เทคนิคเกษตร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ติ้ว หรือ แต้ว เป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็ก พบมากในป่าเบญจพรรณแถบภาคอีสาน ชื่อสามัญ :ติ้วแต้วติ้วขนติ้วเกลี้ยงร้าเง็ง (สุรินทร์; บุรีรัมย์) ; กุยฉ่องเฉ้า (กะเหรี่ยง) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cratoxylum formosum วงศ์ : CLUSIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ติ้วหรือ แต้ว เป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็ก พบมากในป่าเบญจพรรณแถบภาคอีสานมี 2 พันธุ์ คือ ดอกสีขาว กับ ดอกสีชมพูซึ่งพันธุ์ดอกสีชมพูนั้นมักจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆใบจะมีขนนุ่มๆ ขมกว่าชนิดดอกสีขาวเล็กน้อยเรือนยอดมักเป็นพุ่มกลมเปลือกต้นสีน้ำตาล อมเทา เมื่อแก่จะแตกเป็นสะเก็ดร่องๆถ้ามีแผลจะมียางสีเหลืองปนแดงซึมออกมาใบรูปไข่กลับรีๆ ยาวประมาณ 3-12 เซนติเมตร ลักษณะการแตกของใบจะออกเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน หรือที่ภาษาพฤกษศาสตร์เรียกว่า Simple Opposite ผลทรงรีขนาดเล็กๆ มีนวลบางๆ เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 3 แฉก ข้างในมีเมล็ดสีน้ำตาลปนดำอยู่มากออกดอกได้เป็นระยะตลอดปี แต่จะดกเป็นพิเศษในหน้าแล้งราวๆ เดือนมีนาคม-พฤษภาคมยอดและใบอ่อนสีชมพูอมแดงสวยสดงดงาม เห็นแต่ไกลมีรสเปรี้ยว อมฝาด คุณสมบัติช่วยระบายท้องช่วยส่งเสริมเน้นรสชาติอาหาร ทางภาคอีสานชาวบ้านทั่วไปนิยมนำมาใส่ต้มยำแทนม
“เหมือนใบหูช้าง…หรือใคร? กางร่มใบบอน” ชื่อพฤกษศาสตร์ Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don วงศ์ ARACEAE จัดอยู่ในวงศ์บอน ชื่ออื่นๆ บอนกาวี (ยะลา) เผือกกะลา มันโทป้าด (แม่ฮ่องสอน) กระดาดแดง กระดาดเขียว บอนยักษ์ ชื่อสามัญ Ear elephant, Giant alocasia. หนูถูกเรียกชื่อแปลกๆ จนจำชื่อตัวเองไม่ได้ เขียนชื่อไม่ค่อยถูก สับสนไปหมด ทั้งๆ ที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่หนูลองตรวจสอบพรรคพวกญาติพี่น้องตัวเองแล้ว แม้ว่าอยู่ในวงศ์ Araceae เดียวกัน ก็ยังมีชื่อที่ปรากฏทั้งสองกลุ่ม เพราะนักวิชาการท่านทำชื่อไว้ให้ เช่น ถ้าค้นหาชื่อหนูที่เขียนว่า “ต้นกระดาษดำ” หนูก็มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Xanthosoma nigrum แต่ตอนนี้ อยู่ในแปลงปลูก ท่านก็ติดป้ายชื่อให้หนูว่า Alocasia macrorrhizos (L.)G.Don ส่วนถ้าเขียนชื่อว่า “ต้นกระดาด” หนูก็มีชื่อวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกัน หนูเป็นผู้สาวที่กระโดกกระเดก คือ ลำตัว ลำต้นหนูอยู่ติดดิน โผล่ขึ้นเหนือดินไม่มากนัก เพราะเป็นพืชล้มลุกแต่ตายยาก เนื่องจากหนูมีเหง้าสะสมอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตอยู่มาก และนำไปแปรรูปเป็นอาหารกินได้ทั้งคนและสัตว์ ส่วนที่อยู่ในดินหนูชอบเลื้อยทอดยาวไปใต้ดินที่เขาเรียกว
“ปลาส้ม” เป็นการแปรรูปอาหารจากปลาเพื่อถนอมเนื้อปลาให้เก็บไว้ได้นานๆ อาจทำจากปลาทั้งตัว หรือเฉพาะเนื้อปลาก็ได้ กระบวนการขั้นตอนทำปลาส้มจะนำไปสู่ความเปรี้ยวซึ่งเป็นรสชาติหัวใจสำคัญและถือเป็นเสน่ห์ แถมซอยพริกบีบมะนาวลงไปด้วยยิ่งไปกระตุ้นต่อมน้ำลาย จึงเป็นเมนูยอดนิยมกันในหลายจังหวัด การทำปลาส้มแต่เดิมมักไว้บริโภคในครัวเรือนที่ต้องอาศัยเทคนิควิธีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ดังนั้น รสชาติหรือคุณภาพของปลาส้มแต่ละแห่งจึงมีความแตกต่างกัน พอยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป การทำปลาส้มไม่เพียงแค่ไว้รับประทานในบ้าน แต่กลับกลายเป็นสินค้าของฝาก ของขาย ในเชิงการค้าไปแล้ว… ที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้ริมโขง ชาวบ้านที่นั่นสร้างรายได้ด้วยการจับปลามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปลาส้ม มีทั้งทำจากปลาทั้งตัว และบางรายทำเฉพาะเนื้อปลา อย่าง ป้านวลลออ นครังสุ อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 7 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้ชักชวนเพื่อนบ้านมาแปรรูปปลาส้มเป็นรายได้เสริม แล้วจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรไชยบุรี มาตั้งแต่ปี 2529 ด้วยความช่วยเหลือและสนับสนุนจากภาคราชการในพื้นที่ โดยกลุ่มนี้
เราสองคนได้ช่วยกันสรุปเคล็ดลับการกินอาหารเพื่อสุขภาพมาได้ 10 หัวข้อด้วยกัน ดังนี้ ต้องกินอาหารเช้า เพราะเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจและพลังชีวิตของทุกคนไปตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้าจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น และทำให้เรากินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง นั่นหมายความว่ามีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคอ้วนในกลุ่มผู้กินอาหารเช้า เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิด หันมาใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวันปรุงอาหารแทนน้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธีแบบเดิมที่เราเคยใช้ เพราะไม่มีไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย แถมยังมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร เป็นอย่างน้อย เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด ให้ลองสังเกตตัวเองดูถ้าวันไหนดื่มน้ำเยอะจะรู้สึกสดชื่นตลอดวัน แต่วันไหนดื่มน้ำน้อยจะรู้สึกว่าร่างกายแห้งโหยกว่าทุกวัน วิธีดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ที่สุดคือ เวลาตื่นนอนให้ดื่มน้ำเยอะที่สุด เป็นลิตรเลยก็ได้
เดือนกรกฎาคม ดีเดย์ ได้ฤกษ์ “สี่มุมเมือง” ครบ 30 ปี ปรับโฉมพื้นที่รวม 250 ไร่ รองรับอนาคต ใช้เวลา 3-4 ปี ปรับปรุงตลาดขยายพื้นที่ค้าส่งผักสด-ผลไม้ แหล่งอาหารคนเมือง ชู “มะม่วง” สินค้าท็อปฮิตยอดขายดีสุด ให้โดดเด่นกว่าเดิม ขณะที่ภัยแล้งทำ “ทุเรียน” ราคาพุ่ง แม่ค้าทุเรียนยิ้มรับออเดอร์ “ตลาดสี่มุมเมือง” แหล่งอาหารของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งวันนี้ตลาดสี่มุมเมืองมีอายุครบ 30 ปี และเป็นตลาดศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยนผักสดและผลไม้ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยแต่ละวันมีผู้มาค้าประจำมาเช่าแผง 2,000 กว่าแผง มีรถผักสดกว่า 1,200 คัน ต่อวัน หมุนเวียนนำผักมาจำหน่ายและซื้อสินค้า โดยผู้ที่นำผักมาค้าที่นี่ จ่ายค่าเช่าเพียงตารางเมตรละ 15 บาทต่อวัน ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมง “กรุงเทพมหานคร” ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับ สี่มุมเมืองก็เช่นเดียวกัน เพราะวิถีชีวิตคนในเมืองหลวงต้องหาซื้อผักสดและผลไม้ วัตถุดิบประกอบอาหารในตลาดสดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกลุ่มตลาดสดจากทั่วกรุงเทพฯ มักจะเดินทางมาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อเตรียมรับเช้าวันใหม่ของคนเมืองในแต่ละวัน ทายาท
