พืชทำเงิน
ที่บ้าน คุณวิโรจน์ ทิตา เลขที่ 3/2 หมู่ที่ 7 ตำบลสร้อยทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีอาชีพเกษตรกรรม ด้วยการปลูกข้าวกับพืชอื่น โดยมีเนื้อที่ทำเกษตรจำนวน 20 ไร่ แต่ในระยะหลังราคาผลผลิตเหล่านั้นตกต่ำ ขณะที่ตัวเขากำลังทำงานในโรงงานก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงตัดสินใจลาออกเพื่อมาช่วยงานเกษตรที่บ้าน อีกทั้งยังได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาและลูก 2 คน ความเป็นคนรุ่นใหม่ทำให้คุณวิโรจน์มองว่าการทำเกษตรแบบผสมผสานเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้น จึงเริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พูดคุยกับเพื่อนหลายคนที่มีประสบการณ์ แล้วจึงค่อยๆ ลงมือด้วยการแบ่งพื้นที่ทำเกษตรออกเป็นสัดส่วน อย่างการทำนา ได้ปรับการปลูกข้าวจากปีละ 2 ครั้ง ให้เหลือเพียงครั้งเดียว ภายหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ น้ำที่ถูกปล่อยมาเพื่อใช้สำหรับการเกษตรจะมีน้อยลง ดังนั้น คุณวิโรจน์ปรับที่นาด้วยการปลูกพืชใช้น้ำน้อย อย่างตระกูลถั่วและผักอายุสั้น เพื่อเก็บไปขายตามตลาดชุมชน จากนั้นจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ขายด้วย พอเลิกปลูกผักชนิดต่างๆ ก็ไถกลบเพื่อหมักเป็นปุ๋ยพืชสดไว้รอการปลูกข้าวรอบต่อไป ส่วนพื้นที่ในบริเวณบ้านได้ปลูกพืชผักผลไม้หลายชนิด อย่างไผ่หวาน ไผ่ตงลืมแ
ซากหอยหินดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิลหอยกาบคู่อายุประมาณ 150 ล้านปี ที่ถูกค้นพบเมื่อปี 2537 และฟอสซิลไดโนเสาร์ อยู่ติดถนนหนองบัวลำภู-อุดรธานี ได้ถูกสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี และอุทยานไดโนปาร์ค ได้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก ท่านที่เคารพ ห่างจากพิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี และอุทยานไดโนปาร์ค มีสวนประภาพรอินทผลัม ที่ ผลิตอินทผลัมได้รสหวาน กรอบ อร่อยมากๆ อยู่บ้านเลขที่ 215 หมู่ที่ 8 บ้านหนองบัวเหนือ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โดย คุณประภาพร สุนารัตน์ หรือ คุณจอย วัย 49 ปี เป็นเจ้าของสวน โทรศัพท์ 061-969-9896 ความเป็นมา และแนวคิดในการปลูกอินทผลัม คุณประภาพร ให้ข้อมูลว่า พื้นเพเดิมเป็นคนที่นี่โดยกำเนิด แต่ไปอยู่ประเทศอังกฤษ ประมาณ 25 ปี ระหว่างนี้ก็ไปๆ มาๆ ปีละ 3 รอบ เป็นคนที่สนใจการเกษตร จึงตัดสินใจทำการเกษตรบนพื้นที่ 2 แปลง รวมประมาณ 26 ไร่ 3 งาน โดยได้ปลูกอินทผลัมและทำไร่นาสวนผสมด้วย มีแนวคิดอยากทำการเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาพของตนเองและของผู้บริโภค หรือหากผลิตยังไม่ถึงขั้นอินทรีย์ก็ขอให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เพราะว่าเรายังจำเป็นต้องใช
แหล่งปลูกส้มโอสำคัญของบ้านเรา เดิมทีพบในที่ลุ่มภาคกลาง แต่เพราะการสื่อสารและเทคโนโลยีการเกษตรที่ก้าวหน้าขึ้น จึงมีแหล่งปลูกส้มโอใหม่ๆ ซึ่งก็ทำได้ดี ถึงขั้นส่งออกได้ อย่างส้มโออำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ส้มโออำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก งานเกษตรที่นี่ขึ้นชื่อมากคือ ทำนา และไร่ข้าวโพด ตามด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หากบอกว่า ที่นี่เกษตรกรปลูกส้มโอได้ผลดี แทบจะไม่มีใครเชื่อ งานปลูกส้มโอ ต่างจากทำไร่ข้าวโพด เพราะปลูกเพียงครั้งเดียว เก็บกินยาว 20-30 ปี ระยะแรกๆ ก่อนที่ส้มโอจะให้ผลผลิต เจ้าของที่ดินสามารถปลูกพืชแซม สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว เดิมที่นี่ปลูกส้มโอไม่กี่ราย แต่เพราะขายได้ดีจึงปลูกเพิ่มขึ้น ธรรมชาติยังดี คุณสหเขต ชัยชนะ อยู่บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 3 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการปลูกส้มโอ เขาปลูกพันธุ์ขาวแตงกวาเป็นส่วนใหญ่ พันธุ์ท่าข่อย มีอยู่ราว 20 ต้น ตำบลชมพู อยู่ห่างจากถนนสายอินทร์บุรี-วังทอง พอสมควร ทีมงานไปถึงบ้านคุณสหเขต จากนั้นขับรถต่อไปยังแปลงปลูกส้มโอ อยู่ห่างจากบ้านราว 4 กิโลเมตร ถนนหน
ไผ่เลี้ยง เชื่อว่าเป็นไม้นำเข้า เนื่องจากไม่พบตามธรรมชาติในป่าลึก ไผ่เลี้ยงมีลักษณะลำต้นตรง เนื้อหนา จึงเหมาะสำหรับใช้ทำบันได โป๊ะ หลักไม้สำหรับเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งหน่ออ่อนก็ใช้บริโภค มีรสชาติดี ไผ่เลี้ยง เป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง สีเขียวเข้ม ไม่มีหนาม เนื้อลำหนา เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 3-7 เซนติเมตร สูง 8-12 เมตร หน่อสีเขียวอมเหลือง ไม่มีขนที่กาบใบ ต่างกับไผ่รวกที่มีขนาดใกล้เคียงกัน วิธีขยายพันธุ์ ดีที่สุดคือการแยกเหง้า เริ่มแยกได้เมื่อไผ่มีอายุ 2-3 ปี หากอายุเกิน 3 ปี ต้นที่แยกออกไปจะไม่แข็งแรง คัดเลือกต้นหรือลำที่แข็งแรง ตัดให้สั้นเหลือตอไว้ สูง 50-80 เซนติเมตร บำรุงต่อไปให้ผลิใบ และแตกกิ่งแขนงออกมาใหม่ แล้วใช้เสียมคม และสะอาด ตัดแซะออกชำในถุงเพาะชำ มีแกลบดำ หรือดินขุยไผ่เป็นวัสดุเพาะ ดูแลรักษาให้แข็งแรง เมื่ออายุ 8-12 เดือน นำปลูกลงแปลงได้ แปลงปลูกถ้าเป็นที่นา จำเป็นต้องยกร่องสวน แต่ถ้าหากเป็นที่ดอน ปรับที่แล้วปลูกได้เลย ช่วงปลูกดีที่สุดคือ ต้นฤดูฝน ใช้ระยะปลูก 4×4 เมตร ใน 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น หรือ 100 กอ ระยะ 1-2 ปีแรก ที่ว่างระหว่างต้น และระหว่า
กรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเรื่องของประโยชน์ของกระชาย ซึ่งเป็นตัวชูโรงหนึ่งของสมุนไพรในยุคโควิด-19 ประโยชน์ กระชายมีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมระเหยอ่อนๆ ที่สำคัญยังเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ไปดูประโยชน์และสรรพคุณของกระชายเพิ่มเติมได้ดังนี้ บำรุงผมให้สุขภาพดี ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมแห้งเสียหรือเส้นผมอ่อนแอ กระชายเป็นตัวเลือกที่ดีในการบำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ช่วยแก้ปัญหาผมขาวให้กลับมาดกดำ ทำให้ผมบางกลับกลายเป็นผมหนานุ่มได้อีกครั้ง สามารถจัดการปัญหาผมร่วงและผมหงอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อต้านการอักเสบ กระชายมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมที่ช่วยต้านการอักเสบ การรับประทานกระชายอย่างต่อเนื่อง จะได้รับผลเหมือนกับการรับประทานยาแอสไพริน โดยจะช่วยแก้ปัญหาการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกายได้ดี ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงมากขึ้น เพิ่มพลังให้ร่างกาย กระชายสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังได้ โดยการนำกระชายมาปั่นแล้วดื่ม กระชายมีคุณสมบัติเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย ทำให้รู้สึกมีพลัง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเต็มไปด้วยพลังงาน ใช้รักษาโรคทั่วไป ประโยชน์ของกระชายมีมากมายหลายด้าน ซึ่
