พืชทำเงิน
คุณอรัญญา บุญมีมาพาสุข โบรกเกอร์สาวคนเก่ง ได้ควบจากสาวออฟฟิศหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง ชนิดที่ว่าต้องไม่มีตกเทรนด์ ต้องไม่ลำบาก ให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่ได้เรียนทางสายเกษตรแต่ก็สามารถประสบผลสำเร็จได้เช่นกัน โดยคุณอรัญญาได้ทดลองปลูกเมล่อน และเมื่อได้ผลผลิตมาแล้วสามารถขายจนเป็นสินค้าที่ติดตลาด คุณอรัญญา เล่าว่า เมื่อมีโอกาสจึงได้นึกถึงการปลูกพืชแบบแนวใหม่ เพื่อให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าภายในสวน ได้เห็นว่าการทำเกษตรไม่ได้ยากเหมือนเช่นสมัยก่อน และการเลือกปลูกเมล่อนญี่ปุ่นเป็นเพราะตลาดมีความต้องการ คุณอรัญญาจึงได้ศึกษาการปลูกอย่างเป็นจริงจัง และนำมาปฏิบัติจริงภายในสวน เมื่อต้องการขยายพื้นที่ จากนั้นจึงมาลงทุนทำโรงเรือนและสร้างเป็นสินค้าที่ขายดีในเวลานี้ “ช่วงที่ศึกษาได้ความรู้ว่าเมล่อนญี่ปุ่น ไม่่ว่าจะผ่านไปกี่ปียังขายได้ เพราะว่ารสชาติดี การขายก็ง่ายเน้นขายออนไลน์กัน เพราะเมล่อนสามารถขายตลาดออนไลน์ได้ดี เน้นการขายด้วยการวาดลวดลาย เพื่อที่จะทำให้มีความน่าสนใจ และลูกค้าสามารถสั่งทำเพื่อมอบเป็นสินค้า มอบให้กันในช่วงวันพิเศษต่างๆ ได้” คุ
การเร่งฟื้นฟูการปลูกและผลิตส้มโอขาวแตงกวาคุณภาพเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะการผลิตส้มโอขาวแตงกวาจีไอ หรือ GI (Geographical Individual) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ที่มีดิน ลม น้ำ หรืออากาศ มาเกี่ยวข้องกับการปลูกและผลิตให้ได้คุณภาพ ไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญให้คงอยู่คู่กับจังหวัดชัยนาทไปยาวนาน คุณลุงธงชัย พลับจีน เกษตรกรผู้ปลูกส้มโอขาวแตงกวา เล่าให้ฟังว่า มุ่งมาทำการเกษตรผสมผสาน ปี 2540 ได้ปลูกส้มโอขาวแตงกวา แต่ต้องประสบกับภัยศัตรูพืช และภัยธรรมชาติทำให้เกิดความเสียหาย ในปี 2541 ได้ปลูกส้มโอขาวแตงกวาขึ้นมาใหม่ และซ่อมแซมในพื้นที่เดิม ได้มีการปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา กระทั่งต้นส้มโอเจริญเติบโตดี เนื่องจากสภาพดินค่อนข้างแข็ง จึงได้ขุดหลุมปลูกกว้าง ยาว และลึก ด้านละ 1 หน้าจอบ ตากแดดทิ้งไว้ 7 วัน จากนั้นนำปุ๋ยคอกแห้งคลุกเคล้ากับดินบนใส่รองก้นหลุม นำต้นพันธุ์ลงปลูกเกลี่ยดินกลบรดน้ำให้พอชุ่ม จัดระยะปลูกระหว่างต้นและแถว 4×4 เมตร การดูแลบำรุงรักษา ต้นส้มโอที่ยังไม่ให้ผลผลิต ได้หว่านปุ๋ยคอกรอบทรงพุ่ม 2-3 ครั้งต่อปี เมื่อต้นส้มโออายุ 4 ปีข
หากใครมีสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ “แก่นตะวัน” ก็ถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้ดีขึ้น เพราะแก่นตะวัน มีอินูลินสูงช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โคลิฟอร์ม และ อี.โคไล ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคือ บิฟิโดแบคทีเรีย และแล็กโตบาซิลลัส ให้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น หากอยากลดความอ้วน “แก่นตะวัน” เป็นหนึ่งในตัวช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี เคยมีการทดลองให้หนูกินอาหารผสมอินูลินนาน 3 สัปดาห์ พบว่า น้ำหนักตัวของหนูลดลงจากเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว หากคนกินแก่นตะวันซึ่งมีอินูลินสูงเข้าไป จะช่วยลดน้ำหนักตัวได้ เพราะร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยสารเส้นใยอินูลินได้ เมื่อสารดังกล่าวตกค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารหลายชั่วโมง จะทำให้ไม่รู้สึกหิวและกินอาหารได้น้อยลง หากกินแก่นตะวันเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้ เพราะมีแคลอรีต่ำและไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด ผลการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่กินแก่นตะวันเป็นประจำ มีโอกาสเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว รู้จัก
