แปรรูปสินค้าเกษตร
ชาวสวนโอดขิงราคาดิ่ง กก. 3 บาท สวนทางค่าแรงวันละ 400 บาทตัดสินใจปล่อยร้าง “อบต.” เผย เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกเหลือเพียงร้อยละ 20-30 วันที่ 31 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกขิง ในพื้นที่ ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากราคาผลผลิตขิงในขณะนี้ตกต่ำอย่างมาก กก.ละ 2-3 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าแรงงานรายวันๆ ละ 400 บาท ประกอบกับผลผลิตขิงไม่ค่อยมีคุณภาพ เนื่องจากมีฝนตกบ่อยกระทบผลผลิตขิงเสียหาย ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกขิงส่วนใหญ่จึงตัดสินใจปล่อยทิ้งร้าง นางเป็ง ทองคำ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 224 หมู่ 14 ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า ตนและสามีก็ทำสวนขิงเนื้อที่เล็กน้อยประมาณ 1 งาน แต่เนื่องจากปีนี้ขิงราคาไม่ดีเลย กก.ละ 2-3 บาท เท่านั้น ส่วนค่าจ้างแรงงานเก็บขิงวันละ 400 บาท เกษตรกรจึงตัดสินใจไม่จ้างเก็บ บางรายก็ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกเพราะเก็บขายก็ไม่ได้ราคา ไม่คุ้มทุน ทำให้เกิดความเสียหายเช่นกัน ด้านนายสมบัติ สมศักดิ์ นายก อบต.แม่นาเรือ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ทราบว่าเกษตรกรที่ปลูกขิงหลายหมู่บ้านสะท้อนเสียงเป็นทางเดียวกันว่า ปีนี้ราคาขิงตกต่ำอย่างมาก อีกทั้งขิงถูกน้ำ
กรมปศุสัตว์เตรียมชงข้อมูลวิชาการ “สารเร่งเนื้อแดงในหมู” ให้นายกฯประยุทธ์ก่อนบินไปอเมริกา ต.ค.นี้ รับมือหากประธานาธิบดี “ทรัมป์” หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นบีบไทยเปิดนำเข้า ฟากผู้เลี้ยงชี้หากเปิดนำเข้าเกษตรกรเดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ถ้วนหน้า ทั้งชาวนา-ชาวไร่ ข้าวโพด-มันสำปะหลัง นสพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจหยิบยกเรื่องการส่งออกชิ้นส่วนสุกรที่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาในไทยในช่วงระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม 2560 ว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยต่าง ๆ ในการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงสุกรว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดไว้รองรับ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการเจรจา โดยการเจรจาเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่มีประเด็นเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เลี้ยงหมูไทยได้ยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าหมูของสหรัฐต่อ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง ทางกลุ่มผู้เลี้ยงคงเกรงว่าหากทางประธา
สํานักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง จับมือจัดสัมมนา การพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ “ศรีสะเกษ เดินหน้าเกษตรอินทรีย์สู่ครัวโลก” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (เพิ่มเติม) ผลักดันให้เป็นเมืองแห่งเกษตรอินทรีย์ โดยระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์เป็นไปตาม เป้าหมายของรัฐบาล (เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 60) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ อําเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นางจันทิรา ยิ้มเรวัติ วิวัฒน์รัตน์ ร่วมเปิดงานสัมมนา เรื่องการพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ “ศรีษะเกษ เดินหน้าเกษตรอินทรีย์สู่ครัวโลก” โดยมีนายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ นางชุติมา กล่าวว่า
