เทคนิคเกษตร
คุณบรรพต ปฐวี หรือ หนานติ้ง (ทางภาคเหนือ จะเรียกผู้ผ่านการบวชพระมาว่า “หนาน”) หนุ่มใหญ่แห่งบ้านบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เล่าให้ฟังถึงชีวิตครั้งก่อนว่า สมัยหนุ่มๆ มีโอกาสได้เข้าไปใช้ชีวิตในเมืองหลวง เคยบวชเรียน และเดินทางไปเรียนยังประเทศอินเดีย หากไม่สึกออกมาเสียก่อน ปานนี้คงเป็นเจ้าคุณไปแล้ว เมื่อสิกขาลาเพศบรรพชิต ก็เลยได้ไปใช้ชีวิตในหลายๆ แง่มุม ทั้งบริษัทเอกชน และสวนนงนุช ที่โด่งดังในเรื่องการจัดสวน มีความรู้เหล่านี้ติดตัวมา เมื่อพบรักกับภรรยา มีลูกด้วยกัน 2 คน ก็มีเหตุบังเอิญให้เลิกรากัน เบื่อหน่ายชีวิตเมืองกรุงจึงมุ่งกลับสู่ท้องนา นำความรู้ ประสบการณ์ มาใช้ที่บ้านบัวแห่งนี้ คิดว่ากลับมาอยู่ชนบทแล้วอากาศธรรมชาติจะดี กลับกลายเป็นว่ามาพบการเผาเศษวัสดุหรือตอซังข้าว เกิดอาการแพ้ จึงเริ่มรณรงค์ ให้งดการเผา เมื่อไม่ให้เผา ก็ต้องหาวิธีการที่ทำลายเศษวัสดุเหล่านั้น ครั้นจะรณรงค์หรือชักชวนผู้ใหญ่ก็เป็นไม้แก่ที่ดัดยากเสียแล้ว จึงหันไปรณรงค์ในกลุ่มของเด็กและเยาวชนแทน สังคมในภาคเหนือมีวัฒนธรรมและประเพณีอย่างหนึ่งคือ การเล่นชนกว่าง ซึ่งตัวกว่างก่อนที่จะออกมาเป็นตั
การประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อขอรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และผลักดันผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยให้สามารถนำไปพัฒนาหรือต่อยอดให้สามารถเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ เกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นการยกระดับผลงานและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อขอรับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช. 1 ว่า วช. ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้แก่นักวิจัยและนักประดิษฐ์ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป
คุณวันชัย นนทวรรณธนะ ชาวบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แต่ไปปลูกมะนาวอยู่ที่บ้านทุ่งมะเซอย่อ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าเคล็ดที่ไม่ลับให้ฟังว่า สมัยเป็นเด็ก เขามักถูกเพื่อนล้อว่า รักแร้ดำ จนวันหนึ่งญาติๆ กันแนะนำให้ใช้มะนาวผ่าแล้วทา เขาทดลองทำดู ครั้งแรกแสบมาก ต่อมาชิน จึงทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่ตามมานั้น รักแร้ขาว ขนแทบไม่ขึ้นเลย กลิ่นก็บางเบาแทบไม่มี ด้วยเหตุนี้ตนจึงใช้มะนาวมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ อายุ 50 ปีเศษแล้ว “ผมใช้มะนาว โดยไม่ใช้อย่างอื่น เพื่อนคนที่ล้อผม ตอนนี้มันมีลูกมีผัว ปล่อยตัว ใส่เสื้อคอกระเช้า เวลายกแขน รักแร้ดำปื้อเลย ช่วงมะนาวมีมาก ใช้ทุกวัน แต่มะนาวมีน้อยอาจจะเว้นหน่อย เพราะแม่บ้านบ่น แต่ผมก็ปลูกมะนาวไว้หลายไร่” คุณวันชัยบอก
สมัยก่อนจะพบเห็นต้นผักหวานป่า ตามป่าทั่วๆ ไป ถึงฤดูแล้งก็จะแตกยอดอ่อน ดอกอ่อน ให้ชาวบ้านที่หากินอยู่กับป่า เก็บมาทำอาหารกิน ปีหนึ่งจะมีให้กินสัก 10-20 วัน ก็จะหมด สันนิษฐานกันว่า สาเหตุที่ผักหวานป่าออกมาระยะหนึ่งสั้นๆ ก็เพราะเข้าสู่ฤดูแล้ง มักจะเกิดไฟป่าเผาไหม้กิ่งก้านต้นผักหวาน ในระยะที่ต้นผักหวานกำลังนอนหลับ หยุดพักการเจริญเติบโต เพราะช่วงแล้งจะยากแก่การหาน้ำเลี้ยงตนเอง จึงอาศัยอาหารและน้ำที่สะสมในต้นประทังชีวิต พอผ่านแล้งและถูกไฟไหม้ ก็เริ่มที่จะกลับมาเจริญชีวิตตนเองใหม่ แตกยอดอ่อน ดอก และสร้างลูกติดเมล็ดเพื่อจะแพร่พันธุ์ต่อไป ในช่วงนี้แหละที่ต้นผักหวานป่าจะแทงยอดที่ให้รสชาติหวาน หอม กรอบ มัน ปรุงอาหารอร่อยมาก จะต้ม ผัด ลวก ฉาบน้ำมันหรือนำมาแกงใส่ปลาย่าง ใส่เนื้อแห้ง และที่สุดคือ แกงใส่ไข่มดแดง ที่มีออกมามากพร้อมกันเหมือนกับเป็นคู่หูดูโอ งั้นแหละ…สุดยอด ผักหวานป่าเป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวมาก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre มีลักษณะเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบ รี สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่สีเขียวเข้ม รูปร่างคล้ายรูปไข่ เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบม
จากสี่แยกกบินทร์บุรี มุ่งไปทางจังหวัดนครราชสีมา ตรงนั้นอยู่ในพื้นที่ของอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ขวามือเป็นป่าลาน และที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อก่อนถนนแถบนี้มีเพียงสองเลน แต่ปัจจุบันถนนขยายออกกว้างขวาง ฝั่งตรงข้ามที่ทำการอุทยาน มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ วันหยุดและเทศกาลคนแวะกันมากจนที่จอดรถแทบไม่พอ อุทยานแห่งชาติทับลาน ต่างจากอุทยานอื่นตรงที่มีต้นลานขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จัดเป็นป่าลานในธรรมชาติผืนเดียวและผืนสุดท้ายของประเทศ อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235 ตารางกิโลเมตร ในอดีตป่าลานที่อุดมสมบูรณ์มีขึ้นอยู่กระจายทั่วๆ ไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมามีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้ป่าล
หากติดตามข่าวสารก็จะรู้ว่า เวลานี้อุบัติเหตุจากท้องถนนจะเกิดขึ้นบ่อยมาก และการที่กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีรถติดมากเป็นอันดับ 1 จึงไม่แปลกใจ ในขณะที่เมืองนอกเมืองนาลดการใช้รถ หันมาใช้จักรยาน และก็ทำได้ด้วย เรื่องรถติดนี่ เคยได้สนทนากับพระคุณเจ้าที่วัด ท่านให้ความเห็นว่า เรื่องรถติดต้องแก้ที่คน โดยเฉพาะเรื่องของความอยากได้ และอยากขาย ถ้าลดความอยากทั้งสองได้ กรุงเทพฯ รถจะไม่ติด แล้วรัฐก็ต้องให้การบริการสาธารณะที่ดี เพราะทุกวันนี้ รัฐมีแต่ส่งเสริมให้ผู้คนอยากมีอยากขายกันเกือบจะทุกเรื่อง เมื่อกระตุ้นความอยาก ปัญหาต่างต่างก็จะตามมาเป็นขบวนให้รัฐต้องแก้ ซึ่งเหมือนกับว่า รัฐกระตุ้นด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว จนทำให้ผู้คนขาดจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม นอกจากรัฐจะต่อต้านเรื่องโกงกินแล้ว เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการปลูกต้นไม้ รัฐก็ควรจะกระตุ้นด้วย ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้นไม้ที่มีผลกินได้ และมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างมาก ต้นไม้ที่ว่าคือ ต้น “มะม่วงหิมพานต์” มะม่วงหิมพานต์ ทางวิชาการจัดอยู่ในพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ย 10 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน รูปใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบแหลม เนื
เนื่องจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์สีย้อมสังเคราะห์ 5 ชนิด ได้แก่ สีไดเร็กต์ สีรีแอกทีฟ สีแวต สีซัลเฟอร์ และสีแอซิด ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้นำเข้าสีย้อมสังเคราะห์ดังกล่าว ต้องยื่นขออนุญาตเพื่อยืนยันว่า สีย้อมสังเคราะห์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอและย้อมสีเส้นใย รวมถึงการย้อมสีเส้นไหมด้วย ดังนั้น กรมหม่อนไหม จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเข้ามาเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ ที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการย้อมเส้นไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ ซึ่งให้สีสันสวยงามสุดคลาสสิก เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพไม่แพ้การย้อมสีสังเคราะห์ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงและช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย ปัจจุบันกรมหม่อนไหมมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี จำนวน 15 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ศมม.) แพร่ ตาก อุดรธานี หนองคาย สก
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้าพเจ้าและผู้บริหารของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบการจัดการเกี่ยวกับสมุนไพรอย่างครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น จึงอยากนำประสบการณ์ที่ได้รับมาเล่าสู่กันฟังครับ สำหรับยาสมุนไพรในประเทศญี่ปุ่น จะเรียกว่า Kampo จากหลักฐานพบว่า มีการใช้มามากกว่า 1,400 ปี โดยหากแยกดูในความหมายของคำแล้ว Kam ซึ่งน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า Kan หรือ Han (ราชวงศ์ฮั่นของประเทศจีน) ดังนั้น ความหมายก็จะสื่อถึงสิ่งที่มาจากจีน ส่วน po หมายถึง วิถีการรักษา ซึ่งความหมายโดยรวมคือ แบบแผนการรักษาที่มาจากประเทศจีน แต่ได้มีการพัฒนาจนมีเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของญี่ปุ่นเอง ทำให้ไม่แปลกใจว่า ตำรับยา Kampo จะประกอบไปด้วยสมุนไพรจากเมืองจีนทั้งนั้น โดยในหนึ่งตำรับจะมีสมุนไพรไม่เยอะ เฉลี่ยประมาณ 4-5 ชนิด แต่ในบางครั้งส่วนประกอบของตำรับมาจากอวัยวะของสัตว์ก็มีเหมือนกัน การสั่งใช้ตำรับยา Kampo ในประเทศญี่ปุ่นนั้น แพทย์แผนปัจจุบันจะเป็นผู้สั่งใช้ ส่วนใหญ่จะมีความรู้เกี่ยวกับตำรับยาสมุนไพร Kampo ด้วยเช่นกัน และบางท่านก็สามารถตรวจรักษาด้วยวิธีแบบแผนตะวันออกได้ด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น
ข้าว คือ หัวใจหลักที่ทำให้คนรับประทานมีความสุข ข้าวที่อร่อย เมื่อนำมาโรยเกลือแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ วางไว้บนโต๊ะก็จะเป็นมื้อวิเศษของเด็กยามดึก และผู้ใหญ่ที่รีบเรงในยามเช้าได้เป็นอย่างดี วิธีหุงข้าวญีุ่่นให้อร่อย ต้องทำตามลำดับ ดังนี้ 1.ใส่ข้าวสารญี่ปุ่นลงในถ้วยใบใหญ่ ใส่น้ำพอท่วมข้าวแล้วเทออกโดยเร็ว (น้ำแรกจะเป็นการล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับข้าวสารออก) 2.ในกรณีที่ข้าวสารมีปริมาณไม่มากนัก ให้ใส่น้ำพอขลุกขลิก แล้วเอานิ้วมือกวาดๆ คนๆข้าวสารจนน้ำใสๆกลายเป็นสีขาวคล้ายสีของนมสดจึงเทน้ำออก 3.ในกรณีที่ข้าวมีปริมาณมากขึ้น ให้ใช้อุ้งมือ (ส่วนที่ใกล้ๆข้อมือ) กดนวดลงบนข้าวสาร และเมื่อน้ำเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นก็เทน้ำออก 4.ล้างซ้ำๆจนสีน้ำที่ล้างค่อนข้างใส (ซึ่งต้องล้างประมาณ 5-6 ครั้ง) 5.กรองน้ำออกให้เหลือแต่ข้าวสาร แล้วตั้งพักไว้ในตะแกรง 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 6.นำข้าวสารเทลงในหม้อหุงข้าว ใส่น้ำตามปริมาณข้าวที่กำหนด กดสวิตช์หุงตามปกติ 7.เมื่อข้าวสุกแล้วให้นำทัพพีตักข้าวมาคลุกข้าวในหม้อให้ทั่วๆไอร้อนจะระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ข้าวร่วนแวววาวน่ารับประทาน ที่มาหนังสือ อาหารญี่ปุ่นรสมือแม่ โดยสุยดา ด่านสุวรรณ์
หากท่านเป็นผู้โดยสารขาประจำของสายการบินไทย คงเคยพบเห็นกล้วยตากที่บรรจุในห่อฟอยล์สำหรับไว้แจกเป็นของว่างบนเครื่องบินกันมาบ้าง คงคิดว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทแบรนด์ดัง แต่แท้จริงแล้วผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นฝีมือของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในจังหวัดราชบุรีนี่เอง จึงมีหลายคนคงสงสัยว่า ทำไม ชาวบ้านกลุ่มนี้จึงสามารถผลิตของว่างบนเครื่องบินได้ “วิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา” เป็นการค่อยๆ รวมตัวของชาวบ้านที่เริ่มต้นจากการหาอาชีพเสริมด้วยการทำน้ำพริก ทำขนมไทย และเพาะเห็ด รวมถึงยังนำเห็ดที่เพาะแล้วมาต่อยอด เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลายชนิด ได้แก่ น้ำพริกเผาเห็ด, แหนมเห็ด, กะหรี่ปั๊บเห็ด และล่าสุดคือ น้ำเห็ดสามอย่าง ด้วยเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง มีการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์และคุ้มค่า จึงได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 กลุ่มวิสาหกิจทั่วประเทศ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือ กล้วยตาก ส่งสายการบินไทย คุณคะนอง โปรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา เปิดเผยว่า การผลิตกล้วยตากเกิดจากแนวคิดต่อยอดจากการแปรรูปเห็ด เนื่องจากได้รับการสนับสนุนห้องอบ
