พืชทำเงิน
จากสภาพดินเค็ม เสื่อมโทรม และขาดความอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุต่ำ การขาดแคลนน้ำต้องอาศัยพึ่งพาเพียงน้ำฝนในการเพาะปลูกปีละครั้ง นับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ เกษตรกรเป็นจำนวนมากจำต้องละทิ้งผืนนาและบ้านเกิดเข้ามาขายแรงงานในเมืองหลวง เนื่องจากรายได้จากการเพาะปลูกพืชผลในผืนดินที่แห้งแล้งและขาดความอุดมสมบูรณ์ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพและครอบครัว ปี 2537 เกษตรกรที่บ้านหนองว้า อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับผลกระทบจากสภาพปัญหาดังกล่าว นาข้าวให้ผลผลิตต่ำ ทำให้มีฐานะยากจน แต่ในวันนี้ แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อเกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการประกอบอาชีพ ด้วยการปลูกถั่วเหลืองหลังการเก็บเกี่ยวข้าว กลายเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ และช่วยพลิกผืนนาให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งนี้ ถั่วเหลือง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง เต้าเจี้ยว เต้าหู้
เฝ้าระวังสวนมะพร้าวในช่วงอากาศชื้น และมีฝนตก กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังด้วงแรดมะพร้าว สามารถพบได้ทั้งในระยะที่ต้นมะพร้าวยังไม่ให้ผลผลิตและให้ผลผลิตแล้ว ให้สังเกตการเข้าทำลายของด้วงแรดมะพร้าว จะพบตัวเต็มวัยบินขึ้นไปกัดเจาะโคนทางใบหรือยอดอ่อนของมะพร้าว โดยเจาะทำลายยอดอ่อนที่ใบยังไม่คลี่ ทำให้ใบใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้วๆ คล้ายหางปลาหรือรูปพัด กรณีถูกทำลายมาก ใบใหม่แคระแกร็น รอยแผลตรงบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนที่ถูกด้วงแรดมะพร้าวกัดเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่ หรือเกิดยอดเน่าจนถึงต้นตายได้ในที่สุด สำหรับด้วงแรดมะพร้าวในระยะตัวหนอน จะพบตามพื้นดินบริเวณกองปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ซึ่งตัวหนอนจะเจาะชอนไชกัดกินและทำลายระบบรากของมะพร้าวปลูกใหม่ ทำให้ยอดเหี่ยวและแห้งเป็นสีน้ำตาล ต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต หากพบการเข้าทำลายของด้วงแรดมะพร้าว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน คือวิธีเขตกรรม ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับวิธีเขตกรรม ให้เกษตรกรหมั่นรักษาความสะอาดและกำจัดเศษวัสดุต้นมะพร้าวบริเวณสวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ กรณีมีกองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
เป็นที่ทราบกันดีว่า ความต้องการในการบริโภค “มะละกอ” ของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มมะละกอดิบ เพื่อนำมาใช้ทำส้มตำ ส้มตำเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยทุกภาค ในส่วนของมะละกอเพื่อการบริโภคสุกเมื่อมองจากสภาพความจริงคนไทยยังนิยมไม่มากนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าชนิดหนึ่ง และมีราคาไม่แพงนัก อาจจะเป็นเพราะประเทศไทยมีผลไม้ให้ได้เลือกบริโภคตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มะละกอ จัดเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย แต่ก่อนการเริ่มต้นของการปลูกมะละกอนั้น ก็จะต้องเริ่มจากการเพาะกล้ามะละกอเสียก่อน ดังนั้น ผู้เขียนจึงนำประสบการณ์ ที่นักวิชาการแนะนำหรือจากที่นำไปปฏิบัติเองในการเพาะเมล็ดมะละกอมานำเสนอให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้เป็นแนวทางในเรื่องของการเพาะกล้า เนื่องจากมะละกอทุกสายพันธุ์ใช้วิธีการเพาะกล้าเหมือนกัน สำหรับเคล็ดลับการเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีและสม่ำเสมอ รศ.