พืชทำเงิน
ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การดูแลของสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 2 จังหวัดราชบุรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2544 ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ที่ 12 บ้านดอนห้วยราบ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ความเป็นมานั้นเริ่มจากได้รับการสนับสนุนจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 11 คุณปราโมทย์ รักษาราษฎร์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จัดหาที่ดินราชพัสดุเพื่อก่อสร้างศูนย์ จำนวน 100 ไร่ และได้รับบริจาคจาก คุณนภดล มาตรศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ในสมัยนั้น อีกจำนวน 94 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ 194 ไร่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารที่ทำการ อาคารฝึกอบรม อาคารโรงอาหาร อาคารหอพัก อาคารผลิตขยายศัตรูพืชธรรมชาติ ภายในวงเงิน 54 ล้านบาท ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2545 คุณสมคิด เฉลิมเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ เล่าให้ฟังว่า ศูนย์มีบทบาทในการศึกษา ทดสอบการใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชในพื้นที่รับผิดชอบ ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืช
คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่า “กล้วย” เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่มีความสำคัญกับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะ ผลกล้วย ทั้งผลกล้วยดิบ และผลกล้วยสุก สามารถนำไปประกอบอาหาร ทั้งอาหารคาวและหวาน หรือแปรรูปได้สารพัด กล้วยเศรษฐกิจเป็นที่ต้องการของตลาดหลักๆ ได้แก่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ ซึ่งทั้ง 3 พันธุ์นี้ ล้วนแล้วแต่มีลำต้นสูงใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 2 เมตร บางต้นสูงถึง 3.5 เมตร ทำให้ยากต่อการจัดการหรือการเก็บเกี่ยวผลผลิต และอาจเจอปัญหาต้นโค่นล้มเพราะรับน้ำหนักเครือไม่ไหว ทำให้เกิดผลกล้วยเสียหายได้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยการบังคับให้กล้วยตกเครือกลางลำต้นเพื่อง่ายต่อการจัดการดูแล การเก็บเกี่ยวผลผลิต และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย นายนิคม วงศ์นันตา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ จากสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตรมหาวิทลัยแม่โจ้ และทีมงาน ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการบังคับให้กล้วยตกเครือกลางลำต้นมากว่า 3 ปี จนประสบความสำเร็จ “เราได้ทำการศึกษาช่วงเวลาของการเกิดปลีกล้วยด้วยการสังเกตลักษณะการเจริญเติบโตพื้นฐาน คือ เมื่อกล้วยมีอายุประมาณ 6-8 เดือน กล้วยจะมีลำต้นขนาดใหญ่พร้อมที่จะออกปลีโดย
