ปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์ อภิชาติ ทรัพย์สิริไพบูลย์ สัตวแพทย์ปฏิบัติการ สนง.ปศุสัตว์ จังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังจากสุนัขที่มีเชื้อบ้าไล่กัดวัวในตำบลย่านตาขาว ทำให้วัวติดเชื้อตาย 8 ตัว และบางตัวแสดงอาการอยู่ ซึ่งล้วนแต่เป็นวัวแม่ลูกอ่อน จึงได้ฉีดวัคซีนให้วัวที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยจังหวัดตรังมีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดแล้ว 2 ครั้ง และในรอบ 5 ปี ระบาด 3 ครั้ง พาหนะนำโรคส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะ สุนัข และแมว ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาท้องถิ่นทำหน้าที่คุมกำเนิด ฉีดวัคซีน สุนัขและแมวได้ดีและต่อเนื่องตลอด แต่หลังจากสตง.ท้วงติงว่า ท้องถิ่นไม่มีหน้าที่ฉีดวัคซีน ทำให้ท้องถิ่นจำเป็นต้องลดบทบาท ส่งผลให้ 2 ปีที่ผ่านมาโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในพื้นที่บ่อย อีกสาเหตุหนึ่งคือเจ้าของไม่นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสุนัขและแมวจรจัด ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ตรัง ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังแล้ว 3 อำเภอ คือ ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง, ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน และ ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ ทางกรมปศุสัตว์ สตง.และท้องถิ่น ได้ทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU ร่วมกัน เพื่อจะดูแลเรื่องนี้อีกครั้
สวัสดีครับ ฉบับนี้ตั้งใจพาไปดูวัวฝูงไล่ทุ่งของคุณลุงมากประสบการณ์ ไปดูว่าเขาทำอย่างไรจึงมีรายได้จากการขายวัวปีละ 500,000 บาทเลยทีเดียว ตามไปดูกันครับ อยู่กับวัวมาทั้งชีวิต พาท่านไปพบกับ คุณสมเดช สอนใจ ที่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมเดชทำอาชีพเลี้ยงวัวมานานกว่า 40 ปี ทุกวันนี้มีอาชีพเลี้ยงวัวเป็นหลัก “ผมเริ่มเลี้ยงวัวตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เลี้ยงมาเรื่อยๆ จนวันนี้นานกว่า 40 ปีแล้ว ผมเลี้ยงวัวแบบไล่ทุ่งอย่างเดียวเพราะพื้นที่ในตำบลดอนเจดีย์เป็นที่ราบ ชาวบ้านใช้ทำนาเป็นหลัก พอหมดจากหน้านาก็จะปล่อยเป็นท้องทุ่งเวิ้งว้าง ผมก็อาศัยประโยชน์จากตรงนี้ไล่เลี้ยงวัวไปเรื่อยๆ หญ้าก็พอมีให้วัวกินได้ไม่ขาดแคลน ส่วนในฤดูทำนาก็ต้องออกหาหญ้าหรือซื้อต้นข้าวโพดมาให้วัวกินแทนการออกไปเลี้ยงไล่ทุ่ง” คุณสมเดช เริ่มต้นเล่าให้เราฟัง คัดพันธุ์สร้างฝูงวัวเนื้อสายพันธุ์ดี คุณสมเดช เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมีวันนี้เขาต้องใช้ความพยายามไปไม่น้อย “ผมเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กก็พยายามมอง พยายามสังเกตว่าวัวที่ดี วัวที่สวยเป็นอย่างไร ก็พอจะบอกได้ว่า วัวเนื้อที่ดีต้องตัวใหญ่ เนื้อเยอะ สูง
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์ของคนในยุคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ซึ่งถ้ามองไปถึงสมัยก่อนแล้วทุกคนจะมองว่าการเลี้ยงสัตว์สักชนิด ต้องมีพื้นที่และเวลาที่เพียงพอต่อการดูแล ซึ่งเวลานี้ความคิดเหล่านั้นได้ผันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเกษตรกรบางรายสามารถแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนลงมือทำ ถึงแม้จะมีเนื้อที่จำกัดก็ตามโดยแบ่งสันปันส่วนเพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้มีหลากหลายทางมากขึ้น คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ คือการเลี้ยงไก่ไข่บริเวณรอบบ้าน ควบคู่กับการทำการเกษตรอย่างอื่น เช่น ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว จึงทำให้เวลานี้เขามีรายได้หลากหลายช่องทางจากการทำเกษตร ซึ่งการเลี้ยงไก่เขาบอกว่าไม่ต้องใช้พื้นที่มากก็สามารถเลี้ยงเก็บไข่ขายสร้างเงินได้เช่นกัน สร้างแนวคิด กระจายความเสี่ยงรายได้ คุณภิญโญ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว เมื่อการเกษตรด้านอื่นลงตัวจึงมีแนวความคิดที่อยากจะให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจ
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้ที่ประกอบอาชีพประจำอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงทำให้จำเป็นต้องมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่า สามารถมีเก็บเพิ่มพูนส่งต่อยังลูกหลานต่อไป จึงสามารถเห็นได้จากหลายๆ บุคคล ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำมาประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ที่เรียกว่าทำแล้วมีความสุขนอกจากงานประจำ ด.ต. เกียรติศักดิ์ เดชป้อง อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ใช้เวลาว่างช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มาดูแลฟาร์มเลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันที่เขารัก เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเขาบอกว่ามีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักเช่นกัน อาชีพประจำรับราชการ เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ด.ต. เกียรติศักดิ์ ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มเก่ง เล่าให้ฟังว่า รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำสถานีตำรวจบางยี่ขัน ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อรับราชการมาได้สักระยะหนึ่งจึงเกิดความคิดที่อยากจะมีรายได้ที่มากขึ้น จึงได้เกิดแนวความคิดที่จะประกอบอาชีพเสริมที่สามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำ
ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีระบบการผลิตวัวที่ชัดเจน ได้แก่ วัวนม และวัวเนื้อ วัวเนื้อทั่วๆ ไป มีการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ผู้ผลิตพันธุ์แท้ (Purebred Breeders) และ ผู้ผลิตลูกผสมส่ง (Commercial Producers) คือ ให้ผู้เลี้ยงต่อ (Feeder cattle) หรือ ให้ผู้เอาไปขุนรวม (Feedlot) สิ่งที่ใช้ประกอบการคัดเลือกมักใช้น้ำหนักที่ แรกเกิด BW, หย่านม 205 วัน WW (Weaning Weight), ความสามารถการเลี้ยงลูกของแม่ (Mothering ability), น้ำหนัก เมื่อ 365 วัน (1 ปี) 365 Days weight., น้ำหนักเมื่อ 16-18 เดือน (480-540 วัน) YW (Yearling Weight), น้ำหนักเมื่อ 24 เดือน (2 ปี) MW (Mature Weight) เป็นต้น วัตถุประสงค์ของการประกวดวัว เพื่อส่งเสริมให้มีการเลี้ยงวัวให้มากขึ้น เพื่อปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง เพื่อปรับปรุงลักษณะรูปทรงให้ทันสมัยในเชิงเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรรู้จักวิธีเลือกวัวไว้เลี้ยงในฟาร์มของตน และเพื่อเป็นการกระจายพันธุ์วัวพันธุ์ดีจริงๆ สู่ตลาด เกณฑ์ที่ใช้ในการประกวด วัวที่ชนะการประกวด อาจไม่เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดีเสมอไป สมาคมผู้บำรุงโคบราห์มันแห่งสหรัฐอเมริกา American Brahman Breeders Assn. (ABBA) จึง
