เทคนิคเกษตร
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเทพารักษ์ได้ยกย่องนายสุรศักดิ์ กระฉอดนอก เป็นเกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน หมู่ที่ 11 บ้านวังกระทะเหนือ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการทำเกษตรผสมผสาน สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนโดยประเด็นที่หลายคนสนใจเข้ามาเรียนรู้ คือ การปลูกกล้วยหอมทอง 1 ไร่ สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 50,000 บาท/ปี การดูแลรักษาต้นกล้วย ในขั้นตอนการเตรียมดิน นายสุรศักดิ์ จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักปรับปรุงดิน คลุกเคล้าด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องโรคตายพราย พร้อมกับจัดการระบบน้ำ แบบน้ำพุ่ง เพื่อให้กล้วยได้น้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ช่วยให้ต้นกล้วยสมบูรณ์และเจริญเติบโตเร็ว จากนั้นบำรุงต้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตลอดอายุของต้นกล้วย วิธีการปลูกขยายพันธุ์ นายสุรศักดิ์ จะปลูกขยายพันธุ์โดยใช้หน่อกล้วยจากต้นกล้วยที่เก็บผลผลิตแล้ว ซึ่งต้นกล้วย 1 ต้น จะออกหน่อประมาณ 3-5 หน่อ เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะต้องทำการตัดต้นกล้วยนั้นออกทิ้ง เพื่อไม่ให้แย่งอาหาร โดยตัดให้เหลือความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นแม่เป็นอาหารเลี้ยงหน่อเล็ก และเลือ
จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 4 ปีแล้วที่ทางเทคโนโลยีชาวบ้านได้เคยสัมภาษณ์เกษตรกรรุ่นใหม่ท่านหนึ่ง ที่เขาได้ตั้งฉายาให้ตัวเองว่า “ไทบ้านฟาร์มเมอร์” โดยมีที่มาจากที่เขาเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ มาถึงปัจจุบันบทบาทหน้าที่ของหนุ่มไทบ้านคนนี้มีมากขึ้น คือการได้รับเลือกเป็นประธานสภาเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ และยังคงไม่ทิ้งงานเกษตรที่เป็นเหมือนลมหายใจของเขา จากจุดเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกผักสลัดลงดินเล็กๆ สู่การพัฒนาพื้นที่กว่า 6 ไร่ เพื่อขยับขยายพื้นที่ทำการเกษตร พร้อมกับการเป็นต้นแบบเกษตรกร สร้างโมเดลทำเกษตรบนพื้นที่น้อยแต่สร้างรายได้มาก ให้สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคต คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ หรือ คุณกระต่าย อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรนักพัฒนาโมเดลทำเกษตรพื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้สูง มีพื้นที่ 1 งาน ก็สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นได้ไม่ยาก จากเมื่อ 4 ปีก่อนที่เริ่มทำเกษตร คุณกระ
เชื่อว่าหลายคนที่เคยซื้อปุ๋ยคงเคยเห็น ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ย 3 หลัก หรือคนทั่วๆ ไปที่กำลังจะเลือกซื้อปุ๋ย อาจเกิดข้อสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไม ตัวเลข 3 หลักบนถุงปุ๋ยจึงต่างกัน แล้วควรเลือกซื้อแบบไหนดี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมข้อมูลให้หายสงสัยกันแล้วนะ🌿 ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ย 3 หลัก คือ สูตรเคมีของปุ๋ย หรือเกรดปุ๋ย โดยตัวเลขทั้ง 3 หลักนี้เอง จะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกให้ทราบถึงปริมาณธาตุอาหารหลักๆ ที่มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันก็คือ N-P-K ✨ไนโตรเจน