เทคนิคเกษตร
คุณกอบแก้ว ระวิเรือง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นำใบข้าว-ข้าวหอมมะลิ มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยใช้ชื่อแบรนด์ “ไทยสุวรรณ” ปัจจุบัน มีสมาชิก 83 ราย มีพื้นที่เพาะปลูก 1,200 ไร่ ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ในการประกวดผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากข้าวด้วยนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและกระทรวงเกษตรฯ ในงานวันเกษตรภาคอีสาน ปี 2562 ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2559 ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ (นวัตกรรมใหม่) ในงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 17 ที่ จังหวัดร้อยเอ็ด ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มมีหลากหลาย อาทิ เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ 105 เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ 105 ผสมสมุนไพร แบ่งเป็นเครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ 105 และดอกพะยอมอบแห้ง, เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ 105 และดอกดาวเรืองอบแห้ง รวมทั้งเครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ 105 และมะนาวอบแห้ง ครีมผงข้าวหอมมะลิธรรมชาติ ใช้เป็นครีมชงกับเครื่องดื่มแทนครีมเทียมที่คนรักสุขภาพต้องการหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มจมูกข้าวข้าวหอมมะลิ คุณกอบแก้ว เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งเมื่อ ปี 2555 แรงบันดา
หลายคนไม่อยากแก่ ไม่อยากเข้าใกล้วัยชรา ต่างสรรหาวิธีการต่างๆ มากมาย ซึ่งหลายอย่างไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่หลายอย่างก็เสี่ยงอันตราย ช่วงที่ผ่านมาหลายคนจึงหันมาพึ่งพาสมุนไพร โดยเฉพาะอาหารที่มาจากธรรมชาติกันมาก เพราะหวังว่าจะช่วยให้ชีวิตยืนยาว ปลอดโรค แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องบริโภคปริมาณ หรือขนาดเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เรื่องนี้ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี อธิบายว่า จริงๆ เราสามารถบริโภคอาหารเพื่อดูแลสุขภาพได้ โดยหลักการแพทย์แผนไทย อย่างโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเน้น 4 กลไก ในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มฮอร์โมน เนื่องจากการวิจัยในปัจจุบันพบว่า การที่ร่างกายของคนเราชราลงเกิดจาก 4 กลไกนี้ เราจึงพยายามหาสมุนไพรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ 4 กลไกนี้ ว่าจะเลือกกินเลือกใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพ 1.สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ ก็จะมี หนึ่ง-ขมิ้นชัน ที่รู้จักกันดี ซึ่งสามารถนำมาใช้ทั้งกินทั้งทาได้หมด เพราะปัจจุบันมีงานวิจัยมากมาย ช่วยในเรื่องการป้องกันตั้งแต่ก่อนเป็นม
