แปรรูปสินค้าเกษตร
เมื่อพูดถึงจังหวัดสระบุรี ผู้อ่านหลายท่านคงจะนึกถึงของเด่น ของดี ของฝากขึ้นชื่ออย่างกะหรี่ปั๊บและอีกมายมาย แต่อีกหนึ่งของดี หากได้เดินทางไปที่ตลาดนัดร่มโพธิ์ สี่แยกเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี คงต้องได้ “ปลาร้าลอย” อาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอย่างแน่นอน สำหรับผู้อ่านท่านใดที่เป็นชื่นชอบปลาร้า น้ำพริกนานาชนิดและผักต้ม เมื่อมีโอกาสได้มาแวะเดินตลาดนัดร่มโพธิ์ สี่แยกเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี คงต้องห้ามพลาด ร้านปลาร้าลอยลุงอ๊อด ที่ใครมาถึงตลาดนัดร่มโพธิ์ จำเป็นต้องได้รับประทานเมนูปลาร้าลอยปลาดุก หากได้ลิ้มลองรสชาติ รับรองติดใจ ไม่เช่นนั้นถือว่ามาไม่ถึงที่ ครั้งเดินทางไปถึงหน้าร้าน สายตาต้องสะดุดกับแผงด้านหน้า ที่ถูกจัดรายล้อมด้วยน้ำพริกรสเด็ดพื้นบ้านที่คุ้นเคย ทั้งน้ำพริกตาแดง น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกพื้นบ้านนานาชนิด ผักต้มสดๆ พร้อมเสิร์ฟ และเครื่องเคียงจำนวนมากให้ลูกค้าได้เลือกสรร จำหน่ายในราคาที่สบายกระเป๋า สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นความนัวและความหอมของน้ำปลาร้าลอยที่ถูกต้มลงในหม้อเบอร์ใหญ่กำลังเดือดปุดๆ ด้วยความร้อนจากไฟ น้ำปลาร้าถูก
อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำตาลดอกมะพร้าวจากแบรนด์ “Hom Prao” คือ ผลิตจากมะพร้าวทับสะแก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดินแดนที่อุดมไปด้วยมะพร้าวพันธุ์ดีที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง คุณดาวิด สุระเสรี หรือ คุณอาร์ม เจ้าของแบรนด์ Hom Prao (หอมพร้าว) อยู่บ้านเลขที่ 175/12 หมู่ที่ 5 บ้านหินเทิน ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทิ้งเงินเดือนหลักแสน กลับบ้านเกิด ปั้นแบรนด์ “Hom Prao” ตามสโลแกน “เพิ่มหวานได้ไม่ต้องเบาหวาน” ด้วย หอมพร้าว น้ำตาลดอกมะพร้าวแท้ เอกลักษณ์ทับสะแก สร้างรายได้สู่ชุมชน เตรียมเส้นทางพร้อมโกอินเตอร์ คุณอาร์ม เล่าให้ฟังว่า แบรนด์หอมพร้าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี หากย้อนไปสมัยก่อนตนเองเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากพอสมควร ซึ่งเงินเดือนที่รับในตอนนั้นเป็นเงินหลักแสน แต่ต้องประสบกับปัญหาสุขภาพ จำเป็นต้องกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน และลาออกจากงานประจำในที่สุด โดยขณะนั้นก็ยังมองไม่เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพหลังจากลาออกจากงานประจำ แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์หอมพร้าว “ตอนนั้นพี่นอนพัก
คุณสุภร พรมจิตร์ หรือ พี่สุ เล่าให้เราฟังว่า ชุมชนชาวบ้านโต๊ะเมืองเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีประกอบอาชีพทางการเกษตรคือการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลัก เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีราคายางพาราตกต่ำ และได้มีการร่วมกันหาแนวทางตอนนั้นมีสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งเห็นการทำผ้าบาติกจากที่อื่น จึงเกิดความสนใจและกลับมาพูดคุยกันของสมาชิกว่ามีความสนใจและความต้องการที่จะดำเนินการในการทำผ้าบาติกเพื่อพัฒนาอาชีพนอกจากการทำสวนยางซึ่งยังมีเวลาในช่วงบ่ายที่จะสามารถหาอาชีพเสริมได้ โดย กศน.