คุณธีร์วศิษฐ์ วงค์ปัญญา เจ้าของ ไร่ปลูกฝัน หมู่ที่ 9 ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผันชีวิตมาทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญความสุขที่เขามีก็เต็มเปี่ยมล้นใจด้วยเช่นกันทีเดียว คุณธีร์วศิษฐ์ เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้มีโอกาสเข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาบริษัทเกิดปัญหาทำให้ต้องปิดกิจการลง ทำให้เขาต้องถูกเลิกจ้างจากบริษัทในขณะนั้นทันที จึงได้กลับมาอยู่บ้านและมีความคิดที่อยากจะสร้างอาชีพอิสระเป็นของตนเอง โดยไม่กลับไปเป็นลูกจ้างเหมือนที่เคย ในช่วงแรกที่เริ่มวิถีชีวิตเกษตรกรใหม่ๆ เขายังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกมากนัก โดยเน้นผลิตผักสวนครัวเพียงอย่างเดียว ที่เป็นชนิดเดียวตลาดยังไม่สอดคล้อง ต่อมาจึงเป็นกังวลในเรื่องของตลาด จึงได้ตัดสินใจสำรวจตลาด เพื่อวางแผนผลิตให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า โดยเน้นทำการค้าแบบตลาดนำ โดยไม่ปลูกพืชตามใจตนเอง ทำให้เขามีการปลูกพืชหลากหลายมากขึ้น และที่สำคัญตลาดมีความต้องการอีกด้วย จัดโซนปลูกพืชให้ชัดเจน ในเรื่องของการทำสวนที่เป็นอาชีพสำหรับสร้างรายได้ของคุณธีร์วศิษฐ์นั้น
กระแสนิยมคนชอบรับประทานต้นอ่อนทานตะวัน กำลังมาแรง หลายคนมองหาวิธีการปลูก การเพาะ หรือบางคนเพาะขายเป็นอาชีพเสริมก็มี เนื่องจากตลาดยังนิยมและสามารถขายได้ เพราะเป็นผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังไร้สารเคมีอีกด้วย ซึ่งหลายคนที่หันมาปลูกต้นอ่อนทานตะวันขาย ไม่เพียงแต่ทำเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น แต่ยังสามารถทำเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีอีกด้วย คุณสวรินทร์ ขุนโยธา หรือ คุณกัล วัย 41 ปี เจ้าของกิจการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ซึ่งมีโรงเรือนเพาะปลูก โรงเล็กๆ ข้างบ้าน เล่าเรื่องราวของเธอให้ฟังว่า “เติบโตมาจากครอบครัวที่ปลูกผัก จึงทำให้เข้าใจการปลูกผักหรือวิธีการต่างๆ ได้ง่าย แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ทำอาชีพเพาะปลูกอะไร เป็นเพียงพนักงานของรัฐคนหนึ่งเท่านั้น เพาะต้นอ่อนไม่ยุ่งยาก ทำได้เองที่บ้าน ด้วยวิธีการปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีเข้ามาช่วยในการปลูก ต้นอ่อนทานตะวันจึงเป็นอาหารที่ไม่มีสารเคมี โดยคุณกัลบอกถึงสโลแกนการปลูกผักว่า “ไม่สวยแต่ปลอดภัย” พื้นที่ข้างบ้าน ที่ใช้ในการปลูกต้นอ่อนทานตะวันมีเพียงประมาณ 4-5 เมตร โดยทำชั้นปลูกแบบคอนโดฯ ปลูกได้ประมาณ 20-25 ถาด ซึ่งต้องวางแผนงา
พูดถึง อินทผลัม หลายคนคงคิดถึงแบบอบแห้งกันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอินทผลัมแบบกินผลสด ในบ้านเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสพูดคุยกับ คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ เจ้าของสวนอินทผลัม จังหวัดนนทบุรี สวนนี้ถือว่ามีความก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่ง คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมาปลูกโป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า ลีลาวดี ชวนชม และไม้ประดับอื่นๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ หลังจากนั้นก็มาปลูกอินทผลัมทั้งแบบการเพาะเมล็ดและปลูกแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปัจจุบัน ได้ผลดี คือปลูกจากต้นที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ “พันธุ์ที่ทางสวนปลูกคือ พันธุ์บาร์ฮี (เนื้อเยื่อ) เพราะให้ผลที่แน่นอน ตอนแรกที่สวนก็ปลูกแบบเพาะเมล็ดด้วย แต่ว่าขุดทิ้งออกหมดแล้ว เพราะว่าให้ผลผลิตไม่แน่นอน ตอนนี้ที่สวนมีพันธุ์บาร์ฮี ปลูกอยู่เป็นหลักร้อย ประมาณ 500 ต้น อายุต้นอยู่ประมาณ 2-3 ปี ต้นหนึ่งสามารถออกผลได้ตั้งแต่ 2 ปีหลังจากปลูกแล้ว เพราะว่าสภาพดินที่สวนเป็นดินเหนียวค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ส่วนราคาขายผลผลิตจะเป็นกิโลกรัมละ
