แปรรูปสินค้าเกษตร
ทุเรียนทอดกรอบ เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่พัฒนาการสู่สากล จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทขบเคี้ยว (Snack) แบบไทยๆ ที่กำลังมาแรง เป็นที่นิยมของลูกค้าคนไทยและต่างชาติ จุดเริ่มต้น ทุเรียนทอดกรอบ ได้พัฒนาขึ้นจากภูมิปัญญาชาวบ้านในจังหวัดจันทบุรี ประมาณปี 2534-2535 โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้ทดลองนำทุเรียนหมอนทองที่แก่จัดไปลองทอดดู ตอนแรกๆ การแปรรูปทุเรียนทอดกรอบก็ยังไม่ลงตัวเป็นแบบลองผิดลองถูก เช่น เรื่องพันธุ์ทุเรียนอะไรที่ทอดแล้วให้ผลดีที่สุด วิธีการปอกเปลือกทุเรียน การเลือกขนาดความแก่ของทุเรียนว่าแก่หรือดิบหรือเกือบสุก จะทอดด้วยความร้อนขนาดไหน นานเท่าไร การหั่นชิ้นทุเรียนหนากี่มิลลิเมตร ปริมาณเนื้อทุเรียนที่นำลงทอดแต่ละครั้ง หั่นกักตุนไว้เลย แล้วทยอยทอดได้ไหม การเก็บรักษา ชาวบ้านทำไปสังเกตไป ค่อยๆ ปรับปรุงองค์ประกอบและเทคนิควิธีการทอด จนกระทั่งได้องค์ความรู้ในจุดที่เหมาะสมลงตัว ได้ทุเรียนทอดกรอบมีลักษณะดีทั้งสีสัน ความกรอบ รสชาติอร่อยหวานมัน เก็บไว้ได้นาน การผลิตทุเรียนทอดกรอบมีขั้นตอนการผลิตที่ง่ายและไม่ยุ่งยากอะไร แถมสามารถเพิ่มมูลค่าจากทุเรียนสดได้มากถึง 100% จึงผลิตเป็นการค้าอย่างจริงจังแล
“ไผ่” เป็นพืชที่มีการแพร่กระจายพันธุ์อยู่ทั่วทั้งประเทศ มีหลายชนิดพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์เจริญเติบโตได้ดีในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติจากลำต้นและเนื้อไม้แข็ง มีความยืดหยุ่น มีน้ำหนักเบา สามารถดัดโค้งงอได้ไม่ยาก จึงมักนำลำไผ่มาใช้ประโยชน์ในการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ที่แตกต่างกัน ภายหลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 11 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.11 สนภ1 นทพ.) จัดโครงการส่งเสริมอาชีพงานฝีมือในครัวเรือนให้แก่ชาวบ้านทุ่งมะเซอย่อ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ชาวบ้านเกิดอาชีพแปรรูปไผ่เป็นไม้เสียบปลาหวาน คุณอัจราพร ทูลฉลอง อยู่บ้านเลขที่ 340 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในชาวบ้านที่ทำอาชีพนี้เล่าว่า ได้นำไผ่ในป่า พันธุ์ซางนวล มาใช้ทำ เพราะมีความเหนียว แข็งแรง ซึ่งจะต้องเป็นไผ่ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี แล้วได้รับอนุญาตจากทางราชการก่อน จึงสามารถตัดมาใช้งานได้ คุณอัจราพร ชี้ว่าการแปรรูปไผ่เป็นไม้เสียบปลาหวานทำให้ชาวบ้านทุ่งมะเซอย่อเกิดอาชีพที่เห็นชัดอยู่ 2 ลักษณะคือมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งรับงานเพื่
ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี ให้ข้อมูลว่า คอมบูชา (KOMBUCHA) คือ น้ำหมักจากชาดำหรือชาเขียว กับหัวเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งมีแบคทีเรียชนิดดีและยีสต์ดี มีมาตั้งแต่ราวๆ 2,000 ปี ในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ในประเทศจีนและแพร่มาญี่ปุ่น บางคนจึงออกเสียง “คอมบูชะ” ตามภาษาญี่ปุ่น และยังเป็นที่นิยม แถบรัสเซีย ยุโรป อเมริกา มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมภูมิคุ้มกัน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดน้ำหนัก ดีต่อสุขภาพ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ แต่ทางการตลาดฟังดูชื่อยังไม่คุ้นหูและยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมากนัก เปิดตัว ชาหมัก คอมบูชะ แบรนด์ “อนันตดา” ดร.เดือนรุ่ง เล่าถึงที่มาของคอมบูชะ แบรนด์ “อนันตดา” ที่จังหวัดตราดว่า เริ่มจากสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด โดย คุณชยุทกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราดและนายกสมาคมคนเลี้ยงผึ้งภาคตะวันออก (Eastern Beekeepers Ass0ciation) ต้องการให้มีงานวิจัยส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ดีๆ มีคุณค่าของจังหวัดตราด เช่น สับปะรดตราดสีทองที่ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศา
หลายชาติแข่งส่งออก “ทุเรียน” ตีตลาดจีน สถานะผู้นำ “ทุเรียนไทย” ในตลาดจีนกำลังถูกสั่นคลอน ทั้งเวียดนาม-ฟิลิปปินส์-มาเลเซีย เปิดเกมบุกแย่งส่วนแบ่งตลาดจีน เผยไตรมาสแรกปีนี้ จีนนำเข้าทุเรียนไทยแค่ 13,000 ตัน ลดลง 59% เหตุร้อนแล้ง ทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีนช้ากว่าปกติและผลผลิตน้อย ขณะที่นำเข้าทุเรียนเวียดนามถึง 35,000 ตัน วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ด่านโหย่วอี้กวนหรือด่านมิตรภาพบนพรมแดนจีน-เวียดนาม ณ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ได้รับรองการนำเข้าทุเรียนสดในไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม-มีนาคม 2567) รวม 48,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.85 พันล้านหยวน (ราว 9.25 พันล้านบาท) ไตรมาส 1 จีนนำเข้า “ทุเรียนไทย” ลดลง 59% โดยการนำเข้าทุเรียนสดข้างต้น แบ่งเป็นนำเข้าจากเวียดนาม 35,000 ตัน เพิ่มขึ้น 48.1% เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1.28 พันล้านหยวน (ราว 6.4 พันล้านบาท) และเป็นทุเรียนนำเข้าจากไทย 13,000 ตัน ลดลง 59.5% เมื่อเทียบปีช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 570 ล้านหยวน (ราว 2.85 พันล้านบาท) ถือว่ามูลค่าลดลง 63.5% เทียบกับไตรมาสแรกปีที่แล้ว รายงานข่าวระบุว่า ด่านโหย่
“ปลาสลิด” เป็นหนึ่งในบรรดาอาหารประเภทปลาที่ได้รับความนิยมมายาวนาน เพราะเมื่อเปิดดูตำราอาหารแล้วพบว่าปลาสลิดสามารถนำมาเป็นอาหารทั้งชนิดทอด ผัด แกง น้ำพริก หรือดัดแปลงเป็นอาหารสากลรวมแล้วได้เป็นร้อยเมนู อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ถือแหล่งผลิตปลาสลิดที่รู้จักกันช้านาน ต่อมาได้ขยายไปอีกหลายจังหวัดในเขตภาคกลาง ทำให้ผู้บริโภคหาซื้อปลาสลิดได้หลายแห่ง ถึงแม้ทุกวันนี้จะหาซื้อปลาสลิดได้ไม่ยาก แต่มีความสะดวกสบายอีกระดับเมื่อทันทีที่คุณนึกต้องการรับประทานปลาสลิดสามารถซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อชื่อดังใกล้บ้าน “ติ๋ม ปลาสลิด” (TIM PLA SALID) เป็นธุรกิจแปรรูปปลาสลิดและปลาแห้งอื่นจากโรงงานมาตรฐาน ถูกหลักอนามัย มีความปลอดภัย รสชาติหอม อร่อย เค็มน้อย ได้รับรองจาก อย. และฮาลาล โดยส่งขาย เซเว่นอีเลฟเว่น และห้างโมเดิร์นเทรด คุณเบญจางค์ จงจิตต์ หรือ คุณก๊อป เจ้าของแบรนด์ ติ๋ม ปลาสลิด (TIM PLA SALID) มาจับอาชีพนี้ต่อจากคุณแม่ พร้อมกับพัฒนาอาชีพที่ละก้าวอย่างเป็นขั้นตอน จากแผงค้าในตลาดสด สู่ร้านขายปลาสลิด มีลูกค้าอุดหนุนมากมาย เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าสินค้ามีคุณภาพ มีรสชาติถูกปากจนได้รับค
วันนี้ ธ.ก.ส. โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละพัน) ปีการผลิต 2566/67 เป็นรอบที่ 6 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงินกว่า 121 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต รอบที่ 6 จำนวน 1.9 หมื่นครัวเรือน เป็นเงิน 121 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 กรอบวงเงินรวม 54,336 ล้านบาท ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงมาแล้ว จำนวน 5 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2566 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 รอบที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 และรอบที่ 5 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยการโอนเงินดังกล่าว สามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้วถึง 4.64 ล้านครัวเรือน
ผ่านช่วงเวลาเฉลิมฉลองปีใหม่กันไปแล้ว หลังจากนี้คือการมุ่งมั่นทำงานหาเงินเลี้ยงชีพกันต่อ ซึ่งในส่วนของภาคการเกษตรปีนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ คุณอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเผยแพร่สู่กันฟัง โดยมุ่งประเด็นไปที่เทรนด์สินค้าเกษตรในปี 2024 มาเป็นของขวัญให้พี่น้องเกษตรกรทุกท่านได้มีแนวทางในการปรับตัว ตั้งรับ และมองเห็นช่องทางในการสร้างรายได้มากยิ่งขึ้น หากถามถึงเรื่องของเทรนด์สินค้าเกษตรปีนี้ว่า สินค้าเกษตรแบบไหน ที่กำลังเป็นกระแส เชื่อว่าหลายคนคงพุ่งเป้าไปที่สินค้าประเภท ผัก ผลไม้ หรือของสดกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายคนคาดการณ์ผิด โดยคุณอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง ได้ให้ข้อมูลในแง่ของเทรนด์สินค้าเกษตรมาแรงในปี 2024 ว่า ถ้าถามถึงเทรนด์ของสินค้าเกษตรในปีนี้ และปีต่อๆ ไปก็ต้องมองในเรื่องของผู้บริโภคเป็นสำคัญ คือ ณ ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในอาหารมากขึ้น และมาประกอบกับช่วงที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งส่งผลให้กระแสรักสุขภาพรับประทานอาห
