แปรรูปสินค้าเกษตร
คุณสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกาโฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มผู้บริหารเมกาโฮม วางเป้าหมายพัฒนาเมก้าโฮมให้เป็นห้างสรรพสินค้าสำหรับชุมชน ในลักษณะ “ HOME CENTER ” จัดหาสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบสุขภัณฑ์ อุปกรณ์สินค้าเกษตรมากกว่าแสนรายการ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งพัฒนาบทบาทเมก้าโฮม ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชน ปัจจุบันเมกาโฮมเปิดจุดให้บริการทั่วประเทศเช่น สาขาแม่สอด จังหวัดตาก สาขาบ่อวิน จังหวัดชลบุรี สาขาหนองคาย สาขากบินทร์บุรี สาขามีนบุรี สาขาโรจนะ สาขาหาดใหญ่ สาขาอรัญประเทศ และปลายปีนี้เตรียมเปิดอีก 2 สาขาที่ จังหวัดนครราชสีมาและนครพนม ฯลฯ ซึ่งแต่ละสาขาจะมีพื้นที่ว่างอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างอาชีพและรายได้ของชุมชนท้องถิ่น เมกาโฮม ยินดีเปิดพื้นที่ดังกล่าวเป็น ตลาดนัดสีเขียว เพื่อให้ตัวแทนเกษตรกรในชุมชน สามารถนำสินค้ามาวางขายได้ โดยไม่เสียค่าเช่า “ เราเชื่อว่า การช่วยเหลือชุมชนเติบโต เท่ากับช่วยตัวเราด้วย เพราะเมื่อชุมชนมีรายได้ด
คุณพงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ หรือ เบลล์ ได้เปิดตัวให้คนไทยทั้งประเทศได้รู้จักในฐานะ “สตาร์ท อัพ” (Start Up)” หนึ่งในผู้ชนะการประกวดโครงการ “ดีแทค แอคเซอเลอเรท บาธ 4” (dtac accerelerate batch 4) สนับสนุนโดย บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ปัจจุบันคุณพงษ์ลดา มีตำแหน่งเป็นผู้ก่อตั้ง (Founder) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแพลตฟอร์ม ที่ชื่อว่า “เฟรชเก็ต” (Freshket) ที่ดำเนินการภายใต้แนวคิด (concept) ที่ว่า ต้องการเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อ (buyer) และผู้ผลิต (supplier) ในอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย เฟรชเก็ตได้ใช้พื้นที่ของ “ฮังก้า โค เวิร์กกิ้ง สเปซ” (Hangar Co working space) บนอาคารจามจุรี สแควร์ พื้นที่ในโลกดิจิตอลของกลุ่มสตาร์ท อัพ เป็นพื้นที่ทำงานในแต่ละวัน ความทุ่มเทและความพยายามของคุณพงษ์ลดาน่าสนใจตรงที่ความสำเร็จก้าวแรกในฐานะผู้ชนะนั้น ไม่ได้เป็นก้าวแรกอย่างที่เห็นในเบื้องหน้า เพราะเบื้องหลังของเธอผ่านความยากลำบาก ลองผิด ลองถูก มาไม่รู้เท่าไร ที่ต้องลงพื้นที่เพื่อวิจัยตลาดมาอย่างเข้มข้นและคลุกฝุ่น รวมทั้งต้องใช้ชีวิตอย่าง “นกฮูก” มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี กว่าจะก
ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตกระจับงอกงาม ลูกค้าไทย-ลาวแห่ซื้อ ราคาดี ไม่เพียงพอกับความต้องการตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จังหวัดหนองคายมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สภาพอากาศดี ฝนที่ตกยังสร้างความชุ่มชื่นให้กับพืชผลทางการเกษตร ส่งผลให้ออกผลผลิตดี เกษตรกรปลูกกระจับที่บ้านนาพิพาน ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ได้รับผลดีกับฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน คือกระจับที่ปลูกเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 58 ปี เกษตรกรที่ปลูกกระจับในสระน้ำพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บอกว่า กระจับเป็นพืชที่ปลูกกันมานาน หลังจากที่ตนสูบน้ำออกจากสระแล้ว จึงได้คิดจะปลูก เนื่องจากเห็นว่าที่ตลาดสดที่ตนไปขายผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ไม่มีกระจับขายในตลาด จึงได้ไปหาพันธุ์กระจับมาปลูก กระจับพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นกระจับเขาควายแบบเขาสั้นซึ่งเป็นกระจับที่นิยมปลูกกันในสมัยโบราณ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบเขายาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ทานสดได้ และนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด นายสุวพิษกล่าวต่อไปอีกว่า ในเรื่องของการตลาดนั้นในจังหวัดหนองคาย ไม่มีปัญหา เนื่องจากยังมีคนปลูกน้อย ผลผลิตออกมาเท่าไ
จากการสำรวจการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) พบว่า ยอดส่งออกข้าวมีปริมาณ 5,438,899 ตัน เพิ่มขึ้น 4.7% มูลค่า 2,428 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.7% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของการส่งออกทั้งหมด มันสำปะหลัง 6,598,813 ตัน ลดลง 16% มูลค่า 1,743 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 24.4% คิดเป็นสัดส่วน 1.4% ของการส่งออก และยอดส่งออกยางพารา 2,079,099 ตัน เพิ่มขึ้น 1.3% มูลค่า 2,394 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 19% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของยอดส่งออก ที่น่าสังเกตคือแม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่เทียบราคาเฉลี่ยพบว่าราคาลดลง โดยราคาข้าวเฉลี่ย 446 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 9.7% มันสำปะหลัง 264 เหรียญสหรัฐต่อตัน และยางพารา 1,151 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในส่วนของการออกไปขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศ ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับสงครามราคารุนแรง เทียบราคา เอฟโอบีข้าวไทยยังคงอยู่ที่ตันละ 370 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เวียดนามตันละ 345-350 เหรียญสหรัฐ ปากีสถานตันละ 330 เหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนยังผันผวน เนื่องจากค่าเงินบาทแข็ง
ที่ผ่านมาสินค้าเกษตรอินทรีย์มักถูกนำไปวางขายตามตลาดนัดและปะปนกับสินค้าเกษตรประเภทอื่น อย่างตามโรงพยาบาล หน่วยงานราชการ เนื่องจากผู้บริโภคต่างรู้กันดีว่าสถานที่เหล่านั้นจะมีอาหารที่ปลอดภัยขาย ในประเทศไทยมีการจัดตลาดเกษตรอินทรีย์ที่มีรูปแบบอย่างถูกต้อง เป็นที่รับรอง จำนวน 3 แห่ง โดยตลาดเขียว สุรินทร์ นับเป็น 1 ใน 3 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจทางภาคอีสาน ส่วนที่เหลือคือ กาดนัดเกษตรอินทรีย์ ที่ตลาดเจเจ เชียงใหม่ และตลาดเขียว ยโสธร ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ล่าสุด…จังหวัดสุรินทร์ มีตลาดเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและความนิยมอย่างมาก ในชื่อ “ตลาดกรีน ม.” เป็นตลาดเกษตรอินทรีย์ที่จัดรูปแบบได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ รับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่าวิทยาเขตสุรินทร์ เป็นผู้นำจัดการศึกษาและบริการเป็นเลิศด้านเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับวางเป้าหมายให้สถาบัน เป็น GREEN-U ในคอนเซ็ปต์ “ราชมงคลสุรินทร์ ก้าวสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” ผศ. อนุรัตน์ ลิ่มสกุล รองอธิการบดี กล่าวว่า สถาบันแห่งนี้มี 2 คณะหลัก ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี กับคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ผักสดทุกชนิดเจอสภาวะความแห้งแล้ง ทำให้พื้นที่การเพาะปลูกลดลงกว่าครึ่งทำผักสดชนิดต่างๆ ออกสู่ท้องตลาดน้อยกว่าปกติผักท้องถิ่นก็มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ จึงต้องนำเข้าผักสดจากต่างจังหวัดแทนจึงทำให้ผักมีราคาแพงขึ้นจากค่าขนส่ง แต่นับว่าเป็นโอกาสดีของแม่ค้าชาวลาวที่นำผักสดชนิดต่างๆ มาวางขายในตลาดนัดไทย-ลาวที่มีการจัดขึ้นทุกวันอังคารและวันศุกร์ ในที่ราคาถูกกว่าผักสดจากถิ่นอื่น 10-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น พริกสดในตลาดสดจะขายกิโลกรัมละ 200 บาทพ่อค้าลาวนำมาขายกิโลกรัมละ 160 บาท ต้นหอมในตลาดกิโลกรัมละ 120 บาทพ่อค้าลาวจะขาย 100 บาท เป็นต้น นอกจากราคาถูกแล้วยังปลอดสารพิษเพราะพื้นดินยังอุดมสมบูรณ์มีสารอาหารมากเหมาะกับการเพาะปลูกใช้ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ปลูกตามวิธีการดั้งเดิมไม่มีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงทำให้ต้นทุนถูกจึงขายในราคาถูกได้ จึงได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมากยิ่งตลาดใกล้จะวายราคาก็จะลดลงมาอีกเพราะแม่ค้าลาวไม่อยากนำสินค้ากลับบ้านเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเคยบอกไว้นานแล้วว่า “ความรู้เป็นที่มาของความรู้สึก” คือเขาเชื่อว่า เมื่อใดเราล่วงรู้เรื่องราว รายละเอียด เงื่อนไขข้อแม้ต่างๆ ไม่ว่าจะของคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เราจะ “รู้สึก” ต่อสิ่งนั้นได้มากขึ้น ในแง่นี้ ความรู้จึงมีสถานะเป็นเครื่องปรุงแต่งทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง แม้ว่าในทางปฏิบัติ มันจะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของความรู้นั้นๆ กระทั่งการยอมเปิดใจที่จะรับรู้ ซึ่งก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน เรื่องนี้ผมเชื่อเพื่อนมาตั้งแต่แรกได้ยินเขาพูด และในกรณีของกับข้าวกับปลา วัตถุดิบ การปรุงรสอาหาร ฯลฯ ที่ก็อาจนับว่าเป็นศาสตร์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อนนั้น ผมคิดว่าคำพูดของเขาช่างเป็นเรื่องจริงเอาเสียจริงๆ ความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความรู้สึกเชิงโภชนารมณ์นั้นเป็นของที่ยังมีอยู่มาก และหลายครั้งก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี้เอง … กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้อาศัยติดตามคณะทำงาน “กินเปลี่ยนโลก” มูลนิธิชีววิถี ไปดูขั้นตอนการทำซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยว ตราช้อนทอง ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปแม่บ้านสันป่ายาง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ทั้งซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยวที่
จากกระแสของความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอทหัวโขนมานาน โดยเฉพาะระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ และในบางพื้นพบว่ามีการเลี้ยงกันแทบทุกครัวเรือน และแต่ละครัวเรือนเลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่น้อยกว่า 1 ตัว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมากกว่า 1 ตัวในแต่ละครัวเรือน เป็นเพราะมีการแข่งขันประกวดประชันเสียงของนกกรงหัวจุก การเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเฟื่องฟูตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือการเลี้ยง “หนอนนก” ซึ่งเป็นอาหารของนกกรงหัวจุก จนถึงขณะนี้มีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเพื่อจำหน่ายหลายราย ลุงหมู่ ลิ้มสกุล อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ถนนจันทร์วิโรจน์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา บอกว่า การเพาะเลี้ยงหนอนนก เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การเลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้เนื้อที่ก็ไม่มากประมาณ 5 คูณ 5 เมตรบริเวณเรือนที่อยู่อาศัย “หนอนนกตอนนี้ ทำราคาได้ดี โดยขายส่ง 250-300 บาท / กิโลกรัม ลูกค้าก็เป็นกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก และนกทั่วไป โดยสามารถส่งขายได้เฉลี่ยอาท
นายตังเช็ง เจริญลาภทวี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 6 ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ปลูกพืชผสมผสาน อยู่ในแปลงผักหลายชนิด เช่น มะพร้าวน้ำหอม พริกขี้นก มะละกอ ผักกวางตุ้ง และผักชี ซึ่งผักชีนั้นอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิตในชุดที่ 2 ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ราคาดีมาก เป็นที่ต้องการของท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการผักชีอยู่ในระดับต้นๆ เพราะได้มีนักวิจัยของญี่ปุ่นได้นำผักชีไทยไปวิจัยทดลองจนทราบว่ามีประโยชน์ ทางโภชนาการต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ช่วยระบายท้อง ลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ขณะนี้มีชาวญี่ปุ่นหันมาสนใจบริโภคผักชีไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร้านอาหารหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่นได้คิดเมนูอาหารที่มีผักชีเป็นส่วน ประกอบแต่ละอย่าง ส่งผลให้ผักชีมีราคาแพงราคาพุ่งสูงขึ้น บวกกับการปลูกค่อนข้างที่จะดูแลยาก นายตังเช็ง เจริญลาภทวี ผู้ปลูกผักชี เปิดเผยว่า ที่สวนจะปลูกแบบผสมผสาน มีพืชอายุน้อยอย่าง เช่น ผักกวางตุ้งมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 30 วัน ผักชี มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณประมาณ 40-45 วัน เมื่อผักชีหมดรุ่นผลพลอยได้จากนั้นคือพริกขี้นกมีอายุเก็บเกี่ยว 80-85 วัน จา
หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไม นักกีฬาจึงนิยมกินกล้วยหอมสุกระหว่างพักการแข่งขัน คำตอบก็คือ กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง เพราะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง ไม่ว่าจะเป็นสารโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยสูง จึงเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด บำรุงประสาท ทำให้รับส่งสัญญาณประสาทเร็วขึ้น ตัดสินใจได้อย่างฉับพลันแม่นยำและย่อยง่าย หากใครต้องการกินกล้วยหอมเพื่อเพิ่มพลังงานยามบ่าย แค่กินกล้วยหอม 2 ลูก ก็จะได้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานได้นานถึง 90 นาที เพราะกล้วยหอมสุกผลใหญ่ 1 ลูก มีน้ำตาล 23 กรัม (น้ำตาลซูโคส ฟรุกโทส และกลูโคส) และแป้ง 2 กรัม กล้วยหอมจึงเป็นผลไม้มหัศจรรย์ที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับนักกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง และใช้เวลาแข่งขันนานๆ นักกีฬาหลายคนจึงนิยมหยิบกล้วยหอมมานั่งกินยามนั่งพักเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายอย่างรวดเร็ว จับกระแสตลาด กล้วยหอม กับ “คิง ฟรุทส์” ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการกล้วยหอมทองรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่รู้จักกันดีในชื่อ บริษัท คิง ฟรุทส์ จำกัด ที่มีเนื้อที่ปลูกกว่า 3,000 ไร่ ผลิตกล้วยหอมทอง คุณภาพเยี่ยมเกรดส่งออก ยี่ห้อ “BANANA KING” ป้อนตลาด
