SMEs
จาก Pain Point ของคนเลี้ยงสุนัข เมื่อลูกๆ ไม่ยอมใช้แผ่นรองฉี่ ประกอบกับตารางชีวิตที่ยุ่งเกินกว่าจะพาออกไปข้างนอก ทำให้พรมในบ้านกลายเป็นที่รองขับถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้ทำให้ Royce Tan หนุ่งสิงคโปร์วัย 32 ปี แก้ปัญหาด้วยการปั้นแบรนด์ Poopee ขึ้นมา โดยมี Eco-Turf ห้องน้ำสุนัขที่ทำมาจากหญ้าจริงเป็นสินค้าไฮไลต์ ตอบโจทย์เจ้าของสุนัขที่ไม่สะดวกพาลูกๆ ออกนอกบ้าน จนมีหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อซื้อแฟรนไชส์ ไอเดียธุรกิจจากสุนัขในบ้าน Royce Tan เป็นอีกหนึ่งคนที่พบปัญหา สุนัขของเขาถูกฝึกให้ขับถ่ายบนสนามหญ้าตั้งแต่เด็ก แต่เมื่ออายุมากขึ้นการพาลงไปข้างล่างหรือออกนอกบ้านทุกวันก็เริ่มลำบาก และสุนัขของเขาก็ไม่ยอมใช้แผ่นรองฉี่ จึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าสุนัขเข้าใจการขับถ่ายบนหญ้าอยู่แล้ว ทำไมเราไม่ยกหญ้ามาไว้ในบ้านเสียเลย เพราะเชื่อว่าหากใช้หญ้าจริงสุนัขก็จะปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Eco-Turf สินค้าไฮไลต์ของแบรนด์ Poopee ที่เปิดตัวในปี 2023 ด้วยทุนส่วนตัวที่ไม่มากมาย ลองผิดลองถูกหลายครั้ง การใช้หญ้าจริง ทำให้ Royce Tan ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้
ใครจะคิดว่าเจ้าของแบรนด์กระเป๋าที่เปิดพรีออร์เดอร์กี่ครั้งก็เต็ม คือเด็กวัย 15 ปี จากภาพคนฟุบหลับบน BTS สู่ “กระเป๋าหมอน Lostkid” ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินก้อนแรกเพียง 4,000 บาท สำหรับคุณ คิดว่าต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ 18 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น? แต่ถ้าบอกว่ามีเด็กวัย 15 ปีคนหนึ่ง ที่เริ่มต้นธุรกิจกระเป๋าของตัวเอง พร้อมกับยอดพรีออร์เดอร์ที่เปิดกี่รอบก็เต็มทุกรอบ คุณจะเชื่อไหม วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ “ฟูยุ-ติณกาญจน์ กาญจนพาณิชย์กุล” เด็กวัย 15 ปี เจ้าของแบรนด์ Lostkid ที่สร้างแบรนด์จาก Pain Point ตอนที่เห็นผู้คนฟุบหลับบนรถไฟฟ้า BTS จนเกิดไอเดียทำแบรนด์กระเป๋าหมอนกอดได้ Sleepy Bag Lostkid เป็นกระเป๋านุ่มนิ่มที่ใช้เก็บของและสามารถใช้หนุนนอนได้จริง ซึ่งในตอนนี้มีการเปิดพรีออร์เดอร์ไปแล้ว 3 ครั้ง และขายหมดเกลี้ยงทุกรอบ! แต่กว่าจะมาเป็น Sleepy Bag Lostkid จุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร “ฟูยุ” เติบโตมาจากครอบครัวนักธุรกิจ ก่อนนอนพ่อแม่มักจะเล่าเรื่องการทำงานให้ฟังเกือบทุกคืน จึงทำให้เขามีความฝันอยากเป็นนักธุรกิจ นอกจากนี้ การได้ฟังเรื่องเล่าของพ่อแม่ท
Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่มักนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมต่างๆ ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ได้เผยการจัดอันดับ The world’s best cities for street food in 2026 หรือ เมืองสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 การจัดอันดับมาจากการสำรวจครั้งใหญ่ของชาวเมืองกว่า 24,000 คนทั่วโลก โดยให้คนท้องถิ่นให้คะแนนความคุ้มค่าและคุณภาพของอาหารในเมืองของตน รวมถึงแง่มุมเฉพาะต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารเช้า และร้านอาหารหรูหรา เพราะเอาเข้าใจเมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารในต่างประเทศ คนก็คงไม่ได้นึกถึงโต๊ะอาหารปูผ้าขาวหรือห้องอาหารที่อึดอัด แต่คงนึกถึงเสียงฉ่าของกระทะ ควันโขมงโฉงเฉง และคำแรกที่เลอะเทอะของอาหารที่ห่อภาชนะง่าย ๆ มากกว่า ผลการจัดอันดับ “โฮจิมินห์” ประเทศเวียดนาม ครองอันดับหนึ่งในฐานะเมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 63% ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 6 ร้าน รวมถึงร้าน Ănăn Saigon ที่ยกระดับอาหารริมทางให้กลายเป็นศิลปะชั้นเลิศ ในเวียดนามการได้เดินเข้าไปในตรอก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกแบบลดราคา (discount retail) ในประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด และหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้คือ HotMaxx แบรนด์ค้าปลีกสัญชาติจีนที่เติบโตจากร้านค้าเดียวในเซี่ยงไฮ้ สู่เครือข่ายร้านค้าเกือบพันสาขาภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากวิกฤตสต๊อกสินค้าส่วนเกินสู่โมเดลธุรกิจพันล้าน HotMaxx ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 โดยผู้ร่วมก่อตั้งสองคนคือ กู่ เสี่ยวเจี้ยน ผู้มีพื้นฐานด้านธุรกิจค้าส่ง และ ฟ่าน จื้อเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทั้งคู่เผชิญปัญหาสต๊อกสินค้าส่วนเกินจำนวนมากในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เดิมทีทั้งสองตั้งใจเพียงเปิดร้านเคลียร์สต๊อกชั่วคราวเพื่อระบายสินค้าแล้วปิดกิจการ แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับดีเกินคาด จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ร้านสาขาแรกเปิดตัวในศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ โดยจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่ใกล้หมดอายุในราคาลดพิเศษ ก่อนจะขยายกลุ่มสินค้าครอบคลุมทั้งสินค้าใกล้หมดอายุ สิน
