เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนางาน “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” งานที่จะพลิกอนาคตเกษตรไทย เพราะยุคนี้แค่ “ปลูกเก่ง” ไม่พออีกต่อไป แต่ต้อง “คิดเป็น ขายเป็น และปรับตัวเป็น” ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.
เวลา 14.30-15.30 น. เข้าสู่ช่วง Special Talks หัวข้อ เปลี่ยนเศษไม้ในสวนเป็น ‘ถ่านไบโอชาร์’ สูตร ‘กู้ดินโทรม’ ปลูกพืชเงินล้าน นำโดย คุณเจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังเจ้าของช่อง “น้องเจนทำฟาร์ม” และ คุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของจันทร์เรืองฟาร์ม จ.จันทบุรี

ในตอนหนึ่ง คุณเจนนิเฟอร์ กล่าวว่า “เจนโตมากับการเกษตรตั้งแต่เด็ก เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำอินทรีย์มาตลอด จึงเกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ผืนดินเดิมยืนยาวและยั่งยืนยิ่งขึ้น จุดนั้นเองที่ทำให้เจนตัดสินใจหันมาศึกษาเรื่องการฟื้นฟูดินอย่างจริงจัง
ช่วงแรก สิ่งที่เจนทำอาจดูขัดกับความรู้สึกของคนทั่วไป แต่ผ่านไป 7 ปีของการลองผิดลองถูกในแนวทาง ‘เกษตรฟื้นฟู’ เจนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง ธรรมชาติเริ่มกลับมาสมบูรณ์ ไส้เดือนและระบบนิเวศในดินที่เคยหายไปก็เริ่มกลับมา
แน่นอนว่าปัญหาดินเสื่อมโทรมในปัจจุบันต้องใช้เวลาในการเยียวยา แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยที่มีธรรมชาติหมุนเวียนเร็ว ทำให้การฟื้นฟูดินเกิดขึ้นได้ไวมาก มันจึงเป็นช่องว่างและโอกาสสำคัญที่เราอยากจะต่อยอด พร้อมเปิดพื้นที่แชร์ประสบการณ์นี้ให้กับทุกคน”
คุณเจนกล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้วิกฤตดินเสื่อมโทรมและการปนเปื้อนไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน แต่กำลังกลายเป็นปัญหาร่วมที่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทางออกสำคัญที่เข้ามาตอบโจทย์การฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการนำ “ไบโอชาร์” (Biochar) หรือถ่านชีวภาพสำหรับภาคการเกษตรเข้ามาปรับใช้
หัวใจสำคัญของไบโอชาร์คือความสามารถในการปรับโครงสร้างดิน ปัจจุบันดินส่วนใหญ่ประสบปัญหาอัดแน่นและเสื่อมโทรมจากการขาดแคลนอินทรียวัตถุและช่องว่างอากาศ รูพรุนมหาศาลในไบโอชาร์จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างอากาศในดิน ช่วยให้ดินร่วนซุยขึ้น และที่สำคัญ ไบโอชาร์จะไม่ย่อยสลายไปง่ายๆ แต่อยู่คงทนในดินได้ยาวนานเป็นร้อยเป็นพันปี
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นภูมิปัญญาที่มีมานานกว่า 2,000 ปีในป่าแอมะซอน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เทอร์ราเปรตา” (Terra Preta) ดินดำอุดมสมบูรณ์ที่เกิดจากการทับถมของไบโอชาร์ ซึ่งเมื่อนักวิทยาศาสตร์นำส่องตรวจวิเคราะห์ พบว่าเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ สะท้อนให้เห็นว่าไบโอชาร์คือคำตอบของการคืนความสมบูรณ์ให้ผืนดินอย่างยั่งยืน” คุณเจนนิเฟอร์กล่าว

ทางด้าน คุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของจันทร์เรืองฟาร์ม จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า หลายคนอาจสงสัยว่า “ไบโอชาร์” ต่างจากถ่านหุงต้มทั่วไปอย่างไร คำว่า “ไบโอ (Bio)” ย่อมาจากชีวภาพ เช่นเดียวกับปุ๋ยชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพ ไบโอชาร์จึงหมายถึงถ่านที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในภาคการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งมีพัฒนาการทั้งในด้านกระบวนการและเทคนิคการผลิตที่ประณีตกว่าถ่านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ถ่านหุงต้มดั้งเดิมผลิตจากการสุมกองไม้แล้วเผาโดยตรง ไม้สัมผัสกับเปลวไฟ จึงเกิดควัน ขี้เถ้า และมีสารปนเปื้อนหลงเหลือ แต่ ไบโอชาร์ ใช้กระบวนการเผาด้วยอุณหภูมิสูงในสภาวะอับอากาศ หรือที่เรียกว่า “กระบวนการพายโรไลซิส” (Pyrolysis) ซึ่งจำกัดให้ออกซิเจนเข้าไปในเตาเผาน้อยที่สุด
ความร้อนสูงในระบบปิดจะช่วยไล่ควัน เขม่า และสารก่อมะเร็งออกไปจนหมด และเมื่อไม่มีออกซิเจนมาทำปฏิกิริยา ไม้จึงไม่ติดไฟกลายเป็นขี้เถ้า รูปทรงของวัสดุตั้งต้น ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ ซังข้าวโพด หรือเปลือกทุเรียน จึงยังคงสภาพเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการเปลี่ยนชีวมวลเป็นถ่านชีวภาพบริสุทธิ์ที่พร้อมนำไปคืนชีวิตให้ผืนดิน
คุณณัฐวุฒิได้ยกตัวอย่างนวัตกรรมเตาผลิตไบโอชาร์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เพื่อสะท้อนภาพกระบวนการทำงานให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า “เตาเผาไบโอชาร์ขนาด 200 ลิตรที่ผมดัดแปลงทำขึ้นเอง ความพิเศษอยู่ตรงที่วัตถุดิบเชื้อเพลิงเริ่มต้น ผมใช้ ‘ไบโอแก๊ส’ ที่ได้จากการหมักเศษอาหาร นำมาจุดให้ความร้อนในเตาแรกก่อน พออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม้ในเตาจะเริ่มคายแก๊สออกมา
แก๊สที่ไม้คายออกมานี้ ผมจะดึงไปใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดเตาที่สองต่อ ทำให้ตลอดกระบวนการเผาไม่มีควันรบกวนเลย เพราะมันคือการเผาไหม้แก๊สที่สมบูรณ์เหมือนแก๊สหุงต้ม แล้วพอไม้คายแก๊สจนหมด ก็จะกลายเป็นไบโอชาร์ที่สมบูรณ์แบบ
ในเรื่องของอุณหภูมิ เตา 200 ลิตรตัวนี้สามารถทำความร้อนเฉลี่ยในเตาพีคสูงสุดได้ถึง 470 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะบริเวณแกนกลางเตา ความร้อนจะพุ่งสูงถึง 600–700 องศาเซลเซียส ซึ่งนี่คือกระบวนการหลักที่ทำให้เกิดไบโอชาร์คุณภาพสูงครับ” คุณณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้าย
