ปศุสัตว์
วันที่ 24 เมษายน 2560 จากอากาศที่ร้อนติดต่อกันหลายวัน ไม่ได้ส่งผลกระทบกับพืชผลการเกษตรเท่านั้น ยังส่งผลต่อไก่ไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงในจังหวัดหนองคาย ที่มีกว่า 5 แสนตัว ทำให้มีไก่น็อกตายจากอากาศร้อนทุกวัน เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องหาวิธีคลายความร้อนให้กับไก่ที่เลี้ยง โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่ ที่เลี้ยงไก่ไข่จำนวน 14 ฟาร์ม ไก่ไข่กว่า 2 หมื่นตัว ได้คลายความร้อนให้กับไก่โดยติดตั้งระบบปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ไข่ เปิดในช่วงที่อากาศร้อน ซึ่งช่วงนี้ต้องเปิดทั้งวันคือตั้งแต่ 08.00 น.- 18.00 น. และถ้าวันไหนร้อนจัดก็เปิดยาวจนถึง 20.00 น. นอกจากนี้ยังได้นำพัดลมไปเปิดภายในโรงเรือนเพื่อให้ไล่อากาศร้อน และยังเปิดเพลงให้กับไก่เพื่อเป็นการผ่อนคลายอีกด้วย ส่งผลให้ไก่ที่เลี้ยงไม่น็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ และยังอารมณ์ดี ออกไข่สูงถึงร้อยละ 96 อีกด้วย นายอนันต์ สุวรรณสน อายุ 48 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ บ้านนาโพธิ์ ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ บอกว่า ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด ตนได้ทำระบบสปริงเกอร์ที่หลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ และเปิดพัดลมภายในโรงเรือน เพื่อเป็นกา
เดิมคุณกัลยา ป้อมสา คนปราจีนบุรี รับราชการครู สอนในสาขางานเครื่องกล หลังจากรับราชการ 15 ปี จึงลาออก หันมาทำธุรกิจส่วนตัวและทำการเกษตรเชิงเดี่ยวไปด้วย ประสบการณ์ในความผิดพลาดของการจัดการ และแนวคิดในการทำงานทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและอาชีพ และได้ตั้งศูนย์เรียนรู้ “บ้านรักษ์พอเพียง” ขึ้น เพื่อเตือนใจให้ระลึกนึกถึงคำว่าพอ มีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้กับชุมชนและคนทั่วไปได้มีโอกาสได้เรียนรู้ และได้สร้างโอกาสกระจายแนวคิดและหลักการ โดยคุณกัลยาเป็นวิทยากรจัดอบรมให้กับส่วนราชการ ตลอดจนเป็นผู้บรรยายการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้สนใจทั่วไปที่เข้าไปศึกษาดูงานบ้านรักษ์พอเพียง รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณกัลยา ได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรโดยมีความโดดเด่นด้านปศุสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ การขยายพันธุ์ไก่ คุณกัลยาดำเนินกิจกรรมการเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ และการขยายพันธุ์ไก่ ในพื้นที่ 7 ไร่ 2 งาน โดยมีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ชั้นดีเป็นของตนเอง เดิมเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ชั้นดีเพื่อใช้เอง แต่ต่
ปศุสัตว์ลำปาง ชูเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน-CP Pork Shop ต้นแบบปศุสัตว์ OK ตรวจเข้มเนื้อสัตว์ช่วงสงกรานต์ แนะเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากผู้ผลิตมาตรฐาน นายเพิ่มศักดิ์ วิทยากรณ์ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง เปิดเผยภายหลังจากมอบใบประกาศและตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ให้กับเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน จำนวน 10 รายนำร่อง ใน 6 อำเภอ ทั้งอ.เมือง อ.เสริมงาม อ.แม่เมาะ อ.แม่ทะ อ.ห้างฉัตร และอ.เถิน ว่าเป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการรายย่อย ที่ร่วมกันยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ จนถึงสถานที่จำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่สะอาดและปลอดภัย โดยถือว่าเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน-CP Pork Shop ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ส่งเสริมให้ประชาชนชาวลำปางมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ช่วยตอบสนองนโยบายของภาครัฐ ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยการพัฒนาจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัย ปลอดโรค และปลอดสารเร่งเนื้อแดง “ขอชื่นชมเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชนทั้ง 10 รายและซีพีเอฟ ท
