ปศุสัตว์
ความเป็นมา ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายๆ ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชากรไม่ได้บริโภคนมมาแต่ก่อน แต่เรามีอาหารอื่นๆ โดยธรรมชาติชดเชยให้ เราจึงไม่ได้คิดถึงนมกันเท่าไร จึงไม่มีวัวนมเลี้ยงกันในเขตเหล่านี้แต่อย่างใด สำหรับประเทศไทยไม่เคยรู้จักนม และวัวนมมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นปีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง วัวนมพันธุ์ขาวดำ ที่ทหารญี่ปุ่นเอามารีดนมกินกันในช่วงสงคราม จึงเหลือตกทอดมาสู่คนบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะแขก (ชาวอินเดีย-ปากีสถาน) เอาวัวพวกนี้มาเลี้ยงและผสมพันธุ์กับวัวบังกาลา ของตน จนมีวัวลูกผสมเลือดจางๆ ของวัว ขาว-ดำที่ญี่ปุ่นทิ้งไว้ ชาวอินเดียซึ่งเขากินนมกันอยู่แล้ว ถ้าเอาวัวพวกนี้มารีดนมขายด้วย มีมากแถวๆ ท่าดินแดง บุคคโล ดาวคะนอง ฝั่งธนบุรี ฝั่งพระนครก็มีมาก แถวสะพานควาย ถนนตก (สีลม) นอกจากนมวัวแล้ว เขายังรีดนมแพะมาขายด้วย นมที่แขกเอามาขาย ผู้ซื้อจะเอามาต้มให้เดือดเสียก่อน จึงจะใช้ดื่ม หรือเติมผิวหน้ากาแฟ ร้านกาแฟที่ใช้ครีมนมสด และกาแฟนมสด ชื่อดังที่สุดในสมัยเมื่อ 50 กว่าปีมา คือร้าน กาแฟนายปอ เวิ้ง นครเกษม ต่างจังหวัดก็มีมากหน่อย ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โฟร์โมสต์ร่วมสนับสนุนอาชีพ “เกษตรกรโคนม” โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ฟาร์มโคนมไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำนมโคแท้ 100% สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60ปี บริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ นมโคแท้ 100% ที่เคียงคู่ครอบครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ได้ร่วมพัฒนาอาชีพฟาร์มโคนมไทยและพัฒนาคุณภาพน้ำนมกับสหกรณ์โคนมที่ร่วมงานกับโฟร์โมสต์มาอย่างยาวนาน บางแห่งก็เกือบ 30 ปี เพราะการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบนั้นเป็นผลดีกับทั้งผู้บริโภค ที่จะได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและเกษตรกรจะได้ขายน้ำนมดิบในราคาสูงขึ้นกว่ามาตรฐานทั่วไป พร้อมกันนี้โฟร์โมสต์ยังเป็นบริษัทที่รับซื้อน้ำนมโคแท้จากเกษตรกรเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์มากที่สุด ถึงปีละไม่น้อยกว่า 137 ล้านลิตร บริษัทมีความแน่วแน่ในการพัฒนาน้ำนมดิบคุณภาพร่วมกับเกษตรกร ภายใต้โครงการ ‘DDP (Dairy development program) และยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรโคนมมืออาชีพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับการคัดสรรว่าเปี่ยมประสบการณ์และประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มโคนม มาช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆสู่เกษตรกรโคนมชาวไทย เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำนมโคแท้
วันที่19 มกราคม 2560 สภาวะภัยแล้งและราคาข้าวตกต่ำที่ผ่านมา ทำให้นายดนัย แจ้งแสง อายุ48ปี ชาวนาหมู่ที่2 ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท ต้องขาดทุนกับการทำนาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หันมาสร้างรายได้เสริมด้วยการเพาะเลี้ยงไก่ชนขาย โดยมีลูกค้าคือกลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาไก่ชน ที่จะมารับซื้อไก่ถึงที่บ้าน นายดนับเปิดเผยว่าจะเริ่มเพาะเลี้ยงตั้งแต่เป็นไข่ฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ ซึ่งไก่ชนที่เลี้ยงจะใช้ข้าวคัดพิเศษในการเลี้ยง ซึ่งเป็นข้าวที่นายดนัยปลูกเอง ซึ่งมีเคล็ดลับการปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงไก่ชนคือ จะต้องไม่ใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ข้าวปลอดสารพิษ ซึ่งจะทำให้ไก่มีความแข็งแรงกล้ามเนื้อและระบบภายในดีกว่าไก่ทั่วไปที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด หรือข้าวที่ปลูกโดยใช้สารเคมี สำหรับไก่ที่เพาะขายนายดนัยบอกว่าจะมี 3 รุ่นคือตั้งแต่รุ่นลูกเจี๊ยบ ที่จะขายในราคาคู่ละ1,500บาท ไก่รุ่นที่มีอายุ 6-7 เดือนราคาตัวละ 4,000-5,000บาท และไก่ชนเต็มวัยอายุ10-12เดือน ที่ผ่านการฝึกเชิงในการชนแล้วจะได้ราคาถึงตัวละกว่า10,000บาทตามการเจรจาตกลงกับผู้ซื้อ ซึ่งในแต่ละเดือนนายดนัยมีรายได้ถึงกว่า 20,000 บาท ซึ่งถือว่าดีกว่าการทำนา ทำให้ในปัจจุบันนายดนัยเริ่มลดการทำ