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า ได้ทำโครงการ “พัฒนาต้นแบบร้านค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น MOC Biz Shop” เพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการ การออกแบบผังร้าน การจัดวางสินค้าที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่นให้อยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ตั้งใจจะให้เป็นร้านค้าต้นแบบที่นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ขณะเดียวกันทำให้ร้านค้ามีความน่าดึงดูด ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายย่อยสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งยังส่งเสริมธุรกิจภาคบริการ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าเข้าด้วยกัน ขณะนี้ร้านค้าสนใจเข้าร่วมกว่า 80 ร้านค้า ในกว่า 30 จังหวัด การทำงานอาศัยเครือข่ายของ MOC Biz club ร่วมกัน โดยกรมจะเปลี่ยนร้านค้าเดิมๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยในเฟสแรกจะจัดทำให้เป็นร้านต้นแบบใน 10 จังหวัดก่อนขายให้ครบทั่วประเทศต่อไป ในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายร้าน MOC Biz Shop เชื่อมโยงเข้ากับแหล่งท่องเที่ยว และเข้าสู่การตลาดแบบออนไลน์ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
ธปท.ดึงแบงก์เข้าระบบคิวอาร์โค้ดชำระเงิน ดีเดย์ไตรมาส 4/2560 พร้อมกันทั่วประเทศ ธ.ออมสินพร้อมสุด 15 ก.ย. ทดลองกับร้านค้าลูกค้าออมสินกว่า 5,000 ร้าน ไทยพาณิชย์ชี้มอเตอร์ไซค์รับจ้าง-ร้านค้าเล็กๆ ก็ใช้ชำระเงินได้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ไตรมาส 4/2560 จะเริ่มใช้มาตรฐานคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อการชำระเงินพร้อมกันทั่วประเทศ ขณะนี้ ธปท.เปิดให้ธนาคารสู่ขั้นตอนทดลองระบบ มี 2 ธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย อยู่ระหว่างการทดสอบ และอีก 6 แห่ง ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงศรีฯ ธนาคารธนชาต และธนาคารออมสิน อยู่ระหว่างยื่นคำขอ นอกจากนี้ ยังเป็นความร่วมมือครั้งแรกของผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลก 5 แห่ง คือ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส, เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด, ยูเนี่ยนเพย์ และวีซ่า กับผู้ให้บริการทางการเงินในไทย ตกลงใช้มาตรฐานการเงินเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนในการมีคิวอาร์โค้ดหลายรูปแบบ และช่วยสนับสนุนระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ด้วย นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสินเป็นธ
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ในปีนี้ซีพีเอฟได้รับ 2 รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award) ในสาขาผู้ส่งออกสินค้าไทยที่มีเครื่องหมายการค้าของตนเอง แบรนด์ ซีพี (Best Thai Brand Award) ขณะที่บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยโรงงานผลิตอาหารสุนัขแบรนด์ “เจอร์ไฮ” ได้รับรางวัลสินค้านวัตกรรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Green Innovation) เป็นผลมาจากการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดนวัตกรรมอาหารตอบโจทย์ความต้องการอาหารปลอดภัยของโลกและส่งเสริมการเข้าถึงอาหารอย่างกว้างขวางด้วยมาตรฐานสากล ตลอดจนมีกระบวนการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการใช้พลังงาน ส่งผลให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์เลี้ยง ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคกลางได้จัดงาน “ฟิลด์เดย์ (Field Day) ภาคกลาง ครั้งที่ 6” ขึ้นภายใต้ชื่อ “สวนมะเดื่อ ฟิลด์เดย์” (Saunmadua Field Day) ที่สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค สวนมะเดื่อ จำกัด ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์มโคนม รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตน้ำนมดิบอย่างเหมาะสม และนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบการเลี้ยงโคนมในฟาร์มของตนเองได้ นอกจากนี้ยังเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานและโครงการส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ อ.ส.ค. ดำเนินงานประสบผลสำเร็จทั้ง 4 ภูมิภาค ให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รับทราบ นอกจากนั้น ยังเป็นเวทีให้ผู้เลี้ยงโคนม เจ้าหน้าที่ส่งเสริม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ในการเลี้ยงโคนม เพื่อใช้เป็นแนวทางยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ช่วยพัฒนาต่อยอดและเสริมทักษะอาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาท
ผู้ว่าฯกยท. เผยแนวโน้มราคายางปรับตัวขึ้นไปถึง 70 บาทต่อกก. มั่นใจกองทุนรักษาราคายาง ทำกลไกสองตลาดดันราคาในทิศทางบวก ลดปัจจัยเสี่ยงจากตลาดภายในนอกประเทศ มากดราคายางเกษตรกรไทย ชี้ได้ผลดีระยะยาวกว่าประกัน จำนำ ระบุ บิ๊กฉัตร วางเป้าใช้ยางในประเทศแสนตันต่อปีดันราคายางเพิ่มมหาศาล” นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคายางพารามีแนวโน้มขยับตัวต่อเนื่องขึ้น จะเห็นว่าราคายางแผ่นรมควันชั้นสาม ขยับจาก 49 บาทต่อกก.ช่วงเดือน ก.ค.ขึ้นมากว่า 58-60 บาทต่อกก.โดยตั้งเป้าราคาไปได้ถึง 70 บาท ทั้งนี้จากที่กองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง เข้าซื้อขายยางทั้งในตลาดซื้อขายจริง และตลาดล่วงหน้า ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวของราคาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้ราคาอ้างอิงจากตลางต่างประเทศ ที่ผ่านมามีปัจจัยเสี่ยงมาก เพราะตลาดใหญ่ๆเก็งกำไรค่อนข้างสูง จึงมาส่งผลกระทบราคายางเกษตรกรไทยตกต่ำมาตลอด “กองทุนยางฯเข้าเทรด ช่วงกลางเดือน ก.ค. เดิมที่กยท.เข้าซื้อด้วยทุนของกยท.เอง มาเดือนส.ค.ได้รับทุนเพิ่มเติม จาก5 บริษัทรายใหญ่ รวมวงเงิน 1.2 พันล้านบาท เข้าซื้อทั้งสองตลาด ซึ่งต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกตรวจด่าน ชายแดนไทย-ลาว ในอำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม จังหวัดเลย ซึ่งมีด่านการค้าระหว่างชายแดน ไทย-ลาว ตามแนวลำน้ำโขงและลำน้ำเหืองโดยมีนายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมกับนางสาวสิการณ์ เฟื้องฟุ้ง พาณิชย์จังหวัดเลย นายอำเภอ หัวหน้า ตม. ทั้ง 3 อำเภอให้การต้อนรับ ทั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ.จุดผ่านแดนทั้ง 3 จุด พร้อมกับรับฟังรายงานสถานการณ์ค้าชายแดน และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดน ที่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังรายงานได้ลงพื้นที่จุดผ่านแดนทั้งอำเภอเชียงคาน ปากชม และโดยเฉพาะด่านอำเภอท่าลี่ ที่มีสะพานไทย-ลาว ที่มีด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง ซึ่งข้ามไปแขวงไชยะบูลี และหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งศักยภาพของที่นี้ในหลายๆปีที่ผ่านมาการพัฒนายังไม่ได้มากเท่าที่ควร การมาครั้งนี้เพื่อจะดูว่าจะมีอะไรที่จะพัฒนาการค้าชายแดนระหว่างไทยและสปป.ลาว ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแต่ละที่จะไม่เหมือนกั
อ.ส.ค.คลอดแผนแม่บทส่งเสริมเลี้ยงโคนม 4.0 รับยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมฯ มุ่งเพิ่มปริมาณน้ำนมดิบคุณภาพสูง สร้างเจ้าหน้าที่ส่งเสริมมืออาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกรเพิ่ม 5% ต่อปี ก้าวสู่ผู้นำด้านส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของประเทศภายใน 5 ปี ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ได้จัดทำแผนแม่บทส่งเสริมการเลี้ยงโคนม 4.0 รองรับยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.การสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงในการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 2.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมดิบและการจัดการฟาร์มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 3.วิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคนม และ4.สร้างความเข้มแข็งให้กับบุคลากรสายกิจการโคนม เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนพัฒนายกระดับประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐาน พร้อมวิจัย พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้การเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกร ขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมให้เป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรสมาชิกให้มีความมั่นคงและเติบโตในอาชีพการเลี้ยงโคนมด้วย