แทนด้วยสัญลักษณ์ “N” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักแรก ✨ฟอสฟอรัส แทนด้วยสัญลักษณ์ “P” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักที่สอง ✨โพแทสเซียม แทนด้วยสัญลักษณ์ “K” คือตัวเลขที่อยู่ในหลักสุดท้าย “หลักการใช้ปุ๋ยเคมี” ซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ถ้าจะให้ประสิทธิภาพจำเป็นต้องการเลือกใช้ชนิดปุ๋ยให้ถูกต้อง โดยมีหลักคร่าวๆ คือ – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตัวแรกมาก เน้นบำรุงใบ กิ่ง และลำต้น โดยเฉพาะพืชผัก – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขตรงกลางมาก เน้นบำรุงราก และการสร้างเซลล์พืช จึงควรมีสูตรปุ๋ยนี้ในทุกชนิดพืชที่ใช้ – ปุ๋ยสูตร ตัวเลขที่สามมาก เน้นบำรุงผลหรือหัว เช่น มันสำปะหลัง มันฝรั่ง “ช่วงเวลาที่ใส่ปุ๋ย” ต้องเห
“ แรงบันดาลใจของเราคือ *การยกระดับแตงโมไทย* ให้กลายเป็นสินค้าหรูหรา (Luxury) ผ่านนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่ส่งตรงจากไร่สู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table)เพื่อนำเสนอผ่าน Catering ระดับ High-End ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง และประสบการณ์ที่แตกต่าง ”คุณณิชชา แก้วสุริยา ประธานกรรมการ บริษัท ณิชชา ชามม์ จำกัดกล่าว “ ณิชชา ชามม์ (Nichcha Charm)”หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นทั้งเกษตรกร ผู้ค้าส่ง และค้าปลีก โดยมีเครือข่ายเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศไทยและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม Watermelon Smart Farm ด้านการปลูกแตงโม ที่ผ่านดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เพาะปลูก ด้วยนวัตกรรมที่ทำให้ผลผลิตได้คุณภาพ มาตรฐานตลอดฤดูกาล โดยไม่ใช้สารเคมีอันตรายทุกชนิด เก็บเกี่ยวด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ได้ “แตงโมพรีเมียม คัดพิเศษ “ที่สด สะอาด ปลอดภัย และมีความหวานฉ่ำมากยิ่งขึ้นส่งตรงจากสวนถึงมือผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้งสร้างแบรนด์แตงโมไทยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคคนไทยและต่างชาติได้อย่างมั่นคง เสิร์ฟความต่างด้วย แตงโมเกรดพรีเมียม ความสำเร็จของณิชชา ชามม์ ไ
แค่ชื่อก็แปลกแล้ว “ป่าช้าเหงา” ไม่ใช่ป่าแต่เป็นสมุนไพร ที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “หนานเฉาเหว่ย” เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน พืชตระกูลเดียวกับฟ้าทลายโจร แต่ในไทยจะพบมากในโซนภาคเหนือ สรรพคุณกำลังเป็นที่เลื่องลือจะเริ่มออกดอกช่วงมิถุนายน และติดผลในเดือนเมษายน สามารถพบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ที่มีความสูงไม่เกิน 600 เมตร ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำลำต้นของต้นป่าช้าเหงามาใช้ต้มอาบสำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ไฟ เชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ สมุนไพรชนิดนี้อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย หมอพื้นบ้านแนะนำ ไม่ควรกินใบสดหนานเฉาเหว่ย หรือป่าช้าเหงา เกินวันละ 3 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของใบด้วย หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ก็ควรบริโภคเพียงใบเดียว เนื่องจากมีฤทธิ์แรง และผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากต้องระวัง หากกินแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น ถ้าเป็นมากอาจช็อกได้ ✨สรรพคุณของต้นป่าช้าเหงา ส่วนใหญ่มาจาก 3 ส่วนสำคัญจาก ราก เปลือกไม้ และเนื้อไม้ ในแต่ละส่วนมีสรรพคุณเด่นดังนี้ 👉🏻ราก
