เทคนิคเกษตร
ตะไคร้ ช่วยให้ผมดกดำ ลดปัญหาผมแตกปลาย ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมให้คุณได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่คุณนำต้นตะไคร้มาสัก 3-4 ต้น นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะเปลือกนอกที่แข็งๆ ของตะไคร้ออก สัก 2-3 เปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนเล็กๆ จะตำหรือใส่เครื่องปั่นก็ได้แต่ต้องทำให้ได้เนื้อตะไคร้ที่ละเอียดๆ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตะไคร้เข้มข้นที่ได้จากการปั่นหรือตำจนละเอียด นำน้ำตะไคร้ที่ได้มาใส่ผมที่สระสะอาดแล้ว หมักทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้น้ำตะไคร้หมักผมหลังสระผมทุกครั้ง ควรทำติดกันเป็นเวลา 1-2 เดือน ผลที่ได้ก็คือ คุณจะมีผมที่ดกดำเงางาม และไม่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย แถมยังทำให้เส้นผมของคุณมีน้ำหนักอีกด้วย สมุนไพรรักษารากผม ทำให้ผมหงอกช้า กระเทียม กระเทียม สามารถช่วยทำให้รากผมของคุณแข็งแรงและหงอกช้าได้ เพียงแค่คุณนำกระเทียม 3-4 กลีบหรือหัวมาปอกเปลือกออก แล้วนำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมรวมกันกับน้ำมันมะกอกประมาณ 5-8 ช้อนโต๊ะ แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถ้วยหรือขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำมาใช้ได้โดยการนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะที่สระสะอาดแล้ว จากนั้นหมักท
เวลานี้คนไทยป่วยด้วยเบาหวานจำนวนมาก ไม่ใช่คนเมืองเท่านั้น แต่คนในหมู่บ้านก็เป็นเบาหวานกันมากขึ้น ขอแนะนำให้ได้รู้จักสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเบาหวาน ดังนี้ เริ่มจากต้นอินทนิลน้ำ {Lagerstroemia speciose (L) Pers.} เป็นไม้ใหญ่ในป่าเบญจพรรณที่ออกดอกสวยงาม จนมีพ่อค้าต้นไม้นำมาขาย หรือแนะนำให้ปลูกเป็นไม้ประดับ อินทนิลน้ำมีชื่อเสียงมาแต่โบราณ ทั้งประสบการณ์การใช้ของหมอพื้นบ้านและที่บันทึกในตำรับตำราโบราณ ต่างกล่าวตรงกันว่า ใช้รักษาเบาหวาน ซึ่งอาจถือว่าเป็นสมุนไพรยอดนิยมชนิดหนึ่งที่มีคนใช้กันมาก วิธีใช้ทำได้หลายวิธี แต่ส่วนใหญ่จะใช้ใบอินทนิลน้ำที่เป็นใบแก่ ล้างน้ำสะอาด นำมาสัก 1 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร บางที่ก่อนต้มจะหั่นใบเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้หม้อดินต้ม แต่ในปัจจุบันใช้หม้อสแตนเลสก็ได้ ควรต้มด้วยไฟอ่อนๆ นาน 15 นาที กินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น สามารถดื่มได้ทุกวัน กินต่อเนื่อง 2-4 สัปดาห์ จะเห็นผล มีบางรายใช้วิธีการคั่ว โดยนำใบอินทนิลน้ำล้างสะอาด นำไปตากแดดให้แห้ง ใช้ 8-9 ใบ แล้วคั่วให้กรอบ เวลาใช้ ให้นำใบแห้งมาชงกับน้ำร้อนแบบชงชา ให้กินต่างน้ำ ได้ผลเช่นกัน แต่ใ
มีกับข้าวมังสวิรัติมาชวนทำครับ เป็นสตูผักนุ่มๆ รสอ่อนๆ ที่ปลอดเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง มันก็แปลกดี ผมทำสตูหม้อนี้กินมายี่สิบปีแล้วเห็นจะได้ แต่ก็นึกไม่ออก ว่าไปเอาสูตรมาจากไหน จำต้นเหตุไม่ได้เลยว่าไปแอบครูพักลักจำของใครเขามา ดังนั้นถ้าเกิดไปเหมือนสูตรเก่าแก่ของบ้านใครเข้า ก็ขออภัยนะครับ ไม่ได้จงใจจะลอกโดยไม่อ้างอิงเลยแหละ ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ตั้งใจจะกินผักสไตล์ออกฝรั่งๆ หน่อย