พืชทำเงิน
ขั้นตอนการผลิตมะนาวฤดูแล้ง ช่วงสะสมอาหาร เป็นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ทางดินสะสมอาหารและสร้างตาดอกด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 8-24-24 ทางใบ “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. 081-886-7398 จะฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบและดูแลใบมะนาว ช่วงการสะสมเป็นช่วงฤดูฝน หัวใจสำคัญคือ การควบคุมมิให้มะนาวแตกใบอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากสุดของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว ถ้าทำให้ใบนิ่งได้อย่างน้อย 2 เดือน ดังนั้น ในช่วงสะสมอาหารควรใส่ปุ๋ยทางดิน สูตร 8-24-24 ทางใบให้ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมน ปุ๋ยเหลว ที่มีตัวกลางและตัวท้ายสูง เช่น 5-20-25 หากฝนชุกมากควรฉีดด้วยปุ๋ยเกล็ด 0-52-34 หรือบางครั้งอาจใช้สารแพคโคลบิวทราโซล ฉีดพ่นทางใบ อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร จะช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดใบอ่อนได้ หลักสำคัญของการทำมะนาวนอกฤดู ทางสวนให้ความสำคัญเรื่องความสมบูรณ์อย่างเต็มที่ การควบคุมไม่ให้ใบเป็นแคงเกอร์ ถ้าสะสมมาเต็มที่การออกดอกจะง่ายขึ้น ทางสวนไม่เน้นวิธีการอดน้ำเนื่องจากมีฝนตกชุกมาก ฝนไม่ขาดช่วง จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนบางชนิดบังคับแทน รักษาผิวมะนาวให้สวย ต้องระวัง “เพลี้ยไฟ” กับ “ไรสนิม” โดยเฉพาะหมดฝนต้องฉีดยาป้องกันไรสนิมเลย อย่างน้อย
หากเอ่ยถึงระนอง หลายคนอาจนึกถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งเกาะกลางทะเล บ่อน้ำพุร้อน และอ่าวต่างๆ มากมาย แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าที่นี่คือแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก และเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอกระบุรีที่รายล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีกระแสน้ำพุร้อนไหลผ่าน พร้อมด้วยภูเขาสูงทางทิศตะวันออกที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้า ที่คอกาแฟต่างติดใจในรสชาติเข้มข้น หอมกลมกล่อม สุดพิเศษ เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟระดับโลกและแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งของคนไทย ร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจังหวัดระนอง ยกระดับเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมจากท้องถิ่นระนองสู่คอลเล็กชั่นกาแฟระดับโลกกับ “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด กาแฟผงสำเร็จรูปผสมกาแฟคั่วบดละเอียดที่สร้างสรรค์ขึ้นจากเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 100% จากศูนย์รับซื้อเมล็ดกาแฟกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดระนองกว่า 500 ราย ที่ผ่านการอบรมและติดตามโดยนักวิชาการเกษตรของเนสกาแฟ เพื่อพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟตั้งแต่การปลูก จนถึงการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว
เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลกระทบตามมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวทำสวน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ ทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำอาชีพไปเรื่อยๆ คุณนิตยา ศรีสุรางค์ เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาปลูกแตงโมขาย เริ่มแรกเกิดจากการชักชวนจากกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน แต่ก็ยังไม่ได้คิดที่จะทำก่อน เนื่องจากว่าพื้นที่ในการปลูกยังหาไม่ได้ สุดท้ายความตั้งใจที่อยากจะปลูกแตงโมขายก็เกิดขึ้นจากการเช่าพื้นที่ 8 ไร่ ของเกษตรกรที่รู้จักกัน ถือเปิดช่องทางในการหารายได้เสริม ทั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พึ่งพาอาศัยต่อกันมาโดยตลอด และถ้าถามถึงเหตุผลที่ตั้งใจอยากจะปลูกแตงโม ก็เพราะว่าแตงโมเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ตลาดยังคงต้องการ ถึงแม้ราคาของแตงโมนั้นอาจจะมีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะขายไม่ได้ นอกจากนี้ พืชผลอย่างแตงโมก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับเกษรตรกรอีกด้วย ทำให้เกษตรกรมีใจรักในการทำอาชีพนี้ “ในช่วงแรกที่จะมีการปลูกต้องบอกก่อนว่
