ที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งศึกษาและเรียนรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป
สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเลนั้น เป็นผลมาจากที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรีและฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาจนได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นผลให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสามารถจำหน่ายได้เกิดอาชีพที่มั่นคง มีชีวิตที่ดีขึ้น ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเชิงเศรษฐกิจขึ้นมาและได้สาหร่ายชนิดใหม่คือสาหห่ายผักกาดทะเล

ในปลายปี 2565 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี ซึ่งดูแลฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลขึ้น เพราะเป็นสาหร่ายที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และมีอายุการเลี้ยงสั้นเพียง 3 สัปดาห์ ได้ผลผลิตมากกว่า 3 เท่า จากจำนวนต้นพันธุ์ที่ปล่อยลงเลี้ยง มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่า 62 เปอร์เซ็นต์ และยังนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้ทุกวิธี
ศูนย์วิจัยประมงชายฝั่งได้ร่วมกับฟาร์มทะเลตัวอย่างขยายผลให้เกษตรกร เริ่มต้นจากที่มีเกษตรกรขยายผลที่มีฟาร์มสาธิต 3 ราย ซึ่งมีผลผลิตจำหน่ายแล้ว ยังจัดฝึกอบรมในเรื่องการเลี้ยงสาหร่ายทะเลเชิงพาณิชย์ ได้อบรมแล้วหลายรุ่น
หนึ่งในเกษตรกรของจังหวัดเพชรบุรีที่เข้ารับการอบรมดังกล่าวคือ คุณวรรภา อ่อนจันทร์ ฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นแฟมิลี่ฟาร์ม ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการเชิญชวนเป็นหนึ่งใน 3 ฟาร์มสาธิต เข้าอบรมการเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลที่โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงเข้าอบรมในช่วงต้นปี 2566 ได้เรียนรู้วิธีการเลือกต้นพันธุ์ การเพาะเลี้ยงจนถึงการแปรรูป

“เริ่มต้นโดยได้ต้นพันธุ์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี เอาต้นพันธุ์ 5 กก.มาใส่ในถัง โดยที่ฟาร์มใช้ถังไฟเบอร์ขนาด 500 ลิตร ซึ่งถัง 500 ลิตรใช้สาหร่ายครึ่งกิโลกรัม คือใส่ได้10 ถัง ในการเพาะเลี้ยงเราใช้น้ำจากบ่อที่เลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น คือ ค่าความเค็มของน้ำอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ อยู่ที่ประมาณ 28 – 32 ppt จะมีการถ่ายน้ำเข้าออก แล้วก็ช่วยเติมสารอาหารโดยใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นพวกปลาทะเล ที่ฟาร์มไม่ใช้ปุ๋ยเคมี เพราะฟาร์มจะขอมาตรฐานออแกนิกส์ด้วย” วรรภา กล่าว
ด้านการตลาด เจ้าของฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นแฟมิลี่ฟาร์ม จะจำหน่ายสาหร่ายผักกาดทะเลในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตสาหร่ายพวงองุ่นมีปริมาณลดลง จึงทำให้ทางฟาร์มมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันกรมประมงได้กำหนดราคาจำหน่ายสาหร่ายผักกาดทะเลไว้ที่กิโลกรัมละ 500 บาท


สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเล หรือ Sea Lettuce นั้นเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพด้านโภชนาการสูงเพราะมีโปรตีนถึง 25 – 30 กรัม และใยอาหาร 9.79 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและพลังงานที่ต่ำ อุดมด้วยเกลือแร่วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอดและยำ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
