อดีตนักข่าวสาว “คุณนิ – นิภาพร ทับหุ่น” สมัครใจลาออกก่อนเกษียณ กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อดูแลแม่ และทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในชื่อ “สวนลัชศิตา” ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน คุณนิเน้นปลูกผักอินทรีย์หลากหลายชนิดทั้งผักสลัด ผักพื้นบ้านที่ตลาดต้องการ และนำผักอินทรีย์มาแปรรูปเป็นกิมจิ ซูชิ สลัดเชคที่ใช้ผักและผลไม้อินทรีย์ตามฤดูกาล ทำสลัดโรลส่งลูกค้าตามออเดอร์ มีระบบขายตรงถึงมือผู้บริโภคในราคาสบายกระเป๋า
ทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย
ในช่วงที่คุณนิลงพื้นที่ทำข่าวเกษตร มองเห็นแต่ความสำเร็จของการทำเกษตร เมื่อได้ลงมือทำจริง ก็รู้ว่า การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่งเพราะการทำเกษตรเป็นงานหนัก โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ ต้องอาศัยเวลาและแรงงานในการปลูกดูแล สอง คุณนิทำเกษตรแบบลองผิดลองถูกเพราะขาดพื้นฐานความรู้เรื่องการทำเกษตร

คุณนิจึงตัดสินใจเข้าโครงการคนกล้าคืนถิ่นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ที่ยังขาด และเข้าร่วมกลุ่ม “สองแควออร์แกนิค” ได้พัฒนาเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ( PGS ) การรับรองมาตรฐานจากเกษตรกรผู้ผลิตด้วยกันเอง ซึ่งเป็นระบบการรับประกันคุณภาพที่ตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อถือ เครือข่ายทางสังคม และการแลกเปลี่ยนความรู้ และก้าวเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของไทยอย่าง Organic Thailand ในที่สุด
แบ่งปันพื้นที่ปลูกผักฟรี
ทุกวันนี้ “สวนลัชศิตา” ปลูกผักแบบยกแคร่ ซึ่งมีข้อดีก็คือ ช่วยประหยัดพื้นที่ ดูแลรักษาง่าย ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ป้องกันโรคและแมลงได้ดีขึ้น ที่นี่ปลูกผักนานาชนิด ทั้งผักสลัด แรดิช ผักพื้นบ้านเช่น ผักปวยเล้ง คะน้า ต้นหอม ผักกระสัง ฯลฯ ปวยเล้ง เป็นหนึ่งในสินค้าขายดี เพราะที่พิษณุโลก ไม่ค่อยปลูกผักชนิดนี้กันสักเท่าไหร่ เพราะปวยเล้ง ขึ้นชื่อว่า เพาะเมล็ดยาก จึงขายได้ราคาดี

คุณนิตั้งใจเปลี่ยนชุมชนรอบๆ “สวนลัชศิตา” ให้เป็น “ชุมชนปลอดสาร”ไปด้วยกัน จึงแบ่งปันพื้นที่ในสวนแห่งนี้ ให้ญาติพี่น้องและบ้านใกล้เรือนเคียงเข้ามาปลูกผักฟรี โดยจัดหาเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ให้สมาชิกใช้เพาะปลูกฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย สมาชิกสามารถปลูกผักได้ตามความชอบและความถนัดของตัวเอง
“ เราอยากทำให้คนในชุมชนกินผักที่ปลอดภัย จึงทำโครงการแบ่งปันกันปลูก บนเนื้อที่ 1 ไร่ ให้ ชาวบ้านในชุมชนที่มีพื้นที่น้อยหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงกับการปนเปื้อนสารเคมี ได้เข้ามาปลูกผักปลอดสารพิษแบบฟรีๆ ชาวบ้านก็ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟบ้างเป็นการตอบแทน ที่ช่วยดูแลให้พวกเขาได้ทานผักที่สะอาดปลอดภัย ส่วนที่เหลือจากการบริโภค เราก็รับซื้อไปขายต่อ ช่วยให้สมาชิกมีรายได้อีกทางหนึ่ง ” คุณนิกล่าว


ต่อยอดสู่สมาร์ทฟาร์ม
ล่าสุด วิสาหกิจกิจชุมชนดองได้ดองดี ที่คุณนิ เป็นประธานกลุ่มฯ รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตร คือ วิสาหกิจชุมชนเกษตรสำราญบ้านคลองคู ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัดสร้างโรงเรือนเพาะปลูกพืชอัจฉริยะ ที่มีระบบให้ปุ๋ยให้น้ำ อำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกพืชในอนาคต ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก ยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพสูงขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีขึ้นในอนาคต