ดร. กวิศร์ วานิชกุล ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “การเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีสม่ำเสมอนั้น ให้นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำ 1-2 วัน โดยในช่วงวันแรกให้เปลี่ยนน้ำอย่างน้อย วันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้เปลี่ยนน้ำถี่ขึ้น เนื่องจากเมล็ดมะละกอมีการหายใจมากข
ที่บ้านร่องส้าน หมู่ที่ 20 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา มีเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อขายตัวไหมสุกไม่เลี้ยงขายเส้นไหม ต้องตามไปดู แม่เฉลา มูลลิวัล อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 20 บ้านร่องส้าน ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไหม เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2509 ได้อพยพมาจากภาคอีสานเพื่อหนีความแห้งแล้งไปอยู่ที่บ้านทับกุมารทอง ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย แต่ประสบกับภาวะน้ำท่วม พื้นที่ทำกินที่เชียงรายเป็นพื้นที่เช่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้นำหน่วยทหารตำรวจมาแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ถามว่า อยากจะย้ายไปอยู่ที่อำเภอเชียงคำไหม เพราะสมัยนั้นอำเภอเชียงคำ ยังขึ้นอยู่กับจังหวัดเชียงราย ชาวบ้านจึงตกลงย้ายมา โดยมีหน่วยราชการไปรับมาสร้างแคมป์อยู่ที่ทำการตำรวจตระเวนชายแดน บก 308 และได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน 15 ไร่ ที่อยู่อาศัย 1 ไร่ ต่อครอบครัว เมื่อก่อน พื้นที่นี้ยังมีความแห้งแล้ง นายอำเภอเชียงคำในขณะนั้นได้อนุมัติให้สร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นอ่างเล็กๆ กั้นลำห้วยขึ้นเพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ ก่อนที่จะสร้างอ่างกั้นห้วย การขุดบ่อน้ำแทบไม่มีน้ำ เมื่อสร้างเสร็จจึงมีน้
สภาพอากาศร้อน สลับกับมีฝนตกในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนลองกองเฝ้าระวัง การระบาดของโรคราสีชมพู มักพบโรคในระยะที่ต้นลองกองมีผลอ่อน เริ่มแรกพบเส้นใยสีขาวของเชื้อรา เจริญคลุมกิ่งหรือลำต้น ต่อมาเส้นใยของเชื้อราหนาขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีชมพูยึดแน่นกับกิ่ง เมื่อเฉือนดูบริเวณกิ่งหรือลำต้นที่พบเชื้อรา จะพบเนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล และกิ่งที่เป็นโรคราสีชมพูบริเวณยอดจะเหี่ยว ใบเหลือง และร่วงเป็นหย่อมๆ ต่อมากิ่งจะแห้งตายในที่สุด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราสีชมพู ให้เกษตรกรตัดแต่งทรงพุ่มต้นลองกองให้โปร่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดการสะสมความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป ส่วนในช่วงฤดูฝนเกษตรกรควรหมั่นตรวจดูต้นลองกองบริเวณกิ่งภายในสวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการใบเหลืองหรือพบราสีขาว หรือสีชมพูขึ้นบนกิ่ง ให้เกษตรกรตัดกิ่งที่เป็นโรค เก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกนำไปเผาทำลายนอกสวน เพื่อลดการสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% ดับเบิ้ลยูพี ผสมน้ำเข้มข้น จากนั้นนำมาทาบริเวณรอยแผลตรงกิ่งที่ตัดออกไป หากพบอาการของโรคราสีชมพูบนง่าม กิ่ง หร
