พืชทำเงิน
ต่อจากฉบับที่แล้ว ทำไม ต้องงดน้ำ เพื่อให้มะนาวออกดอก ในช่วงกลางเดือนกันยายน หากไม่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ไม่ต้องรดน้ำต้นมะนาวเลย เป็นการเร่งให้ต้นมะนาวเกิดความเครียด จะออกดอกได้ง่าย ตามธรรมชาติแล้ว หากมะนาวขาดน้ำซักระยะแล้ว ได้รับน้ำใหม่ติดต่อกัน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะออกดอกตามมา ถ้าต้นมะนาวยังไม่ออกดอก แนะนำให้ใช้สูตรการเร่งการสะสมอาหารและสูตรเร่งการออกดอก โดยอาจจะเติมสารโพลีเอไซม์ อัตรา 50 ซีซี กับ เทรนเนอร์ อัตรา 10 ซีซี ฉีดร่วมกับปุ๋ย สูตร 10-52-17 อีก 1-2 ครั้ง ต้นเดือนตุลาคม เร่งการออกดอก ในการเร่งการออกดอกนั้น ต้นมะนาวจะต้องพร้อม โดยให้สังเกตที่ใบมะนาวเป็นหลัก ใบมะนาวที่พร้อมจะออกดอก จะต้องมีสีเขียวเข้ม ใบยกตั้งขึ้นคล้ายผีเสื้อ หากเรามองไปในแปลงจะมองเห็นท้องใบมะนาวเป็นสีขาว อาการแบบนี้ จะดึงดอกได้ง่าย การดึงดอกจะใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรต (13-0-46) อัตรา 250 กรัม ร่วมกับฮอร์โมนกลุ่มสาหร่าย-สกัด เช่น แอ็กกรีน อัตรา 20 ซีซี ฉีดพ่น 1-2 ครั้ง มะนาวจะออกดอกตามมา หลังเปิดตาดอกจะต้องให้น้ำติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ มะนาวจะเริ่มพัฒนาตาดอก โดยดอกของมะนาวจะออกตามใบอ่อนชุดใหม่ หรือออกดอ
กล้วยยังเป็นสินค้าเกษตรยอดนิยม สร้างรายได้ให้กับคนไทยอยู่ ณ ปัจจุบัน ด้วยเพราะปลูกง่าย ขายได้ทั้งแบบเป็นลูก นำไปแปรรูป หรือเพาะพันธุ์ขายก็ได้ทั้งนั้น คุณสมบัติ สุขนันท์ อายุ 52 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกล้วย และเป็นเจ้าของสวน “สมบัติอาณาจักรกล้วย” เล่าว่า เป็นคนชอบสะสม เมื่อเห็นกล้วยสายพันธุ์แปลกๆ ก็เริ่มหลงใหล ตนจึงสะสมเรื่อยมานับเวลาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งกล้วยที่สะสมเป็นสายพันธุ์กล้วยหายากจากทั่วประเทศ ซื้อพันธุ์มาแล้วเพาะพันธุ์เพิ่ม ขยายไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 220 กว่าสายพันธุ์ และนำออกจำหน่ายได้ 10 กว่าปีแล้ว “ผมขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ จะไม่ใช้การเพาะเนื้อเยื่อ” คุณสมบัติ เล่าอีกว่า กล้วยทั้งหมดปลูกในพื้นที่กว่า 1 พันไร่ โดยกระจายอยู่ในหลายจังหวัด ทั้งนนทบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี พิษณุโลก เชียงใหม่ เป็นต้น “ที่ผมกระจายพื้นที่ปลูกไว้หลายจุดแบบนี้เพราะเคยปลูกไว้ที่เดียวกันปรากฏว่าน้ำท่วม กล้วยเสียหายหมด 3 หมื่นกว่ากอ” โดยก่อนหน้านี้คุณสมบัติไม่ได้คิดนำพันธุ์กล้วยออกจำหน่าย แต่ด้วยธุรกิจโรงงานทำนั่งร้านก่อสร้าง ประสบปัญหาโดนโกงจนหมดตัว เป็นหนี้สิบกว่าล้าน จึงหันมาจำหน่ายพัน
คุณณรงค์ หงษ์วิชุลดา อยู่บ้านเลขที่ 122หมู่8 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพเป็นช่างทำประตูม้วน และมีอาชีพเสริมคือการรับจ้างเก็บมะพร้าว คุณณรงค์ เล่าว่า ที่บ้านอยู่ติดกับชายแดนเขมร-ช่องจอม เวลาต้องไปเก็บมะพร้าวจะเจอกับปัญหาแรงงานที่หายาก จำเป็นต้องใช้แรงงานเขมร จ้างเก็บในราคาลูกละ 1.50-2 บาท แต่ช่วงหลังๆ มาแรงงานกลับบ้านเริ่มหาคนงานยาก ด้วยความที่ตัวเองเป็นช่างอยู่แล้วจึงคิดดัดแปลงหาวิธีพัฒนามาเป็น จักรยานปีนมะพร้าว ใช้งานสะดวก