พืชทำเงิน
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชนและเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร บริการด้านการเกษตร ประกอบกับในสภาวะปัจจุบันสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกาตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับปัญหาโรคและแมลง และพื้นที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ทำให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบกับการแก้ปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สิน และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. ขึ้น มีอยู่จำนวนกว่า 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชนและสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จในการประเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กรมการข้าว เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรยนรู้ใ
เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำโดย คุณฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ รศ.ดร. อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ปรึกษาศึกษาความต้องการสินค้าเกษตร และจับคู่เจรจาธุรกิจ โครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้นำเข้าผลไม้อินเดีย จำนวน 12 บริษัท กับผู้ประกอบการของไทยในจังหวัดตราด จันทบุรี และภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง 12-13 บริษัท ที่โรงแรมบ้านปูรีสอร์ท อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ในงานนี้ ทีมคณะวิจัย ของ ผศ.ดร. รณฤทธิ์ ฤทธิรณ คือ ดร. สุรีพร ณรงค์วงศ์วัฒนา และ คุณศุทธหทัย โภชนากรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ได้สาธิตการใช้ “เครื่องวิเคราะห์ ความอ่อน-แก่ของทุเรียน”…นวัตกรรมใหม่ในวงการธุรกิจตลาดทุเรียนที่น่าสนใจ ผศ.ดร. รณฤทธิ์ ฤทธิรณ อาจารย์หัวหน้าห้องปฏิบัติการ Near Infrared (NIR) Technology ประจำภาควิชาวิศวกรรมการอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน กล่าวถึงที่มาของการคิดประดิษฐ์ “เครื่องวิเคราะห์ ค
คุณบุญลือ สุขเกษม อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ที่ 2 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรเจ้าของสวนบุญบันดาล สวนที่โด่งดังและถือเป็นมืออาชีพเรื่องการทำไม้ผลแปลกมานาน คุณบุญลือ เล่าว่า “สวนเรามีไม้ผลแปลกๆ ที่ทำชื่อเสียงอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น มะม่วงบุญบันดาล ทับทิมแดงมารวย ที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ส้มโอแดงเวียดนาม มะกอกยักษ์อินโด ลำไยสีชมพู และอื่นๆ” ล่าสุด คุณบุญลือ มีไม้ใหม่คาดว่าจะตีตลาดได้ คือ “มะไฟพันธุ์ทองสยาม” จุดเด่นคือ รสชาติหวาน ลูกใหญ่ ปลูกง่าย ติดผลดก ออกลูกทะวาย ผิดจากมะไฟทั่วไป มะไฟหวานพันธุ์ทองสยาม เป็นมะไฟสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ค้นพบโดย คุณบุญลือ นำเมล็ดจากจังหวัดระยองมาเพาะ ปรากฏว่าเมื่อผลผลิตออกมา ลองเก็บมาชิมพบว่า มะไฟสายพันธุ์นี้ ลูกใหญ่ รสชาติหวาน วัดได้ 19-20 บริกซ์ เป็นพันธุ์ที่กลายจากเมล็ดแล้วคัดมา ซึ่งต่างจากมะไฟทั่วไปที่มีรสเปรี้ยวนำ มีรสชาติหวานเล็กน้อย และมีขนาดผลเล็ก เกษตรกรส่วนใหญ่โค่นทิ้ง แต่ สวนบุญบันดาล มองเห็นโอกาสทำเงิน ปัจจุบัน สวนบุญบันดาล ปลูกมะไฟทองสยามไว้มากกว่า 300 ต้น ซึ่งต้นแม่มีอายุกว่า 7 ปี โดยทั่วไปหากพูดถึงมะไฟคนจ