คว้าตะกร้าไปตลาดกันเดี๋ยวนี้เลยครับ สำหรับสตูหม้อนี้ ผักที่ผมใส่เป็นหลักๆ เลย ก็มีแครอต หอมใหญ่ มะเขือเทศ บร็อกโคลี กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เซเลอรี พริกหวาน (bell pepper) กระเจี๊ยบเขียว ส่วนเห็ด ก็มีเห็ดฟาง เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง เครื่องปรุงกลิ่นที่จำเป็น ก็คือใบเบย์ (bay leaf) และผักชีฝรั่ง (parsley) แห้งหรือสดก็ได้ ตัวทำความข้น ผมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำมันมะกอก extra virgin พริกไทยดำป่นและผงพริกปาปริก้า (paprika)นี่ว่าเฉพาะที่ใส่ปกตินะครับ ดังนั้น ถ้าใครพิสมัยของอื่นที่เข้ากันได้ เช่น กะหล่ำดาว (brussels Sprouts) กะหล่ำปลีม่วง ฟักทองญี่ปุ่น หรือเห็ดโคน เห็ดตีนแฮด เห็ดแชมปิญอง ฯลฯ ก็ปรับใช้ใส่ได้ตามใจชอบเล
คุณเฉลียว ยันสาด เป็นประชาชนธรรมดาผู้ยากจน มีอาชีพเป็นกรรมกรรับจ้างรายวัน เนื่องจากไม่มีพื้นที่ทำกิน พื้นที่ที่มีอยู่ก็เพียง 98 ตารางวา สำหรับปลูกบ้านเท่านั้น คุณเฉลียว อ้างสิทธิของประชาชน ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในบึงวงฆ้อง ซึ่งเคยเป็นแหล่งอาหาร เลี้ยงดูชีวิต และครอบครัว มาตั้งแต่ตนเองยังเป็นเด็กด้วยเป็นแหล่งน้ำทางการเกษตร และการประมงน้ำจืดของครอบครัว คุณเฉลียวได้ชักชวนชาวบ้านคนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่รอบบึงกว่า 3 ตำบล มาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีทั้งตำบลห้วยงู ตำบลนางลือ และตำบลแพรกศรีราชา แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าร่วม คุณเฉลียวจึงลุกขึ้นมาปกป้องบึงวงฆ้องด้วยหลักฐานที่เป็นเอกสาร และกระบวนการทางกฎหมาย คุณเฉลียวได้ใช้ความกล้าหาญในฐานะประชาชน ลุกขึ้นมาเป็นโจทย์ฟ้องร้อง อธิบดีกรมที่ดินเป็นจำเลย เนื่องจากเป็นผู้ออก นส.3 ก ทับพื้นที่บึงวงฆ้อง ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นเพียงผู้เดียวที่กระทำการอย่างอาจหาญ ในการทวงคืนที่ดินสาธารณประโยชน์บึงวงฆ้อง จากกลุ่มนายทุน และชาวบ้านบางส่วนที่ออกเอกสารสิทธิทับซ้อนที่ดินสาธารณประโยชน์ มาเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล โดยใช้แผนที่ทหาร ที่ออกก่อนปี 2477 มาเป็นหลักฐาน และดำเนิ
“กะเพรา” ถือเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ใครพอมีพื้นที่สักนิด หรือแค่ที่วางกระถางต้นไม้เล็กๆ สักหน่อย แค่หว่านเมล็ด รดน้ำก็ปลูกขึ้นแล้ว แต่ถ้าใครกินบ่อยก็อาจจะแตกยอดไม่ทันใจนัก เรามีเทคนิคให้ต้นกะเพราแตกใบเยอะๆ มาฝากกัน เป็นเคล็ดลับที่ไม่ลับของชาวสวนกะเพรา ผู้เด็ดใบขายมานับไม่ถ้วน! โดยวิธีนั้นง่ายมากคือ ทุกๆ เช้าให้เด็ดยอดอ่อนของใบกะเพราทุกวัน (ยอดที่เป็นดอก) อย่าให้ออกดอกได้ เพราะเจ้าดอกกะเพรา คือ การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของมัน ถ้าเราคอยเด็ดดอกออก ต้นกะเพราก็จะเข้าใจว่าไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้ ทำให้ต้องรีบแตกหน่อ ออกดอก ออกใบให้เยอะขึ้น เป็นการแกล้งให้กะเพราเข้าใจผิด (คงเข้าใจผิดว่าจะสูญพันธุ์ต้องรีบ ออกดอก ออกลูก มาเพิ่ม ) “กะเพรา” เป็นทั้งอาหารและยาชั้นเลิศใช้ทางการแพทย์อายุรเวทมายาวนานกว่า 5 พันปี ในภาษาฮินดี เรียกว่า Tulsi หมายความว่า ไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้ กะเพรา มี 2 สายพันธุ์คือ กะเพราขาว และกะเพราแดง ประโยชน์ของกะเพราต่อร่างกายมีมากมาย ดังนี้ ด้านสมอง-อารมณ์ พบว่าช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียดและอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งลดความเครียด ปรับสมดุลธาตุในร่างกายและจิตใจ ด้าน
เรียน คุณหมอเกษตร-ทองกวาว ที่นับถือ ผมอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ผมพยายามทำความเข้าใจด้วยตนเอง แต่ก็ยังไม่เข้าใจ แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมจึงเขียนจดหมายมาเรียนถามคุณหมอเกษตร ว่า มีความหมายอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไร คุณหมอเกษตรกรุณาอธิบายให้เข้าใจ และอาจจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านท่านอื่นๆ ด้วยครับ ด้วยความนับถืออย่างสูง ประวิทย์ วงศ์สุวรรณศักดิ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณประวิทย์ วงศ์สุวรรณศักดิ์ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon footprinting) ถ้าแปลความหมายคือ การตามรอยคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยมีวัตถุประสงค์ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน อันประกอบด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ในปริมาณ 70, 25 และ 5 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ก๊าซทั้ง 3 ชนิดนี้เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของเศษซากพืชในเรือกสวนไร่นา โดยจุลินทรีย์และจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรชนิดต่างๆ ทั้งนี้ ในประเทศแถบยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจะมีเรเบล หรือสติ๊กเกอร์ติดไว้ข้างภาชนะบ
เมื่อมีอาการเครียดสำหรับคนทั่วไปก็ยังพอบรรเทาได้ง่าย แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่นั้น ก็ต้องระมัดระวังกันหน่อย เพราะไม่ว่าท่านหรือญาติพี่น้องของท่านจะเห็นด้วยกับฝ่ายใดก็ตาม ความดันโลหิตสูงอาจไม่ได้เห็นพ้องกับร่างกายท่าน อาการเครียดจะทำให้ความดันโลหิตสูงปรี๊ดปร๊าด จึงขอแนะนำสมุนไพรหาง่ายใช้ง่าย 3 ชนิด ไปตลาดไหนๆ ก็ซื้อหามาใช้ได้ หรือบางบ้านอาจปลูกไว้เพราะบางชนิดที่แนะนำนี้เป็นพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ อันดับแรกภาษาวัยรุ่นว่า “จิ้น” กับผู้เป็นความดันโลหิตมาก หรือเป็นขวัญใจคู่กันเพราะเป็นสมุนไพรรสอร่อยให้ฤทธิ์ลดความดัน ฝรั่งเรียกชื่อเท่ๆ ว่า Roselle ภาษาไทยคือ ต้นกระเจี๊ยบแดง นี่เอง กระเจี๊ยบแดง เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ที่คนไทยคุ้นเคย และมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลังนี้ พบว่า ในใบกลีบเลี้ยงและใบประดับมีสารสีแดงจำพวก แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีประโยชน์ทั้งอาหารและยา วิธีใช้ง่ายๆ ใช้ใบกระเจี๊ยบสดก็ได้ ใช้สัก 1 กำมือ ต้มน้ำดื่ม แต่ที่สะดวกกว่าใช้ดอกกระเจี๊ยบแห้ง (อันที่จริงที่เราเห็นคล้ายดอกนั้น คือกลีบเลี้ยงแห้งของกระเจี๊ยบ) ใช้สัก 1 หยิบมือ ต้มน้ำเ
ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม ประเทศไทยเผชิญสภาพอากาศขมุกขมัว เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง ไม่มีกระแสลม ทำให้มีหมอกควันพิษที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เกินกว่าค่ามาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน เพราะฝุ่นละออง PM 2.5 สามารถผ่านทางเดินหายใจสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินหายใจ กระทรวงสาธารณสุขจึงแนะนำให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก ฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล การก่อสร้าง ภาครัฐจึงวางแผน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ เช่น ควบคุมพื้นที่ก่อสร้าง ที่ก่อให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ลดการเผาวัชพืช ลดการใช้รถเก่าที่ก่อให้เกิดควันดำกิจกรรมการปิ้ง-ย่างอาหาร เช่น หมูกระทะ หมูปิ้ง ไก่ย่าง ปลาเผา ปลาหมึกย่าง ฯลฯ นับเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 โดยวัดจากค่าอัตราการระบายฝุ่น (Emission rate) มีผลวิจัยยืนยันแล้วว่า กิจกรรมการปิ้งย่างอาหารมีการระบายมลพิษออกสู่บรรยากาศ สามารถสร้างฝุ่นละออง PM 2.5 สูงกว่ารถยนต์ถึง 2 เท่าตัว ดังนั้นร้านขายอาห
แดดยามสายแผดกล้าขึ้น เมื่อปลายสายตาไปยังทะเลที่เห่คลื่นอยู่ตรงหน้าก็จะต้องหยีตาเล็กน้อย ด้วยแดดเป็นตัวเต้นระยิบอยู่นั่น ทว่าตรงครัวที่แม่ครัวทั้งสี่กำลังทำครัวกันอย่ารื่นเริงนี้ มีร่มเงาหลังคาและใบมะพร้าวพอให้ไม่ร้อนนัก แถมด้วยลมทะเลที่โบกมาเบาๆ ตลอดเวลา เสียงหารือกันว่า มะพร้าวแก่น่าจะไม่พอ ด้วยว่านอกจากจะใช้ในการหุงข้าวมันแล้ว ยังต้องใช้สำหรับทำขนมและนำมาแกงอีกด้วย แกงที่กำลังจะลงมือทำกันนี้นอกจากใส่กะทิคั้นสดยังต้องใส่มะพร้าวคั่วตำละเอียดอีกด้วย มะพร้าวแก่จึงไม่น่าจะพอ แต่เรื่องหามะพร้าวเพิ่มไม่มีปัญหา เพราะแถวนี้มีมะพร้าวมากมายให้ไปเลือกซื้อจากต้น “แกงกะทิถ้าไม่ถึงกะทิก็ไม่อร่อย” เสียงแม่ครัวคนใดคนหนึ่งเปรยมาตามสายลม “ถ้าทำแล้วต้องให้ถึง ไม่งั้นอย่าทำเลย” ได้ยินดังนี้แล้วคนหามะพร้าวต้องรีบกระวีกระวาดอย่าให้ช้าเลยทีเดียว พูดถึงการทำครัวที่ต้องทำอาหารหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงครัวในงานเลี้ยงงานบุญ งานแต่งงาน งานบวช ขึ้นบ้านใหม่ สมัยก่อนไม่ได้สั่งอาหารประเภทโต๊ะจีนหรือบุพเฟ่ต์มาจากร้านอาหารภัตตาคาร แต่จะรวมแม่ครัวพ่อครัวมือเอกมาชุมนุมปรุงกัน บรรยากาศในครัวจะหรร
สืบเนื่องจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำโครงการเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งพัฒนาและเตรียมความพร้อมของเกษตรกร รวมไปถึงบุคลากรทางด้านเกษตรก้าวเข้าสู่ยุค “การเกษตร 4.0” ตามร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เน้นการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ซึ่งภารกิจนี้จะเป็นการพลิกโฉมภาคการเกษตรของประเทศไทยไปสู่ความมั่งคั่งทางอาหารและการเกษตรอย่างยั่งยืน โครงการเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ประกอบไปด้วยหลายกิจกรรม และโครงการย่อย ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มอบหมายให้ อาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นนวัตกรรมเครื่องจักรที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นที่มาของ โครงการ “3D RoboFarmer” ที่มุ่งวิจัยพัฒนา “หุ่นยนต์ 3 มิติ สําหรับการเกษตรแบบผสมผสานด้วยความแม่นยําสูง” เป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์การปฏิรูปเครื่องมือทำการเกษตรและวางรูปแบบแปลงเกษตรด้วยแนวคิดใหม่ที่มีจุดเด่นเหนื