มะพร้าวที่ปลูกในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ มะพร้าวต้นสูง นิยมปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยนำเนื้อมะพร้าวแก่มาแปรรูปเป็นน้ำกะทิจำหน่ายทั่วโลก และ มะพร้าวต้นเตี้ย ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกระทิ ประเทศไทย ถือเป็นแหล่งกำเนิดมะพร้าวที่มีความหลากหลายสายพันธุ์ ให้เลือกรับประทาน แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เด่นที่แตกต่างกันออกไป สำหรับสายพันธุ์มะพร้าวที่ให้ปริมาณน้ำตาลสดมาก ได้แก่ พันธุ์สาริชา พันธุ์สายบัว และพันธุ์ทะเลบ้า นิยมปลูกกันมากในจังหวัดสมุทรสงครามที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลมะพร้าว ประเทศไทยถือว่ามีความหลากหลายทางสายพันธุ์มะพร้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่มะพร้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยส่วนใหญ่หายากและเสี่ยงสูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก จึงเตรียมยื่นขอทุนจากสภาวิจัยแห่งชาติเพื่อศึกษาและรวบรวมสายพันธุ์มะพร้าวพันธุ์ไทยที่หายากมารวบรวมไว้ในศูนย์ฯ แห่งนี้คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 5 ปีตั้งแต่ปี 2559-2563 สำหรับมะพร้าวพันธุ์ไทยหายากที่เตรียมจัดหามาปลูกอนุรักษ์สายพันธุ์ ในศูนย์วิจัยพืชสวนแห่งนี้ได้แก่ มะพร้าวพันธุ์พวงร้อย มะพร้าวกะโหลก มะพร้าวหมูสี มะพร้าวไฟ มะพร้าวนาฬิเก มะพร้าวซอ แล
ต่อจากฉบับที่แล้ว ทำไม ต้องงดน้ำ เพื่อให้มะนาวออกดอก ในช่วงกลางเดือนกันยายน หากไม่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ไม่ต้องรดน้ำต้นมะนาวเลย เป็นการเร่งให้ต้นมะนาวเกิดความเครียด จะออกดอกได้ง่าย ตามธรรมชาติแล้ว หากมะนาวขาดน้ำซักระยะแล้ว ได้รับน้ำใหม่ติดต่อกัน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะออกดอกตามมา ถ้าต้นมะนาวยังไม่ออกดอก แนะนำให้ใช้สูตรการเร่งการสะสมอาหารและสูตรเร่งการออกดอก โดยอาจจะเติมสารโพลีเอไซม์ อัตรา 50 ซีซี กับ เทรนเนอร์ อัตรา 10 ซีซี ฉีดร่วมกับปุ๋ย สูตร 10-52-17 อีก 1-2 ครั้ง ต้นเดือนตุลาคม เร่งการออกดอก ในการเร่งการออกดอกนั้น ต้นมะนาวจะต้องพร้อม โดยให้สังเกตที่ใบมะนาวเป็นหลัก ใบมะนาวที่พร้อมจะออกดอก จะต้องมีสีเขียวเข้ม ใบยกตั้งขึ้นคล้ายผีเสื้อ หากเรามองไปในแปลงจะมองเห็นท้องใบมะนาวเป็นสีขาว อาการแบบนี้ จะดึงดอกได้ง่าย การดึงดอกจะใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรต (13-0-46) อัตรา 250 กรัม ร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มสาหร่าย-สกัด เช่น แอ็กกรีน อัตรา 20 ซีซี ฉีดพ่น 1-2 ครั้ง มะนาวจะออกดอกตามมา หลังเปิดตาดอกจะต้องให้น้ำติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ มะนาวจะเริ่มพัฒนาตาดอก โดยดอกของมะนาวจะออกตามใบอ่อนชุดใหม่ หรือออกดอ