ใครก็สามารถปีนได้ “จักรยานปีนมะพร้าว” ตั้งมาจากที่ชาวบ้านชอบเรียก เมื่อเอาไปขึ้นที่ไหนชาวบ้านเขาก็จะเรียกว่าจักรยานปีนมะพร้าวเพราะระบบการทำงานคล้ายกัน ปั่นขึ้นไปเรื่อยๆ ในตอนแรกกะว่าจะทำแค่ใช้เอง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกน้องยืมเอาเครื่องนี้ไปใช้แล้วมีคนถ่ายคลิปมาลงเราไปเห็นในเฟซบุ๊กจำได้ว่าเป็นของเรา มีคนเข้าไปดูกดถูกใจกันเยอะแยะ ผมจึงลองโพสขาย ในราคา 1800 บาท ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ วัสดุอุปกรณ์ ทำจากเหล็กหนาอย่างดี ใช้งานได้นานถ้าเก่าให้ทาสีใหม่ อุปกรณ์เราแน่นหนา เพราะการขึ้นที่สูงจะทำเล่นๆ กันไม่ได้ ตกมาแขนขาหักไม่คุ้ม และก่อนที่จะทำขายมีการทดลองใช้ม
คุณปรุง ป้อมเกิด เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอสายพันธุ์แขกดำ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล นี่เป็นลักษณะภายนอก เมื่อผ่าผลสีเนื้อต้องแดง สำคัญที่สุดรสชาติต้องหวาน คุณปรุงคัดพันธุ์มานานกว่า 20 ปี สามารถบอกได้เลยว่า มะละกอสวนนี้เป็น”มะละกอแขกดำสายพันธุ์นายปรุง” คุณปรุงปลูกมะละกออยู่ริมถนนสายพุทธมณฑล-นครชัยศรี คนทั่วไปรู้จักกันดี ซึ่งเป็นละที่กับบ้านัพักอาศัย นอกจากคุณปรุงแล้ว ปัจจุบันทายาทของเขา คุณสมจินต์ ป้อมเกิด ได้มาช่วยพ่อปลูกมะละกอ ขณะเดียวกันก็ขยายพื้นที่ออกไปไม่น้อย คุณสมจินต์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองช่วยพ่อปลูกมะละกอตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเรียนจบก็ไปทำงานเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ที่นวนครพักหนึ่ง เมื่อแต่งงาน จึงกลับมาหาพ่อ พร้อมลงมือปลูกมะละกออย่างจริงจัง ซึ่งรายได้นั้น ปลูกมะละกอดีกว่ามาก คุณสมจินต์เล่าถึงการปลูกมะละกอว่า เมื่อได้เมล็ดจากผลสุก นำมาล้างน้ำเอาเมือกที่หุ้มเมล็ดออก ผึ่งลมในสภาพห้อง 2-3 คืน แล้วคลุกยากันรา จึงห่อด้วยผ้าที่ชุบน้ำ เป็นเวลา 4 คืน ทุกวันนี้ทางสวนเพาะ
จากสถิติของกรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบัน ประเทศไทยผลิตกาแฟได้ประมาณ 3 หมื่นตัน ลดลงจากในอดีตที่เคยผลิตได้ 7 หมื่นตัน ทั้งนี้ เนื่องจากทางภาคใต้ได้ตัดโค่นกาแฟลง เพื่อปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมันทดแทน ทั้งนี้ กาแฟที่ปลูกในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ อะราบิก้า และ โรบัสต้า ชนิดแรกไทยเราผลิตได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมด ส่วนโรบัสต้าผลิตได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ กาแฟอะราบิก้า ให้กลิ่นและรสชาติ ต้องปลูกบนที่สูงอากาศเย็นในบางช่วง จึงปลูกกันมากที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก และแม่ฮ่องสอน ลักษณะอะราบิก้า มีทรงต้นเล็ก พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 2-5 เมตร ใบมีขนาดเล็กเขียว ผิวบนเป็นมัน มีความสามารถต้านทานโรคศัตรูต่ำ ตั้งแต่เริ่มผลิดอกถึงระยะเก็บเกี่ยว ประมาณ 5-9 เดือน กาแฟโรบัสต้า มีทรงต้นใหญ่กว่าอะราบิก้า มีความสูง 3-6 เมตร มีข้อปล้องยาว ใบมีขนาดใหญ่สีเขียว แต่ไม่เป็นมัน ชอบอากาศร้อนชื้น ฝนตกสม่ำเสมอ มีปลูกกันมากที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา จากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเทศไทยต้องเปิดตลาดนำเข้ากาแฟตามข้อตกลงของ WTO ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2557 เป็นเมล็ดกาแฟในปริมาณ