ปัจจุบัน ลิ้นจี่ ในประเทศไทยเริ่มลดปริมาณลง เนื่องจากหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราคาและคุณภาพ ที่ทำให้ผู้ผลิตเริ่มถอดใจ และผู้บริโภคต้องการในเรื่องของคุณภาพที่ไม่เกี่ยงเรื่องราคา จุดนี้เองทำให้ภาครัฐเข้ามาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้เจอกัน จึงเป็นที่มาของการผลิตลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดพะเยา ที่พัฒนาการมาโดยลำดับ และขณะนี้มาถึงการทำลิ้นจี่คุณภาพแนวใหม่ คือ ลิ้นจี่กางมุ้ง คุณยอดชัย มะโนใจ อดีตกำนัน ปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มอนุรักษ์ลิ้นจี่ห้วยป่ากล้วย ตำบลเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ได้เล่าความเป็นมาของลิ้นจี่พะเยาว่า ในปี 2512 ขณะนั้นอำเภอแม่ใจยังเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ทางนายอำเภอขณะนั้นเห็นว่าพื้นที่ของอำเภอแม่ใจควรจะมีการปลูกลิ้นจี่ จึงให้นำต้นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย จากจังหวัดเชียงรายมาปลูกที่โรงเรียนบ้านป่าข่า ตำบลศรีถ้อย จำนวน 12 ต้น เมื่อปลูกไปแล้วปรากฏว่าตายไป 1 ต้น จึงเหลือ 11 ต้น และเจริญรอกงามมาเป็นลำดับ ให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ จึงมีการขยายไปปลูกที่อื่นๆ ในเขตอำเภอแม่ใจและใกล้เคียง โดยเฉพาะที่อำเภอแม่ใจ มีความเหมาะสมหลายประการ ทั้งเรื่องน้ำ อากาศ และดิน ถึงปัจจุบันหล
หลายคนนิยมให้ลูกหลานบริโภค “ส้ม” เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในปี 2560กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจผักผลไม้ในท้องตลาดค้าส่งทั่วประเทศไทย พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า “ส้ม” เป็นผลไม้ที่ค้นพบสารพิษตกค้างมากถึง 9 ชนิด รองลงมาคือ แก้วมังกร ชมพู่ และลำไย ชนิดสารเคมีตกค้างในผลไม้สดสูง คือ carbendazim ร้อยละ 34 และไซเปอร์เมทริน (Cypermethrin) ร้อยละ 23 ซึ่งเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดแมลง ผู้บริโภคที่ได้รับสารเคมีตกค้างชนิดนี้จะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงงหากได้รับในปริมาณมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อกระตุกและชักได้ ส้มอินทรีย์ สำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ หากไม่อยากเสี่ยงกับการบริโภคส้มที่มีสารเคมีตกค้าง ขอแนะนำให้เลือกซื้อส้มอินทรีย์ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองสามวัง (ปิ่นโตเกษตรอินทรีย์) ภายใต้การนำ ของ “นายกิตติวัฒน์-นางกัลย์ทิพา วสุรัฐเดชาพงศ์” ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 48/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี 12170 โทร. 093-324-2799 หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับชื่อ “นายกิตติวัฒน์ วสุรัฐเดชาพงศ์” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุ
คุณสมโชค ณ นคร เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า จากวิสัยทัศน์ที่ว่า นครศรีธรรมราชเป็น “นครแห่งอารยธรรม น่าอยู่ น่าเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรมยั่งยืน” ซึ่งจังหวัดแห่งนี้ถือว่ามีพื้นที่การทำเกษตรมากอีกพื้นที่หนึ่ง จึงได้มุ่งเน้นและสร้างแบบแผนให้เกษตรกรสร้างสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานตรงความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งมีการนำวิทยาการและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อให้เกษตรกรมีการพัฒนาสู่การเป็น smart famer เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร สามารถสร้างฟาร์มสู่การเป็นฟาร์มที่มีมาตรฐาน และมีแผนการผลิตที่ชัดเจน ผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี “พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของนครศรีธรรมราช ก็จะมี ข้าว ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ยางพารา โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุด รองลงมาคือ ปาล์มน้ำมัน และข้าว ส่วนในเรื่องของไม้ผล อย่าง มังคุด และทุเรียน ถือว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในอนาคตไม้ผลอย่างทุเรียน มังคุด เมื่อมีการพัฒนาและสร้างมาตรฐานอยู่เสมอๆ ก็จะช่วยส่งผลให้ในเรื่องของราคาในอนาคตดีขึ้น และเกษ
เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงหลายปีมานี้ราคายางพาราตกต่ำมาโดยตลอด ขณะที่รัฐบาลเองก็มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกยางพารา และหันมาส่งเสริมการแปรรูปให้มากขึ้น รวมทั้งให้นำมาเป็นส่วนผสมของถนนและวัสดุอปุกรณ์ต่างๆ ย่อยสลายได้ ลดโลกร้อน ด้วยเหตุนี้เอง ผลิตภัณฑ์ “ถุงเพาะชำจากยางพารา” ย่อยสลายได้ ของ คุณณัฐวี บัวแก้ว อายุ 24 ปี เจ้าของแบรนด์ Greensery จึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีส่วนช่วยลดโลกร้อนด้วย และก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์ของเขาก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดแข่งขันแผนธุรกิจ โครงการ Bangchak YY contest กระทั่งได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปนำเสนอผลงาน ในงาน Social Business Forum Asia ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นมากทีเดียว มาฟังกัน หนุ่มรายนี้ซึ่งเรียนจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) คิดค้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้มาได้อย่างไร คุณณัฐวี เกริ่นความเป็นมาของผลิตภัณฑ์นี้ว่า เริ่มจากช่วงก่อนเรียนจบ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม PSU Startup Challenge ที่จัดโดย P-SEDA สถานพัฒนาการเป็น
