือนปิดระบบปรับอ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ส่งเสริมเลี้ยงไก่เบตง พร้อมผลักดันเป็นหมู่บ้านไก่เบตงป้อนสู่ตลาด สร้างอาชีพ เสริมรายได้เกษตรกรในพื้นที่ ครั้งนี้เดินทางลงใต้สุดแดนสยาม ตามหาพันธุ์ไก่ราคาแพงอย่าง “ไก่เบตง” เป็นไก่พื้นเมืองพันธุ์เนื้อที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ เนื้อเยอะ นุ่ม เนื้อเหลือง หนังกรุบกรอบ มันไก่มีน้อย และเมื่อปรุงสุกจะมีกลิ่นหอม เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่นิยมกินไก่ ไก่เบตงถือว่าเป็นไก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด้วยการเลี้ยงแบบฟาร์มเปิดและให้อาหารแบบคุณภาพ ไก่เบตงพันธุ์แท้ คุณภาพดี ต้องมีหงอนสีแดงสด ขนสีเหลืองทอง บั้นท้ายตัด คอและขาแข็งแรง ไก่โตเต็มที่มีน้ำหนักถึง 3-4 กิโลกรัม ต่อตัว ราคาที่จำหน่ายในท้องตลาด กิโลกรัม 700-800 บาท คุณธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือ โกช้าง ผู้มีสายเลือดคนเบตง ที่สานต่อเจตนารมณ์บรรพบุรุษ เลี้ยงไก่เบตงแบบครบวงจร เขาต้องการสร้างหมู่บ้านไก่เบตงในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นของดีของขึ้นชื่อเหมือนกับเนื้อวากิว ของประเทศที่ญี่ปุ่น ที่อยากเปิดให้เดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับสามารถชิมไก่เบตงได้ ถือเป็นการสร้างรา
“ไทยแลนด์ 4.0” เป็นโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยยุคปัจจุบัน โดยหนึ่งในภารกิจที่สำคัญคือการผลักดันให้เกษตรกรเป็นพระเอกตัวจริงที่จะช่วยพัฒนาชาติ ด้วยการรร่วมกันปฏิรูปภาคเกษตรสู่ “เกษตร 4.0” อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์บ้านเรานั้นถือว่าเป็นแถวหน้าของเกษตร 4.0 เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรต่างหันมาใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ของไทยให้ก้าวหน้า ดังเช่น วรากร ถีสูงเนิน วัย 30 ปี เจ้าของ “ฟาร์มวรากร” ต.แก่งโดม อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ฟาร์มหมูขุนต้นแบบและเป็นตัวอย่างเกษตรกรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์ด้วยเทคโนโลยี ที่นอกจากจะช่วยให้มีมาตรฐานการผลิตตามหลักสากลแล้ว ผลผลิตสัตว์ที่ได้ยังมีคุณภาพ ได้เนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยอีกด้วย วรากร เล่าในระหว่างที่นำชมกระบวนการเลี้ยงหมูว่า ก่อนจะมาเลี้ยงหมูเคยเป็นนักบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานมาได้สักระยะก็เริ่มค้นหาความชอบของตัวเองและมีแนวคิดที่อยากจะทำธุรกิจของตัวเอง เขาพบว่าตัวเองชอบงานด้านการเกษตรมาตั้งแต่เด็กๆ จึงได้ลองศึกษาเรื่องการเลี้ยงหมูในรูปแบบโครงการฝากเลี้ยง หรือโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรายย่อ
“ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำฟาร์มเลี้ยงแพะแกะมากว่า 15 ปี เห็นผู้เข้ามาในวงจรอาชีพการเลี้ยงแพะแกะเป็นจำนวนมาก มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จก็มาก ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ข้อแนะนำเบื้องต้นำหรับผู้สนใจว่าต้องมีการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ เพราะจะให้เกิดความสำเร็จสามารถเดินบนเส้นทางอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องเข้าใจทั้งการบริการจัดการฟาร์ม การให้อาหาร การป้องกันกันโรค และการตลาด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญอยากให้ศึกษาก่อน อย่าเลี้ยงเพราะเขาเล่าว่า “ ลุงเป้ง หรือ คุณเชาวรัตน์ อ่าโพธิ์ เกษตรกรเจ้าของแหล่งเรียนรู้ปศุสัตว์แพะแกะคุณสุขฟาร์ม อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ.2552 ผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในเซียนเลี้ยงแพะแกะระดับแถวหน้าของเมืองไทย ความสำเร็จในอาชีพของลุงเป้งที่สามารถผลตอบแทนเรียกว่า เลขเจ็ดหลักในแต่ละปี มาด้วยการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี มีการวางแผนการตลาด มารถผลิตแพะแกะออกสู่ตลาดได้ตรงกับความต้องการ และที่สำคัญเน้นการผลิตมที่มุ่งคุณภาพ จึงทำให้แพะแกะคุณภาพที่ผลิตได้ทั