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประชาชนทั่วไป เข้าชมนิทรรศการโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม โดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมดได้นำผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับภาค ปี 2559-2560 เกือบ 200 ผลงานด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และเทคโนโลยีต่างๆ มาจัดแสดง ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่าง วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2561 พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของเหล่านักเรียนอาชีวศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการได้นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่สนใจนำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์นี้ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป กิจกรรมครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังนำร่องโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบธุรกิจจริง โดยการจัดกิจกรรมให้อาชีวศึกษาภาคตะวันออกทั
เมื่อ 3-4 ปีมานี้ ราคาทุเรียนจูงใจให้เกษตรกรปลูกอย่างมาก ปัจจัยหนุนส่งเป็นเรื่องของการส่งออก โดยเฉพาะไปจีน ด้วยเหตุนี้ จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกกันมาก ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร ดูแต่ยางพารานั่นประไร จุดสูงสุดกว่า 100 บาท ทุกวันนี้ต่ำเตี้ยติดดิน เกษตรกรส่วนใหญ่ มีรูปแบบการผลิตทุเรียนคล้ายๆ กัน แต่ สวนจันทวิสูตร ดูจะแตกต่างจากสวนอื่น สวนจันทวิสูตร อยู่เลขที่ 38/11 หมู่ที่ 1 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี คุณกิตติ จันทวิสูตร เจ้าของสวน เล่าว่า เดิมทีผลิตสินค้าเกษตรคล้ายเกษตรกรรายอื่น โดยปลูกสะละ ลองกอง ตะเคียน รวมทั้งทุเรียน ระยะหลังเริ่มปรับเปลี่ยน คือตัดต้นตะเคียน แล้วปลูกทุเรียนแทน โดยกิจกรรมที่ทำอยู่มีพื้นที่ 300 ไร่ พันธุ์แปลกใหม่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด คุณกิตติ บอกว่า ตนเองปลูกตะเคียนไว้มาก ทุกวันนี้ยังมีอยู่ และทยอยขายให้กับโรงเลื่อย สำหรับทุเรียน มีปลูกแปลงใหญ่พันธุ์หมอนทอง จำนวน 500 ต้น อยู่ที่อำเภอมะขาม แต่ที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ ปลูกทุเรียนพันธุ์ใหม่ พันธุ์โบราณหายาก รวมแล้วเป็น 100 พันธุ์ คุณกิตติ เป็นคนหมั่นศึกษาหาความรู้ อย่างนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ลงเรื่องทุเรีย
“แรกๆ ใครก็หาว่าบ้า มีที่ดินดีๆ เอามาปลูกสวนป่า ปลูกไปเมื่อไรจะโต เชื่อสิยังไงก็ไปไม่รอด” คำพูดเหล่านี้หญิงแกร่งคนนี้ ไม่เคยลืม แต่ ณ ปัจจุบัน คำพูดสบประมาทเหล่านี้ ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง หากคนเรามุ่งมั่น และมีแบบแผน อย่างไรแล้วความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล คุณธวัลรัตน์ คำกลาง เกษตรกรดีเด่น ปี 2561 อยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หญิงผู้รักต้นไม้ รักป่า ชอบสีเขียวเป็นชีวิตจิตใจ เล่าถึงความเป็นมาของสวนป่าว่า แรกเริ่มพื้นที่ตรงนี้พ่อกับแม่อพยพมาจากอำเภอสูงเนิน แล้วมาได้งานเฝ้าสวนที่ตำบลวังกะทะ แต่เวลาผ่านไปเจ้าของที่จะย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นจึงเอ่ยปากขายที่ให้กับพ่อแม่ของตน พ่อกับแม่จึงตกลงซื้อ แต่ตอนนั้นซื้อแบบเงินผ่อน โดยมีพ่อแม่และพี่น้องช่วยกันผ่อน ที่ดินจำนวน 100 ไร่ และเมื่อตนมีครอบครัวพ่อแม่ก็แบ่งสันปันส่วนที่ให้กับเราและพี่น้องอีก 6 คน คุณธวัลรัตน์ ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมา 24 ไร่ เพื่อนำมาปลูกป่าที่ตนเองรักและสร้างครอบครัวต่อไป แรกเริ่มปลูกสวนป่า เพราะความชอบไม่ได้คิดอะไร คุณธวัลรัตน์ เป็นคนชอบป่า ชอบสีเขียว ชอบความสงบของป่า อยู
