พืชทำเงิน
ฮั่นแน่! เข้าสู่ฤดูหนาวมีลมพัดเย็นๆ แบบนี้หลายคนคงกำลังมองหาที่เที่ยวสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ฉบับนี้มีคำตอบ เพราะครั้งนี้ผู้เขียนมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งมาแนะนำ ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยนะ และที่นั่นก็คือ “ปิ่นฟ้าฟาร์ม” ตั้งอยู่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นี่เอง ซึ่งสำหรับท่านที่สนใจอยากจะมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่นี่การเดินทางง่ายนิดเดียว ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงได้เปลี่ยนบรรยากาศจากตึกสูง สู่วิวธรรมชาติโอบล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี รู้แบบนี้แล้วไม่ควรรอช้าตามมาดูกันเลยว่า ปิ่นฟ้าฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรประจำจังหวัดปทุมธานี มีกิจกรรมอะไรสนุกๆ ให้พวกเราได้ทำกันบ้าง คุณนพดล ลัดดาแย้ม หรือ คุณตุ้ย เจ้าของปิ่นฟ้าฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 8/5 หมู่ที่ 3 ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ลูกหลานเกษตรกร สู่นักพัฒนาต่อยอดผืนดินมรดกของบรรพบุรุษเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ศึกษานอกห้องเรียนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สร้างจินตนาการ ที่สำคัญเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน และสร้างร
“ผมมีอาชีพทำนามานาน วันหนึ่งมีความสนใจที่อยากทำสวนผลไม้ จึงตัดสินใจปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ โดยการแบ่งผืนนา จำนวน 7 ไร่ มาทำสวนชมพู่ทับทิมจันท์ 3 ไร่ จนถึงทุกวันนี้ผมมีรายได้ต่อปีราว 3 แสนบาท จากการทำสวนชมพู่ 3 ไร่ และปลูกต้นชมพู่ เพียง 150 ต้น เท่านั้น ทำกันเพียง 2 คน กับภรรยาเป็นหลัก งานก็ไม่ตากแดดมากเหมือนทำนา รายได้ก็ดีกว่าการทำนา ส่งลูกเรียนสบาย” “แม้ราคาชมพู่ทับทิมจันท์จะไม่สูงมากเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ราคาจากสวนจะเหลือแค่เพียงกิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรก็พออยู่ได้ เนื่องจากชมพู่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถบังคับให้ออกดอก ติดผลได้ทั้งในและนอกฤดูตลอดทั้งปี แต่คนทำสวนชมพู่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องไม่ขี้เกียจ ต้องมีความขยัน ช่างสังเกต ทำผลผลิตให้มีคุณภาพและเรียนรู้อยู่ตลอด” สองข้อความข้างต้น เป็นคำพูดของ คุณสำเริง เจริญวงษ์ บ้านเลขที่ 2/4 หมู่ 5 ต.ถอนสมอ อ.ถอนสมอ ต.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี โทร. 089-981-8543 ที่ปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ มานานกว่า 9 ปี มีเรื่องราวดีๆ จากประสบการณ์ในการทำสวนชมพู่แนะนำให้กับหลายๆ ท่านที่กำลังสนใจในการทำสวนชมพู่ว่าทำน้อยแต่ได้มาก ว่าต้องมีการจัดการสวนอย่างไร
การสื่อสารด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันล้ำสมัยจนคาดไม่ถึง เมื่อ 40 ปีก่อนถ้าใครพูดว่าอีกหน่อยเราจะมีโทรศัพท์มือถือติดตัวกันทุกคน และเมื่อโทร.แล้วสามารถเห็นหน้ากันทั้งสองฝ่าย เหมือนคุยกันต่อหน้า คงจะมีคนหัวเราะเยาะ ในสมัยนั้นโทรศัพท์บ้านก็ไม่ใช่จะมีกันทุกบ้าน การได้โทรศัพท์บ้านเครื่องแรกของผมต้องซื้อเบอร์ราคาแพงจากคนอื่น ไม่ใช่จากองค์การโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ในช่วงที่เริ่มมีโทรศัพท์กันก็ไม่มีใครนึกว่าจะมีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง และมีแอปพลิเคชั่น สามารถดูข่าวสารได้อย่างฉับไว ไม่ต้องง้อสำนักงาน พูดได้ว่าทุกคนที่มีมือถือมีสัญญาณโทรศัพท์ก็สามารถเสนอข่าวได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือความสิ้นหวังของสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์หลายหัวเริ่มเลิกกิจการ ชีวิตตอนเช้าคนไม่ต้องนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ การเรียนรู้ทางการเกษตรก็เช่นกัน เราไม่จำเป็นต้องไปเรียนวิชาเกษตรในมหาวิทยาลัยอีกแล้ว เราสามารถดูได้ทางสื่อออนไลน์หลายรูปแบบ เพียงแต่ขอให้คิดวิเคราะห์ต่อเท่านั้น เพราะในสื่อออนไลน์มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง คุณต่าย หรือ คุณรัตติกาล สุวรรณธาดา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก
เข้าสู่ฤดูหนาว ฤดูแห่งการท่องเที่ยวมาเยือน สำหรับท่านใดที่เบื่อแสงสี อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง นิตยสารเทคโนโลยีฉบับนี้ตอบโจทย์ทุกท่านแน่นอน โดยในฉบับนี้ผู้เขียนมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ภูมิใจนำเสนอมากๆ และอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ทุกท่านก็จะได้พบกับธรรมชาติสีเขียวขึ้นเต็มสองข้างทาง ที่นั่นก็คือ “วังน้ำเขียว” แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก นั่นเอง โดยสถานที่ที่ผู้เขียนภูมิใจนำเสนอก็คือ “สวนแม่หม่อน” ตั้งอยู่ที่ 201 หมู่ที่ 5 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ตัวผู้เขียนเองเคยได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมเยือนสวนมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน ก็ยังจำความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่รู้ลืม จนมาถึงวันนี้ สวนแม่หม่อนได้มีการพัฒนาสำเร็จไปอีกขั้น จากที่เคยเป็นเพียงสวนมัลเบอร์รี่เล็กๆ ตอนนี้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีไฮไลต์เด็ดอยู่ที่แปลงวานิลลา ที่ปลูกสำเร็จเป็นที่แรกๆ ของอำเภอวังน้ำเขียว รับรองได้ว่ามาที่นี้แล้วทุกท่านจะสำลักความสุขกลับไปแน่นอน คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ลาออกจากรา
โปแลนด์ เป็นประเทศการเกษตรโดยแท้ เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ในสหภาพยุโรป ผลผลิตสำคัญล้วนคืออาหารหลัก อย่างข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ พืชตระกูลถั่ว ผักผลไม้ และนม ข้าวสาลีเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของโปแลนด์ คิดเป็นประมาณ 20% ของผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมด ส่วนใหญ่ปลูกในภาคกลาง เช่น แคว้นมาซอเวีย แคว้นวีแยลโกโปลสกา แคว้นพาเดอร์เบียน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น แคว้นมาซูเรีย แคว้นวาร์มิน-มาซูเรีย แคว้นลูบุสซุ ปี 2565 โปแลนด์มีผลผลิตข้าวสาลีประมาณ 15.5 ล้านตัน คิดเป็นอันดับที่ 10 ของโลก ส่งออกไปทั่วโลก ประเทศผู้ซื้อที่สำคัญ เช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ อิตาลี แล้วก็อียิปต์ นอกจากนี้ โปแลนด์ผลิตข้าวโพดมีสัดส่วนประมาณ 15% ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนใหญ่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันตกเฉียงใต้ แล้วยังมีข้าวบาร์เลย์ประมาณ 10% พืชตระกูลถั่วประมาณ 5% ผักผลไม้ 10% และผลิตภัณฑ์นมประมาณ 15% ปี 2565 โปแลนด์ส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าประมาณสี่หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหนึ่งล้านห้าแสนล้านบาท เรียกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณพัฒนาประเทศเราในแต่ละปี ประเทศผู้ซื้อที่สำคัญคือ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์
“กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มะเขือเทศตำบลพานพร้าว” ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มภายใต้การขับเคลื่อนโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มดำเนินการโครงการ ปี 2564-2566 ซึ่งหลังจากการเข้าร่วมโครงการเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มะเขือเทศตำบลพานพร้าว ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศโรงงาน 83 ไร่ มีสมาชิกเกษตรกร 35 ราย โดยมี คุณฉัตรชัย วงค์แก่น เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งจากการที่เกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ภายใต้การดำเนินโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ พบว่า เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการผลิตมะเขือเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชน มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตและมีการกำหนดราคาที่แน่นอนภายใต้ระบบการเกษตรแบบพันธสัญญา ทั้งนี้ จากการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมากลุ่มแปลงใหญ่ได้มีการพัฒนาคุณภาพในด้านที่สำคัญคือ ด้านการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิต เกษตรกรใช้พันธุ์
เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่ามะนาวแป้นบ้านแพ้ว คือมะนาวคุณภาพดีที่สุดที่ทำเมนูอะไรก็อร่อย คุ้มค่าในการเลือกซื้อ เพราะเปลือกบาง ให้น้ำเยอะ และมีกลิ่นหอมมากกว่ามะนาวอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงไม่ขอพลาดในการนำเสนอเกษตรกรมืออาชีพ ที่รับช่วงต่อจากรุ่นสู่รุ่น ปลูกมะนาวแป้นบ้านแพ้วจนชำนาญระดับ DNA นั่นก็คือ เจ๊วี-คุณเทวี จิวสุวรรณ เจ้าของร้าน วี มะนาว แห่งตลาดสี่มุมเมือง ที่ขายมะนาวได้สูงสุดวันละ 20 ตัน โกยรายได้เหนาะๆ 6 ล้านต่อเดือน สำหรับร้านเจ๊วีจะขายเฉพาะมะนาวแป้นบ้านแพ้วเท่านั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสายพันธุ์อื่นมาปะปน ที่สำคัญทางร้านจะคัดเลือกมะนาวแป้นจากลูกสวนที่มีการควบคุมคุณภาพ คัดมะนาวแป้นที่ได้มาตรฐานคือ ผิวสวย ขนาดผลใหญ่ ขายราคาไม่แพง จึงทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อกับร้านเจ๊วีต้องกลับมาซื้อซ้ำจนเป็นลูกค้าประจำ ทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของเจ๊วีในวันนั้นเติบโตประสบความสำเร็จมาได้จนถึงปัจจุบัน เจ๊วี เล่าว่า พื้นเพเดิมของที่บ้านเป็นชาวสวนปลูกมะนาวแป้นและองุ่นอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งมีคนมาชวนให้ลองไปเปิดแผงขาย ตอนนั้นเองที่เป็นจุดเปลี่ยน “ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตลาดสี่มุมเมือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salacia chinensis L. ชื่อวงศ์ CELASTRACEAE ชื่ออื่นๆ ตาไก้ (พิษณุโลก) ตะลุ่มนก (ราชบุรี) ขอบกระด้ง พรองนก (อ่างทอง) กระดุมนก (ประจวบคีรีขันธ์) น้ำนอง มะต่อมไก่ (ภาคเหนือ) หลุมนก (ภาคใต้) ขาวไก่ ตาไก่ ตากวาง เครือตากวาง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อย่าเพิ่งถามนะว่า “กำแพงเจ็ดชั้น” เป็นแบบซ้อนสูงๆ 7 ชั้น หรือขวางซ้อน 7 แถวเป็นเขาวงกตเพราะคำตอบมีให้เห็นชนิดของจริงตัดขวางเป็น “เนื้อวงปี” แน่นอนคำตอบ ฉันก็วิสัชชนาปริศนาธรรมที่ไม่เหมือนคำตอบ ช่างเถอะ ขอพูดถึง “กำแพง” ก่อน แม้มีกี่ชั้นก็ไม่ต้อง “ร้องข้ามกำแพง” แต่มีบทเพลงที่ขับร้องเสมือน “กล่าวหากำแพง” ว่าเป็นอุปสรรคขวางกั้น เช่น เพลงกำแพงประเพณี ร้องโดย อาณัติ พุทธมาศ ตอนหนึ่งว่า “เพราะความรักเราสองต้องมามี ม่านประเพณีเป็นกำแพงขวางกั้นอุรา” สำหรับเพลงกำแพงเงิน ไมค์ ภิรมย์พร ขึ้นต้นว่า “เมื่อมิตรภาพตัดขาดด้วยเงิน..ฯ” แต่ เสรี รุ่งสว่าง และ สายัณห์ สัญญา ร้องช่วงหนึ่งว่า “…เพราะศรัทธารักเกิดจากใจปองรักน้องจริงจัง กลับถูกขัดขวางด้วยกำแพงเงิน…แม้กำแพงแห่งไหนสูงไกลขวางกั้นมิเคยไหวหวั่นขอยอมฟันฝ่า แต่กำแพงเงิ
ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ก่อตั้งจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ของจังหวัดระยองเป็นสภาพป่าที่ถูกทำลาย ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรและประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ รายได้ของเกษตรกรลดลงเพราะขาดความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำ ประกอบกับถูกอิทธิพลของนายทุนขยายเขตการเป็นเจ้าของที่ดินเพิ่มขึ้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้พระราชทานพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประมาณ 1,300 ไร่ เพื่อส่งน้ำมายังพื้นที่ และทรงแนะนำให้จัดเป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร มีที่ตั้งศูนย์อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป้าหมายจำนวน 35 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในอำเภอปลวกแดง และนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง รวมถึงพื้นที่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินโครงการ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ ดำเนินงานในลักษณะเป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกิจก
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หากใครมีเวลาว่าง อยากชวนมาเดินเล่นชมธรรมชาติ แวะถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์กลางหุบเขา ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก พร้อมอุดหนุนเกษตรกรชาวสวนให้มีรายได้ พื้นที่แห่งนี้ มีวิวเขาที่สวยงาม และมีสภาพอากาศเหมือนกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเขาค้อ เพราะอยู่ในระดับความสูงเดียวกัน บ้านแยง อำเภอนครไทย ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกแหล่งหนึ่งปลูกทุเรียนผลไม้คุณภาพในโซนภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเริ่มต้นการปลูกตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน และขยายพื้นที่ปลูกอย่างกว้างขวางในช่วง 10 ปีหลัง ครอบคลุม 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยแหล่งปลูกสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอนครไทย อำเภอวังทอง คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย 585 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวอยู่ในโซนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ทุเรียนที่ปลูกในแหล่งนี้ มีรสชาติหวานอร่อยและกลิ่นหอมละมุน ตำบลบ้านแยง เป็น 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอนครไทย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ ซึ่งห่างจากอำเภอนครไทย 29 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลก 69 กิโลเมตร ตำบลบ้า