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า อ.ส.ค. การจัดแสดงองค์ความรู้และการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยทั้งระบบอย่างครบวงจรในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2560 บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค สืบสานอาชีพพระราชทาน” โดยภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การสัมนาวิชาการเครื่องจักรกลทางการเกษตร การผลิตสู่ฟาร์มโคนมยุคใหม่ การเสนอแนวคิดแผนธุรกิจของนักเรียน นักศึกษาในการเลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืน การประกวดโคนมประเภทต่างๆ ซึ่งด้านการดำเนินงานในปี 2560 อ.ส.ค. มุ่งหวังจะพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการเลี้ยงวัวนมในประเทศอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการและแผนการส่งเสริมการดื่มนมของคนไทยที่ 20 ลิตร ต่อคน ต่อปี ในระยะเวลาภายใน 10 ปี ตามแผนของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์ บอร์ด) ทั้งนี้ อ.ส.ค. ยังได้ตั้งเป้ารายได้ในปี 2560 เติบโตขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าจะขยายตลาดส่งออกนมของประเทศไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม C
อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ 1,163,687 ไร่ ตอนล่างเป็นทิวเขาสูง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และ “ป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี” ตอนบนเป็นที่ราบสูงลาดเอียง บางส่วนเป็นที่ราบลุ่มขนาดเล็ก มีลำน้ำแชะและลำน้ำมูลไหลผ่าน ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่มันสำปะหลังง อ้อย ข้าวโพด และปศุสัตว์ เลี้ยงกระบือ หรือควาย พบมากในตำบลจระเข้หิน ทำให้เกิดแนวคิดผลักดันเป็นชุมชนกระบือแหล่งสำคัญของจังหวัด ล่าสุด พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ สุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอครบุรี สุขสวัสดิ์ ทองน้อย ปศุสัตว์อำเภอครบุรี และเกษตรกร เปิดตัวชุมชนกระบือของอำเภอครบุรี พร้อมจัดกิจกรรม “ขี่ควายลงทุ่ง ได้ปุ๋ยลงนา” ที่บ้านตลิ่งชัน หมู่ที่ 11 ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี โดยจูงควายลงนาข้าวที่ว่างเว้นจากการทำนา ให้ควายหากินในท้องนาและขับถ่ายมูลบนนาข้าวเพื่อเป็นปุ๋ยคอกสำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า “สุขสวัสดิ์” กล่าวว่า ตำบลจระเข้หิน มีเกษตรกรเลี้ยงกระบือมากถึง 124 ราย มีกระบือกว่า 600 ตัว ในจำนวนนี้เป็นกระบือที่ได้รับมอบจากโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเ
นายวิโรจ อิ่มพิทักษ์ นายกสภา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโรงเรียนเกษตรทางอากาศ หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ ร่วมกับ นายโกเมนทร์ โคตรศรีวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดขอนแก่น ที่ห้องประชุม ธ.ก.ส. จังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ธ.ก.ส. ขอนแก่น ร่วมกับ มก. ดำเนินโครงการโรงเรียนเกษตรทางอากาศ ตามการลงนามความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 40 คน นายวิโรจ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันความต้องการโคเนื้อยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจของ มก. พบว่า ไทยยังคงมีความต้องการในขั้นตอนของการผลิตเพื่อการบริโภคอยู่ที่ 1,260,000 ตัว ต่อปี แต่กลับผลิตได้ที่ 970,000 ตัว ต่อปี ขณะที่จังหวัดที่เลี้ยงโคเนื้อมากกว่า 100,000 ตัว 5 อันดับแรกของประเทศ ประกอบด้วย นครราชสีมา 226,610 ตัว รองลงมาคือ สุรินทร์ 217,192 ตัว ศรีสะเกษ 206,028 ตัว อุบลราชธานี 202,431 ตัว และกาญจนบุรี 199,079 ตัว ขณะที่ขอนแก่นอยู่ในอันดับที่ 13 มีกำลังการผลิ
