แปรรูปสินค้าเกษตร
บนเส้นทาง เดินห่าง…จากความจน คิดดีทำดีก็สามารถเดินไปได้อย่างมีความสุข อาจจะไปช้าบ้างแต่เดินไปชนิดแน่นอน อย่าพยายามดูถูก และจงให้เกียรติตัวเองทุกการก้าวเดิน โลกใบนี้น่ารักน่าอยู่เสมอ แม้เราจะอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน จะเป็นกลางวัน กลางคืน หรือดวงตะวันดวงเดิมก็ตาม แต่หากเราเปิดหัวใจให้กว้างแล้วจงมองในความงดงามด้วยวิธีคิดใหม่กับสายตาใหม่ พร้อมมีชีวิตอยู่สำหรับวันนี้เท่านั้น เมื่อวานผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้ก็ยังมาไม่ถึง อย่าไปพยายามดึงเวลาแห่งอนาคตมาใช้ ทุกเรื่องราวที่เราได้สัมผัสเองนั่นย่อมหมายถึงการเรียนรู้ทั้งสิ้น หากจะว่ากันให้รู้ลึกลงไปถึงแก่นจริงๆ จากช่วงเวลาหนึ่งสู่ช่วงเวลาหนึ่ง บนเส้นทางของความเป็นมนุษย์ จะสามารถเรียนรู้กันชนิดไม่มีการสิ้นสุดตลอดชีวิต ก่อนอื่นขอสวัสดีและขอบพระคุณอย่างมากมายกับแฟนๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่เป็นแฟนประจำพร้อมให้กำลังใจกับคอลัมน์นี้มาตลอดเวลา ทั้งที่ส่งเสียงไปหา โทร. 081-846-0652 และทางเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID LINE Janyos ขอบคุณจริงครับเมื่อมีแฟนๆ ให้แรงใจเช่นนี้ ผมมีแรงฮึดเพิ่มอีกเยอะ เพราะผมก็คือตัวผม และจะมีแ
ปลาดุกบิ๊กอุย (Hybrid catfish) เป็นปลาเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก เพราะปลาดุกบิ๊กอุยเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ชุมชนตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นแหล่งเลี้ยงปลาดุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่เลี้ยงปลาดุกกว่า 3,000 ไร่ เกษตรกรมีอาชีพเลี้ยงปลาดุกจำนวน 150 ครัวเรือน ในปี พ.ศ. 2557 เกษตรกรประสบปัญหาราคาปลาดุกตกต่ำมาก สร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรจำนวนมาก เกษตรกรจึงรวมกลุ่มนำปลาดุกที่เลี้ยงมาแปรรูปเป็นปลาตัวขาย ช่วงปี พ.ศ. 2560 เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้รวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนลำไทรพัฒนา ภายใต้การนำของ คุณวีระวงศ์ ปั้นทองสุข ประธานกลุ่มการเลี้ยงปลาดุกนาแปลงใหญ่ตำบลลำไทร ขณะนั้นปลาดุกมีราคาตกต่ำ ไม่สามารถจับปลาออกขายได้ คุณวีระวงศ์จึงได้ทดลองนำปลาดุกมาแปรรูป โดยเริ่มจากนำปลาดุกตัวเล็กมาทำเป็นปลาแดดเดียว ขับรถจักรยานยนต์ขายตามชุมชน ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ถูกปากผู้บริโภคและราคาถูกจึงสามารถจำหน่ายได้ ปัญหาต่อมาปลาดุกตัวใหญ่ยังไม่สามารถออกขายได้ นำมาทดลองแปรรูปในรูปของปลาเส้น ซึ่งเดิมทีปลาเส้นทำเป็นสูตรดั้งเดิม แต่ไม่สา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว โดยศึกษาแนวทางเพิ่มมูลค่า วัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อน เช่น ทางมะพร้าวใช้คลุมโคนต้นมะพร้าวอ่อนเพื่อเป็นปุ๋ย หรือนำไปหมักในท้องร่องเพื่อนำไปทำปุ๋ยใส่ต้นมะพร้าวในสวน สามารถช่วยลดค่าปุ๋ยได้ ขณะที่บริษัท/โรงคัดบรรจุมะพร้าวมีสิ่งเหลือใช้ เช่น เปลือก จั่น และทะลายมะพร้าว ฯลฯ นำไปใช้ถมที่ ส่วนเปลือกมะพร้าวนำไปแปรรูปเป็นใยมะพร้าวก่อนนำไปเป็นชีวมวลของโรงไฟฟ้า หรือนำขุยมะพร้าวผสมดินขาย และนำไปผลิตถ่านอัดแท่งขาย และได้น้ำส้มควันไม้ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน “ปุ๋ยจากเปลือกมะพร้าว” นำเปลือกมะพร้าว/ทางมะพร้าวมาเข้าเครื่องโม่ และนำไปหมักโดยผสมมูลไก่/มูลสุกร/มูลโค หรือผสมจุลินทรีย์ พด. และ กากน้ำตาล จนได้ปุ๋ยคอกจากเปลือกมะพร้าวเพื่อนำไปใส่ในสวนหรือขายต่อ โดยมีต้นทุนการทำปุ๋ยทั่วไปเฉลี่ยตันละ 800 บาท ขายได้ตันละ 2,000 บาท มีกำไรตันละ 658 บาท มีกำไรตันละ 1,200 บาท หากวัตถุดิบมาจากแหล่งผลิตอินทรีย์
สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง เริ่มต้นจากพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะผัก ผลไม้ พืชสมุนไพรหลากหลายชนิด ยิ่งช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ให้มีความสมดุล เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ทำให้รู้สึกชีวิตมีพลัง กระปรี้กระเปร่า แลดูอ่อนเยาว์ สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน เล็งเห็นคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยจึงได้นำเสนอ “คำไทย” ขนมแคร็กเกอร์ รสเมี่ยงคำ หอม กรอบ อร่อย ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย สำหรับสมุนไพรไทยที่ใช้เป็นส่วนผสมในขนมแคร็กเกอร์ รสเมี่ยงคำ ประกอบไปด้วย “ขิง” ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และช่วยเสริมธาตุลมในร่างกาย “หอมแดง” มีสรรพคุณช่วยแก้หวัด ป้องกันอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้อาเจียน และช่วยเสริมธาตุไฟในร่างกาย “มะนาว” มีรสเปรี้ยวขม ช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ ช่วยให้ชุ่มคอ และช่วยเสริมธาตุน้ำในร่างกาย “น้ำเมี่ยงคำ” มีรสหวาน รสเค็ม บำรุงกำลัง และช่วยเสริมธา
วันนี้และวันหน้า ภาคเกษตรไทยจะไปทางไหน เกษตรกรจะอยู่รอดกันอย่างไร จะลืมตาอ้าปากกันได้เมื่อไร จะหลุดพ้นภาระหนี้สินกันตอนไหน เริ่มเป็นหนี้จากรุ่นพ่อ ส่งต่อถึงรุ่นลูก พันผูกไปถึงลูกหลาน นั่นคือ สมการความยากจนโดยแท้จริง ปฐมเหตุแห่งปัญหาซ้ำซ้อน ไล่เรียงมาตั้งแต่คำถามที่ว่าเกษตรกรแต่ละคนผลิตอะไร ต้นทุนเท่าไร ขายได้ไหม ขายหมดไหม ขายให้ใคร ราคาเท่าไร คุ้มกับต้นทุนไหม เกษตรกรขาดทุนหรือมีกำไรกันแน่ แล้วใครเป็นคนมารับซื้อสินค้าเหล่านี้ไป ซื้อไปทำอะไร ขายต่อเป็นสินค้าขั้นปฐมภูมิหรือนำไปแปรรูป แปรรูปเป็นสินค้าอะไร คนซื้อสินค้าเกษตรหรือสินค้าแปรรูปคนสุดท้ายนั้นเป็นใคร? คำถามและคำตอบเหล่านี้แหละที่เกษตรกรผู้ผลิตที่ต้นน้ำส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คิดกัน เกษตรกรไทยกี่ช่วงอายุคนมาแล้วที่ยังคงผลิตสินค้าแบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันมาแบบนี้ จากรุ่นปู่ย่าตายายทำกันอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกันแบบนั้นอยู่หรือไม่…ถ้ายังเป็นนั้นอยู่ก็คงจะรอดยากสำหรับภาคเกษตรไทยครับ ถ้าจะจัดช่วงในการผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ก็ตาม เราก็จะแบ่งได้เป็น 3 ช่วงหลักๆ ที่เรียกกันว่า ห่วงโซ่การผลิตหรือ Supply Chain นั่นคือ ต้นน้ำ กลางน้