การคัดเลือกเกษตรกรด้านปศุสัตว์ประจำปี 2560 ที่ได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่เลขที่ 185 หมู่ที่ 10 ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งกลุ่มเมื่อ ปี พ.ศ.2553 มีสมาชิกแรกตั้ง 12 คน สมาชิกปัจจุบัน 33 คน นายสุรัตน์ อินไธสง เป็นประธานกลุ่ม นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ปี 2549 เกิดภาวะเศรษฐกิจชลอตัวส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำรวมทั้งราคาโค เกษตรกรที่เลี้ยงโคเป็นอาชีพขาดทุนจากการจำหน่ายไม่คุ้มค่ากับการเลี้ยง จึงจำหน่ายโคทั้งที่ถูกกดราคา เกษตรกรบ้านสี่เหลี่ยมเจริญก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน หลายคนทยอยขายแม่โคทิ้งจากความจำเป็นเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขณะนั้นนายพีระวัฒน์ จันทะสิทธิ์ (ผู้จัดการกลุ่มในปัจจุบัน) มีความคิดที่แตกต่าง โดยการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส รวบรวมแม่โคไว้ผลิตลูกโคคุณภาพดีเพื่
การคัดเลือกเกษตรกรด้านปศุสัตว์ประจำปี 2560 ที่ได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ดีเด่นแห่งชาติ (เลี้ยงแพะนม) คือ นางสาววาสนา กุญชรรัตน์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน ของ นางสาววาสนา กุญชรรัตน์ เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เคยรับราชการที่ สปก. ซึ่งเป็นคนชอบธรรมชาติและการเกษตร ได้ซื้อสวนมะม่วง 29 ไร่ในจังหวัดราชบุรีและทำสวนมะม่วงมาระยะหนึ่งจึงตัดสินใจลาออกจากราชการ เพื่อหันมาทำอาชีพเกษตรอย่างเต็มตัว ด้วยความที่มีพื้นที่มากทำให้ต้องสิ้นเปลืองในการกำจัดวัชพืชปีละหลายหมื่นบาท จึงเกิดความคิดว่าจะใช้สัตว์ชนิดช่วยกำจัดวัชพืชและได้ประโยชน์จากการเลี้ยงสัตว์เหล่านั้น ปลายปี 2549 คุณวาสนาตัดสินใจทำฟาร์มแพะนมโดยมีแนวคิดว่าการทำฟาร์มแพะนมสามารถจำหน่ายได้ทั้งน้ำนมดิบ แพะปลดระวาง แพะขุน แพะสายพันธุ์ ทั้งยังสามารถแปรรูปน้ำนมแพะได้หลากหลาย แ
พระโคในทางศาสนาพรามหณ์ หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวรซึ่งเปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข็ง และเป็นสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแล ซึ่งเปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้ใช้พระโคเพศผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์ นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกโคเพื่อเป็นพระโคตามหลักเกณฑ์ กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 ซ.ม. ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 ซ.ม.ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 ซ.ม. ทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ ห
