พืชทำเงิน
การปฏิบัติดูแลรักษาลำไยในรอบปีทั้งในฤดูและนอกฤดูที่อาจารย์พิชัย สมบูรณ์วงศ์ เรียบเรียงขึ้นมา ก็เพื่อที่จะนำเอาเนื้อหาทั้งหนังสือการผลิตลำไย ประสบการณ์ และผู้ประสบความสำเร็จในการผลิตลำไย นำมาสรุปให้ได้เนื้อหาสาระกระชับและง่ายต่อการนำไปเป็นแนวทางการผลิตลำไยให้ได้คุณภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อท่านได้อ่านแล้วจะเข้าใจและนำไปปฏิบัติลำไยให้ได้คุณภาพ และประสบความสำเร็จในการผลิตลำไย จนสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว พัฒนาชุมชนและประเทศชาติต่อไป การปฏิบัติดูแลลำไยในฤดู สิงหาคม ตัดแต่งกิ่ง นำกิ่งไปทำฟืน เผาถ่าน เอาใบคลุมในทรงพุ่ม (ให้เสร็จไม่เกิน 30 วัน) กันยายน แตกใบอ่อนครั้งที่ 1 นำปุ๋ยคอกหว่านใต้ทรงพุ่ม ตามด้วยปุ๋ยเคมีตามตาราง 5.1 แสดงปริมาณปุ๋ยที่ควรให้แก่ลำไยแต่ละครั้งของการแตกใบอ่อน(ในคู่มือการผลิตลำไยคุณภาพ)หรือสูตรปุ๋ยตัวหน้าสูงเช่น 46 – 0 – 0 หรือ 25 –7–7 (อัตราตามปริมาณปุ๋ยด้านหลัง)ระวังหนอนและแมลงกัดกินใบอ่อน เช่น หนอนคืบกินใบ หนอนมังกร หนอนหนาม ด้วงกินใบ ด้วงกุหลาบ แมลงค่อมทอง การป้องกันกำจัด ให้ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ อัตราน้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำ 150
ปัจจุบัน มีผู้สนใจเรื่องของผักมีคุณภาพมากขึ้น พร้อมทั้งเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ ในอาหารสุขภาพนั้นก็จะประกอบไปด้วยผักที่หลากหลายชนิด ที่ให้สารอาหารแตกต่างกันไป เทคโนโลยีชาวบ้านจึงอยากแนะนำ “ผักในโรงเรือน” ผักที่มีคุณภาพที่หลายคนต้องอยากลอง เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับวิถีชาวบ้านอย่างลงตัว เกิดเป็นผักที่ปลอดสารพิษ มีการผลิตน้ำหมักจากผักและผลไม้ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดประโยชน์ดีกว่าการทิ้งให้สลายไป คุณวิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล่าว่า สวทช. เริ่มทำงานร่วมกับชุมชนบ้านหนองมัง ตั้งแต่ ปี 2549 พัฒนาเป็นชุมชนหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการทำเกษตร นำความรู้และเทคโนโลยีการปลูกพืชที่เหมาะสมส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปลูกพืชแบบดั้งเดิมและงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการเกษตรชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ แก้ไขปัญหา พัฒนาการทำเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานและสามารถเป็นต้นแบบสู่ชุมชนอื่นๆ ได้ คุณปิยะทัศน์ ทัศนิยม
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 ลงพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสีชมภู จ.หนองคาย โชว์อีกหนึ่งแนวทางการทำนาประณีตด้วยวิธีปาเป้า ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมี แถมผลผลิตดี กำไรงาม พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และให้คำแนะนำปรึกษากับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงานแบบของเห็นของจริง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การปลูกข้าวในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ทั้งการปักดำ การหว่านข้าวแห้ง และการหว่านข้าวงอก ที่แตกต่างกันออกไปซึ่งศูนย์ข้าวชุมชน ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรผู้ปลูกพันธุ์ข้าว กข 6 ต้นเตี้ย และ กข 22 จังหวัดหนองคาย ที่ใช้ภูมิปัญญาและเทคนิคด้วยวิธีการทำนาแบบปาเป้า ซึ่งเป็นการปลูกข้าวแบบประณีต เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตข้าว โดยใช้ตลาดนำการผลิต อีกทั้งยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจอีกด้วย จากการลงพื้นที่ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ณ ศูนย์ข้าวชุมชนหมู่ที่ 8 บ้านสีชมภู ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งมีนายสุระพงค์ ผุดผ่อง เป็นประธานศูนย์ ที่
“อินทผลัม” เป็นหนึ่งในพืชผลตระกูลเดียวกับมะพร้าว และ สะละ ซึ่ง คุณกรรภิรมย์ ทองประสาน เจ้าของสวนแม่รัตน์อินทผลัม ที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร วัย 41 ปี มีประสบการณ์การทำสวนอินทผลัมมา 14 ปี บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ ทำให้วันนี้เธอพร้อมที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ กูรู ทางด้านอินทผลัม โดยเธอเล่าให้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ฟังด้วยว่า จากประสบการณ์ในการเป็นเกษตรกรที่คลุกคลีอยู่กับการปลูกอินทผลัมมานาน ทำให้วันนี้ให้ความสำคัญกับงานวิจัย โดยกำลังขอทุนงบประมาณร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในการพัฒนาสายพันธุ์เคแอลวัน เพราะอินทผลัมที่สวนส่วนใหญ่มีสายพันธุ์มาจาก คุณศักดิ์ ลำจวน หรือ โกหลัก อดีตบัณฑิตมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ปลูกอินทผลัมกินผลรายแรกของเมืองไทย ภายใต้ชื่อสายพันธุ์เคแอลวัน “ตอนนี้ รองบประมาณอยู่ เราให้ตัวหน่อ และให้สายพันธุ์เคแอลวัน ในการทำเนื้อเยื่อด้วย ซึ่งเคแอลวัน เป็นของไทย เป็นของศิษย์เก่าแม่โจ้ เป็นสายพันธุ์แรกๆ เราให้ทางเกษตรศาสตร์ดู ไม่เจอเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะบางสวนเอาพันธุ์จากเราไป เราให้ไปตั้งชื่อได้เลย แต่เราก็บอกว่า เอาสายพันธุ์มาจากโกหลัก ส่วนเ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจการเตรียมพร้อมต้นลำไย ก่อนจะทำการราดสารโพแทสเซียมคลอเรต เพื่อบังคับให้ลำไยออกดอกติดผลนอกฤดู โดยต้นไม่โทรมนั้นต้องปฏิบัติอย่างไร ขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ วรวุฒิ เอนกพันธุ์ ลพบุรี ตอบ คุณวรวุฒิ เอนกพันธุ์ วิธีบังคับให้ลำไยออกดอกนอกฤดู จำเป็นต้องบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ แข็งแรง เริ่มจากการคัดเลือกต้น หรือสวนลำไย ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป ตัดแต่งกิ่งกระโดงหรือกิ่งแนวตั้งออก แม้กิ่งแนวราบที่ไม่สมบูรณ์ก็ให้ตัดทิ้งเช่นเดียวกัน บำรุงด้วยปุ๋ยคอกพร้อมปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอนินทรีย์ และกำจัดวัชพืชออกให้หมด พร้อมรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แล้วจึงราดสารโพแทสเซียมคลอเรต (Kolo3) อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 80 ลิตร หรือ 4 ปี๊บ ละลายให้เข้ากัน ควรเติมสารบอแรกซ์ลงไปเพื่อลดความสามารถในการติดไฟบริเวณใต้ทรงพุ่มให้ทั่ว ขณะใช้สารต้องแต่งกายให้รัดกุม โดยสวมเสื้อผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ สวมรองเท้าบู๊ต สวมหมวก และถุงมืออย่างมิดชิด พร้อมสวมแว่นตาชนิดกระชับใบหน้า สำหรับสารโพแทสเซียมคลอเรตนั้น ต้องบรรจุในภาชนะที่มิดชิด แห้ง และไม่อยู่ในที่ร้อนอบอ้าว ประการสำคัญระหว่างการใช้สาร ห้ามสูบบุหรี่อย่
เมื่อ วันที่ 15 มิถุนายน 2561 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ภายใต้ โครงการจันทบุรีมหานครผลไม้ เชิญ ศ.ดร. ชีล่า โครินสไตน์ (Professor Dr. Shela Gorinstein) นักวิทยาศาสตร์สายเภสัชศาสตร์ระดับโลก จากมหาวิทยาลัยฮิบบรู ประเทศอิสราเอล (Hebrew University Jerusalem, Israel) และเป็นนักวิจัยอาคันตุกะ ของคณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เจ้าของงานวิจัย เรื่องสารแอนตี้ออกซิแดนต์ ในผลไม้เมืองร้อน : ประโยชน์ และแนวโน้มการวิจัยในอนาคต ได้มาบรรยายพิเศษ ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี ศ.ดร. ชีล่า โครินสไตน์ กล่าวว่า นอกจากการนำเสนองานวิจัยครั้งนี้แล้ว ยังยินดีรับฟังข้อเสนอด้วย รศ.ดร. ระติพร หาเรืองกิจ อดีตคณบดี คณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตหัวหน้าทีมงานคณะวิจัยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ในทุเรียน ได้กรุณาแปลคำบรรยายประกอบพาวเวอร์พอยท์ให้ผู้ร่วมรับฟัง โดยกล่าวถึงขอบเขตและผลการวิจัย โดยสรุป 3 ระยะ คือ เริ่มแรก…งานวิจัยนี้ เปรียบเทียบทุเรียนจากสวนในจ
จากปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ประกอบกับสถานการณ์ราคาค่าไฟที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ชุมชนเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยสวนผลไม้ ชุมชนบ้านเปร็ดใน หมู่ที่ 2 ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นป่าชายเลนที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ ทางภาคตะวันออกของไทย เกิดแนวคิดต้องการที่จะมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่โดยใช้เศษไม้วัตถุดิบที่หาง่ายในชุมชนมาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เพื่อลดต้นทุนค่าไฟในอนาคต คุณอำพร แพทย์ศาสตร์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนป่าบ้านเปร็ดใน และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วงน้ำขาว กล่าวว่า สาเหตุที่ให้ความสนใจเรื่องของพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกก็เพราะเกิดจากไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง เพราะคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ มีเงาะโรงเรียน ลำไย ลองกอง มังคุดและทุเรียน ต้องปั๊มน้ำไปใช้รดสวนผลไม้ในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูง ในฐานะเป็นหมู่บ้านรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จะนำพลังงานชีวมวลหรือพลังงานทดแทนที่เหมาะสมเข้ามาใช้ เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนี้มาจากภาวะโลกร้อนจึงคิดว