เสื่อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อปูรองนั่งหรือนอน บางครั้งใช้บังแดด บังลม บังฝน เสื่อทอด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น กระจูด หวาย หรือพลาสติก เกษตรกรบ้านตาอุด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อว่างจากการทำนาทำไร่ก็ไปตัดใบเตยหนามมาทอเป็นเสื่อ พร้อมออกแบบให้มีลวดลายสีสันสวยสดงดงามเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น แล้วนำออกวางขายทั้งในตลาดท้องถิ่นและต่างถิ่น ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตมีรายได้และมีวิถีชีวิตที่มั่นคง เป็นแนวทางที่น่าสนใจ วันนี้จึงได้นำเรื่องราว เสื่อใบเตยหนาม ผลิตภัณฑ์งามน่าใช้ มาบอกเล่าสู่กัน ต้นเตยหนาม เป็นพืชท้องถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ทรงต้นทั่วไปคล้ายกับต้นจันทน์ผา ต้นเตยหนามต้องการน้ำปานกลางหรือชอบพื้นที่ชุ่มชื้น ทรงต้นสูง 2-8 เมตร แตกใบที่ส่วนยอด ก้านใบยาวเรียว เกษตรกรบ้านตาอุดจะปลูกต้นเตยหนามตามหัวไร่ปลายนา เมื่อต้นเจริญเติบโตสมบูรณ์ก็ตัดก้านใบมาซอยให้ใบเป็นเส้นเล็กๆ นำไปตากแดดให้แห้งแล้วเก็บมาทอเป็นผืนเสื่อใช้ในครัวเรือนและขายสร้างรายได้ ลักษณะต้นเตยหนาม ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-7 นิ้ว เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ก้านใบจะยาว 3-7 ฟุต ขอบใบทั้ง 2 ข้างและสันกลางใบมีหนามแหลม การตัด
ส.ต.ต.รัฐชา โพติยะ ตำรวจตระเวนชายแดนประจำที่ กองร้อย 116 เล่าว่า เป็นชาวจังหวัดนครพนม มาประจำอยู่ที่ อำเภอบ่อไร่ 2 ปีแล้ว ครอบครัวเป็นชาวนาคลุกคลีกับการทำนาของครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ที่สุขมากคือการได้วิ่งเล่นในช่วงเกี่ยวข้าวและหาปล้องต้นข้าวที่เกี่ยวได้มาทำปี่เป่าเล่น วันนี้มาช่วยโรงเรียนวัดช้างทูนเกี่ยวข้าว จึงสอนเด็กๆ ผู้ชายทำปี่เป่าเล่น ขั้นตอนการทำปี่ 1. เลือกปล้องข้าวขนาดใหญ่ที่อ่อนๆ ตัดให้ติดปล้องยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ถ้าปล้องสั้น เล็กเป่าแล้วเสียงจะแหลม ปล้องใหญ่ ยาว เสียงจะทุ้ม ขั้นที่ 2 ทำลิ้นปี่ โดยใช้เคียวบาก ผิวปล้องบาง ไม่ให้ขาด ยาวประมาณ 30-40% ของความยาวปล้อง ใช้เคียวคมๆ และเล็กๆ ไม่ให้ปล้องแตก ขั้นที่ 3 ตัดปล้องให้สั้นลง ถ้าปล้องสั้นเสียงจะแหลม ปล้องยาวเสียงทุ้ม ขั้นที่ 4 วิธีเป่า ใช้มือป้องไว้รอบปี่ตรงลิ้น ทำให้เสียงก้อง เวลาเป่าต้องใช้แรงมาจากข้างในมาก จะช่วยขยายปอดได้ดี
ยางพารา เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดสงขลา ช่วงที่ยางพาราขายได้ราคาดี เกษตรกรหันมาปลูกยางพารากันแทบทุกอำเภอ เมื่อเกิดปัญหาราคายางพาราตกต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรหลายรายตัดสินใจตัดโค่นต้นยางทิ้ง เพื่อปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่หลายคนเลือกที่จะรักษาอาชีพการทำสวนยางพาราต่อไป พร้อมกับมองหาอาชีพใหม่ๆ เพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัว อำเภอบางกล่ำ นับเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตรที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย 39 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางกล่ำ ตำบลท่าช้าง ตำบลแม่ทอม และตำบลบ้านหาร ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นแห่งนี้มีรายได้หลักจากการทำสวนยาง ปลูกพืชร่วมสวนยางและทำเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม เช่น ตำบลบางกล่ำ ปลูกละมุด ขณะที่ชาวบ้านในตำบลแม่ทอม ปลูกส้มโอเป็นจำนวนมาก ส่วนตำบลท่าช้าง ชาวบ้านนิยมทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ (แบบประยุกต์) ทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน “กศน. อำเภอบางกล่ำ” ส่งเสริมอาชีพชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมในเวลาว่างจากการทำอาชีพเกษตรกรรม นางสาวอังสิยาภรณ์ อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตา
เมื่อราวปลายปี พ.ศ. 2559 ผมเคยรายงานกิจการของ “ตลาดสวนชวนกิน – สวนเรียนรู้เกษตรพอเพียงเชิงนิเวศ” ในสวนเก่าของซอยเรืองสอน แขวงหลักสอง เขตบางแค ธนบุรี ไว้ว่า เป็นความพยายามดิ้นรนของชุมชนคนเช่าที่ทำสวนในย่านนี้ ซึ่งต้องเผชิญกับมลภาวะของแหล่งน้ำ ตลอดจนการรุกคืบของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์เท่าที่มีกำลังจะพอทำกันได้ จำได้ว่า ตอนนั้นผมยังได้ไปเยี่ยม “สวนเกษตรพอเพียงลุงจุก” และได้เอามาเขียนบอกกล่าวไว้ในคอลัมน์นี้ ถึงพื้นที่สวนเปิด ที่เราสามารถนั่งเรือเล็กไปเที่ยวชม พักผ่อน จับจ่ายซื้อหาผลผลิตเล็กๆ น้อยๆ เป็นการช่วยอุดหนุนวิถีของคนสวนเก่าเหล่านี้ด้วย มาถึงวันนี้ พื้นที่ที่เคยพยายามปลูกฝรั่ง จำปี พุด ดอกรัก เตย กล้วย และโรงเพาะเห็ด ก็หมดสิ้นสภาพไปแล้วครับ กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดมหึมาซึ่งใกล้แล้วเสร็จ มันก็เป็นไปตามสภาพความเปลี่ยนแปลงนะครับ เมืองใหญ่ที่ต้องรองรับผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมต้องขยายพื้นที่ใช้สอยออกมายังเขตเกษตรกรรมเดิมอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ อย่าว่าแต่การบริโภคพืชผลเกษตรของคนเมืองก็เปลี่ยนไปจนแทบหมดสิ้นแล้วเช่นกัน ก็เลยมารายงานไว้เพื่อทราบครับ เผื่อใครเพิ่งได้อ
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นป่าและภูเขาสูงชัน ประมาณ 70% ของพื้นที่ทั้งหมด มีที่ราบเชิงเขาประมาณ 20% และที่ราบลุ่มประมาณ 10% จากลักษณะภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูงชัน ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ส่งผลทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จนกลายเป็นหุบเขาแห่งข้าวโพด (corn volley) จากข้อมูลการใช้ที่ดินทางเกษตรกรรม พบว่า มีพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากถึง 107,006 ไร่ (สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, 2560) ซึ่งทำให้เกิดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ปลูกเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ต้นข้าวโพดแห้ง ตอซังข้าวโพดแห้ง และเปลือกข้าวโพดแห้ง ซึ่งสามารถไถกลบเป็นอินทรียวัตถุคืนธาตุอาหารสู่ดิน หรือนำมาใช้เพื่อเป็นอาหารสัตว์ แต่ในความเบ็นจริงกลับพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการเผาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในเขตไร่หมุนเวียน เพราะเป็นวิธีการทำเกษตรที่มีต้นทุนต่ำ ทำได้ง่าย สะดวก และประหยัด เชื่อว่าการเผาตอซังช่วยทำลายโรคและแมลงในแปลงได้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี ทั้งนี้ จากสถิติจุดที่ตรวจพบ ความร
หนังควายเค็มหรือหนังเค็ม เป็นวิธีถนอมอาหารด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านของชาวอีสาน โดยหนังที่ผ่านกรรมวิธีทำแห้งเค็มแล้ว นำมาจี่ก็คือทำให้สุกด้วยความร้อนจากเตาถ่านเหมือนการย่าง แล้วนำมาทุบให้เหนียวนุ่มก่อนรับประทานหรืออาจนำไปประกอบเป็นเมนูอาหารได้อีกหลายอย่าง เช่น แกงขี้เหล็กหนังเค็ม แกงอ่อมหนังเค็ม ยำหนังเค็ม ต้มซุปหนังเค็ม ฯลฯ เป็นต้น เมื่อก่อนหนังเค็มนิยมรับประทานกันเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ทางภาคอีสานและเหนือ มีแหล่งขายตามข้างทาง โดยเฉพาะเส้นทางหลักหรือขายตามตลาดชุมชน ภายหลังตลาดขายทางออนไลน์มีความคึกคัก