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ แนะนำเทคนิคการเลี้ยงสัตว์ในฤดูร้อน เพื่อให้เกษตรกรได้ปรับวิธีการเลี้ยงและเสริมเทคนิคให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ ให้สัตว์อยู่สุขสบายช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายของฝูงสัตว์จากภาวะอากาศร้อนจัด น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ศูนย์วินิจฉัยโรคสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน โดยกรมอุตุภาวะคาดการณ์ว่าฤดูร้อนของปีนี้สภาพอากาศจะร้อนจัดบางพื้นที่อุณหภูมิจะสูงถึง 39-41 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จึงต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการดูแลสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เหมาะสม สำหรับการเลี้ยงสุกรต้องมีการสำรองน้ำกิน-น้ำใช้ ให้เพียงพอ สำหรับฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในระบบอีแวปจะต้องใช้น้ำทั้งกินและใช้เฉลี่ยวันละ 130 ลิตรต่อตัว ส่วนฟาร์มสุกรขุนกินและใช้น้ำเฉลี่ยวันละ 40 ลิตรต่อตัว อากาศที่ร้อนจัดจะส่งผลต่อสุกรทำให้หายใจหอบแรง กินอาหารลดลง หากอากาศร้อนต่อเนื่องหลายวันในแม่อุ้มท้องแก่อาจเกิดการแท้งได้ ในช่วงที่อากาศร้อนจัดอาจต้องขังน้ำในรางอาหารของแม่สุกร หร
วันที่ 24 เมษายน 2560 จากอากาศที่ร้อนติดต่อกันหลายวัน ไม่ได้ส่งผลกระทบกับพืชผลการเกษตรเท่านั้น ยังส่งผลต่อไก่ไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงในจังหวัดหนองคาย ที่มีกว่า 5 แสนตัว ทำให้มีไก่น็อกตายจากอากาศร้อนทุกวัน เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องหาวิธีคลายความร้อนให้กับไก่ที่เลี้ยง โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่ ที่เลี้ยงไก่ไข่จำนวน 14 ฟาร์ม ไก่ไข่กว่า 2 หมื่นตัว ได้คลายความร้อนให้กับไก่โดยติดตั้งระบบปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ไข่ เปิดในช่วงที่อากาศร้อน ซึ่งช่วงนี้ต้องเปิดทั้งวันคือตั้งแต่ 08.00 น.- 18.00 น. และถ้าวันไหนร้อนจัดก็เปิดยาวจนถึง 20.00 น. นอกจากนี้ยังได้นำพัดลมไปเปิดภายในโรงเรือนเพื่อให้ไล่อากาศร้อน และยังเปิดเพลงให้กับไก่เพื่อเป็นการผ่อนคลายอีกด้วย ส่งผลให้ไก่ที่เลี้ยงไม่น็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ และยังอารมณ์ดี ออกไข่สูงถึงร้อยละ 96 อีกด้วย นายอนันต์ สุวรรณสน อายุ 48 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ บ้านนาโพธิ์ ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ บอกว่า ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด ตนได้ทำระบบสปริงเกอร์ที่หลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ และเปิดพัดลมภายในโรงเรือน เพื่อเป็นกา
เดิมคุณกัลยา ป้อมสา คนปราจีนบุรี รับราชการครู สอนในสาขางานเครื่องกล หลังจากรับราชการ 15 ปี จึงลาออก หันมาทำธุรกิจส่วนตัวและทำการเกษตรเชิงเดี่ยวไปด้วย ประสบการณ์ในความผิดพลาดของการจัดการ และแนวคิดในการทำงานทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและอาชีพ และได้ตั้งศูนย์เรียนรู้ “บ้านรักษ์พอเพียง” ขึ้น เพื่อเตือนใจให้ระลึกนึกถึงคำว่าพอ มีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้กับชุมชนและคนทั่วไปได้มีโอกาสได้เรียนรู้ และได้สร้างโอกาสกระจายแนวคิดและหลักการ โดยคุณกัลยาเป็นวิทยากรจัดอบรมให้กับส่วนราชการ ตลอดจนเป็นผู้บรรยายการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้สนใจทั่วไปที่เข้าไปศึกษาดูงานบ้านรักษ์พอเพียง รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณกัลยา ได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรโดยมีความโดดเด่นด้านปศุสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ การขยายพันธุ์ไก่ คุณกัลยาดำเนินกิจกรรมการเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ และการขยายพันธุ์ไก่ ในพื้นที่ 7 ไร่ 2 งาน โดยมีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ชั้นดีเป็นของตนเอง เดิมเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ชั้นดีเพื่อใช้เอง แต่ต่
