เทคนิคเกษตร
ผักกูด เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งจัดอยู่ในตระกูลเฟิร์น สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และนอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังใช้เป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่าในป่าทึบ เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้แล้ว ผักกูด ยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อม ให้ได้รู้ว่าบริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้น ด้วยสรรพคุณและคุณค่าที่มีมากมาย จึงทำให้ในปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกผักกูดเชิงการค้ามากขึ้น คุณชาญณรงค์ พวงสั้น อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 7 ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เล่าถึงงานปลูกผักกูดว่า เกิดนึกสนใจและมองเห็นอนาคตของผักกูดว่าน่าจะไปได้ดี ผักกูดเป็นผักที่หาได้จากธรรมชาติในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันเริ่มหารับประทานยากขึ้นทุกวัน ตนจึงมองเห็นโอกาสจากตรงนี้ ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานสวนปลูกผักกูดอินทรีย์แซมสวนสัก โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4
สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียการทำแปลงปลูกผักแบบง่ายๆ แต่มีความแข็งแรง ทนทานสูง แล้วใช้ต้นทุนในการทำไม่สูงมาก ครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีไอเดียการทำ “แปลงปลูกผักด้วยอิฐบล็อก” แบบไม่ต้องก่อปูน สามารถทำเองได้คนเดียวแบบสบายๆ โดยไอเดียการทำแปลงปลูกผักนี้ ได้มาจากเจ้าของช่อง TikTok : chumpol_diary วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1. อิฐบล็อก 2. ท่อ PVC ขนาด 4 หุน 3. ค้อน วิธีทำ 1. เริ่มจากการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับที่จะทำแปลงปลูกให้เรียบสม่ำเสมอกัน โดยขนาดความยาวและกว้างของแปลง สามารถทำได้ตามความสะดวกของแต่ละพื้นที่ 2. จากนั้นนำอิฐบล็อกมาวางเรียงกันให้เป็นแถวเสมอกัน 3. ใช้ท่อ PVC ขนาด 4 หุน ตัดเป็นท่อนให้ได้ขนาดความสูงเท่ากับอิฐบล็อก 1 ก้อน 4. นำท่อ PVC ที่ตัดได้ความยาวที่เหมาะสมแล้ว ใช้ค้อนตอกเข้ารูของอิฐบล็อกเพื่อยึดอิฐบล็อกแต่ละก้อนแทนการก่อปูน วิธีนี้จะทำให้อิฐบล็อกเกาะติดกันแน่น ลดปัญหาแปลงปลูกเอง เป็นวิธีที่ทำง่าย แต่แข็งแรง ใช้ต้นทุนต่ำ สามารถนำท่อ PVC เหลือทิ้งมาใช้ได้ แถมเวลาจะรื้อถอนก็ทำได้ง่าย อิฐบล็อกไม่เสียหาย สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ต่อ
หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้เสาปูน เหล็กแป๊บ เป็นโครงสร้างหลักในการก่อสร้าง หลังทำเสาร้านองุ่นเสร็จก็ต้องขึงเชือกเหมือนกับสวนองุ่นท
ผักต่างถิ่นที่มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเนื่องจากรสชาติถูกปากคนไทยมีหลายชนิด เช่น มะละกอ สับปะรด แครอต และที่ไม่น่าเชื่อคือ พริกขี้หนู ต่างก็เป็นพืชที่เข้ามาในไทยเป็นร้อยปีแล้ว จนเรานึกว่าเป็นพืชประจำถิ่นบ้านเรา เพราะเรานำมาประกอบอาหารตั้งแต่อ้อนแต่ออก ลืมตาก็เห็นพืชผักเหล่านี้แล้ว จะไม่ใช่ของบ้านเราได้อย่างไร ผักไชยา คะน้าเม็กซิกัน ผักโขมต้น หรือ ชายา (ภาษาสเปน Chaya) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่ม