ถ้าเอ่ยถึง ผงชูรส คิดว่าทุกท่านคงรู้จักกันดี หากเป็นชาวบ้านทางอีสาน เขาจะนำคำว่า ผงนัว ผงแซบ มาใช้แทนคำว่า ผงชูรส ซึ่ง นัว ภาษาอีสาน หมายถึง รสชาติกลมกล่อม และ แซบ ก็คือ รสชาติของความอร่อย ซึ่งคล้ายภาษาญี่ปุ่น ที่หมายถึง “อูมามิ”(รสชาติแห่งความอร่อย) ไม่ว่าท่านจะเรียกอะไร??? สรุปแล้ว! มันก็เป็นสารปรุงแต่งรสอาหารชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยชูรสชาติของอาหารให้อร่อยขึ้นนั่นเอง! ค่ะ เมื่อคนปรุงอาหารต้องการให้อาหารนั้นอร่อย ก็ต้องเรียกหาผงชูรสนี่ไง? จึงทำให้ทุกวันนี้เราจะคุ้นเคยกันดีกับการใช้ผงชูรสชนิดที่ว่านี้นี่เอง มารู้จัก ผงชูรส กันค่ะ หากจะดูรูปลักษณะจริงๆ แล้วละก็ ผงชูรสจะมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น ไม่ได้เป็นผงเหมือนชื่อที่เรียกกัน ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต :Monosodium Glutamate ชื่อย่อ เอ็ม เอส จี : MSG) โดยเป็นเกลือของกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติในโปรตีนของพืชและสัตว์ทั่วไป ซึ่งกรดอะมิโนชนิดนี้ ร่างกายของคนเราก็สามารถสร้างขึ้นเองได้ การค้นพบผงชูรส มีมาตั้งแต่ปี 1908 โดย ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่น ชื่อ KikunaeIkeda ได้แยกสารกลูตาเมตจากสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง
คุณจุฑามาศ อิ๊ดเหล็ง ได้เปิดสูตรและอธิบายขั้นตอนการแกงคั่วหอยเกลียว อาหารขึ้นชื่อของตำบลหนองคันทรง ไว้ดังนี้ สูตรแกงคั่วหอยเกลียว…หอยเกลียว 3 กิโลกรัม น้ำกะทิ หัวและหาง 1 กิโลกรัม น้ำพริก 3 ขีด น้ำตาลทราย 3 ขีด เกลือเม็ด 1 ขีด ใบมะกรูด 5-6 ใบ น้ำปลาอย่างดี 2-3 ช้อนโต๊ะ ขั้นตอนการแกง การเตรียม หอยเกลียว หอยเกลียวที่จับมาได้สดๆ เป็นๆ ต้องรีบนำมาทำทันที โดยการใช้ค้อนทุบตรงปากหอยที่เป็นคมปากออก และทุบท่อนท้ายออกให้เหลือ 2 ข้อ หรือตัวยาวประมาณ 3 นิ้ว เพื่อให้ดูดง่าย และนำไปล้างน้ำให้สะอาด 4-5 ครั้ง จนกระทั่งน้ำใสหมดเศษดิน โคลน ใส่ตะกร้าพักให้สะเด็ดน้ำ 2. การเตรียมน้ำกะทิและน้ำพริกแกง น้ำกะทิคั้นเองจะสดและหอม แยกหัวกะทิและหางกะทิ ส่วนน้ำพริกแกงใช้พริกแห้ง เพราะไม่เผ็ดมาก การแกง ตั้งกระทะบนเตาให้ร้อน นำหัวกะทิเทใส่ แล้วรอให้เดือดเคี่ยวให้แตกมัน นำน้ำพริกแกงที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดเคี่ยวให้หอม ใส่ตัวหอยลงไปผัดคั่ว กระทั่งน้ำพริกเข้าไปในตัวหอยทั่วแล้ว ใส่น้ำตาล เกลือ น้ำปลา ใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นๆ โรยลงไป และใส่หางกะทิที่เตรียมไว้ผัดคนให้ทั่ว รอน้ำแกงเดือดให้ทั่ว ชิมให้มีรสหวานๆ เค็มๆ สุกได้
เรื่องที่เราควรสนใจที่สุด กลายมาเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราให้ความสนใจ นั่นคือเรื่องสุขภาพ และการกิน การรีบเร่ง ทำให้เราละเลยเรื่องอาหารการกิน ในเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่ฉันอาศัยอยู่ ยามเช้าจะมีหมูปิ้งกับข้าวเหนียวขายอยู่ตามถนนสายต่างๆ นั้น หมายความว่าเด็กๆ ต้องกินข้าวเหนียวกับหมูปิ้งในยามเช้าเสมอ ก่อนไปโรงเรียน ไม่ได้มีอาหารที่หลากหลาย ไม่ได้มีผักกิน สมัยฉันเป็นเด็ก เรากินข้าวเช้าไปโรงเรียนทุกวัน บ้านฐานะไม่ดี ค่อนข้างไปทางลูกมากยากจนเอาเลยทีเดียว และเราก็ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่กับวิถีแบบนี้… วิถีแบบนี้คือ พ่อจะปลูกผักไว้กินเอง