ปัจจุบัน ความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายทั้งใช้ประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง พืชสมุนไพรจึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน บ้านห้วยร่องคำ หมู่ที่ 10 ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มวิสาหกิจ “ต้นแบบการผลิตสมุนไพร” ที่มีศักยภาพในพื้นที่ มีระบบบริหารจัดการแปลงที่ดี มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อเป็นไปตามความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้จากสมุนไพร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเศรษฐกิจชุมชนบ้านห้วยร่องคำ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยมี นางละอองฉัตร คูตะพันธุ์ เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในพื้นที่มีสมาชิกเกษตรกรและเครือข่ายรวม 55 ราย พื้นที่ปลูกรวม 105 ไร่ เนื้อที่ปลูกเฉลี่ย 1.9 ไร่/ครัวเรือน ปัจจุบัน ทางกลุ่มมีการปลูกสมุนไพรทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้ ข่าตาแดง ขมิ้นชัน กระชายขาว และพริกดำมัน ผลผลิตส่วนใหญ่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) โดยทางกลุ่มวิสาหกิจมีรายได้เฉลี่ยจากการปลูกสมุนไพรหมุนเว
“ปลาเค็ม” เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาการแปรรูปสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยลักษณะของพื้นที่อำเภอสิเกา ที่มีอาณาเขตติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน ประชาชนบางส่วนจึงประกอบอาชีพประมง ซึ่งการออกหาปลาของชาวประมงในแต่ละครั้งจะได้ปลาจำนวนมาก โดยปลาบางส่วนจะส่งจำหน่ายไปยังแพปลาของชุมชน แล้วจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปจำหน่ายต่อ ส่วนปลาที่ราคาไม่ค่อยดี ชาวบ้านจะนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็มเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา สำหรับไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายสร้างรายได้ เช่นเดียวกับ คุณศุภวรรณ อั้นเต้ง ประธานวิสาหกิจชุมชนอาหารทะเลแปรรูปปลาเค็มกางมุ้งอำเภอสิเกา ซึ่งยึดอาชีพการแปรรูปปลาเค็มกางมุ้งจำหน่ายสร้างรายได้จนเป็นที่รู้จักและเป็นสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง คุณศุภวรรณ เล่าย้อนให้ฟังว่า เดิมตนเองนั้นยึดอาชีพแม่ค้าขายอาหารทะเลอยู่ในตลาดสดเทศบาลสิเกา โดยรับซื้อมาจากชาวประมงในชุมชน ซึ่งเป็นอาหารทะเลสด จึงมีแนวคิดจะเพิ่มสินค้าจำหน่ายในร้านของตนเองจากวัตถุดิบที่มี และบวกกับความรู้ภูมิปัญญาในด้านของการทำปลาเค็ม จึงรวมกลุ่มกับสมาชิกเริ่มทดลองแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ปลาเค็ม และกุ้งแห้ง แต่เป็นวิธีการผลิตแบบเดิมๆ โดยการตากแด
ปลาดุกเป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันดีและมีความนิยมบริโภคในอัตราที่สูง สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเป็นอย่างดี แต่มีข้อแม้ว่าสถานที่เลี้ยงต้องมีแหล่งน้ำที่ดี สภาพพื้นที่ดี มีการเอาใจใส่ดูแลให้อาหารดี เพื่อสนองตอบปัจจัยในการเลี้ยงปลาดุกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงด้านการพัฒนาต่อยอดแปรรูปสร้างมูลค่าจึงจะกลายเป็นอาชีพสร้างเงินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด คุณน้ำอ้อย สมประสงค์ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาดุกบิ๊กอุย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 13 ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกขายหน้าบ่อเพียงอย่างเดียว สู่การพลิกวิกฤตในช่วงที่ราคาปลาดุกตกต่ำ จับมาแปรรูปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ต่อยอดพัฒนาจนผลิตภัณฑ์ทุกตัวได้รับรองมาตรฐาน อย. ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้จากการแปรรูปได้หลักหลายแสนบาทต่อเดือน พี่น้ำอ้อย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการต่อยอดแปรรูปปลาดุกว่า อาชีพการเลี้ยงปลาดุกเป็นอาชีพที่ทำตกทอดมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ตนเองได้เข้ามาสานต่ออาชีพตรงนี้ ได้ผ่านเรื่องราวทั้งทุกข์และสุข