กล้วยยังเป็นสินค้าเกษตรยอดนิยม สร้างรายได้ให้กับคนไทยอยู่ ณ ปัจจุบัน ด้วยเพราะปลูกง่าย ขายได้ทั้งแบบเป็นลูก นำไปแปรรูป หรือเพาะพันธุ์ขายก็ได้ทั้งนั้น คุณสมบัติ สุขนันท์ อายุ 52 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกล้วย และเป็นเจ้าของสวน “สมบัติอาณาจักรกล้วย” เล่าว่า เป็นคนชอบสะสม เมื่อเห็นกล้วยสายพันธุ์แปลกๆ ก็เริ่มหลงใหล ตนจึงสะสมเรื่อยมานับเวลาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งกล้วยที่สะสมเป็นสายพันธุ์กล้วยหายากจากทั่วประเทศ ซื้อพันธุ์มาแล้วเพาะพันธุ์เพิ่ม ขยายไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 220 กว่าสายพันธุ์ และนำออกจำหน่ายได้ 10 กว่าปีแล้ว “ผมขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ จะไม่ใช้การเพาะเนื้อเยื่อ” คุณสมบัติ เล่าอีกว่า กล้วยทั้งหมดปลูกในพื้นที่กว่า 1 พันไร่ โดยกระจายอยู่ในหลายจังหวัด ทั้งนนทบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี พิษณุโลก เชียงใหม่ เป็นต้น “ที่ผมกระจายพื้นที่ปลูกไว้หลายจุดแบบนี้เพราะเคยปลูกไว้ที่เดียวกันปรากฏว่าน้ำท่วม กล้วยเสียหายหมด 3 หมื่นกว่ากอ” โดยก่อนหน้านี้คุณสมบัติไม่ได้คิดนำพันธุ์กล้วยออกจำหน่าย แต่ด้วยธุรกิจโรงงานทำนั่งร้านก่อสร้าง ประสบปัญหาโดนโกงจนหมดตัว เป็นหนี้สิบกว่าล้าน จึงหันมาจำหน่ายพัน
คุณณรงค์ หงษ์วิชุลดา อยู่บ้านเลขที่ 122หมู่8 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพเป็นช่างทำประตูม้วน และมีอาชีพเสริมคือการรับจ้างเก็บมะพร้าว คุณณรงค์ เล่าว่า ที่บ้านอยู่ติดกับชายแดนเขมร-ช่องจอม เวลาต้องไปเก็บมะพร้าวจะเจอกับปัญหาแรงงานที่หายาก จำเป็นต้องใช้แรงงานเขมร จ้างเก็บในราคาลูกละ 1.50-2 บาท แต่ช่วงหลังๆ มาแรงงานกลับบ้านเริ่มหาคนงานยาก ด้วยความที่ตัวเองเป็นช่างอยู่แล้วจึงคิดดัดแปลงหาวิธีพัฒนามาเป็น จักรยานปีนมะพร้าว ใช้งานสะดวก ใครก็สามารถปีนได้ “จักรยานปีนมะพร้าว” ตั้งมาจากที่ชาวบ้านชอบเรียก เมื่อเอาไปขึ้นที่ไหนชาวบ้านเขาก็จะเรียกว่าจักรยานปีนมะพร้าวเพราะระบบการทำงานคล้ายกัน ปั่นขึ้นไปเรื่อยๆ ในตอนแรกกะว่าจะทำแค่ใช้เอง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกน้องยืมเอาเครื่องนี้ไปใช้แล้วมีคนถ่ายคลิปมาลงเราไปเห็นในเฟซบุ๊กจำได้ว่าเป็นของเรา มีคนเข้าไปดูกดถูกใจกันเยอะแยะ ผมจึงลองโพสขาย ในราคา 1800 บาท ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ วัสดุอุปกรณ์ ทำจากเหล็กหนาอย่างดี ใช้งานได้นานถ้าเก่าให้ทาสีใหม่ อุปกรณ์เราแน่นหนา เพราะการขึ้นที่สูงจะทำเล่นๆ กันไม่ได้ ตกมาแขนขาหักไม่คุ้ม และก่อนที่จะทำขายมีการทดลองใช้ม
คุณปรุง ป้อมเกิด เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอสายพันธุ์แขกดำ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล นี่เป็นลักษณะภายนอก เมื่อผ่าผลสีเนื้อต้องแดง สำคัญที่สุดรสชาติต้องหวาน คุณปรุงคัดพันธุ์มานานกว่า 20 ปี สามารถบอกได้เลยว่า มะละกอสวนนี้เป็น”มะละกอแขกดำสายพันธุ์นายปรุง” คุณปรุงปลูกมะละกออยู่ริมถนนสายพุทธมณฑล-นครชัยศรี คนทั่วไปรู้จักกันดี ซึ่งเป็นละที่กับบ้านัพักอาศัย นอกจากคุณปรุงแล้ว ปัจจุบันทายาทของเขา คุณสมจินต์ ป้อมเกิด ได้มาช่วยพ่อปลูกมะละกอ ขณะเดียวกันก็ขยายพื้นที่ออกไปไม่น้อย คุณสมจินต์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองช่วยพ่อปลูกมะละกอตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเรียนจบก็ไปทำงานเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ที่นวนครพักหนึ่ง เมื่อแต่งงาน จึงกลับมาหาพ่อ พร้อมลงมือปลูกมะละกออย่างจริงจัง ซึ่งรายได้นั้น ปลูกมะละกอดีกว่ามาก คุณสมจินต์เล่าถึงการปลูกมะละกอว่า เมื่อได้เมล็ดจากผลสุก นำมาล้างน้ำเอาเมือกที่หุ้มเมล็ดออก ผึ่งลมในสภาพห้อง 2-3 คืน แล้วคลุกยากันรา จึงห่อด้วยผ้าที่ชุบน้ำ เป็นเวลา 4 คืน ทุกวันนี้ทางสวนเพาะ