ทุกวันนี้ คนไทยใช้ชีวิตกันลำบากขึ้นเพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำ ทำเอาหลายคนบ่นอุบ “ไม่คุ้มเลย” กับต้นทุนค่าแรงวันละ 300 บาท เจอหน้าเกษตรกรที่คุ้นเคยก็มีเสียงบ่นเกี่ยวกับต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้นไม่แพ้กัน ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายของเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงหมู จึงขอแนะนำเคล็ดลับการผลิตอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำจากทั่วประเทศมาฝากกัน ซึ่งเป็นเทคนิคการผลิตอาหารสัตว์ที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และเลือกใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เริ่มต้นที่ ผู้ใหญ่สงบ หาญกล้า แห่งบ้านดอนตะหนิน 18 หมู่ 5 ตำบลหนองค่าย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันลุงสงบ เป็นเจ้าของศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่นี่ทำการเกษตรแบบไม่พึ่งพาสารเคมีและมีการศึกษาเรียนรู้วิธีการนำเอาวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในการลดต้นทุนอย่างได้ผล การลดต้นทุนค่าอาหารในการเลี้ยง ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลุงสงบเลี้ยงหมูหลุมรุ่นละ 10 ตัว ระยะเวลาเลี้ยง 4 – 5 เดือน/ร
อดีตพนักงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำ ที่ประเทศเวียดนาม เงินเดือนเกือบแสน ผันตัวเลี้ยงไก่ ขายไข่ปลอดสารพิษที่จังหวัดราชบุรี บนพื้นที่ 1 ไร่ ปัจจุบันเก็บไข่ขายได้วันละ 100 ฟอง มีรายได้วันละ 500 – 600 บาท ชีวิตแฮปปี้มีความสุข สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้อยู่กับครอบครัว อนาคตขยายตลาด และเลี้ยงไก่เพิ่ม คุณชวัลวิทย์ สุทธิวรวรรณ์ หรือโดม ชายหนุ่มวัย 31 ปี เป็นตัวแทนให้ข้อมูลของกลุ่มเพื่อนซี้ 3 คน ที่ล้วนเรียนจบสาขาประมงคือ จิ๊ป – ศุภกร ชินบุตร และอ๊อบ – ธีรพงศ์ บรรเลง โดม เล่าว่า หลังเรียนจบ เราทั้ง 3 คน (จิ๊ป และ อ็อบ) ไปทำงานที่ประเทศอินเดีย และเวียดนาม ทำหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำ อยู่ต่างประเทศก็สนุกและมีความสุขดี แต่พออายุมากขึ้น เริ่มคิดว่าปั้นปลายชีวิตจะอาศัยอยู่ที่ไหน จะอยู่อย่างไร จะทำงานเป็นลูกจ้างไปถึงเมื่อไหร่ หนที่สุดตัดสินใจลาออกกลับมาอยู่เมืองไทย ไปเป็นเกษตรกรปลูกผัก เลี้ยงไก่ แม้จะยังไม่รวย แต่เชื่อว่าอนาคตต้องดีแน่ “ผมและเพื่อน 3 คนรวมกันเงินเดือนกันก็หลายแสน ถึงแม้เงินเดือนจะดี แต่สุขภาพนับวันแย่ลง เพราะต้องคลุกคลีกับสารเคมี และยังห่างไกลจากครอบครัว ในที่สุดเรา
อ.ส.ค.หนุนเกษตรกรเลี้ยงโคนมแปลงใหญ่ ต่อยอดรูปแบบสหกรณ์ มุ่งลดภาระต้นทุนช่วยสมาชิก เร่งดันฟาร์มขนาดเล็กสู่ขนาดกลาง-ใหญ่ พร้อมยกระดับให้ได้มาตรฐานปี′60 ตั้งเป้า 400 ฟาร์ม ลั่นภายใน 5 ปีครอบคลุมทั้งระบบ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ปีนี้ อ.ส.ค.ได้มีแผนเร่งบูรณาการสนับสนุนการเลี้ยงโคนมภายใต้ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมุ่งส่งเสริมพัฒนาต่อยอดรูปแบบการผลิตของสหกรณ์โคนมในพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เบื้องต้นจะเร่งขับเคลื่อนโครงการยกระดับมาตรฐานฟาร์ม มีเป้าหมายพัฒนาฟาร์มโคนมของเกษตรกรสมาชิกให้ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP) จากกรมปศุสัตว์เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 400 ฟาร์ม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความอย่างยั่งยืน และภายใน 5 ปีข้างหน้า จะผลักดันให้ยกระดับฟาร์มโคนมเข้าสู่มาตรฐานครอบคลุม 100% ซึ่งจะได้ผลผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานการรับซื้อ ทั้งยังมุ่งพัฒนายกระดับศูนย์รว
นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ เผยว่า ได้จัดประชุมภายใต้หัวข้อ ‘นวัตกรรมเพื่อชุมชน สู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน’ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ซึ่งมีผลงานการวิจัยและนวัตกรรมจำนวนมาก โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องอาชีพของชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไฮไลต์ของปีนี้คือ การนำเสนอหนอนแม่โจ้ (BSF) ที่เป็นโปรตีนจากแมลงเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับคนและสัตว์ “หนอนที่ว่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการกำจัดขยะอินทรีย์พวกเศษพืชผัก ผลไม้ ซึ่งมีโปรตีนสูงและมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่ผ่านมามีผลงานวิจัยออกมาแล้ว โดยนำไปเลี้ยงสัตว์ที่เน้นสีสวยงาม อย่างเช่น ปลา และไก่ชน ปรากฏว่าให้สีที่สวยงาม ปัจจุบัน มีฟาร์มเลี้ยงหนอนชนิดนี้แห่งแรกอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมี อบต. หลายแห่งสนใจนำไปเลี้ยง ส่วนกรณีที่จะใช้เป็นอาหารของคนนั้นกำลังทำงานวิจัยอยู่ จะเน้นในรูปของการแปรรูปมากกว่า ไม่ใช่ทานเป็นตัวๆ แบ