เป็นความรู้สึกที่ดีของคนไทย ดูเหมือนว่าพืชเกษตรชนิดเดียวที่ให้ความภาคภูมิใจ ว่าเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง นั่นคือ “พริกไทย” กล่าวกันว่า พริกไทยเป็นพืชสมุนไพรอันดับแรก ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์ และสรรพคุณความเป็นสมุนไพร ยิ่งเราได้รู้จัก ยิ่งรักพริกไทยมากยิ่งขึ้น มากกว่าเก่าที่เราเคยมี และยังเต็มร้อยกับความภาคภูมิใจ ช่วยกันคิดด้วย พืชที่เรารู้จักมักคุ้น ที่มีชื่อต่อท้ายด้วย “ไทย” มีเพียงไม่กี่อย่าง รู้จักเช่น แตงไทย และก็มี พริกไทย พริกไทยที่เรารู้จักกันมาก คงจะเป็นพริกไทยป่น ก็คงเป็นเพราะเรานำมาใช้ปรุงแต่งอาหารกันหลายอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ใช้พริกไทยป่นปรุงแต่งรส นานหลายปีแล้ว ดร.จอห์น ครีสโตเฟอร์ สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า พริกไทยป่น ใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้ถึง 13 อย่าง รักษาโรคกระเพาะ โดยชงน้ำดื่มวันละ 3 ถ้วย ทำให้หายปวดแผลในกระเพาะ ใช้พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ชงน้ำอุ่น 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา รักษาโรคความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ ช่วยแก้ปัญหาการย่อยอาหาร แก้หวัด เจ็บคอ ทำให้ผิวหนังสดใส เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความทรงจำดี สมองดี ใส่ปรุงอาหารวันละ 3 ช้อนชา รักษาริดสีดวงทวาร ช่วยการหมุน
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้กระทรวงสาธารณสุข บรรจุรายชื่อ “ฟ้าทะลายโจร” ไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เนื่องจากมีผลการวิจัยยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญ คือ “แอนโดรกราโฟไลด์” ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 ได้ ทำให้ฟ้าทะลายโจรกลายเป็นสมุนไพรทางเลือกที่ขายดี เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาซื้อขายฟ้าทะลายโจรตากแห้งปรับตัวสูงขึ้น จากเดิม กิโลกรัมละ 600 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 900 บาท หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อต่อไป คาดว่า ราคาฟ้าทะลายโจรตากแห้งมีโอกาสพุ่งทะลุหลักพันบาทได้ในไม่ช้า นอกจากนี้ ราคาซื้อขายเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรจากเดิมที่ซื้อเป็นกิโลกรัม หรือเฉลี่ยเมล็ดละ 20 สตางค์ ก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นเมล็ดละ 60-80 สตางค์ คุณสมชาย ลาวัณย์วิสุทธิ ประธานกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรฟ้ากำแพงแสน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า กระแสความต้องการเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรเพิ่มมากขึ้น จนสินค้าขาดตลาด ทำให้ราคาขายเมล็ดพันธุ์ปรับตัวสูงขึ้นถึงเมล็ดละ 1 บาทแล้ว ส่วนฟ้าทะลายโจรตากแห้งเกรดเอ ที่ส่งขายอุตสาหกรรม
ธุรกิจสมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่เคยสร้างรายได้สะพัดวันละแสน หลังเจอปัญหาวิกฤตทางการเมือง ปี 2554 สินค้าขายไม่ออก ขาดทุนสะสมจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต แต่ “ศุภธิดา ศรีชารัตน์” ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค เธอปรับตัวสู้ชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จนสามารถปลดหนี้เงินล้านได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี ศุภธิดา เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในหมู่บ้านหนองกอง หมู่ที่ 3 อำเภอโดด อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ เธอเห็นพ่อแม่ทำนามาตลอดชีวิตแต่ไม่รวยสักที หลังเรียนจบมัธยมจึงตัดสินใจไปทำธุรกิจค้าขายที่กรุงเทพฯ โดยเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ห้างเซ็นทรัล สาขาบางนา และที่อิมพีเรียล สำโรง ระยะแรกธุรกิจเติบโตดีมาก สร้างรายได้สูงถึงวัน 100,000- 200,000 บาท แต่การใช้ชีวิตในสังคมเมืองหลวงมีภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทั้งค่ากินอยู่ ค่าเช่าที่ ค่าจ้างคนงาน ฯลฯ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลือผลกำไร ต่อมาเกิดวิกฤตทางการเมือง สินค้าขายไม่ดี เกิดหนี้สินก้อนโตกว่าล้านบาท ช่วงปลายปี
พริก ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดทั้งปี ทำให้การปลูกพริกเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าจับตามอง หากใครมีพื้นที่อยู่แล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกพริกสายพันธุ์ใดดี ก็ขอแนะนำให้ลองพิจารณา “พริกประดับ” ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจคุณ เพราะปัจจุบันคนไทยหันมานิยมปลูกต้นไม้ในบ้าน คอนโดฯ อาคารสำนักงานกันมากขึ้น โดยสินค้าขายดีคือ ต้นไม้ที่มีขนาดเล็ก เช่น พริกประดับ ซึ่งขายราคาไม่แพง ปลูกดูแลง่าย ทำให้ยอดขายพริกประดับเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับการแต่งสวนในสไตล์ผักสวนครัว กำลังได้รับความนิยมในวงกว้าง เพราะไม่ได้แค่การแต่งสวนที่สวยงามจากพืช ผักแล้ว ยังได้กินผลผลิตที่ออกมาด้วย ซึ่ง “พริกประดับ” จึงกลายเป็นหนึ่งในสินค้าทางเลือกของคนไทยที่ชื่นชอบการแต่งสวน ต้นพริกประดับ มีลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่มเตี้ย และแน่นเต็มไปด้วยเม็ดพริกและใบ ที่ดูสวยงาม เวลาติดดอกออกผลจะมีหลากหลายสีสันที่จัดจ้านภายในต้นเดียว ทั้งสีเขียว สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีม่วง ดูสวยงามน่ามอง แถมผลพริกก็สามารถนำไปปรุงรสในเมนูอาหารสุดโปรดได้เป็นอย่างดี เกษตรกรจำนวนมากจึงนิยมปลูกต้นพริกป
ผู้เขียนมีโอกาสไปเที่ยวชมสวนส้มกาที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอทองผาภูมิ สวนส้มแห่งนี้ชื่อสวนลุงแกละ เจ้าของคือ “ลุงสมนึก ชูปัญญา” ความจริงลุงสมนึกเป็นอดีตเจ้าของสวนส้มบางมด ที่ยึดอาชีพปลูกส้มมาตั้งรุ่นคุณพ่อ ยาวนานกว่า 40 ปี แต่เจอวิกฤตน้ำเน่าเสียและโรคระบาดทำให้ต้นส้มตาย ลุงสมนึกจึงตัดสินใจมาซื้อที่ดินผืนใหม่ที่อำเภอทองผาภูมิเพื่อทำสวนปลูกผลไม้ตามคำแนะนำของเกษตรอำเภอ เพราะที่นี่ดินดี น้ำดี อากาศดีกว่าแหล่งอื่น สวนลุงแกละ มีเนื้อที่ประมาณ ในเนื้อที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผลไม้ที่เป็นพระเอกของสวนแห่งนี้ ที่ลุงภาคภูมิใจมากก็คือ ส้มกา คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นหูกับพันธุ์ส้มชนิดนี้ ความจริงส้มกาก็คือ ส้มเช้ง เป็นส้มเปลือกหนาอีกสายพันธุ์หนึ่ง ชาวสวนบางรายมักเรียก “ส้มตรา” หรือ “ส้มกา” ความจริงส้มกา มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเมืองจีน เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนตระกูลเดียวกันกับส้มทั่วๆ ไป คนจีนในสมัยก่อนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาหากินอยู่ในเมืองไทยก็ได้นำสายพันธุ์ส้มชนิดนี้เข้ามาปลูกด้วย โดยแหล่งใหญ่ที่ปลูกก็คือ ย่านบางมดนั่นเอง ส้มกา มีผลผลิตปีละหนึ่งครั้ง ส่วนใ
