Exclusive
ในแต่ละวันมนุษย์ผลิตและบริโภคพลาสติกจำนวนมหาศาล ก่อนที่พลาสติกจำนวนมากจะกลายเป็นขยะและสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่น่ากังวลคือพลาสติกบางประเภทต้องใช้เวลานานถึง 450–500 ปี กว่าจะย่อยสลาย ขณะที่พลาสติกบางส่วนอาจไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่แตกตัวเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกแทน เมื่อสิ่งของชิ้นหนึ่งหมดหน้าที่และถูกทิ้งลงถังขยะ นั่นจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “จะกำจัดมันอย่างไร” แต่เป็นคำถามที่ว่า “เราจะทำให้สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะกลับมามีคุณค่าได้อย่างไร?” เพราะบางที จุดจบของสิ่งหนึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอีกสิ่งหนึ่งได้ Qualy แบรนด์ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Design For Sustainable World” โดยมองว่าการออกแบบไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังสามารถเปลี่ยนวัสดุที่กำลังจะกลายเป็นขยะ ให้กลับมามีคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้อีกครั้ง คล้ายกับแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ที่สิ่งหนึ่งหมุนเวียนและกลับมาในรูปแบบใหม่ เพียงแต่ในโลกของ Qualy สิ่งที่กำลังเวียนว่ายนั้นคือ “ขยะ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนไปพูดคุยกับ “คุณไจ๋ &#
ในวันที่ผู้บริโภคแทบไม่พกเงินสดอีกต่อไป การมีสินค้าดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะหากลูกค้าพร้อมซื้อ แต่ร้านไม่มีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการพลาดโอกาส “ปิดการขาย” ได้ง่ายกว่า และกลายเป็นโอกาสที่หลุดลอยไป นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง Pain Point ที่ SME หลายรายกำลังเผชิญ แล้วผู้ประกอบการควรรับมืออย่างไร และการมีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากแค่ไหน “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จัก “KTC Merchant App” แอปพลิเคชันรับชำระเงินสำหรับร้านค้า “ระบบชำระเงิน” ดีจะช่วย “ปิดการขาย” เส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสสนทนากับ คุณเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุดสายงานบริหารร้านค้าสมาชิก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แชร์ข้อมูลให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า “วันนี้การรับชำระเงินไม่ใช่แค่เรื่องระบบหลังอีกต่อไป แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการ “ปิดการขาย” ได้ แค่มีระบบที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค “จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าคนไทยลดการใช้เงินสดและเช็กในการชำระเงิน แต่หันมาใช้ Digital Payment หรือการชำระเงินดิจิตัลมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขไตรมาสแรกของปี 2026 ที่มีการ
หากใครเคยขับรถผ่านย่านบางพลี แล้วสะดุดตากับอาคารสไตล์ Industrial เท่ๆ ที่เปิดไฟสว่างไสวตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งที่พัก ดนตรี กีฬา ศิลปะ และมีตลาดนัดคึกคักที่เปิดให้แม่ค้าพ่อค้ามาวางขายของกันฟรีๆ สถานที่แห่งนั้นคือ “Letana Hotel & Restaurant 24 Hrs” อาณาจักรที่เกิดจากหยาดเหงื่อ ความชื่นชอบ และหัวใจที่อยากส่งต่อประโยชน์คืนสู่สังคมของ“คุณนัท – กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “นัท เลอทาน่า” เริ่มจากธุรกิจรับซื้อของเก่า ก่อนจะมาเป็นเจ้าของอาณาจักรเลอทาน่า คุณนัทเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็กว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รับซื้อของเก่า ซึ่งภาพจำในวัยเด็กคือความรู้สึกอายเพื่อน เวลาที่พ่อแม่ขับรถกระบะหลังคาสูง ขนกระดาษ ขนเหล็ก ไปส่งที่โรงเรียน แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่ทำว่า “ทำไปเพราะมันได้เงิน!” เมื่ออายุได้ 18 ปี คุณนัทเริ่มออกหาของเก่ามาให้พ่อแม่ขาย จนเริ่มมีรายได้เลี้ยงตัวเองเดือนละหลายหมื่น กระทั่งอายุราว 23–24 ปี เขาเริ่มมองเห็นโอกาสในธุรกิจ “โรงงานรีไซเคิลเศษแก้ว” ที่ในสมัยนั้นมีผู้เล่นเพียงไม่กี่เจ้า “มันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะเราไม่ได้มีต้นท