วันที่ 18 มกราคม 2560 หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแท
วันที่ 16 มกราคม 2560 ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายธนบดี ขวาโยธา ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม นายบุญสนอง หลวงโป๊ ปศุสัตว์อำเภอเรณูนคร นายเสถียร ฝาระมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จ.นครพนม และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ปัญหาโคกระบือเกิดโรคระบาด หลังมีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลนาขามแจ้งว่ามีโคกระบือป่วยตายอย่างไม่ทราบสาเหตุจำนวนมาก โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีโคกระบือของเกษตรกรป่วยตายแล้ว 12 ตัว ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้พบว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคกระบือ ซึ่งในพื้นที่ระบาดมีโคกระบือตายไปแล้ว 12 ตัว มีป่วยสะสมอีกประมาณ 65 ตัว และมีที่ต้องดูแลเฝ้าระวังอีก 170 ตัว โดยขณะนี้ทางจังหวัดนครพนมร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ได้ประกาศให้พื้นที่ตำบลนาขามเป็นเขตควบคุมโรคระบาดแล้ว ส่วนทั้งจังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามเคลื่อนย้ายโคกระบือก่อนได้รับอนุญาต เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ได้นำ 3 มาตรการหลักมาใช้คือ การระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้
หลายคนที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน มักรู้สึกห่วงกังวลว่า ไปทำงานต่างจังหวัด ใครจะหาอาหารให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณลงมือผลิตเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติด้วยตัวคุณเอง ตามคำแนะของ “ คุณทอม นิวบอร์น ” ที่ใช้งานได้เจ๋งจริง ลองนำไปทำใช้กันดู คุณทอมไม่สงวนลิขสิทธิ์ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Feeder )สำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำง่ายๆได้ด้วยตนเอง ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 50 บาท ขึ้นกับชนิดและปริมาณของสัตว์เลี้ยง ใช้ได้ทั้ง เป็ด ไก่ สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ประยุกต์ใช้ตามความ เหมาะสมครับ ขนาดของ feeder ปรับตามชนิดและปริมาณของสัตว์ครับ ลองทำกันดู ง่ายๆไม่ต้องคอยให้อาหารบ่อยๆ หากใครสนใจอยากทำอุปกรณ์ชนิดนี้ เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ ประกอบด้วย 1. ถังขนาด 20 ลิตรพร้อมฝา หรือขนาดที่เหมาะสมกับสัตว์ 2. ขวดพลาสติก หรือวัสดุอื่นก็ได้ 3. ปืนกาวและกาวแท่ง วิธีทำ 1. เจาะถังรูปสี่เหลี่ยมหรือกลมก็ได้ ขนาด 1×2 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 2. ผ่าขวด แนวตั้งให้ได้ค่อนขวด สูง4 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 3. เจาะรูขนาดเล็กที่ก้นขวดเพื่อไม่ให้น้ำขัง 4. ติดขวดเข้ากับถังด้วยปืนกาว รอให้กาวเย็นก็นำไป
ไก่ต๊อก เป็นสัตว์ปีกที่มีลักษณะโดยทั่วไปคือ มีจะงอยปากสั้นและหนา ปากมีสีน้ำตาลหรือแดงอมส้ม มีเหนียงสีเทาอมดำห้อยอยู่ที่จะงอยปากล่าง แผ่ไปทั้ง 2 ข้างของคาง ส่วนหัวถึงสันคอมีขนอยู่เล็กน้อย ลักษณะลำตัวป้อม มีขนหางหลายเส้นสั้นๆ ปลายหางชี้ลงข้างล่าง ไก่ต๊อกมีนิสัยชอบหากินในพื้นราบมากกว่าจะปีนป่ายบนต้นไม้ เป็นสัตว์ปีกที่มีนิสัยชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งและทุ่งหญ้า นิยมนำไก่ต๊อกมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ซึ่งเนื้อและไข่ของไก่ต๊อกสามารถนำมาประกอบอาหารได้ คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เง
สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เผยไก่ไทยตีปีกผงาดเวทีโลก ต่างชาติเชื่อมั่นมาตรฐานการผลิตระดับโลก ประเทศผู้นำเข้ากลับออร์เดอร์เพิ่ม พร้อมรับคำสั่งซื้อไก่สดจากสิงคโปร์ หลังรมว.เกษตรฯเจรจาสำเร็จ ประกาศรับรองอนุญาตให้อีก 20 โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปสิงคโปร์ได้ ผู้เลี้ยงไก่รับอานิสงค์ถ้วนหน้าสร้างความมั่นคงอุตสาหกรรมไก่ไทย นายแพทย์อนันต์ ศิริมงคลเกษม นายกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศสิงคโปร์ประกาศรับรองอนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ได้อีก 20 โรงงาน เพิ่มเติมจากเดิมที่รับรองเพียง 2 โรงงานนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของไทยที่มีมาตรฐานระดับโลก ทั้งมาตรฐาน GMP, HACCP, ISO, Animal welfare ฯลฯ โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มผู้นำเข้าหลักกว่า 20 ราย มีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าหลักทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ต่างเพิ่มคำสั่งซื้อเนื้อไก่สดและผลิตภัณฑ์จากไทยมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ยังประกาศเปิดรับเนื้อไก่สดจากไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ทำให้คำสั่งซื้อไก่สด
นายสุธน สังข์จันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง-ไก่สวยงาม อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ตนเองสะสมไก่พื้นเมืองและไก่สวยงามหลายสายพันธุ์ เช่น ไก่ดำอินโดนีเซีย ไก่ดำญี่ปุ่น ไก่ต๊อก และที่น่าสนใจมากนั้นคือ ไก่ตีนโต ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศเวียดนาม นายสุธน บอกว่า ไก่ตีนโตจากเวียดนาม มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขาและตีนมีขนาดใหญ่ ในประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงได้ไม่นานนัก โดยทั่วไปไก่สายพันธุ์นี้ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.5-5 กิโลกรัม แต่เคยพบใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม ลักษณะของพันธุ์แท้ แข้งขามีสีส้มถึงแดง “คนเห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นไก่ที่ขาพิการ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ขาและตีนที่ใหญ่เป็นลักษณะประจำพันธุ์ ขาใหญ่ที่สุดบางตัวเท่าข้อมือของคน นอกจากเลี้ยงเป็นสัตว์แปลกแล้ว ที่เวียดนามยังใช้ประกอบอาหาร แต่เป็นอาหารในภัตตาคารหรูๆ เท่านั้น คนมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีเท่านั้นที่มีโอกาสได้กิน ไก่ตีนโตอร่อย โดยเฉพาะส่วนของขาและตีนอร่อยมาก สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทอด ส่วนเนื้อก็อร่อยเช่นกัน เพราะมีมันแทรกในเนื้อ” นายสุธน กล่าว นายสุธน กล่าวว่า
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในปัจจุบัน โอกาสที่เกษตรกรจะได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็งที่ อ.ส.ค. ผลิตได้ นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตท็อกซิกซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2560 นี้ มีเป้าหมายนำร่องกว่า 3,000 โด๊ส ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างผลกำไร อนาคตได้ตั้งเป้าขยายผลการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งโคนมที่ผ่านการคัดเพศเมียไม่ต่ำกว่า 50,000 โด๊ส ขณะเดียวกัน อ.ส.ค. ยังได้ส่งมอบน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อพันธุ์โคนมที่มีศักยภาพสูงของ อ.ส.ค. ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน จำนวน 2,000 โด๊ส ให้นำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์โคนมของภูฏาน ซึ่งส่วนใหญ่เลี้ยงโคนมพันธุ์เจอร์ซี่และโคนมพันธุ์พื้นเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมดิบมากข
