พืชทำเงิน
แทบจะไม่น่าเชื่อว่าพืชที่อยู่ในตระกูลเฟินอย่าง “ผักกูด”จะสามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ด้วยการนำยอดอ่อน ช่ออ่อน มาทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด ผักกูดผัดน้ำมันหอย แกงกะทิกับปลาย่าง ลวกกะทิ และที่ดูน่าอัศจรรย์ไปกว่านั้นคือยังมีสรรพคุณแก้ไข้ตัวร้อน พิษอักเสบ บำรุงสายตา บำรุงโลหิต ความดันโลหิตสูง โดยธรรมชาติของผักกูดที่มีลักษณะเหมือนเฟิร์นคือชอบขึ้นอยู่ที่ริมน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง มีใบเป็นแผงรูปขนนกคู่ขนานกัน ขณะที่ใบยังอ่อนปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย ตรงส่วนยอดอ่อน คือ ส่วนที่นำมาใช้ประกอบอาหาร มีสปอร์ซึ่งอยู่ด้านหลังใบที่แก่จัดทำให้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว โดยการแตกกอใหม่ นอกจากนั้นยังเป็นผักที่บ่งบอกถึงคุณภาพและความปลอดภัยของสภาวะแวดล้อมกล่าวคือ บริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ หรือมีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ยอมขึ้นหรือแตกต้นใหม่เด็ดขาด อีกทั้งยังเป็นผักที่มีสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็กในตัวสูง ดังนั้นเมื่อรับประทานแล้วจึงได้ประโยชน์มากมายดังที่กล่าวข้างต้น ปัจจุบันความนิยมรับประทานผักกูดยังมีอยู่ในวงจำกัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผักชนิดนี้จะเจร
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริบ้านหนองปลาดุก หมู่ 9 ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร เจ้าของศูนย์คือ คุณเกศนี ชุมปัญญา โทร.089-623-0295 บ้านสวนร่มรื่นด้วยสวนไผ่ คอกสัตว์ ข้างบ้านเป็นแปลงปลูกกล้วยหอมทอง 1 ไร่ 2 งาน (600 ต้น) ต้นกล้วยหอมทองเรียงแถวกันเป็นระเบียบสวยงาม ตัดแต่งก้านใบอย่างดี ต้นกล้วยออกหน่อมากมาย ที่ทยอยออกเครือออกผลก็มาก คุณเกศนีและสามีดูแลใส่ปุ๋ย ไถพรวนดิน ผลผลิตที่ได้มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน นอกจากนี้ยังกำลังปลูกแปลงเกษตรผสมผสานอีกด้วย ที่อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร สวนของ คุณทรงศักดิ์ ปัญญาประชุม นายกอบต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร โทร.086 220 6490 คุณทรงศักดิ์ ผู้มีความสุขกับการทำสวน เคยเป็นข้าราชการครู สอนเกษตร พืช ปศุสัตว์ ปัจจุบันเป็นนายกอบต. เจียดเวลางานมาต้อนรับคณะดูงาน พาเดินชมสวนกล้วยหอมทอง พื้นที่ปลูก 6 ไร่ ทั้งกล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า สำหรับกล้วยหอมทอง อายุ 4 เดือน 5 เดือน 8 เดือน แปลงเพิ่งปลูกใหม่ก็มี แรกเริ่มปลูก 2 ไร่ พบว่าได้ผลดี ไม่พอขาย จำเป็นต้องปลูกเพิ่ม ผลผลิตที่ได้ ส่วนหนึ่งขายหน้าสวนซึ่งเป็นร้านเล็กๆ น่ารักชื่อ ไร่สุขพอเพียง และขายในพื้นที่ ที่พ
สวนเงาะในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่เช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกเงาะให้เฝ้าระวัง 2 แมลงศัตรูพืช คือ หนอนคืบกินใบ และหนอนร่านกินใบ สามารถพบได้ในระยะที่เงาะเตรียมความพร้อมในการออกดอกและในระยะแตกใบอ่อน เกษตรกรควรสังเกตหนอนคืบกินใบ มักพบหนอนกัดกินใบเพสลาด ใบอ่อน และใบแก่ ส่งผลให้การปรุงอาหารของใบไม่เพียงพอ และไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ หากพบหนอนคืบกินใบ ในกรณีที่โคนต้นเงาะโล่งเตียนไม่มีหญ้ารก ให้เกษตรกรเขย่ากิ่งเงาะเพื่อให้ตัวหนอนคืบกินใบทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน จากนั้นให้จับตัวหนอนคืบกินใบไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก สำหรับในระยะที่ต้นเงาะแตกใบอ่อน ถ้าพบหนอนคืบกินใบ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ในส่วนของหนอนร่านกินใบ จะพบลักษณะการเข้าทำลายของหนอนร่านกินใบเมื่อฟักออกจากไข่จะแทะกินผิวใบ ทำให้ใบแห้งและร่วงหล่น โดยหนอนจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ต่อมาหนอนโตขึ้นจะแยกกระจายไปทำลายกัดกินตามใบแก่ กรณีที่พบหนอนร่านกินใบระบาดในระยะที่ต้นเงาะกำลังออกดอก จะส่งผลให้เกิดความเสียหายมาก เพราะต้นเงาะที่ถูกหนอนร่านกินใบเข้าทำลายจะติดผลขนาดเล็กและด้อยคุณภาพ
พอเข้าหน้าหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ภูมิอากาศโดยเฉลี่ยในภาคเหนือจะหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ เนื่องจากอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดพาเอาความหนาวเย็นมาจากประเทศจีน ซึ่งต้องผ่านภาคเหนือก่อน อุณหภูมิในภาคเหนือจึงเปลี่ยนแปลงก่อนภาคอื่น ในต่างจังหวัดพื้นที่โล่งประมาณปลายเดือนตุลาคมจะพบเห็นแมลงปอบินโฉบฉวัดเฉวียนไปมาในตอนเช้าๆ ก็จะเป็นสัญลักษณ์ให้เรารู้ว่า ฤดูหนาวจะเริ่มมาเยือนอีกไม่นาน ให้เตรียมตัวเพื่อรับหน้าหนาว แต่ในเมืองไม่มีแมลงปอเป็นทูตของฤดูหนาวมาบอก ก็จะรู้ตัวเมื่อฤดูหนาวมาถึงแล้วโดยไม่ได้เตรียมตัว แต่บรรยากาศในเมืองจะมีสีสันเปลี่ยนแปลงไป โดยดูจากร้านค้าจะพบว่าร่มและเสื้อกันฝนที่เคยวางเด่นไว้หน้าร้านจะเปลี่ยนเป็นเสื้อกันหนาวหลากสีสัน โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวมือสองจากต่างประเทศแขวนขายกันให้เกลื่อนเมือง เสื้อกันหนาวมือสองที่เอ็กซ์ปอร์ตมาจากต่างประเทศ (ตลาดโรงเกลือ) นับว่าเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของความหนาวในเมืองได้เป็นอย่างดี สัญลักษณ์อีกอย่างที่บ่งบอกสีสันฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี คือ ดอกไม้นานาพรรณที่เกษตรกรชาวสวนดอกไม้จากภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่หน้า
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร จ.พิจิตร ได้ มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่ไต้หวันเป็นครั้งที่ 4 (ได้ไปดูงานเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา) สถานที่ดูงานแห่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับคณะดูงานเกษตรไต้หวันในครั้งนี้คือ “การปลูกต้นหอมไต้หวัน” ที่ตำบลซานซิง เมืองยี่หลาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกต้นหอมที่ใหญ่ที่สุดและต้นหอมที่นี่มีคุณภาพดีและรสชาติดีที่สุดของเกาะไต้หวัน ตำบลซานซิง ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน ทางคณะดูงานได้เข้าเยี่ยมชม Spring Onion Culture Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ของ ต.ซานซิง ที่รวบรวมเอาองค์ความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของเมือง, การปลูกต้นหอมว่าที่นี่ทำกันอย่างไร, มีโรค-แมลงศัตรูอะไรบ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์บรรยายให้ความรู้ และตอบข้อซักถาม ซึ่งจากข้อมูลที่ได้คือ สถานที่ที่ใช้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์นั้นเดิมเป็นอาคารเก็บรักษาข้าวในช่วงยุคล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น ซึ่งอาคารเก็บข้าว(เหมือนยุ้งข้าวบ้านเรา) มีอยู่เป็นจำนวนมากในเกาะไต้หวัน แต่ต่อมาไม่ได้ใช้ก็ปล่อยทิ้งร้างไปก็มาก ทาง ต.ซานซิง ได้ปรับปรุงพัฒนาให้โรงเก็บข้าวเก่ามาเป็นพิพิธภัณฑ์ต้นหอมข
นอกจากยางพาราที่ทำให้เกิดรายได้ของอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬแล้ว การผลิตกล้ายางที่มีคุณภาพยังเป็นอาชีพสำคัญอีกอย่างที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านไม่น้อย ทั้งนี้เพราะนอกจากผลิตขายในพื้นที่ของอำเภอแล้ว ยังผลิตขายส่งให้กับต่างอำเภอ อีกทั้งยังจำหน่ายในจังหวัดอื่นอีกด้วย สำนักงานเกษตรอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ให้การสนับสนุนการผลิตกล้ายางแก่ชาวบ้าน ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่หมู่บ้านกำแวงถือเป็นแหล่งผลิตกล้ายางที่ได้คุณภาพ และมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร เพราะผ่านกระบวนการและวิธีตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการทำให้ได้กล้าที่ให้ผลผลิตยางได้ดีเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ดังนั้น จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจในการเรียนรู้เรื่องการปลูกยางและการทำต้นกล้ามารวมตัวกันเพื่อผลิตต้นกล้าจำหน่าย แล้วกำหนดชื่อว่า “กลุ่มผลิตกล้ายางบ้านกำแวง” เมื่อเห็นว่าภาคอีสานสามารถปลูกยางได้จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจมาปลูก พอชาวบ้านขาดแคลนพันธุ์ก็ต้องดิ้นรนหาพันธุ์มาให้ปลูก ครั้นปลูกกันมากขึ้น ชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องไปหาพันธุ์ที่แหล่งอื่นอีกแล้ว ชวนกันมาทำพันธุ์ขายเองดีกว่า ทำครั้งแรกจุดประสงค์เพื่อให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นมีพันธุ์ปลูก ต่อมามี
นครสวรรค์ ถือเป็นแหล่งปลูกผักชีฝรั่งที่ใหญ่และสำคัญมากในประเทศ มีพื้นที่หลายตำบล และหลายหมู่บ้านที่ยึดอาชีพนี้ อาทิ เขตพื้นที่ ต.วัดไทร, ต.บางม่วง และ ต.ตะเคียนเลื่อน ลักษณะการปลูกผักชีฝรั่งในแต่ละครัวเรือนไม่เท่ากัน มีจำนวนเนื้อที่ปลูกตั้งแต่น้อยสัก 1 ไร่ขึ้นไปจนกระทั่งไปถึงจำนวนหลายสิบไร่ เกษตรกรบางรายมักปลูกร่วมกับพืชอายุสั้นชนิดอื่น แต่บางรายอาจปลูกเพียงอย่างเดียว ผักชีฝรั่ง หรือที่ชาวบ้านบางรายเรียกกันว่า ผักชีใบยาวบ้าง ผักชีหนามบ้าง เป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 4 เดือน เก็บผลผลิตขายได้แล้ว เกษตรกรหลายรายต่างก็ยืนยันว่ามีรายได้มากกว่าการปลูกพืชหลายชนิด แม้จะต้องลงทุนมากในช่วงการเริ่มต้นครั้งแรก แต่หลังจากเวลาผ่านไปสามารถได้คืนทุน ประโยชน์ของผักชีฝรั่งมักจะนำมาใช้ในการปรุงอาหารหลายชนิด แต่ที่นิยมและดูจะใช้มากเป็นพิเศษคือในอาหารทางอีสาน สรรพคุณของผักชีฝรั่งนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการหลายประการอันมาจากการที่ประกอบด้วย เส้นใย แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม ไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ไนอะซิน มีสารคลอโรฟิลล์สูง มีน้ำมันหอมระเหย เช่น เอพิออล (apiol) เบอแกบทีน (bergap
ตัวอย่างอาชีพเกษตรกรรมที่ทำได้ง่าย เพียงแค่มีที่หลังบ้าน โดยการปลูกสะละและเพาะพันธุ์กล้าขาย สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี แม้จะอายุมากก็ทำได้ เกษตรกรรายนี้ชื่อ คุณสุนทร เนตรโสภา อายุ 64 ปี ชาวบ้านฮ่องสิม ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งทุกวันจะมีกิจวัตรประจำวัน โดยการหมั่นดูแล กำจัดวัชพืชและให้น้ำ สะละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซีย ที่ปลูกไว้หลังบ้าน เพื่อเร่งผลผลิตให้ทันส่งขาย คุณสุนทร เล่าว่า เดิมพื้นที่ 14 ไร่ หลังบ้าน ปลูกมะขามหวานมานานถึง 13 ปี แต่เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้มะขามหวานมีผลผลิตน้อย ขาดทุนเป็นหนี้สิน ต่อมาลูกสาวทำงานที่ภาคใต้ เห็นเพื่อนบ้านนิยมปลูกสะละในพื้นที่ไม่กี่ไร่ กลับมีรายได้ดี จึงโค่นต้นมะขามทิ้งนำสะละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซียมาให้ปลูกทดแทน ใช้เวลาดูแลเพียง 3 ปี สะละทั้ง 2 สายพันธุ์ เริ่มให้ผลผลิต ออกลูกดก จากนั้นจึงหันมาดูแลปลูกสะละขายอย่างจริงจัง สะละเก็บผลผลิตได้ตลอดปี ปลูก 14 ไร่ หรือ กว่า 2 พันต้น เก็บขายได้เฉลี่ยวันละ 100-200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท ยอมรับว่าแรกเริ่มที่ปลูกสะละชาวบ้านต่างหัวเราะเยาะ ปลูกสะละในอีสานจะไ
ในช่วงฝนตกและมีความชื้นในอากาศสูงแบบนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกผักกวางตุ้งให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของด้วงหมัดผัก สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง โดยจะพบตัวอ่อนด้วงหมัดผักเจาะชอนไชเข้าไปกัดกินอยู่บริเวณโคนต้นหรือรากของผักกวางตุ้ง ทำให้ต้นผักเหี่ยวเฉา ไม่เจริญเติบโต หากรากถูกทำลายมาก จะส่งผลทำให้ต้นผักตายได้ ตัวเต็มวัยของด้วงหมัดผักจะชอบกัดกินผิวใบด้านล่าง ทำให้ใบเป็นรูพรุน อาจกัดกินผิวลำต้นและกลีบดอกด้วย ด้วงหมัดผักชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ตัวเต็มวัยของด้วงหมัดผักเมื่อถูกกระทบกระเทือนจะกระโดดหนี และสามารถบินได้ไกล สำหรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไข หากพบการระบาดที่ไม่รุนแรงของด้วงหมัดผักในแหล่งปลูกผักใหม่ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร จะให้ผลในการกำจัดด้วงหมัดผักได้ดี ส่วนในแหล่งที่ปลูกผักเป็นประจำ เกษตรกรควรใช้สารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสา
สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2546 สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 363 หมู่ 4 ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกแรกตั้ง 202 คน ทุนแรกตั้ง 1,138,774.00 บาท มีรายได้กว่าปีละ 4ล้านบาท ปัจจุบัน สหกรณ์แห่งนี้ ดำเนินธุรกิจ 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมผลิตผล (รวบรวมข้าวเปลือก) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้าสหกรณ์รวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปเป็นข้าวกล้องเพื่อจำหน่าย ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร สหกรณ์ดำเนินการจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าการเกษตรอินทรีย์ให้สมาชิก มีรายได้ค่าบริหารตลาดนัด มีรายได้กว่าปีละ 4 ล้านบาทโดยรายได้หลักมาจากธุรกิจแปรรูปผลผลิตและผลิตสินค้ามากที่สุด รองลงมาเป็น ธุรกิจรวบรวมผลิตผล ช่องทางการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ ประกอบไปด้วย ตลาดในโรงเรียนดาราวิทยาลัย ตลาดในโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ตลาดนัดเจเจมาร์เก็ต จำหน่ายวันเสาร์ ตลาดในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หมู่บ้าน Land and House แม่โจ้ และช่องทางการจำหน่ายข้าวอินทรีย์ ได้แก่ ร้านค้าสหกรณ