อบแห้ง เป็นหนึ่งในแนวทางถนอมอาหารในอีกหลายวิธี เช่น การตากแดดอย่างกล้วยตาก หรือผลไม้กวน เพื่อต้องการเก็บไว้ทานได้นานขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพกลิ่น สี และรสหวานตามธรรมชาติไว้ เพียงแต่มีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำกว่าผลไม้สด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้คนทุกเพศวัย หรือผู้ป่วยเบาหวาน แบรนด์ “เกวียนทอง” ผลิตผลไม้แปรรูปอบแห้งหลายชนิดที่ปลูกในพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดได้คิดค้นสูตรส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เข้าสู่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ผ่านการรับรองคุณภาพ ความปลอดภัย ส่งขายตลาดในและต่างประเทศ คุณเหนือสุชา สีห์นราสถาพร หรือ คุณหล้า เจ้าของแบรนด์ บอกถึงที่มาว่า ครอบครัวเป็นชาวสวนลำไย ตั้งแต่เด็กลำไยที่ครอบครัวปลูกเป็นอาชีพสร้างรายได้ประสบปัญหาราคาตกต่ำอยู่เป็นประจำและเป็นระยะเวลายาวนาน จึงหาทางแก้ไขด้วยการนำมาแปรรูปอบแห้งเหมือนจังหวัดลำพูนที่ประสบความสำเร็จแปรรูปอบแห้งเป็นลำไยสีทอง เส้นทางสู่ธุรกิจเริ่มต้นขึ้นในปี 2547 มีโอท็อปเข้ามาในชุมชน ซึ่งในพื้นที่มีเพียงคุณหล้ารายเดียวที่แปรรูปอบแห้งลำไย ดังนั้น ทางอำเภอจึงได้ส่งเสริม สนับสนุน ให้คว
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป พัฒนาธุรกิจของ อ.ต.ก. ให้มีความพร้อมต่อการแข่งขัน โดยสร้างภาคีเครือข่ายร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในการจัดหาและจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ วัสดุการเกษตรในราคาที่เป็นธรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายวัสดุการเกษตร ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค จากแผนกลยุทธ์การตลาด อ.ต.ก. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร ส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรด้านช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร และขับเคลื่อนตามแผนแม่บทพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร พ.ศ. 2564-2568 เพิ่มรายได้จากการดำเนินธุรกิจตลาดสินค้าเกษตร โดยแบ่งแผนเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. การจัด Marketplace ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ในรูปแบบเป็นศูนย์แสดงสินค้าคุณภาพสูง คัดสรรสินค้ามาตรฐานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำมาต่อยอดสร้างแบรนด์ร่วมขึ้นมา 2. ก
วิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ นำหอยนางรมสัตว์น้ำเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาผลิตเป็นน้ำพริกชูเป็นจุดขาย เกิดเป็น “น้ำพริกเผาหอยนางรม” รายแรก พร้อมการันตีคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัยด้วย OTOP 5 ดาว และ อย. คุณเบญจนาฎ คงเจริญ หรือ คุณบัว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์ เกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปี โดยมารดาของตนเองคือ คุณแม่วิมล เริ่มจัดตั้งแล้วชักชวนแม่บ้านในพื้นที่ที่มีความสามารถในการทำน้ำพริกร่วมกันผลิตน้ำพริกขายแล้วนำหอยนางรมที่เป็นอาหารทะเลเด่นของจังหวัดมาผสมเพื่อสร้างความต่างจากน้ำพริกชนิดอื่น ชูเป็นเอกลักษณ์เด่นของผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าของน้ำพริก ช่วยสร้างยอดขาย และรายได้ให้กับชาวบ้าน คุณบัว เล่าว่า ในช่วงแรกที่นำหอยนางรมมาเข้ากระบวนการแปรรูปน้ำพริกซึ่งยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึงลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะลงตัวได้รสชาติตามที่ต้องการ จากนั้นเริ่มวางขายตามงานในชุมชนหลายแห่ง ขายแบบตักใส่ถุง เมื่อขายดีจึงค่อยปรับใส่กระปุกแปะฉลากแบบง่ายๆ เพื่อให้รู้แหล่งที่มา ภายหลังที่คุณบัวเข้ามารับช่วงต่อจากคุณแม่วิมล จึงวางแผน