สวนฝรั่งของพี่จี๊ด-คุณสุริยนต์ บุญนำ อยู่ที่นครชัยศรี หากมาจากนครปฐม ตามถนนเพชรเกษม เมื่อเลี้ยวเข้าถนนปิ่นเกล้าได้สักพัก ทางซ้ายมือ มีต้นตาลขึ้นอยู่ มีป้ายบอกว่า “จี๊ดฝรั่งแป้นสีทอง” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ซอยบ้านกลาง ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พี่จี๊ด เล่าว่า เริ่มทำสวนผลไม้ครั้งแรกเมื่อปี 2533 สวนของเขามีพื้นที่ปลูกไม้ผลทั้งหมด 65 ไร่ แบ่งออกเป็น 4 แปลง แต่ละแปลงมีการปลูกไม้ผลต่างชนิดกัน หลักคิดในการปลูกไม้ผลของเขาคือ จะต้องปลูกสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหลายอย่าง ไม่ควรปลูกพืชเดิมซ้ำ เพราะจะทำให้ดินเสื่อมค่าไปเรื่อย เพราะฉะนั้นในแต่ละแปลงจึงมีไม้ผลปลูกเวียนไปเรื่อยๆ เช่น เคยปลูกองุ่น แล้วย้อนกลับมาปลูกฝรั่ง จากนั้นอาจเปลี่ยนไปปลูกลำไย หรือแม้กระทั่งชมพู่ ดังนั้น ฝรั่งแป้นสีทองที่ไปพบคราวนั้นจึงเป็นรุ่นที่ 3 ของการหมุนเวียนรอบการปลูก พี่จี๊ด ปลูกมะนาวสองพันธุ์ คือ มะนาวแป้นบ้านแพ้ว ที่นำมาจากตลาดจินดา สามพราน กับอีกพันธุ์เป็นแป้นลูกใหญ่ ชื่อหลักสอง ทั้งสองพันธุ์ปลูกอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ จำนวน 1,800 ต้น เจ้าของสวนบอกต่อว่า เมื่อตอนที่น้ำมาเป็นช่วงที่ต้นมะนาวกำลัง
จากประสบการณ์ของเกษตรกร ผู้ได้รับการยอมรับด้านการเกษตร ผู้ผลิตผลไม้ “ลองกอง” ที่มีชื่อเสียงในแถบพื้นที่ภาคตะวันออก อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี กับเทคนิคการกำจัด “ราดำ” บนผิวผลของผลไม้ ประเภท “ลองกอง” ให้หมดไป “ราดำ” ตัวการสำคัญที่ทำให้ลูกผลของลองกองไม่สวย ไม่น่ารับประทาน และไม่เป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลองกองท่านนี้ คิดหาหนทางที่จะไม่ใช้สารเคมีที่ก่อผลกระทบต่อผู้บริโภค และประหยัดต้นทุนในการกำจัด “ราดำ” บนผลลองกองโดยปลอดสารเคมี คุณธีรเชษฐ์ บำรุงรักษ์ เกษตรกรในพื้นที่ตำบลฉมัน ผู้ถือได้ว่ามีประสบการณ์และมีเทคนิคในการดูแลพืชผลทางการเกษตรให้เป็นผลไม้ที่ปลอดภัย อีกทั้งเพื่อประหยัดต้นทุนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอีกทางหนึ่ง ด้วยประสบการณ์ด้านการเกษตร มากว่า 20 ปี ครูธีรเชษฐ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ครูแดง” อดีตข้าราชการครู ที่ผันตัวเองมาทำสวนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เล่าว่า ขณะนี้ชาวสวนผลไม้ตระหนักดีถึงการผลิตผลไม้ปลอดภัยหรือที่เรียกกันว่า “ผลไม้อินทรีย์” ที่ถือว่าเป็นการให้ความสำคัญกับผู้บริโภค ที่จะได้รับประทานผลไม้ที่ปลอดภัย ห่างไกลจากสารพิษ เนื่องจากในอดีตพี
เมื่อพูดถึงการผลิตลิ้นจี่ของหลายประเทศทั่วโลก จะต้องยอมรับกันว่าประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นต้นแบบของการผลิต และเป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ลิ้นจี่คุณภาพดี พันธุ์ลิ้นจี่ของไทยเกือบทุกพันธุ์ล้วนแต่มีรากเหง้าหรือนำสายพันธุ์มาจากจีนทั้งสิ้น ดังนั้น อาจจะกล่าวได้ว่า พันธุ์ลิ้นจี่ดีที่สุดในปัจจุบันนี้ อยู่ที่ ประเทศจีน ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการปลูกลิ้นจี่ในเขตพื้นที่ตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะที่มณฑลกวางตุ้งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้พบเห็นถึงสภาพพื้นที่ปลูกลิ้นจี่จำนวนมหาศาล บางพื้นที่ปลูกกันเต็มภูเขาและที่สำคัญก็คือ ผู้นำประเทศเขาให้ความสำคัญของการปลูกลิ้นจี่เพื่อพัฒนาเป็นไม้ผลส่งออกและดูเหมือนว่าจะเน้นในเรื่องของการผลิตลิ้นจี่แบบปลอดสารพิษด้วย, สภาพพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ได้เห็นทั้งสภาพปลูกแบบชาวบ้านจนถึงสภาพแปลงปลูกแบบวิชาการในสถานีทดลองและวิจัยซึ่งมีความก้าวหน้าไปมากทั้งทางด้านสายพันธุ์และระบบการปลูก เพียงแต่งานศึกษาและวิจัยยังเผยแพร่ไปถึงเกษตรกรจีนบางส่วนเท่านั้น แต่ในด้านสายพันธุ์แล้วใครได้รับประทานลิ้นจี่ของจีนแล้ว ต้องยอมรับในรสชาติและความอร่อย ลิ้นจี่ เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่เมื่อมองด้วย
ในบรรดาพืชที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรของอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีหลายชนิด อาจเป็นเพราะความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ รวมไปถึงอากาศ ทำให้ผลผลิตหลายอย่างมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด จนสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรสมบูรณ์ทุกคน บ้านร่องแสนคำ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นหมู่บ้านหนึ่งและอาจเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่ประสบความสำเร็จในด้านการปลูกยาสูบ ที่น่าสนใจเพราะเป็นพืชอีกชนิดที่สร้างรายได้อย่างงดงามให้กับชาวบ้าน จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรอำเภอเกษตรสมบูรณ์ระบุว่า มีเกษตรกรที่ปลูกยาสูบทั้งหมด จำนวน 341 ราย มีพื้นที่ปลูกยาสูบทั้งหมด จำนวน 1,175 ไร่ ตัวเลขดังกล่าวแม้จะดูน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดของอำเภอ แต่หากดูตัวเลขที่เป็นมูลค่ารายได้แล้วถือว่าไม่น้อยเลย ที่สำคัญยังสร้างรายได้อย่างมากให้กับเกษตรกรที่ปลูกยาสูบ และอาจจะมากกว่าพืชหลักเสียด้วยซ้ำ คุณประกาย ดาวศรี เกษตรกรที่ปลูกยาสูบของบ้านร่องแสนคำ แล้วเธอยังมีบทบาทในการทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านดูแลทุกข์สุขและความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบู
คุณบัญชา หนูเล็ก อยู่บ้านเลขที่ 9/5 หมู่ที่ 7 ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี โทร. 089-220-8438 ถือเป็นเกษตรกรมืออาชีพท่านหนึ่ง ใน อ.บางแพ ที่สะสมประสบการณ์ในการปลูกผักมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ประกอบ คุณบัญชา ได้นำเอาวิชาการ และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตรของตนเอง ส่งผลให้การปลูกผักประสบผลสำเร็จและเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ทั้งยังมีผลกำไรสูงสุด “ขึ้นฉ่าย” ถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่คุณบัญชากล่าวว่าเป็นการทำการเกษตรแบบแจ๊กพอต ที่ปลูกเพียงครั้งเดียว สามารถสร้างรายได้ถึง 1 ล้านบาท แต่สามารถปลูกได้เพียงครั้งเดียวในรอบ 3-5 ปี เป็นเพราะอะไร คุณบัญชามีคำตอบและข้อแนะนำเคล็ดลับดีๆ ในการปลูกขึ้นฉ่าย ตลาดมีความต้องการ “ขึ้นฉ่าย”ทุกวัน เช่นเดียวกับผักชี ต้นหอม ขึ้นฉ่ายมีราคาเฉลี่ยตลอดทั้งปีที่ค่อนข้างดี และมีปริมาณการใช้ผักขึ้นฉ่ายมากในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ ฯลฯ คล้ายกับผักชนิดอื่นๆ ซึ่งในช่วงเทศกาลดังกล่าวจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท โดยเกษตรกรที่ปลูกผักขึ้นฉ่ายก็ต้องมีการคำนวณช่วงเวลาเพาะปลูก มองหาช่องทางว่าจะให้ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงใด จึงจะมีผลกำไรมากที่สุด คุณบัญช