ปลูกทุกอย่าง แต่ที่มากที่สุดก็คือผักบุ้ง กับ ถั่วฝักยาว ผักกาดเขียว ส่วนมะละกอนั้นขึ้นเองหลังบ้านมากมาย เรียกว่าลอกอข้างครัว เป็นสิ่งไร้ค่ามาก พี่ชายคนโตต้องทำกับข้าวให้น้องๆ กิน และเขาชอบแกงเลียงมะละกอมากๆ เลย น่าจะเป็นเพราะว่าทำง่าย ใส่กุ้งแห้ง กะปิลงไป ตามด้วยมะละกอที่ห่ามๆ ใกล้สุกที่ยังกรอบอยู่ เขาว่ามันหวานดี หวานมะละกอ และผักหวานบ้าน เพียงแค่นี้แหละ แกงเลียงให้น้องกินก่อนไปโรงเรียน บางวันก็ผัดผักบุ้งกระทะใหญ่ ผัดกับหัวกะทิ เพราะบ้านเรามีสวนมะพร้า
สำหรับใครที่มีโอกาสได้เคยไปท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นเมืองที่มีหลักฐานปรากฏทางประวัติศาสตร์ว่า เป็นดินแดนแห่งอารยธรรม 3,000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์ยุควัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง สุโขทัย อยุธยา และจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จากหนังสือ สกลนครสัญจรได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งจัดพิมพ์โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เขียนไว้ว่า ในจังหวัดสกลนครมีแห่งประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีถึง 83 แห่ง โดยมีชุมชนโบราณของแอ่งสกลนคร มีอายุ 600 ปี ก่อนพุทธกาล จนถึงพุทธศตวรรษที่ 8 หรือ 3,000-1,800 ปี มาแล้ว จุดเด่นของจังหวัดสกลนคร จึงปรากฏความชัดเจนในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชาวบ้านที่โดดเด่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ วิถีการทำผ้าย้อมครามอันเลื่องชื่อ และที่พลาดไม่ได้คือ ผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ความโดดเด่นของผ้าย้อมคราม ซึ่งเป็นวิถีภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมานาน ทำให้วันนี้สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกือบ 10,000 บาท ต่อคน เศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านดอนกอย ในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีการพูดถึง “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้อยู่ใ
ป้าแดงปั่นจักรยานเข้ามา และเรียกหาแต่ไกล “อ้ายติ๋วไปหย่อนปลา ได้ปลาขาว ปลาดุก มันว่าเอามาให้พี่ก่อน ถ้าพี่ไม่เอา เอาไปขายคนอื่น” “ไม่ว่างทำเลย” “ทำให้ก็ได้” เธอตอบ มีบริการเสริมอย่างนี้ใครจะปฏิเสธได้ “รู้ว่าพี่ชอบกินปลา ปลาขาว 20 บาท ปลาดุก 10 บาท” “ได้อย่างไรป้าแดง ปลาดุกมันต้องมีราคากว่าปลาขาวซิ ปลาดุกต้อง 20 บาท” “บ่ฮู้เน้อ” แกตอบแบบง่ายๆ ก่อนจะสรุปว่า “เอาเป็นว่าทั้ง 2 อย่าง 30 บาท มันไม่มีเมีย หาปลามาได้ก็ขายไม่เป็น ช่วยขายให้มัน” ว่าแล้วเธอก็จัดการอย่างรวดเร็ว ขูดเกล็ด ดึงไส้ ควักขี้ออกมา “พี่จะเอาทำอะไร ตัดเป็นท่อนไหม บั้งไหม” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวบั้งเอง แค่ขูดเกล็ดเอาขี้ออกล้างให้สะอาดก็พอแล้ว ที่เหลือทำเอง เพราะยังไม่รู้ว่าจะแกง ย่าง หรือนึ่ง” ป้าแดงไปแล้ว ฉันถ่ายรูปเอาปลาไปขึ้นเฟซบุ๊ก ยุคนี้มันยุคอินเตอร์เน็ต มีอะไรเอามาขึ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ โชว์กันไป ใครต่อใครที่เข้ามาอ่าน ก็เขียนบอกว่า ราคาถูกมาก บางคนว่ากว่าจะไปหามาได้ใช้เวลาเป็นวัน ของชาวบ้านถูกๆ อย่างนี้ แต่ต้องไปซื้อของใช้อื่นๆ ราคาแพงๆ ฉันตอบเขาว่า ซื้อขายแบบบ้านๆ ก็อย่างนี้แหละ เรียกว่าประนีประนอม ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ราคา