“มันแกว” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม มานานกว่า 40 ปี สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรชาวจังหวัดมหาสารคาม มากกว่าปีละ 30 ล้านบาท โดยแหล่งปลูกสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง ทั้งนี้ มันแกวบรบือได้รับการยกย่องว่าเป็นมันแกวคุณภาพดีที่สุดพันธุ์หนึ่งของเมืองไทย เนื่องจากมีรสชาติอร่อย หวานกรอบ เพราะปลูกในพื้นที่ดินร่วนปนทราย มันแกวหัวสดที่ปลูกในจังหวัดมหาสารคามมี รสชาติหวานกรอบกว่าแหล่งอื่นแล้ว เปลือกมันแกวยังมีสีขาวนวลเด่นสะดุดตาผู้ซื้ออีกต่างหาก ที่ผ่านมา สำนักงานเกษตรอำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันสนับสนุนให้เกษตรกรร่วมปลูกมันแกว เพื่อคงเอกลักษณ์พืชเศรษฐกิจประจำท้องถิ่นไว้อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรชาวมหาสารคามสนใจเข้าร่วมโครงการปลูกมันแกวกว่า 2,000 ไร่ โดยปีหนึ่งสามารถปลูกมันแกวได้ 3 รุ่นต่อปี รุ่นแรก ปลูกช่วงต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 10 ตัน รุ่น 2 ปลูกช่วงปลายฤดูฝน ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม จะได้ผลผลิต 5-6 ตันต่อไร่ และรุ่น 3 ปลูกช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะได้ผลผลิตเฉลี่ยไ
ชมพู่ เป็นไม้ผลที่โตเร็วปลูกประมาณ 1 ปีกว่าๆ สามารถเก็บผลผลิตได้ ซึ่งสายพันธุ์ที่คุ้นเคยในอดีตมีพันธุ์แก้มแหม่ม ผลสีชมพู ต่อมามีสายพันธุ์แขกดํา ผิวผลสีนากออกดํา สายพันธุ์ชมพู่เพชรบุรี ผลสีเขียวอ่อน สุกแก่มีริ้วสีชมพู ชมพู่รุ่นใหม่มีทูลเกล้า ผลสีเขียว ฯลฯ ชมพู่ตั้งแต่ออกดอกจนเก็บผลกินได้ใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่ราวปลายปีชมพู่จะผลิดอกออกมา จากนั้นดอกจะพัฒนาเป็นผล เมื่อผลพัฒนา มีรูปทรง ให้ใช้ถุงพลาสติกห่อ ควรเด็ดผลที่ไม่สวยทิ้งบ้าง เหลือไว้ 2-3 ผลต่อ 1 ถุงที่ห่อ โดยผลที่เหมาะสมต่อการห่อ มีลักษณะคล้ายหมวกจีน หลังห่อไม่เกิน 25 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ โดยทั่วไปการปลูกรอบบ้านการห่อผลจะช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ได้ระดับหนึ่ง อาจเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม แมลงวันผลไม้นั้นระบาดมากช่วงที่มีผลไม้มาก อย่างฤดูมะม่วง ยังพอไหวสําหรับชมพู่ เพราะเริ่มมีดอกปลายปี การระบาดของแมลงวันผลไม้ยังไม่มาก ทรงต้นของชมพู่มีผลต่อการห่อเช่นกัน ถ้าปลูกไว้ใกล้บ้านควรตัดแต่ง อย่าเสียดาย! ควรตัดยอดออกบ้าง หากต้องการห่อ หากไม่ตัดจะสูงเท่าหลังคาบ้าน หากต้องการดูแลแบบเข้มข้น เมื่อชมพู่ติดผลควรห่อให้หมด หากปล่อยที่เหลือไว้จะ
คุณเรณู เฉกแสงทอง หรือ เจ๊เรณู-แห้วพันล้าน ได้ปรับเปลี่ยนวิถีจากการทำนาปลูกข้าวสู่การทำนาแห้ว พร้อมทั้งแตกไลน์สินค้าของหวานเชื่อม วัตถุดิบน้ำแข็งไสไอศกรีม ประสบการณ์กว่า 26 ปีที่ค้าขาย การันตีคุณภาพสินค้า ดี อร่อย ไม่แพง สวรรค์คนรักของหวาน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000,000 บาทต่อเดือน ก่อนที่จะมาเป็นแห้วเรณูแห้วพันล้าน เจ๊เรณูทำอาชีพอะไรมาก่อน เจ๊เรณู เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพทำนาแห้ว เป็นเกษตรกรทำนามาก่อน แต่ด้วยราคาข้าวตกลงจากเดิม จึงหันมาทำนาแห้วเสริม ปรากฏว่านาแห้วสามารถทำกำไรได้ดีกว่านาข้าว จึงตัดสินใจปลูกแห้วเพิ่มขึ้น เริ่มต้นปลูกเพียง 10 ไร่ จนถึงปัจจุบันนี้ มีพื้นที่ปลูกแห้วมากกว่า 100 ไร่ ซึ่งเคล็ดลับสำคัญของการทำนาแห้วคือแหล่งปลูก เพราะการทำนาแห้วนั้นทำได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น อย่างที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ไม่ใช่ว่าจะทำนาแห้วได้ทั้งจังหวัด มีเพียงอำเภอศรีประจันต์ และเฉพาะบางหมู่บ้าน ของบางตำบลเท่านั้น ดังนั้น นาที่นี่จึงนับเป็นแห่งเดียวและหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่สามารถผลิตแห้วคุณภาพดีที่สุดในประเทศ สำหรับสายพันธุ์แห้วของทางร้าน คือสายพันธุ์จากจีนกับสายพันธุ์ไทย จนได้แ