หากพูดถึง “บางแสน” ในอดีตเราอาจนึกภาพ “บังกะโลบางแสน” ที่พักยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แต่วันนี้ภาพของบางแสนกำลังเปลี่ยนไป เห็นได้จากโรงแรมที่พักที่เริ่มมีคอนเซ็ปต์ มีสไตล์และมีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “Zuwala Hotel” (ซูวาลา) ธุรกิจโรงแรมของคู่รัก “ปิง-วราภรณ์ สุขกำเนิด และ เอ้-ศุภกร ไชยรงศรี” ที่มียอดเข้าพักเฉลี่ย 60-70% ตลอดทั้งปี จากความชอบสู่โรงแรมซูวาลา ก่อนมาเป็นเจ้าของโรงแรม ปิงและเอ้ไม่ได้อยู่ในสายธุรกิจนี้ตั้งแต่แรก หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยบูรพาเธอเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายขายเพราะเรียนจบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ขณะที่เอ้เรียนจบด้านดนตรีและวัฒนธรรม จึงทำงานในด้าน Acoustic กระทั่งปิงได้ “ค้นพบความชอบ” หลังจากซื้อคอนโดมารีโนเวทเพื่ออยู่อาศัยเอง เธอรู้สึกสนุกที่ได้ใส่ไอเดียและตกแต่งห้อง จึงเริ่ม “ซื้อคอนโดเก่ามารีโนทเพื่อปล่อยเช่า” เป็นโปรเจ็กต์ที่สอง ก่อนต่อยอดไปสู่ธุรกิจโฮสเทล “ผลตอบรับดีเกินคาด แค่ 1 วันมีคนติดต่อเช่าแล้ว ก็น่าจะทำขาย เลยไปซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท ขายได้ภายใน 1 เดือน คิดว่าเราไม่อยากทำอสังหาฯ แบบซื้อมาขายไปแล้ว อยากสร้าง Passive Incom
ในวัยเด็ก เราอาจมีความฝันแตกต่างกันไป แต่สำหรับ คุณบาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ การได้ออกเดินทางรอบโลกเหมือนในอนิเมะเรื่องโปรดอย่าง โดราเอมอน คือความฝันของเขา และฝันนั้นได้กลายเป็นอาชีพสร้างรายได้ผ่านการเป็นครีเอเตอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง “Go Went Go” ที่เติบโตมานาน 10 ปี จากวันที่คลิปมียอดวิวเพียงหลักหมื่น สู่หนึ่งในช่องท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมกับการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเดินทางเพื่อเก็บจำนวนประเทศ มาเป็นการเดินทางเพื่อทำความรู้จักผู้คน วัฒนธรรม และเรื่องราวของแต่ละสถานที่ เที่ยวให้เป็นอาชีพ ด้วยการคิดแบบธุรกิจตั้งแต่วันแรก แม้มีความฝันอยากเดินทางเที่ยวรอบโลก แต่คุณบาสคิดไว้ตั้งแต่วันแรกว่าการเดินทางของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่ต้องเป็น “อาชีพและธุรกิจ” ได้ด้วย “ผมว่าหลายๆ อย่างไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งหรือไม่เก่ง แต่วางโจทย์ไว้ตั้งแต่แรกยังไง เราต้องรู้ว่าถ้าจะมีคนสนับสนุนเราต้องวางตัวแบบไหน ต้องสร้าง Branding มีความสม่ำเสมอ หรือมีการปรับตัวเข้าสู่ความมืออาชีพยังไงบ้าง สุดท้ายพอทำเป็นบริษัทเป็นอาชีพ จะทำขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้” เขาเล่าเสร
หลายคนรู้จัก “ไอซ์ พาดี้” หรือ คุณภาวิดา ชิตเดชะ ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายบิวตี้ แต่เมื่อก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ Happy Sunday เธอค้นพบว่าการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงความคิดสร้างสรรค์หรือฐานแฟนคลับ แต่ยังต้องเรียนรู้เรื่องต้นทุน การบริหาร และการแก้ปัญหาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งเธอได้นำประสบการณ์การสร้างแบรนด์มาแบ่งปันบนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย” คุณไอซ์เติบโตจากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เธอทำอาชีพนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ด้วยคอนเทนต์สอนแต่งหน้า ทำให้มีแฟนคลับที่เติบโตมาพร้อมกับเธอเป็นจำนวนมาก ก่อนมีแนวคิดสร้างแบรนด์ Happy Sunday เพราะ “อยากสร้างอาณาจักรของตัวเอง” เป็นอาณาจักรสายรุ้งที่เต็มไปด้วยความสดใสและความสุข “ในโลกของเราสีที่ทุกคนแต่งตัวกันเป็นส่วนมาก คือขาว เทา ดำ น้ำเงิน แต่เราแต่งตัวสไตล์ Maximalism ทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ของเรามีน้อย เลยอยากสร้างดินแดนแห่งความสดใส ส่งความสุขให้ทุกๆ คนได้ บวกกับอยากเป็นคุณแม่ ถ้าเราทำคอนเทนต์มันเป็นตัวเราที่ Show Up ตลอดเวลา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไอซ์ พาดี้ได้ แต่ธุรกิจไม่เหมือนกัน สมมติสร้า