พื้นที่ หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของไร่มะขามเทศ ไร่อ้อย และท้องนา อีกจำนวนหนึ่งปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จำนวนมากต้องขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับพืชไร่และพืชสวน ส่วนที่นา อาศัยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หากมีเกษตรกรคนใด ปลูกพืชที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ในบางโอกาสจะถูกมองว่า มีความคิดที่แปลกแตกต่าง แต่ความคิดที่แปลกแตกต่างของเกษตรกรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จัดว่าเป็นความคิดที่แปลกแตกต่าง เพื่อก้าวสู่การพัฒนา ในแบบฉบับของเกษตรกรตัวจริง ช่วงสายในปลายฤดูหนาว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เดินทางไปยัง หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบกับเกษตรกรหนุ่ม คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ผู้ซึ่งผันพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 3 ไร่ มาปลูกมะนาวแทน “ใครๆ ก็คิดว่าผมบ้า หรือไม่ก็คิดแปลกแยกจากคนอื่น เพราะไม่มีใครคิดทำสวนมะนาวเลย” คุณณรงค์ มีความรู้ทางด้านกฎหมาย จบการศึกษาระดับเนติบัณฑิต ชีวิตการทำงานก้าวเข้าสู่ระบบลูกจ้างได้เพียง 1 ปี ก็ลาออก ก่อนลงทุน
เรียนคุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปีนี้ราคาทุเรียนค่อนข้างแพง มีข่าวว่า มีชาวจีนมากว้านซื้อกลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และขณะเดียวกันมีชาวบ้านเตรียมขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ จึงเกรงว่าอนาคตทุเรียนไทยอาจล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำเหมือนพืชเกษตรอื่นๆ เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ผมจึงขอเรียนถามความเห็นจากหมอเกษตรว่า มีโอกาสจะเกิดวิกฤตราคาหรือไม่ประการใด แล้วผมจะคอยติดตามอ่านคอลัมน์หมอเกษตรนะครับ ขอแสดงความนับถือ วรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรวิทย์ วุฒิโกมลศักดิ์ ตามสถิติ ปี พ.ศ. 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียน ประมาณ 6 แสนไร่ ขณะเดียวกันผลผลิตที่ได้ทั้งหมดอยู่ระหว่าง 5-6 แสนตัน โดยเฉลี่ย 1 ตัน ต่อไร่ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก แหล่งผลิตอยู่ที่ปราจีนบุรี ภาคเหนือที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ศรีสะเกษ สำหรับพื้นที่ปลูกใหม่อยู่ที่สุโขทัย แพร่ พิษณุโลก นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ดังนั้น คาดว
“เหตุที่เรานำ โกโก้ มาปลูก เพราะเป็นคนที่ชอบทานช็อกโกแลต เราก็จะศึกษามาตลอดว่า ช็อกโกแลต เกิดมาจากอะไร ทุกครั้งที่ได้ทานช็อกโกแลตก็จะเกิดความหลงใหลตลอด ต่อมามีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านเกิด เราก็มองว่าชีวิตที่ได้ไปทำงานไกลบ้าน ก็ค่อนข้างที่จะเหนื่อย ทีนี้เราอยากกลับมาอยู่บ้าน ใกล้ชิดครอบครัวแบบที่มีความสุข เลยมองหาอาชีพที่ทำแล้วเลี้ยงตัวเองได้ จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นให้นำต้นโกโก้มาปลูกแซมในไม้ผลที่มีอยู่ จนสามารถเกิดรายได้แบบครบวงจร” คุณมนูญ กล่าว คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของสวนโกโก้ ตั้งอยู่ เลขที่ 141 หมู่ที่ 4 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้นำโกโก้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ไอเอ็ม 1 พันธุ์เอิร์ทเซฟ เนวี 1 และพันธุ์ชุมพร มาทดลองปลูกภายในสวนจนประสบผลสำเร็จ สามารถเก็บผลผลิตนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดเป็นรายได้ให้กับคุณมนูญได้เป็นอย่างดี ความชื่นชอบ นำมาซึ่งความสำเร็จ คุณมนูญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานบริษัทเอกชน แต่รู้สึกว่าการทำงานยังไม่มีความสุขตรงกับที่ใจชอบ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดน่าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของคุณมนูญมีสวนไม้ผลที่ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้มานานแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ก