ปลูกผักสวนครัวในกระสอบ ด้วย ปุ๋ยโบกาฉิ ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องปรุงดินบ่อย ผักโตดี การปลูกพืชผักไว้กินเอง หรือปลูกเพื่อสร้างอาชีพ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะมีพื้นที่มาก พื้นที่น้อย หรือผู้ที่อาศัยอยู่ตามบ้านจัดสรร คอนโดฯ ก็สามารถปลูกไว้กินเองได้แบบไม่มีข้อแม้ ด้วยรูปแบบของการปลูกผักในยุคปัจจุบันที่มีมากมายหลายรูปแบบให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะอีกต่อไป เพราะสามารถปลูกได้ทั้งในกระถาง ในกระบะ ในกระสอบ หรือภาชนะอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหรือเป็นภาชนะเหลือทิ้งก็สามารถนำมาประยุกต์ปลูกผักได้เหมือนกัน ขอแค่มีใจรักก็สำเร็จได้ไม่ยาก คุณปาริฉัตร แป้นทองคำ หรือ คุณฉัตร อยู่บ้านเลขที่ 266 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี อดีตข้าราชการ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกผักสลัด-ผักสวนครัว ปลอดสารพิษสร้างรายได้ เน้นการปรุงดินปลูกให้มีคุณภาพ และการบำรุงด้วย “ปุ๋ยโบกาฉิ” ซึ่งเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างดีไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักอื่นๆ รวมทั้งไม่มีไข่แมลงศัตรูพืชที่มักติดมากับปุ๋ยคอกทั่วไปเพราะจุลินทรีย์ย่อยสลายอินทรียวัตถุอย่างสมบูรณ์แล้วจึงเป็นอาหาร
ช่วงหน้าร้อน ฤดูแล้งของทุกๆ ปี ราคามะนาวแพงหูฉี่ พ่อค้า แม่ค้า หรือเราๆ ท่านๆ ที่ใช้มะนาวปรุงอาหารเดือดร้อนกันไปทั่วหน้า บางคนก็เลี่ยงไปใช้ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นที่มีตามท้องถิ่นในแต่ละภาคนั้นๆ แทนไปก่อน อย่างเช่น มะขามสด มะขามเปียก ตะลิงปลิง ระกำ มะดัน เม่า หรือผักส้มป่อย ใบชะมวง และอื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งพอปรุงเป็นอาหารหรือเมนูต่างๆ ก็จะได้รสชาติความอร่อยแซ่บแตกต่างกันไป เพราะรสเปรี้ยวของผลไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางชนิดก็เปรี้ยวปี๊ดจนเข็ดฟัน บางชนิดเปรี้ยวนุ่มนวล กลมกล่อม และบางชนิดเปรี้ยวๆ หวานๆ สำหรับคนภาคใต้มีพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ให้รสเปรี้ยวได้ดี และมีรสชาติอร่อย คือ ลูกเขาคัน หรือ ลูกเถาคัน ซึ่งชาวบ้านพื้นถิ่นส่วนมากจะนิยมนำมาใส่เพิ่มรสชาติในแกงส้ม เพราะเขาคันมีรสเปรี้ยวในตัว เอามาแกงส้มกับปลาสดๆ บอกว่าหรอยอย่างแรงนิ ใครไม่เคยลอง ต้องแคบๆ เลย (รีบๆ) หากท่านมีโอกาสผ่านมาทางภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ลองแวะเข้าไปตามตลาดนัดที่ชาวบ้านมักเอาของพื้นบ้านมาวางขาย จะเห็นมีลูกเขาคัน หรือเถาคันมาวางขายทุกนัด คนแก่ๆ ท่านบอกไว้ว่า ลูกเขาคัน เป็นพืชสมุนไพรที่นอกจากจะให้รสเปรี้ยวแล้ว
การวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตออกทุกวัน คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดปราจีนบุรี ดีกรีปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ที่ฟาร์มปลูกผักสลัดทุกชนิด มีทั้งหมดประมาณ 40 โต๊ะ แบ่งเป็นโต๊ะอนุบาล 12 โต๊ะ โต๊ะเพาะกล้า 4 โต๊ะและนอกเหนือจากผักสลัด ยังมีผักขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้ง ผักโขม และไวลด์ ร็อกเก็ต ดูแลคนเดียวทั้งฟาร์มมีการบริหารจัดการและดูแลผลผลิตให้มีออกสม่ำเสมอทุกๆ สัปดาห์ ด้วยการดูออเดอร์และกำลังการผลิตว่าทำได้แค่ไหน ตัวอย่าง เช่น มีออเดอร์มาเท่านี้ ที่ฟาร์มมีโต๊ะปลูกจำนวนกี่โต๊ะ เพื่อแบ่งว่าในแต่ละโซนจะปลูกผักอะไร จำนวนเท่าไร ดูช่วงอายุของพืช เพราะแต่ละชนิดมีอายุสั้นยาวไม่เท่ากัน และค่อยตีกลับมาที่การเพาะกล้า แต่วางแผนปลูกผักสลัดจะง่ายมาก วางแผนเพาะทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี วันละ 10 แผ่น เพื่อให้มีผักออกขายได้ตามออเดอร์ วิธีการปลูกผักสลัด 1. ในการเพาะกล้าผักสลัดเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มาแล้ว จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์มาใส่ในฟองน้ำที่กรีดและนวดกับน้ำมาแล้ว เนื่องจากในฟองน้ำมีรูพรุน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้น้ำเข้ามา
คุณจีระศักดิ์ เข้มบุญศรี หรือ พี่เก่ง อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม หนึ่งในเกษตรกรที่จะมาแชร์ประสบการณ์การทำเกษตรบนพื้นที่น้อยอย่างไรให้มีความสุข แถมยังมีเงินเก็บได้ด้วย พี่เก่ง เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำงานด้านการเกษตรตนเองทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน มีภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ทำให้โหยหาธรรมชาติ อยากได้ยินเสียงนก เสียงกา มากกว่าเสียงรถยนต์ และความแออัดในเมืองหลวง นำไปสู่จุดเริ่มต้นในการตระเวนหาซื้อที่ดินในต่างจังหวัดไว้สักแปลง สำหรับทำที่อยู่อาศัยและเป็นอาชีพรองรับในวัยเกษียณ และในเวลาเพียงไม่นานความฝันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะปัจจุบันตนเองได้เกษียน ลาออกจากงานในวัยเพียง 40 ปี เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่ตั้งใจซื้อไว้ที่จังหวัดนครปฐม โดยที่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะถูกหรือไม่ แต่ก็อยากลองสู้ดูสักครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายและบอกกับพ่อแม่ไว้ว่าขอเวลา 6 เดือน ในการพิสูจน์ตนเอง ถ้าหากภายใน 6 เดือน สิ่งที่ตั้งใจทำไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม แต่จนถึง ณ ตอนนี้นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
เกษตรกรมือใหม่หลายคนมีข้อสงสัยว่า หลังจากนำต้นพันธุ์ดีจากวิธีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการไม่อาศัยเพศไปปลูก เช่น ต้นพันธุ์ที่มาจากวิธีการตัดชำหรือปักชำ ตอนกิ่ง ต่อกิ่ง และทาบกิ่ง อายุต้นกี่ปีถึงติดผล สามารถไว้ผลผลิตได้ ปริมาณผลผลิตและต้นต้องไว้จำนวนเท่าไร นางสาวดรุณี ถาวรเจริญ นักวิชาการเกษตร สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นคำถามต่างๆ ไว้ดังนี้ โดยปกติต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตแล้วสามารถออกดอก ติดผลได้เลยขณะอยู่บนต้น หรืออยู่ในถุงเพาะชำ แต่ในระยะนี้ไม่แนะนำให้ไว้ผล เนื่องจากการเจริญเติบโต ขนาดกิ่งพันธุ์หรือต้นพันธุ์ยังไม่สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ ส่วนอายุต้นที่เหมาะสมสามารถปล่อยให้ต้นฝรั่งติดผลชุดแรกได้ จำนวนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์ การดูแลรักษาหลังจากปลูก การเจริญเติบโต ความแข็งแรงสมบูรณ์ของลำต้นและกิ่ง เป็นต้น . ต้นพันธุ์มีลักษณะการเจริญเติบโตดี ในช่วงแรกต้องการทดลองไว้ผลผลิต ไว้ชิมหรือจำหน่ายในจำนวนไม่มากก็สามารถเริ่มให้ติดดอกได้ตั้งแต่อายุต้นประมาน 6 เ