หลายคนอาจมองว่าการทำธุรกิจคือการสร้างกำไร แต่สำหรับ เจค แจบส์ (Jake Jabs) ซีอีโอวัย 95 ปี แห่ง American Furniture Warehouse หนึ่งในตัวอย่างความประทับใจที่ความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่ที่ยอดขาย แต่ยังรวมถึงการส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นอีกด้วย ชุบชีวิตร้านที่เกือบล้มละลาย ย้อนกลับไปในปี 1975 เขาตัดสินใจซื้อกิจการร้านเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังจะล้มละลาย ด้วยเงิน 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 ล้านบาท) ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารที่แข็งแกร่ง เขาค่อยๆ พลิกฟื้นธุรกิจจนกลายเป็นอาณาจักรร้านเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ที่มีถึง 18 สาขา ครอบคลุมทั้งในรัฐโคโลราโด แอริโซนา และเท็กซัส แม้ว่าในปัจจุบัน American Furniture Warehouse จะยังคงเป็นธุรกิจของครอบครัวไม่ใช่บริษัทมหาชน แต่ในปี 2025 บริษัทก็ทำรายได้สูงถึง 858 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนรายใหญ่ของรัฐโคโลราโด แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนชื่นชมเขาไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางธุรกิจ หากคือการนำความสำเร็จนั้นกลับไปช่วยเหลือสังคม ในช่วงปีที่ผ่านมา เขาบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลในรัฐโคโลราโดมากกว่า 1 ล้านดอลลา
หลายคนเริ่มต้นปีด้วยการตั้งเป้าหมายเปลี่ยนชีวิต หรือที่เรียกว่า New Year’s Resolution แต่สำหรับคู่รักคู่นี้ เขาเลือกตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในทุกมื้อเช้า จนกลายเป็นแบรนด์ผลไม้อบแห้งฟรีซดรายที่สามารถทำรายได้แตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาทต่อปี บทความนี้จะพาทุกคนไปคุยกับ Jenny Yue อายุ 31 ปี อดีตบุคลากรทางการแพทย์ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ OHME! ที่เริ่มจากอาชีพเสริม จนปัจจุบันลาออกจากงานมาลุยธุรกิจเต็มตัว จุดเริ่มต้นจาก “สุขภาพดี” ย้อนกลับไปในช่วงโควิด-19 เจนนี่ทำงานด้านระบบสุขภาพดิจิทัลจากที่บ้าน ควบคู่ไปกับการเลี้ยงลูกวัย 1 ขวบ ซึ่งวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอเกิดความเครียด และลืมดูแลตัวเอง จนทำให้น้ำหนักของเธอพุ่งขึ้นมากกว่า 22 กิโลกรัม ภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน “วันหนึ่งเรามองตัวเองในกระจกแล้วแทบจำตัวเองไม่ได้ นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันกับสามีตั้งเป้าว่าจะกลับมารักตัวเอง” ทั้งคู่เริ่มจากการปรับมื้อเช้าให้เฮลตี้ขึ้น เปลี่ยนจากเบคอนและของทอด มาทานเป็นอกไก่ ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ต และผลไม้แทน แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่ไม่นานก็เริ่มพบทานแบบเดิมๆ ทุกวันมันน่าเบื่อ ถ้าไม่มีอะไร
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในจีนกำลังพลิกโฉมไปอีกขั้น เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเปิดให้บริการเช่าสุนัขรายชั่วโมง แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “Wangbu” แปลได้ว่า “พาหมาเดินเล่น” เพิ่งเปิดตัวผ่านมินิโปรแกรมบนโซเชียลมีเดียเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ให้บริการในเมืองใหญ่ของจีนอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น โดยเปิดให้ผู้ใช้งานเช่าสุนัขไปเดินเล่นเป็นรายชั่วโมง ผ่านระบบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงสร้างโปรไฟล์ให้สุนัขของตน จากนั้นผู้เช่าจะติดต่อนัดหมายรับ-ส่งกับเจ้าของโดยตรง โดยที่อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 10-60 หยวนต่อชั่วโมง (ราว 50-300 บาท) ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระยะเวลา ตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ ชื่อ “อีเวน” ให้เช่าในราคา 45 หยวนต่อชั่วโมง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเดินเล่นในขณะที่เจ้าของอยู่ด้วยเท่านั้น และห้ามให้อาหารที่เจ้าของไม่ได้จัดเตรียมไว้ ส่วนสุนัขพันธุ์คอร์กี้ชื่อ “ไป่วั่น” ให้เช่าในราคา 60 หยวนต่อชั่วโมง สามารถพาเดินเล่นตามลำพังหรือพาขึ้นรถได้โดยไม่ต้องมีเจ้าของกำกับ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระบุว่าได้วางมาตรการด้านความป