รัฐ-เอกชนขอนแก่นหนุนเลี้ยงโคเนื้อ หลังโคขุนโพนยางคำ-วากิวเจาะตลาดบนสำเร็จ ขายวัวตัวละเกินแสน ประกาศใน 5 ปี โค่นแชมป์โพนยางคำ ระบุไทยบริโภคเนื้อวัว 1.2 ล้านตัว/ปี แต่ผลิตไม่พอขาย ขาดแคลนกว่า 3 แสนตัว ด้านบริษัทประชารัฐชู “ขอนแก่นพรีเมี่ยมบีฟ” เป็นโมเดลลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้เกษตรกร ช่วยลดนำเข้าเนื้อวัวต่างประเทศปีละพันล้าน ด้านผู้เชี่ยวชาญเกษตรเตือนให้ทำการตลาดเข้มแข็งก่อนส่งเสริมเลี้ยง หวั่นซ้ำรอยอีสานเขียว จากนโยบายที่ต้องการลดพื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสมและอาศัยธรรมชาติเป็นตัวกำหนดผลผลิต ประกอบกับจำนวนประชากรโคเนื้อลดลงอย่างมากในระยะ 10 ปีจากจำนวน 8.03 ล้านตัวในปี 2549 เหลือเพียง 4.31 ล้านตัวในปี 2557 ขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อโคเพิ่มมากขึ้น ทั้งดีมานด์ของคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาดต่างประเทศ รัฐบาลจึงมีการส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อ โดยตั้งเป้าเปลี่ยนพื้นที่ 1.2 แสนไร่ทั่วประเทศ เกษตรกร 2.4 หมื่นราย ขณะนี้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อต่างขานรับ โดยเฉพาะสมาคมโคเนื้ออีสาน ที่กำลังอยู่ในช่วงต่อยอดงานวิจัยของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพของเนื้อ เพ
วิสาหกิจชุมชนไก่ดำสมุนไพรบ้านเซิงหวาย เป็นอีกหนึ่งวิสาหกิจชุมชนที่น่าจับตาถึงการบริหารงาน การเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการสร้างงานสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ โดย “ประเดิม เมืองมูล” เกษตรกรวัย 44 ปี ใช้บ้านพักที่บ้านเซิงหวาย หมู่ที่ 3 ตำบลตลุกเทียม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็นสถานที่ตั้งที่ทำการวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ขึ้นมาในปี 2558 “ประเดิม” บอกว่า ก่อนนี้ประกอบอาชีพค้าขาย ต่อมาได้นำไก่ดำสายพันธุ์เคยู ภูพาน ที่วิจัยโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร มาเลี้ยงเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ด้วยอยากให้เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ จึงขออนุญาตทางมหาวิทยาลัยว่าขอใช้ชื่อเรียกไก่ดำที่นี่ว่า “ไก่ดำเซิงหวาย” เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงอัตลักษณ์สถานที่เพาะเลี้ยงและจำหน่าย ทั้งนี้ ไก่ดำที่บ้านเซิงหวาย เป็นไก่ดำที่มีลักษณะขนสีขาวทั้งตัว แต่หนังดำ เนื้อดำ กระดูกดำ เลี้ยงง่าย โตไว โตเต็มที่ตัวผู้หนัก 3-3.5 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 2.8-3 กิโลกรัม นิสัยไม่ก้าวร้าว เลี้ยงง่าย และให้ลูกดก ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ อำเภอพรหมพิราม ประสบปัญหาภัยแล้ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำนาเป็นอาชีพเชิงเดี่ยว
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า จากการที่ อ.ส.ค.ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงโคนมของฟาร์มโคนม ทำให้ฟาร์มเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์จากกรมปศุสัตว์ จากเดิมประมาณ 133 ไร่เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ไร่ ซึ่ง อ.ส.ค. เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีโคนมอินทรีย์กว่า 376 ตัว เป็นแม่โครีดนม ประมาณ 94 ตัว มีกำลังผลิตน้ำนมดิบอินทรีย์ 1,000-1,500 กิโลกรัม/วัน จากเดิมที่มีพื้นที่ฟาร์มโคนมอินทรีย์ จำนวน 134 ไร่ โคนมอินทรีย์ 45 ตัว เป็นแม่โครีดนม 23 ตัว ซึ่งผลิตน้ำนมอินทรีย์ได้วันละ 300-350 กิโลกรัมเท่านั้น การที่ฟาร์มโคนมอินทรีย์ของ อ.