เชื่อว่าท่านนักบริโภคถั่วทุกท่าน คงรู้จักถั่วของไทยชนิดนี้ “ถั่วลิสง” น่าจะเป็นถั่วที่มีมานานนับเป็นร้อยๆ ปี ถามคนเฒ่าคนแก่ขณะนี้ก็บอกว่ามีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดแล้ว เรียกกันว่า “ถั่วดิน” คนสมัยก่อนเอามาต้ม คั่วกินเล่น หนุ่มสาวไปเที่ยวหากันก็ได้ถั่วดินคั่วนั้นแหละเป็นของว่างแก้เขินอาย กินเล่นกันมากๆ คอแห้งดื่มน้ำตาม คงเกิดลมแก๊สในกระเพาะส่งเสียงปี๊ดปู้ดกันเพลินดีนะ ไม่อยากบอกว่าอายนะ “ถั่วลิสง” เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ แถวบราซิล แถบเทือกเขาแอนดีส และประเทศโบลิเวีย แถบลุ่มแม่น้ำอะเมซอน แพร่พันธุ์เข้ามาประเทศไทยเมื่อไรไม่ทราบ แต่ก็คงนานนับร้อยๆ ปีอย่างที่ว่า ในขณะนี้ยังมีปลูกกันอยู่แถวขอนแก่น นครสวรรค์ นครนายก ลพบุรี สระบุรี ลำปาง และอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์มีปลูกกันเป็นแหล่งประจำที่ตำบลน้ำริด ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง มีพื้นที่ปลูกตำบลละ 2,500 ไร่ ให้ผลผลิตดีในช่วงปลูกเป็นถั่วแล้ง อาศัยความชื้นจากดิน และน้ำห้วย ช่วงหลังฤดูทำนาเก็บเกี่ยวข้าวแล้วหยอดถั่วพันธุ์ไทนาน 9 เหมาะสำหรับกะเทาะเมล็ดขาย กับถั่วเมล็ดฝักลายพันธุ์พระราชทานจัมโบ้ลาย พันธุ์กาฬสินธุ์ 2 นิยมบริโภคในรูปถั่วต้ม
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลบ้านหลวง อีกหนึ่งวิสาหกิจชุมชนตัวอย่าง ที่ไม่รอให้ใครลิขิตชีวิต แต่พวกเขาเหล่านี้ขอลิขิตชีวิตตัวเอง ด้วยการไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักต่อยอดแปรรูปปลาเค็มขายสร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง คุณประยุทธ ผดุงไพร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลบ้านหลวง อยู่ที่ 46 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี หัวเรือสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาให้วิสาหกิจชุมชนก้าวมาได้ไกลและมั่นคง ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง พยายามหารายได้เข้ามาเสริมให้กับสมาชิกกว่า 60 คน ให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมั่นคงอยู่เสมอ คุณประยุทธ เล่าว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลบ้านหลวง ได้จัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2553 เริ่มจากการปลูกกระเจี๊ยบเขียวเพื่อการส่งออกเป็นรายแรก และประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกลุ่มปลูกกระเจี๊ยบเขียวเพิ่มขึ้น ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาปลูกผักชนิดอื่นๆ เพื่อส่งขายในตลาดท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ทั้งบวบเหลี่ยม บวบงู มะระจีน มะเขือยาว มะเขือเปราะ พริก ฟักทอง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถึงแม้ทางกลุ่มจะ