คุณยุทธนา คามบุตร หรือ คุณเบิร์ด ต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ในการจัดการดูแลสวนผสมผสาน พร้อมกับการวางแผนจัดการแปลงปลูกอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะระบบน้ำที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำเกษตร ส่งผลในแง่ของปริมาณและคุณภาพของผลผลิตได้ตามความต้องการ และได้สวนสวยตามที่ฝันไว้อีกด้วย คุณเบิร์ด เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรเป็นหลัก ตนเองเคยทำงานประจำในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรมาก่อน ปัจจุบันลาออกจากงานมาทำสวนเป็นของตนเองได้เป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ด้วยเหตุผลที่เหมือนกับหลายๆ คนคือต้องการกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัว ประกอบกับการที่ได้ทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการเกษตรทำให้มองเห็นโอกาสหลายๆ อย่าง และที่บ้านก็ประกอบอาชีพเกษตรมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เริ่มต้นที่สมัยรุ่นคุณปู่เป็นผู้บุกเบิกพื้นที่ทำสวนมะม่วง สวนกระท้อน พอมาถึงรุ่นคุณพ่อเปลี่ยนมาปลูกพืชไร่ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด จนมาถึงรุ่นตนเองกลับมาสานต่อการปลูกพืชไร่จากคุณพ่อ พร้อมกับการขยายพื้นที่ปลูกไม้ผล ได้แก่ ฝรั่งกิมจู ฝรั่งหงเป่าสือ และพุทราน้ำอ้อย โดยปัจจุบันที่บ้านมีพื้นที่ทำ
กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ ด้วยบัญชี ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน “การตลาดนำการผลิต” กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดกลไกการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อจำหน่ายผลผลิตออกสู่ตลาด สร้างเสริมให้เกษตรกรไทยพร้อมก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉ
เชื่อว่าในหมู่นักฟังเพลงแนวเพลงทางเลือกใหม่คงไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้นี้ เฮง-บุรินทร์ทร แซ่ล้อ CEO บริษัท เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ CONCERT MARKETING รายใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย หรือที่รู้จักกันในฉายา “เฮง โคตรอินดี้” หากถามในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจ CONCERT MARKETING สดใสมาตลอด จนมาถึงวันหนึ่งวันที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 และธุรกิจของเขาก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้แบบเต็มๆ จึงเป็นที่มาของการผันตัวมาเป็นชาวนา ปั้นแบรนด์ “แม่แต๋ว” ข้าวอินทรีย์รักษ์โลก กินแล้วสบายใจ เดินหน้าผลิตข้าว กข 43 ดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่อบยาฆ่ามอด ไม่ใช้สารเคมีในการปลูก ไม่เผาฟางข้าวให้ทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยจุดมุ่งหมายที่ “อยากเห็นคนไทยสุขภาพดี” คุณเฮง เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO บริษัท เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ควบคู่กับบทบาทวิถีชีวิตการเป็นชาวนาถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้มาจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะในตอนนั้นไม่สามารถจัดงานเทศกาลดนตรีได้ จึงต้องมองหาอาชีพอื่นเข้ามาทดแทน และเป็นช่วงระยะเวลาที่ยากลำบากพอสมควร แต่ผ่านมาได้เพราะอาชีพดั้งเดิมของที่บ้านคือการทำนาของแม่ “ตอนโควิดสายงานที่เ
“แผ่นผนังปลูกต้นไม้แนวตั้งจากขยะ ในงานภูมิทัศน์” Vertical planting wall panel from landscaping waste ผลงานของ อาจารย์ดนุพล มากผ่อง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระยุทธ นาคทิพย์ นักวิจัยและอาจารย์ สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตอบโจทย์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ขับเคลื่อน BCG Model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นำขยะกลับไปใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ และยังได้รับรางวัล Special Prize ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรณ์รวี เอี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานมหกรรมวิจัยและนวัตกรรม มทร.ธัญบุรี เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน (RMUTT Research and Innovation Fair for Sustainable Change2023) ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี การประกวดผลงานวิจัยนวัตกรรม (The 12th Innovation Awards 2023) และการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับอุดมศึกษา มทร.ธัญบุรี (The 11th RMUTT Young Talent Innovators Awards 2023) อาจารย์ดนุพล เล่าว่า งานวิจัยนี้เพื่อต้องการลดปริ