ส.ค. ได้รับการรับรองมาตรฐานครอบคลุมทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตน้ำนมดิบอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น จึงได้นำไปแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ออร์แกนิค ตราไทย-เดนมาร์ค “มอร์แกนิค” (Morganic) ป้อนเข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักสุขภาพและผู้ที่มีกำลังซื้อ ประกอบกับสินค
เมื่อคิด ก็ให้ลงมือทำ จึงจะสำเร็จ แต่ถ้าเราแค่คิดเฉยๆ และไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่สำเร็จ เป็นคำสอนของแม่ที่ใช้สอนลูกเสมอ และการทำงานมาตลอด จึงเป็นต้นแบบให้เขาเห็น คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ เกริ่นก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทางธุรกิจต่างๆ ให้ฟัง จากการเลี้ยงไก่ 600 ตัว สู่ฟาร์มไก่ครบวงจร คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ วัย 57 ปี เจ้าของกิจการหลากหลายในจังหวัดระนอง อาทิ เจ้าของฟาร์มไก่พันธุ์ทิทย์ฟาร์ม, ฟาร์มเลี้ยงหมู, โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์, ร้านอาหาร ก.ไก่, ร้านบีบิวชาบู และร้านอาหารเคียงเล เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมีธุรกิจหลากหลายที่ต่อยอดมาจนปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่าร้อยล้านบาท “สมัยก่อน พ่อแม่มีอาชีพเป็นคนเอาเรือแร่มาขายที่ จ.ระนอง เราเลยได้ตามมาเรียนหนังสือที่นี่ด้วย เรียนอยู่ได้ 2 ปี จนเรียนจบม.ปลาย จึงได้มีโอกาสรู้จัก คุณสานิตย์ มหพันธุ์ทิพย์ ผู้เป็นสามี ธุรกิจทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้ คือตอนนั้นคุณสานิตย์ เริ่มเลี้ยงไก่อยู่ก่อนแล้ว มีไก่อยู่ 600 ตัว พร้อมกับมีที่ดินดั้งเดิมประมาณ 30 ไร่ เขาก็ชวนเราแต่งงาน ช่วยกันทำมาหากินอยู่ จ.ระนอง จวบจนปัจจุบันที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำมาหากินและขยายธ
ต.ตลุกเทียม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่อยู่เหนือเขื่อนทำให้ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายลดพื้นที่การปลูกข้าวในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดความเสียหายจากภัยแล้ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในชุมชนหันมาทำอาชีพเสริม สร้างรายได้จากการเลี้ยงไก่ดำ ซึ่งปัจจุบันได้เข้าร่วมโครงการรัฐบาลเป็นแปลงใหญ่ไก่ดำ ที่ขายทั้งเนื้อสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ดำ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนมากขึ้น นายประเดิม เมืองมูล ประธานแปลงใหญ่ไก่ดำ กล่าวว่า ตนเริ่มนำไก่ดำสายพันธุ์เคยู ภูพาน ซึ่งเป็นงานวิจัยและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร มาเลี้ยงเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน พร้อมกับตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ดำเป็นวิสาหกิจชุมชนไก่ดำสมุนไพรบ้านเซิงหวายเมื่อปี 2558 แต่ด้วยความต้องการให้การเลี้ยงไก่ดำของที่นี่มีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ จึงได้ขออนุญาตจากอาจารย์เพื่อใช้ชื่อเรียกไก่ดำของที่นี่ว่าไก่ดำเซิงหวาย เป็นการบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ในด้านของการเป็นแหล่งผลิตไก่ดำคุณภาพ ทำให้ปัจจุบันส