อำเภอกันตังได้จัดหาบุคลากรเพื่อมาสอนการทำผ้าบาติกให้กับกลุ่มเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2546 ในขณะนั้นกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 15 คน ได้เกิดการเรียนรู้ และนำมาผสมผสานด้านภูมิปัญญาของชาวบ้านในการประดิษฐ์ผ้าบาติก จนมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบันและมีการพัฒนาตนเองมาอย่างต่อเนื่อง “บาติกบ้านโต๊ะเมือง” มาจาก “โต๊ะ” เป็นคำสรรพนามของผู้อาวุโสของชุมชนมุสลิมทางภาคใต้ หมายถึง “ตา หรือ ปู่” ส่วนคำว่า “เมือง” เป็นชื่อบุคคลผู้เป็นต้นบรรพบุรุษของหมู่บ้าน โต๊ะเมือง “บาติก” เป็นชื่อผ้าขาวที่นำมาเขีย
“ตลาดเนินสูง” ตั้งอยู่สี่แยกเนินสูง ถนนสุขุมวิท หมู่ที่ 4 ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดค้าส่ง ค้าปลีกทุเรียนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นตลาดค้าขายทุเรียนชนิดเดียว มีทั้งแผงทุเรียนค้าส่ง-ค้าปลีกรวม 300 แผง มีการซื้อ-ขายวันละกว่า 1,000 ตัน และบริเวณรอบนอกยังมีโรงคัดบรรจุหรือ “ล้ง” รับซื้อทุเรียนอีกกว่า 100 ล้งส่งออกตลาดจีน “ใครอยากซื้อต้องมาตลาดเนินสูง” คือ คำพูดที่ติดปากของคนทั่วไปที่คุ้นเคยกับตลาดเนินสูงดี ตลอดระยะเวลา 4-5 เดือนฤดูกาลทุเรียนแต่ละปี แผงทุเรียนจะเปิดทำงานซื้อ-ขายกันตั้งแต่ช่วงเย็น ตลอดกลางคืน ยันรุ่งเช้า รายได้จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเนินสูงทำให้เทศบาลตำบลเนินสูงเจ้าของพื้นที่ พัฒนาสาธารณูปโภคและช่วยสร้าง-กระจายรายได้ในชุมชน ทุกวันนี้รอบๆ ตลาดเนินสูงเป็นย่านค้าขายมีผู้คนหลากหลายอาชีพมาทำมาหากิน เฉพาะแผงร้านค้าทุเรียน มีทั้งคนคัด คนโยนและคนลากทุเรียน คนรับจ้างจับทุเรียนส่งล้ง และรอบๆ ตลาดมีทั้งร้านค้าเครื่องไฟฟ้า ร้านขายอุปกรณ์ทำการเกษตร เครื่องอุปโภคบริโภค วินมอเตอร์ไซค์ และตลาดผลไม้และของฝากจากจันทบุรี ที่เรียงรายริมทางอีก 33 แผง “ตลาดเนินส
23 มิถุนายน 2566 วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ครบรอบ 14 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร ศูนย์กลางแห่งการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคม พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “การดำเนินงานตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนคือการจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นตลาดแห่งมิตรภาพ การแบ่งปันองค์ความรู้และจุดประกายความคิด โดยมีฟันเฟืองที่สำคัญคือพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้งานสำเร็จ เหล่าบุคคลผู้น้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตจริงจนสำเร็จ ผลิดอก ออกผลจนเห็นเป็นรูปธรรม เกิดเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนวิถีเกษตร พันธุกรรมท้องถิ