หากใครมีโอกาสไปเที่ยวหัวหิน และแวะช็อปปิ้งที่ “ตลาดฉัตรไชย” ตลาดเก่าแก่ที่อยู่คู่หัวหินมานานกว่า 80 ปี ขอแนะนำให้ลองซื้อ “กล้วยหอมกะเหรี่ยง” ติดมือกลับบ้านด้วย เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีลักษณะพิเศษกว่ากล้วยหอมทั่วไป กล้วยหอมกะเหรี่ยง มีรสชาติหวานหอมปนเปรี้ยวนิดๆ เนื้อสุกเหนียวหนึบอร่อยมาก รสชาติไม่หวานจัด เผลอกินมาก ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอาการจุกแน่นหน้าอกเหมือนกับกินกล้วยหอมทั่วไป ทำให้ กล้วยหอมกะเหรี่ยง ขายดีเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยและต่างชาติจำนวนมาก เอกลักษณ์เด่นประจำสายพันธุ์อีกอย่างของกล้วยหอมกะเหรี่ยงก็คือ เมื่อผลสุกงอม เปลือกเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อปอกเปลือกสีดำออกไป เนื้อกล้วยที่อยู่ภายในยังคงเหนียวหนึบรับประทานได้ มีรสชาติอร่อยเช่นเดียวกับผลสุกใหม่ๆ ทุกอย่าง ขณะที่กล้วยหอมทั่วไป เมื่อเปลือกเปลี่ยนเป็นสีดำ เนื้อในมักจะเน่าเสีย จนกินไม่ได้เลย กล้วยหอมกะเหรี่ยงมีวิตามินซี แคลเซียม ในปริมาณสูง ช่วยรักษากระดูก ฟัน และเหงือก ให้แข็งแรงแล้ว ที่สำคัญมีวิตามิน A มากที่สุด ถือว่า กล้วยชนิดนี้มีวิตามิน A มากกว่ากล้วยไข่เสียอีก ทำให้ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยม ความจริง กล้
คุณศรีนวล ยอพระกลิ่น เจ้าของสวนเกษตรศรีนวล 47/1 ม.7 ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ขนุนไร้เมล็ดมีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย ลักษณะของขนุนไร้เมล็ดนี้ พี่ศรีนวลบอกว่าคือตรงตามชื่อเลย เป็นขนุนที่ไม่มีเมล็ด ยางน้อย พันธุ์นี้ทุกอย่างดีหมดยกเว้น ขนาดของผลเล็กน้ำหนักไม่เกิน 8 – 15 กิโลกรัม แต่การันตีเรื่องรสชาติคือหวานกรอบ ซังมีรสชาติเดียวกันกับเนื้อ รู้จักขนุนสายพันธุ์นี้จากเมื่อ 3 ปี ที่แล้วพี่ศรีนวลมีโอกาสไปเปิดร้านขายพันธุ์ไม้ที่สวนหลวงเป็นงานเกษตร แล้วเจ้าของร้านขนุนเขาผ่าให้ชิม แล้วชอบในรสชาติ ที่สำคัญคือยางน้อย เพราะตนเป็นคนไม่ชอบยางขนุนเลย จึงกัดฟันซื้อกิ่งพันธุ์มา 2 ต้น เพราะกิ่งพันธุ์ค่อนข้างแพง ซื้อมาแล้วก็มาขยายพันธุ์ขายต่อ ถือว่าขนุนไร้เมล็ด ยังเป็นพันธุ์ใหม่ ผลิตไม่พอขาย เหมาะสำหรับปลูกกินที่บ้านลูกไม่ใหญ่ ปอกง่ายเหมือนแตงโม ทั้งลูกทิ้งแค่เปลือก ที่สวนของพี่ศรีนวล ไม่ได้ปลูกแค่ขนุนเพียงอย่างเดียว ยังมีพันธุ์ไม้แปลกอีกหลายชนิดลองโทรเข้ามาสอบถามได้ แต่ที่เชี่ยวชาญที่สุดคือเรื่องขนุนเพราะทำขนุนส่งออกประเทศจีนด้วย เรียกได้ว่าหากนำใบขนุนมาให้พี่ศรีนวลดู พี่ศรีนวลสามารถตอบได้เลยว่า ข
ชะอม เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง ทั้งวิตามินเอ โปรตีน และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแตกกิ่งข้างต้นหนาแน่น ชะอม เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน ไม่ว่าดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย ยกเว้นดินเค็มและกรดจัด ปลูกง่าย ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย “ชะอม” หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว อาทิ ชะอมชุบไข่ทอดกับน้ำพริกกะปิ แกงแคไก่อาหารของคนเหนือ แกงลาวของคนอีสาน ฯลฯ ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำ และมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้ ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจ
“คุณดำรงค์ จินะกาศ” เจ้าของสวนลำไยแปลงใหญ่ ได้เปิดบ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพลำไย หมู่ที่ 1 บ้านท้องฝาย ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขั้นตอนการผลิตลำไยนอกฤดู ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมต้นหลังการเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ใช้ใบลำไยที่ตัดแต่งกิ่งคลุมใต้โคนต้นบางๆ ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 หรือ 46-0-0 + ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ในอัตราส่วน 1: 2 (ใส่รอบทรงพุ่ม 1 กิโลกรัม ต่อต้น) รดน้ำให้ชุ่ม ทุกๆ 5-7 วัน จนเริ่มแทงยอดอ่อนใน 21 วัน พ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 15-15-15 + ฮอร์โมน+ธาตุอาหารรอง เมื่อใบแก่จัด 45-60 วัน เริ่มปฏิบัติตาม ข้อ 2-4 ใหม่ การเตรียมต้นก่อนราดสาร 1 เดือนนั้น วันที่ 1 คุณดำรงค์ จะพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 + ปุ๋ย สูตร 10-52-10 อย่างละ 500 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร วันที่ 7-21 พ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 + ปุ๋ย สูตร 10-52-10 อย่างละ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร (พ่นอย่างน้อย 2 ครั้ง) วันที่ 10 ใส่ปุ๋ยทางดิน สูตร 8-24-24 จำนวน 1 กิโลกรัม ต่อต้น ทำความสะอาดรอบโคนต้นบริเวณที่ต้องการราดสาร กว้าง 1 เมตร คุณดำรงค์ ใช้เทคนิคการผลิตลำไยนอกฤดู สูตรราดบนดินโดยใช
มีช่องว่างแห่งการงานที่เราแทรกตัวลงไปได้ถ้ามีใจรักต้นไม้และสิ่งแวดล้อม นี่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้… เริ่มจากการมีต้นไม้ใหญ่ในเมือง คุณว่าดีไหม บางคนอาจจะตอบว่าไม่ดี เพราะกลัวต้นไม้ล้ม กลัวต้นไม้โค่น มีต้นไม้ข้างบ้านต้องโค่นทิ้ง…นี่เป็นทัศนะเชิงลบต่อต้นไม้ บางคนว่าดี เป็นกระแสโลกที่ต้องมีต้นไม้ในเมืองใหญ่ มีการเพิ่มต้นไม้ในชุมชนจนบางแห่งกลายเป็นป่าในเมือง ซึ่งมันดีมากทีเดียว “ต้นไม้เป็นบุคลิกของเมือง” มีคำกล่าวว่า ต้นไม้เป็นบุคลิกของเมือง และเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยว แต่ประโยชน์เหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ เมื่อคนกลัวและไม่วางใจต้นไม้ใหญ่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กลัวได้ เช่น เรื่องกิ่งที่หักลงมา หรือโค่นล้มเมื่อมีลมฝน ถนนบางสายที่มีต้นไม้ใหญ่และถูกเสนอให้ตัดเพื่อความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคัดค้าน เพราะเห็นว่ามันสวยดี มันมีมานาน เป็นประวัติศาสตร์ชุมชน ถกเถียงกันมาหลายสิบปี ในเมืองเชียงใหม่ เช่น ถนนต้นยางสารภี ที่มีต้นยางใหญ่สองขอบทางขนานไปกับถนน ดังนั้น การมีต้นไม้ใหญ่ต้องมีการจัดการที่ดี ให้ผู้คนรู้สึกเป็นมิตรกับต้นไม้ ผู้คนในชุมชนต้องไว้วางใจต้นไม