“อำนาจเจริญ” ได้กำหนดวิสัยทัศน์จังหวัดว่า “เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่อาเซียน” และมีนโยบายขับเคลื่อนให้เป็นเมืองสมุนไพรและเกษตรอินทรีย์ทั้งจังหวัด เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ตามโครงการ 3 ดี คือ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี นั้น สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการตามแนวทางของจังหวัด โดยได้พัฒนา “ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร บ้านหนองเม็ก” ให้เป็นต้นแบบหมู่บ้านผักอินทรีย์แห่งแรกของจังหวัดอำนาจเจริญ ในฉบับนี้ ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านโชคดีได้พันธมิตรคนเก่ง “คุณคมกฤช สุขกุล” ผู้บริหารฟาร์ม “บ้านสวนคลายทุกข์” จังหวัดอำนาจเจริญ ให้เกียรติสละเวลาพาพวกเราไปเยี่ยมชมกิจการ “กลุ่มปลูกผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก” ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ขอขอบคุณ “คุณคมกฤช สุขกุล” มา ณ ที่นี้ ผักอินทรีย์ หนองเม็ก ปัจจุบัน กลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่มคือ “คุณจำปา สุวะไกร” เธอเล่าว่า ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ตั้งใจปลูกผักอินทรีย์ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บร
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาท รุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม young smart farmer จังหวัดจันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้า
“ อำเภอหนองหญ้าไซ ” จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกเรียกขานเชิงประชดประชันว่า เป็นพื้นที่ “ อีสานสุพรรณ” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ไม่มีแม่น้ำสายหลักและอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทานจึงขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกมาโดยตลอด ยุคนี้จะพึ่งพาน้ำฝนเพื่อใช้ในการทำนาเหมือนในอดีต คงจะไม่ไหว เกษตรกรในท้องถิ่นแห่งนี้จึงเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จทั้งหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง เมื่อปี 2549 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนญี่ปุ่นในท้องถิ่น ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง ” ภายใต้การนำของ คุณอำนาจ แตงโสภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม ( อบต.แจงงาม ) ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็น ผู้ผลิตเมล่อนญี่ปุ่นในรูปแบบโรงเรือนปิดปลอดสารพิษตกค้างตามมาตฐานGAP ที่มีคุณภาพรสชาติความหวานเป็นที่ 1 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง มีการจัดการผลิตที่เป็นระบบโดยกำหนดรอบเวรให้สมาชิกแต่ละรายปลูกห่างกัน 4 วัน เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแห่งนี้ตั้งใจทำงา
สวนโชคอำนวย ผลิตมะม่วงคุณภาพปีละกว่า 500 ตัน คุณจรัญ อยู่คำ เจ้าของ “สวนโชคอำนวย” หรือที่หลายคนเรียกว่า “พ่อเลี้ยงจรัญ” เลขที่ 63 หมู่ที่ 1 ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร โทร. (099) 271-1303 ถือได้ว่าเป็นเกษตรกรระดับแนวหน้าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เซียนมะม่วงตัวจริง” เพราะทุกปีมะม่วงจากสวนโชคอำนวย นอกจากจะติดผลดกแล้ว ยังเป็นสวนที่ผลิตมะม่วงได้สวยงาม มีคุณภาพดี ผลผลิตจะเริ่มขายตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ระยะเดือยไก่ ล้างโรคแมลง เร่งความสมบูรณ์ หลังจากที่เราเปิดตาดอกจนดอกเป็นระยะเดือยไก่หรือมีความยาวประมาณ 0.5 นิ้วแล้ว เกษตรกรจะต้องเร่งสร้างความสมบูรณ์ของดอกให้เต็มที่ เพราะช่อดอกที่มีความสมบูรณ์ ปริมาณดอกสมบูรณ์เพศจะสูง การติดผลจะง่าย ในช่วงนี้เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยทางใบ สูตร 10-52-17 อัตรา 50 กรัม ฉีดพ่นร่วมกับฮอร์โมน “โปรดั๊กทีฟ” อัตรา 10 ซีซี (ต่อน้ำ 20 ลิตร) ปุ๋ย 10-52-17 และฮอร์โมน “โปรดั๊กทีฟ” จะช่วยเร่งความสมบูรณ์ของช่อดอก ทำให้ก้านดอกอวบใหญ่ มีสีแดงเข้ม ปริมาณดอกสมบูรณ์เพศสูงมาก ระยะเดือยไก่ นอกจากจะฉีดปุ๋ยและฮอร์โมนเพื่อสร้างความสมบูรณ์แล้ว เกษตรกรจะต้องฉี