บนเส้นทางไม้ตัดดอกเมืองร้อนของ คุณประเสริฐ ลมพัด ที่ยาวนานกว่า 20 ปีย่อมการันตีถึงคุณภาพ ความสวยงามจากสีสันที่มีความหลากหลายโดดเด่น จากความทุ่มเทเอาใจใส่ จนได้รับความสนใจจากตลาดไม้ประดับทั้งในและต่างประเทศ คุณประเสริฐมีถิ่นฐานบ้านพัก เลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มยึดอาชีพปลูกตัดไม้ดอกในปี 2538 จากก่อนหน้านี้เคยผ่านการทำเกษตรกรรมมาหลายอย่างซึ่งล้วนต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงประสบปัญหาทำให้ราคาขายไม่ดี รวมถึงยังต้องเผชิญกับปัญหาการฉีดพ่นยาแล้วเกรงว่าจะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต ดังนั้น จึงมองหาอาชีพอื่น กระทั่งไปลงตัวกับการปลูกเฮลิโคเนียตัดดอกขาย ปัจจุบันคุณประเสริฐเป็นแกนนำกลุ่มไม้ตัดดอกเขตร้อนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นมืออาชีพไม้ตัดดอกที่มีลูกค้าสนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี มีพันธุ์ไม้ดอกดาวเด่นอย่างเฮลิโคเนียหลายสายพันธุ์ พร้อมกับยังต่อยอดด้วยการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ๆ ให้มีความสวยงาม แปลก หลากสี กับยังรวบรวมสายพันธุ์กะทือที่เป็นพืชสมุนไพรชนิดหัวไว้จำนวนมากมายจากทั่วประเทศเพื่อผลิตเป็นไม้ประดับในสวนแห่งนี้ เฮลิโคเนีย ปลูก ดูแลง่าย ดอกสวย
กล้วย ผลไม้มากประโยชน์ กินเพิ่มพลังงานหรือกินเป็นยาก็ดี เพราะกล้วยน้ำว้าจะเป็นกล้วยที่ให้พลังงานมากที่สุด เมื่อเทียบกับกล้วยหอมและกล้วยไข่ หรือหากกินเป็นยา กล้วยน้ำว้าห่าม และสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอะซิน และใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น โดยกินวันละ 4-6 ลูก ส่วนกล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคตินมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผล หรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้ จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย และนอกจากการกินเป็นยาแล้ว กล้วยน้ำว้ายังสามารถนำมาแปรรูปทำเมนูขนมหวานได้หลากหลาย รวมถึงการนำมาแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์กล้วยตาก กล้วยอบ กล้วยฉาบ และอื่นๆ อีกมากมาย ถือว่าเป็นไม้ผลเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชน และสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่าไม่น้อย คุณปกรณ์ วิเศษการ หรือ คุณเต้ย อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี อดีตวิศวกรโรงงาน ลาออกจากงานด้วยวัยเพียง 40 ปีต้นๆ เหตุผลก็เพราะว่าในช่วงอายุ 40
“สาหร่ายทะเลผมนาง” ทางประมงจังหวัดสงขลา ยืนยันว่ามีหนึ่งเดียวในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา กลุ่มประมงลงมือเพาะพันธุ์แปรรูปผลิตภัณฑ์ยำเหมี่ยงและทำข้าวเกียบ ปตท.โออาร์สนใจ ที่มีนโยบายสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน สาหร่ายทะเลผมนางสดๆ ราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม แห้ง 300 บาทต่อกิโลกรัม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิจัยไม่พบสารพิษ มีแต่คุณประโยชน์ทางด้านโภชนาการ คุณพรทิพย์ หมัดสุข เลขานุการกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำฟาร์มทะเล หมู่ที่ 2 บ้านท่าเสา ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา บอกว่า กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำฟาร์มทะเลหมู่ที่ 2 บ้านท่าเสา ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนสาหร่ายทะเลฯ ขึ้นมา เนื่องจากทางกลุ่มได้ทำการเรียนรู้เรื่องสาหร่ายทะเลผมนาง และได้ทำการเพาะพันธุ์ในกระชังในทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวของจังหวัดสงขลา ตามคำยืนยันของสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา ซึ่งมิให้สูญพันธุ์ไปจากทะเล และปรากฏว่าประสบความสำเร็จในที่สุด สาหร่ายทะเลผมนาง โดยปกติแล้วจะอยู่กับน้ำเค็มจะได้และขยายตัวได้รวดเร็วด้วย แต่หากทะเลพอเป็นน้ำจืดก็จะตายไปในที่สุด โดยกว่าจะพบก็ต้องใช้เวลาถึงประมาณ 4 เดือน ซึ่งในที่สุดทางกลุ่มไม่ได้นิ่ง
มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เมื่อพูดถึงชื่อนี้ก็คงต้องนึกถึงมะพร้าวผลโต น้ำหวาน กลิ่นหอมคล้ายใบเตย อีกหนึ่งผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณประเสริฐ ไพลสีม่วง พ่อค้าขายมะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้ขายเพียงแค่มะพร้าวผลสดเท่านั้น แต่ยังแปรรูปจากมะพร้าวสดเป็นมะพร้าวเผาเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวอีกด้วย จุดเริ่มต้นในการเผามะพร้าวขาย “เริ่มแรกผมรับตัดมะพร้าวตามสวนของชาวบ้านมา 20 กว่าปี แต่เพราะว่าเศรษฐกิจมันแย่ลง มะพร้าวขายไม่ค่อยออกก็เลยต้องเอามะพร้าวที่มีมาเผาเพื่อระบายออก” นี่คือเหตุผลที่คุณประเสริฐเล่าถึงการเริ่มเผามะพร้าวขาย คุณประเสริฐ เล่าว่า เมื่อก่อนรับจ้างตัดมะพร้าววันละ 3,000-4,000 ผล ที่ตัดได้เยอะเพราะมีคนงานมาช่วยตัด 4 คน ค่าแรงตกคนละ 500-600 บาท ต่อวัน โดยรับตัดมะพร้าวตามสวน ตกแล้วได้กำไรผลละ 3 บาท มะพร้าวที่ไปรับจ้างตัดมาก็ส่งขายให้กับเหล่าแม่ค้าคนกลาง รวมๆ แล้วกำไรทั้งหมดก็จะได้ไม่เกิน 2,500 บาท ถ้าช่วงไหนมะพร้าวราคาดีก็จะได้กำไรเยอะหน่อย ตกกำไรผลละ 5 บาทเลยทีเดียว แต่ถ้าช่วงไหนมะพร้าวถูกกำไรก็จะลดตามไปด้วย ส่วนที่ตกเกรดจะนำมาขายแยกและเผาขาย มะพร้าวที่นำมาแ
จะมีใครรู้ไหมว่า จากผ้าปาเต๊ะธรรมดาราคาหลักร้อยสามารถเพิ่มมูลค่าสู่ราคาหลักพันได้อย่างไร วันนี้มีคำตอบ “ผ้าปาเต๊ะ” เป็นเครื่องนุ่งห่มที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีต้นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย คำว่า “ปาเต๊ะ” หรือ “บาติก” มาจากภาษาชวา ใช้เรียกชื่อผ้าที่มีลวดลายเป็นจุด ซึ่งวิธีการทำผ้าปาเต๊ะจะใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี และใช้วิธีการแต้ม ระบายหรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี และในยุคที่คนไทยนิยมนุ่งชุดผ้าพื้นเมืองในชีวิตประจำวัน “ผ้าปาเต๊ะ” กลายเป็นสินค้าขายดีเพราะผ้าปาเต๊ะเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าที่มีการสรรค์สร้างลวดลายที่มีความสวยงาม มีสีสันที่สดใส มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีการเขียนลวดลายหลากหลายบนเนื้อผ้า เช่น ลายต้นหมาก ลายดอกดาหลา ลายดอกไม้ เป็นต้น กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรชุมชนป่าไม้กันตัง ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีการรวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างหลังจากการทำอาชีพหลักมาสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าปาเต๊ะ มีการนำผ้าปาเต๊ะมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าทั้งบุรุษและสตรี ตัดเย็บกระเป๋าจากเศษผ้า ปักเย็บลูกปัดลงบนผ้าปาเต๊ะ ทำผ้ามัดย้อม และผลงานที่สร้างมูลค่าจากผ้าปา