ชาวบ้านแห่กันมาขายในช่องทางนี้เพราะส่งตรงถึงหน้าจอลูกค้า เกิดความสะดวก รวดเร็วและเห็นสินค้าทันที ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กและใหญ่ต้องกระตือรือร้น ปรับปรุงพัฒนารูปแบบหีบห่อและเพิ่มความหลากหลายสินค้าให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ใส่ใจเรื่องกระบวนการผลิตที่มีความสะอาดปลอดภัยเพื่อสร้างจุดเด่น คุณวัฒนา สมสิ้ว หรือ คุณแขก เจ้าของผลิตภัณฑ์หนังเค็มแบรนด์ “หนังเค็มพ่อประนอม” ตั้งอยู่เลขที่ 45/2 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยชลประทาน ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โทรศัพท์ (063) 023-2246 และ (086) 303-8495
ห่างหายจากการเอาสูตรอาหารลงในคอลัมน์สักพักใหญ่ มีผู้อ่านเรียกร้องผ่านทางเฟซบุ๊คเพจของมาดามตวงมากมาย วันนี้จึงขอใช้พื้นที่ในคอลัมน์เพื่อแบ่งปันสูตรอาหารต่างๆ จากรายการ ให้ท่านผู้ชม และ ท่านผู้อ่านได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กันนะคะ วันนี้มีสูตร ข้าวเหนียวมูน และ สังขยาถาด มาฝากกันค่ะ รับรองความอร่อยเลยค่ะ ลองทำทานดูนะคะ ติดขัดอย่างไร สอบถามผ่านทางเฟซบุ๊คได้ตลอดเวลาค่ะ………….. มาดามตวง www.facebook.com/madametuangTV www.youtube.com/madametuangTV ข้าวเหนียวมูน ส่วนผสม ข้าวเหนียว 3 ถ้วยตวง สารส้ม (สำหรับขัดข้าวเหนียว) 1 ก้อน ใบเตยหอม (รองนึ่งข้าวเหนียว) 2-3 ใบ น้ำกะทิมูนข้าว น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ – นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันคนให้ละลายพักไว้ หน้าข้าวเหนียวมูน ส่วนผสม หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง หางกะทิ 1/2 ถ้วยตวง เกลือป่น 1 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ – นำส่วนผสมของแป้งกับกะทิคนให้เข้ากันละลายแล้วตั้งไฟให้ข้นเตรียมไว้สำหรับราดหน้าข้าวเหนียวมะม่วง วิธีทำ 1.ซาวข้าวเหนียวให้สะอาดขัดด้วยสารส้มและแช่ทิ้งไว้ 15 นาที 2.ล้างน้ำสารส้มออกและแช่ข้าวเหนียวต่อไปอีก 2 ชั่ว
บ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม นับเป็นอีกหมู่บ้านสำคัญของ จ.นครพนม ที่มีชาวบ้านประกอบอาชีพที่ “เสี่ยงตาย” สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ…อาชีพที่ว่านั้นคือ การเลี้ยง “ต่อหัวเสือ” เห็นราคาแล้วก็ไม่ธรรมดา ตกกิโลกรัมละ 1,500 -2,000 บาท เลยทีเดียว สำหรับฤดูกาลเลี้ยงต่อของชาวบ้าน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงหน้าฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือตรงกับช่วงฤดูกาลทำนา ชาวบ้านจะใช้เวลาว่างไปล่าหารังต่อหัวเสือ ด้วยการนำวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน นำเหยื่ออาหารต่อ จำพวกเนื้อสัตว์ ตั๊กแตน ไปล่อเอาแม่ต่อที่ออกหาอาหารตามทุ่งนา พร้อมทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ด้วยเชือกฟางให้สังเกตง่าย นำไปติดกับเหยื่ออาหารต่อ พอแม่ต่อนำเหยื่อบินกลับไปรังตามธรรมชาติ ชาวบ้านจะติดตามไปจนถึงรัง ในป่า ก่อนใช้ความชำนาญย้ายรังต่อมาเก็บรักษาไว้ตามไร่นา หรือสวนท้ายหมู่บ้าน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและดูแลตามธรรมชาติไม่ต้องให้อาหาร ส่วนใหญ่จะใช้เวลากลางคืนทำการเคลื่อนย้าย เพราะจะได้แม่ต่อมาทั้งหมด เนื่องจากกลางวันจะออกไปหาอาหาร จนกระทั่งเวลาประมาณ 3-4 เดือน หรือช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา จะเป็นฤดูกาลเก็บผลผลิตเอาลูกต่อหัว