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) ยังถูกมองเป็นแค่ของเล่นสำหรับสายเทคหรืออุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่วันนี้เครื่องพิมพ์สามมิติราคาย่อมเยาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในบ้าน กำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้จริง รายงาน Wohlers Report 2026 ระบุว่ารายได้รวมของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติทั่วโลกในปี 2025 แตะระดับ 24,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 812,466 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทวิจัยตลาดอย่าง Fortune Business Insights และ Grand View Research ต่างคาดการณ์ตรงกันว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ยปีละ 20% ขึ้นไป และอาจแตะหลักแสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2033-2034 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปีในกลุ่มผู้ประกอบการ สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินหรือยานยนต์เท่านั้น แต่ยังกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจจากบ้านด้วยเครื่องพิมพ์เพียงหนึ่งหรือสองเครื่อง แพลตฟอร์มอย่าง Shopify ระบุว่าธุ
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่งบัญชีธนาคารของคุณพุ่งขึ้นมาเป็นหลักพันล้านบาทในชั่วข้ามคืน คุณจะทำอะไรต่อ สำหรับคนทั่วไป คำตอบอาจดูง่าย เที่ยวรอบโลก ซื้อบ้านหลังใหญ่ เกษียณตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สำหรับ Vinay Hiremath อดีต CTO และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Loom แพลตฟอร์มส่งข้อความวิดีโอชื่อดัง กลับไม่ได้เป็นสูตรแบบที่ใครหลายคนคิด จาก Startup เล็กๆ สู่ดีลพันล้าน Hiremath ร่วมก่อตั้ง Loom ในปี 2016 ร่วมกับ Joe Thomas และ Shahed Khan หลังจากที่เขาตัดสินใจดรอปเรียนจากมหาวิทยาลัย University of Illinois ไอเดียตั้งต้นเรียบง่ายมาก นั่นคือทำให้การสื่อสารในที่ทำงานง่ายขึ้นด้วยการอัดวิดีโอสั้นๆ แทนการพิมพ์ข้อความยาวๆ ไอเดียง่ายๆ นี้เติบโตเร็วเกินคาด Loom ระดมทุนได้เกือบ 200 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Sequoia Capital และ Andreessen Horowitz จนมูลค่าบริษัทพุ่งไปแตะระดับ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2021 มีผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 25 ล้านคน และมีลูกค้าที่จ่ายเงินราว 200,000 ราย จุดสูงสุดมาถึงในเดือนตุลาคม 2023 เมื่อ Atlassian บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่จากออสเตรเลีย เข้าซื้อกิจการ Loom ด้วยมูลค่าเกือบ 1,00
หลัง Edison Lim และ Lincoln Thong วัย 33 ปี เปิดตัวแบรนด์เครื่องหอม Pristine Aroma แม้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะได้รับความนิยม แต่กลับต้องเผชิญกับยอดขายที่ผันผวน อย่างในช่วงคริสต์มาสสินค้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ยอดขายกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจึงนำสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอย่างการสร้างกลิ่นหอม มาปั้นแบรนด์ใหม่ชื่อว่า “Kapsä” แคปซูลซักผ้ารูปอุ้งเท้าคาปิบาราที่มาพร้อมกลิ่นหอมลักชัวรี โดยสร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 25 ล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ผ่านการวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและออนไลน์ ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ว่าจะเดือนอะไร อยู่ในช่วงเทศกาลหรือไม่ ผู้คนก็ยังต้องซักผ้า ต่างจากเครื่องหอมที่ผู้บริโภคซื้อเป็นครั้งคราว สร้างแบรนด์ใหม่ “Kapsä” Edison และ Lincoln เลือกสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ Kapsä ด้วย “กลิ่นหอม” อันเป็นเอกลักษณ์แทนที่จะแข่งขันด้วยประสิทธิภาพการขจัดคราบเหมือนหลายๆ แบรนด์ในตลาด พวกเขาใช้เวลาราว 1 ปีพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่การนำสูตรเดิมมาผสมกับน้ำยาซักผ้า แต่ต้องคิดค้นสู