“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด “คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย” แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน “พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม” เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวัน
ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat (RTE) ที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ “คิดต่างและสร้างคุณค่าใหม่” มักเป็นผู้ที่สามารถขยายตลาดได้จริง หนึ่งในนั้นคือ ชณา วสุวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด (VSC) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ รีโอส์ เดลิ (Reo’s Deli) จากเมนู ผักโขมอบชีสยอดนิยมในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เริ่มต้นจากครัวบ้านๆ และเติบโตสู่ยอดขายระดับร้อยล้าน ด้วย No-Bake Process นวัตกรรมที่ออกแบบเพื่อคุณภาพ–รสชาติ–ความสม่ำเสมอ พร้อมภาชนะถาดเยื่อพืชรักษ์โลก และการยกระดับผักโขมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ลูกค้า–คู่ค้า–เกษตรกร สู่ตลาด B2B และ Super Food ในอนาคต จากครัวบ้านๆ สู่แบรนด์ Reo’s Deli พร้อม Vision ชัดเจนตั้งแต่วันแรก แม้หลายคนยังลังเลกับเส้นทางชีวิต แต่ชณากลับเลือกสร้าง “ทางเดินของตัวเอง” อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เขาเติบโตมากับครอบครัวร้านอาหารฝรั่ง ทำให้คุ้นเคยกับอาหารยุโรปตั้งแต่วัยเด็ก แม้ศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการอาหารทันที หลังเรียนจบ เขาได้รับโอกาสบริหารงานด้าน Food & Beverage ในโรงแรม และต่อยอดด้าน
จากคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร “คุณวิท – วริศ พรพงศา” ต้องผ่านบทเรียนจากธุรกิจแรกที่ล้มเหลว ก่อนนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน สร้าง “ร้านช้อน” และต่อยอดสู่ “ซิงซิง หม่าล่า” ด้วยการเรียนรู้จากคู่แข่ง พัฒนาสูตรน้ำซุปและเมนูที่แตกต่าง พร้อมใช้โซเชียลมีเดียสร้างการจดจำแบรนด์ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความคุ้มค่า จนทำให้แบรนด์เติบโตหลายสาขา บทเรียนจากความล้มเหลว ด้วยความชอบทำอาหาร คุณวิทจึงตั้งเป้าหมายกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนว่า สักวันหนึ่งจะต้องมี “ร้านอาหาร” เป็นของตัวเองให้ได้ ระหว่างเรียน เขาใช้เวลาไปช่วยรุ่นพี่และเพื่อนเปิดร้านอาหารอยู่บ้าง เพื่อหาประสบการณ์และรอเวลาลงมือสานฝันของตัวเอง หลังเรียนจบด้านสถิติเขาเปิดร้านหมูกรอบ เทรนด์อาหารยอดนิยมในขณะนั้น เพราะเป็นแนวสตรีตฟู้ด ทานง่าย ก่อนเปิดขายออนไลน์จนสามารถเก็บทุนได้จำนวนหนึ่งมาเปิดหน้าร้านแรก “ทำธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่แค่ชอบทำอาหารแล้วจะประสบความสำเร็จได้” คุณวิทเล่าเสริม เขาเจอ “Pain Point” มากมาย ทั้ง Cashflow การจัดการต้นทุน การบริหารคน รวมถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ ทำให้ธุรกิจแรกของเขาเดินทางสู่ “ความล้มเหลว”
“กาแฟมันเป็นเสมือนจุดเชื่อมโยงของผู้คน มันเป็นความสบายใจ” เขากล่าว ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน หลายคนคงโหยหาพื้นที่เล็กๆ ที่มอบความอบอุ่นและสบายใจ findgoodmorning.coffee ร้านกาแฟบนรถตู้สีขาวของ คุณชาลี-เมธาพัฒน์ วิสิฐเกษมหิรัญ หนุ่มวัย 30 ปี คือพื้นที่ที่ว่านั้น เรื่องราวของ findgoodmorning.coffee เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ที่อยากจะสร้างร้านกาแฟที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ขายกาแฟ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อน พูดคุย และเติมพลังบวกให้กับชีวิตได้ เกือบหมดไฟ แต่ไม่หมดฝัน สานต่อให้ก่อเกิด เล่าย้อนไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เป็นช่วงโควิค เขาทำงานอยู่ที่ภูเก็ต และมักจะทำงานในช่วงกลางคืน ด้วยสถานการณ์ในช่วงนั้น ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อต้องปิดในเวลากลางคืน ทำให้หากาแฟกินได้ยาก เลยลองซื้อชุดทำกาแฟไว้ทำกินเอง เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้ศึกษาว่าแต่ละเมนูทำอย่างไร เมื่อได้ชุดทำกาแฟ ชุดเล็กๆ ไม่เกิน 1,000 บาท ช่วงที่ต้องออกไปทำงานก็จะเอาไปด้วย เมื่อไปตามเกาะต่างๆ ก็จะไปเจอพี่ๆ ที่อยู่ที่นั่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ เลยลองทำกาแฟให้เขากิน เลยมีความรู้สึกชอบ ทางพี่ๆ ก็ชอบ เลยให้ที