คุณชัยยศ ตั้งนิยม อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบัน อายุ 47 ปี จบการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สถานภาพ สมรส มีบุตรธิดา 1 คน ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นกับไร่อ้อยมานานกว่า 30 ปี ทำให้เขาได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาทำไร่ ปี 2562 ผลงานดีเด่น “การเริ่มต้นที่ดีถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว” เริ่มด้วยการเตรียมดินให้ดีตั้งแต่เริ่มปลูก โดยใช้กากหม้อกรอง (Filter cake) เป็นปัจจัยที่ทำให้ได้ผลผลิตตอบแทนที่ดี “มีอ้อยไม่มีหญ้า มีหญ้าไม่มีอ้อย” ป้องกันกำจัดวัชพืชอย่างถูกต้องและถูกวิธีตั้งแต่ตอนต้น ช่วยลดการแพร่พันธุ์ของวัชพืช ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประยุกต์เครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ ผาลปรับพื้นที่ให้เรียบ เครื่องปลูกอ้อยแบบหลังแบน กระเช้าบรรทุกอ้อยลดการเกิดดินดาน ดังนี้ 1.1 การปรับพื้นที่ให้เรียบ ดัดแปลงใช้ใบมีดเกรดดินติดท้ายรถไถปรับพื้นที่ให้เรียบลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อควบคุมการให้น้ำแบบผิวดินและร่องคู ช่วยระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง ง่ายต่อการควบคุมวัชพืช พื้นที่แปลงที่เรียบจะสะดวกต่อการเข้าเก็บเกี่ยวโดยการใ
“ชา” เป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งในอันดับต้นๆ ของจังหวัดเชียงราย สวนชาดอยตุง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผลิตชาได้อย่างมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในอันดับต้นๆ ของจังหวัดเช่นกัน เพราะสวนชาดอยตุง มี คุณสุนันต์ทา แซ่บู้ ชายผู้ซึ่งเริ่มต้นปลูกชาจากความไม่รู้ แต่สั่งสมประสบการณ์ด้วยตนเอง จนสามารถรวมกลุ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนชาดอยตุง สหกรณ์สวนชาดอยตุง เพื่อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรชาวเขาในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงไว้ด้วยกัน ทั้งยังสามารถควบคุมการผลิตให้ชาที่ผลิตออกมาจำหน่าย เป็นชาปลอดสารพิษ ตั้งเป้าหลักของการปลูกชาให้เป็นชาอินทรีย์ สวนชาดอยตุง มีแหล่งกำเนิดที่หมู่บ้านปางพระราชทานในเขตโครงการพัฒนาดอยตุง เป็นพื้นที่ป่าเปิดใหม่ จึงสามารถดำเนินการปลูกชาในระบบอินทรีย์ได้ การรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ปลูกชาในพื้นที่ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในปี 2545 มีเพียงไม่กี่ราย จากกลุ่มอิสระ ที่มีผู้นำหมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นผู้รวบรวมผลผลิตชาของสมาชิก ช่วงนั้นกลุ่มมีสมาชิกเพียงไม่กี่ราย โดยกลุ่มได้ดำเนินการเพาะปลูกชาบนพื้นที่เขตป่าสงวนฯ ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช
หนอนชนิดนี้ นอกจากข้าวโพดที่มันชอบมากแล้ว มันยังสามารถเข้าโจมตี พืชได้อีกกว่า 80 ชนิด ได้แก่ ข้าว อ้อย พืชตระกูลผักทั้งหมด ไม้ดอกไม้ประดับ และปักหลักแพร่ระบาดแล้วเกือบทั่วประเทศ ในวงการผู้ปลูกข้าวโพด ณ ขณะนี้ไม่มีเรื่องไหน จะฮ็อตเท่าเรื่อง หนอนกระทู้ระบาดอีกแล้ว และไม่ใช่ว่าเฉพาะเกษตรกรชาวไทย แต่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเกือบครึ่งโลก เพราะหนอนตัวนี้ เดิมทีเป็นหนอนเฉพาะถิ่นทวีปอเมริกา แต่ปัจจุบัน ระบาดลามไปทั่ว เริ่มที่แอฟริกา เข้ามาเอเชีย อินเดีย พม่า ไทย ส่วนทางยุโรปก็มีพบ แต่ไม่มาก เพราะทางยุโรปมีอากาศหนาวและมีเทคโนโลยีการจัดการที่ดี แมลงศัตรูพืชตัวนี้เป็นหนอนผีเสื้อกลางคืน ชื่อหนอนกระทู้ ฟอลล์ อาร์มีวอร์ม (fall armyworm) เรียกย่อๆ ว่า FAW เนื่องจากหนอนตัวนี้เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทย ตอนแรกจึงเรียกทับศัพท์ว่า “หนอนกระทู้ ฟอลล์ อาร์มีวอร์ม” (fall armyworm) ล่าสุดเพิ่งมีการตั้งชื่อสามัญภาษาไทยว่า “หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด” และเหตุที่เรียกว่าอาร์มี หรือที่แปลว่า กองทัพ นั่นก็คือเป็นเพราะว่าช่วงการระบาดหนักของหนอน มันเดินไปเป็นกองทัพ บุกหน้ากระดานมาจำนวนมห