อายุหลายสิบปี อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำ มียางขาวออกมาเมื่อถูกหัก ทรงพุ่มตั้งตรง มีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร ใบกว้าง มีแฉกคล้ายใบมะละกอ ผักไชยาเป็นผักกินใบ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และประเทศแถบอเมริกากลาง ไชยา น่าจะเป็นผักที่เข้ามาในไทยไม่เกินสิบปีที่ผ่านมา ผมรู้จักไชยาเมื่อสามปีก่อน ในงานมหัศจรรย์พันธุ์พืชของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ทีแรกนึกว่าเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต
มะพร้าวน้ำหอม ถือเป็นมะพร้าวที่นิยมที่สุด เนื่องจากมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมของน้ำมะพร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ แถมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย การปลูกและการผลิตมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี เริ่มต้นจากการเลือกที่ปลูกดี ใช้พันธุ์ดี ปลูกถูกวิธี ดูแลรักษามะพร้าวให้สมบูรณ์ ปราศจากโรคและศัตรูที่มารบกวนและแก้ไขอุปสรรคที่เป็นตัวการทำให้มะพร้าวออกผลน้อย ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็เป็นที่เชื่อได้ว่าต้นมะพร้าวจะออกผลให้ดกแน่นอน เทคนิคเพาะต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม แบบฉบับ “ ฟาร์มสุขนิยมมะพร้าว ” คุณกำพล นามพูน เจ้าของฟาร์มสุขนิยมมะพร้าวน้ำหอม ได้อธิบายถึงขั้นตอนการเพาะต้นธุ์มะพร้าวน้ำหอม คือ 1. ต้องเลือกมะพร้าวน้ำหอมต้นที่แก่ 2. ต้องเลือกลูกที่สมบูรณ์นำมาเพาะพันธุ์ 3. ปาดที่ด้านบนหัวมะพร้าวน้ำหอมที่จะนำมาทำพันธุ์ 4. นำเข้าแปลงเพาะ และรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้โดยจะคัดเลือกจากต้นที่มีความสมบูรณ์ที่สุด จะมีลักษณะต้นพันธุ์ที่สูง 20-30 เซนติเมตร จึงจะสามารถจัดส่งให้กับลูกค้าได้ การเพาะพันธ
ในยุคที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเรื่องสภาพอากาศที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การวางแผนเลือกพืชเศรษฐกิจและการดูแลจัดการแปลงปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ เช่นเดียวกับ คุณวิทยา บุญพร้อม เกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดอำนาจเจริญ ผู้ที่กล้าปรับเปลี่ยนจากการทำนาและไร่มันสำปะหลัง มาสู่การปลูกอ้อยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครอบครัว จากการเริ่มต้นปลูกในพื้นที่เพียง 5 ไร่ อ้อยที่ปลูกในพื้นที่ไร่มันสำปะหลังจะได้ผลผลิตอยู่ที่ 12-13 ตันต่อไร่ ส่วนอ้อยที่ปลูกในพื้นที่นาผลผลิตอยู่ที่ 16-18 ตันต่อไร่ ความสำเร็จนี้เองที่ทำให้คุณวิทยาเห็นโอกาส จึงขยายพื้นที่ปลูกอ้อยเต็มพื้นที่กว่า 31 ไร่ในปัจจุบัน คุณวิทยายึดหลักการทำไร่อ้อยอย่างมีระบบ ควบคู่กับการเลือกใช้ปุ๋ยคุณภาพอย่างซอยล์เมต ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกขั้นตอนการดูแลอ้อย ตั้งแต่การเตรียมแปลงจนถึงการเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตอ้อยลำใหญ่ น้ำหนักดี ให้ค่าความหวานสูง และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในแต่ละรอบการผลิต เตรียมแปลงดี เสริมด้วยปุ๋ยคุณภาพ ช่วยให้อ้อยมีน้ำหนัก ค่าความหวานสูง คุณวิทยา เล่าว่า เคล็ดลับสำคัญขอ
การปลูกผักสวนครัวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังได้ผักที่ปลูกเองแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี แถมยังได้ผักสดๆ จากบ้านตัวเองมาใช้ทำอาหารในแต่ละมื้อได้อีกด้วย หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยลดของเหลือจากผักที่กินไม่หมด และได้ผักสดๆ กลับมากินอีกครั้งด้วยวิธีการ “ปักชำ” ซึ่งเป็นการนำผักที่เหลือจากการใช้ในครัวมาปักชำใหม่ให้แตกยอดอีกครั้ง เรามาดูกันว่า ผักชนิดไหนบ้างที่สามารถปักชำใหม่ได้ง่ายๆ และโตไว สะระแหน่ เป็นพืชล้มลุก เลื้อยตามพื้นดิน ลำต้นสีแดงเข้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีกลิ่นหอม ขยายกิ่งก้านออกโดยใช้ไหลหรือลำต้นใต้ดิน สะระแหน่เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งในแสงแดดรำไรและแดดจัด เหมาะที่ปลูกในสภาพอากาศแห้งและความชื้นต่ำ ชอบน้ำชุ่มและน้ำสม่ำเสมอ วิธีปลูกโดยการปักชำ การเลือกกิ่งสะระแหน่ : เลือกกิ่งที่สดและแข็งแรง ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว (10-15 เซนติเมตร) ตัดใบล่างออกประมาณครึ่งหนึ่ง เหลือใบส่วนบนไว้ เพื่อช่วยลดการคายน้ำ การปักชำ • ถ้าปักชำในน้ำ : ให้เตรียมน้ำสะอาดใส่แก้วหรือภาชนะ แล้วนำกิ่งสะระแหน่ปักลงไปโดยให้โคนกิ่งจมในน้ำ 1-2 นิ้ว • ถ้าปักชำในดิน : ให้เตรียมดินที่ร่วนซุยและระ
ในปัจจุบันวิธีทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ มีหลากหลายวิธี แต่ที่ง่ายที่สุดคือการนำเปลือกกล้วยหอม เปลือกกล้วยน้ำว้า ที่กินเสร็จอย่าเพิ่งทิ้ง! เพราะมีประโยชน์ต่อต้นไม้หลายอย่าง เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของต้นไม้ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ที่สามารถช่วยป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย สารอาหารที่อยู่ในเปลือกกล้วย 1. โพแทสเซียม : หนึ่งในธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของราก ใบ หากใช้ในผักกินใบ จะทำให้ใบกรอบ สีเขียวสวย น่ากิน ซึ่งปกติเราอาจต้องซื้อปุ๋ยโพแทสเซียมเสริม แต่เราสามารถทดแทนได้ง่ายๆ ด้วยเปลือกกล้วย 2. ฟอสฟอรัส : ในเปลือกกล้วยมีปริมาณฟอสฟอรัสมากพอสำหรับพืช ช่วยเรื่องการออกดอกและติดผล ทำให้ไม้ดอกไม้ประดับออกดอกสวย สีสันงดงาม มาลงมือทำปุ๋ยกันเถอะ โดยจะเริ่มใช้ในช่วงที่ระยะติดดอก ออกผล ซึ่งสูตรนี้มีประโยชน์ค่อนข้างดีในการที่ช่วยทำให้ติดดอก ออกผล เร่งการแตกยอด ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล พืชผักสวนครัวก็สามารถนำไปฉีดพ่นได้ วัตถุดิบ – เปลือกกล้วย – น้ำ – โหลแบบมีฝาปิด วิธีทำ 1. ใช้เปลือกกล้วยจากกล้วยที่สุกแล้
ในยุคที่เกษตรอินทรีย์และการลดใช้สารเคมีได้รับความนิยมมากขึ้น เกษตรกรและนักวิจัยได้มองหาวิธีธรรมชาติในการป้องกันโรคพืช โดยเฉพาะโรคเชื้อราที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิต หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือ “น้ำหมักเปลือกมังคุด” ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งเชื้อรา เปลือกมังคุดกับสารออกฤทธิ์สำคัญ เปลือกมังคุดอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เช่น แซนโทน (Xanthones) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย และต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เปลือกมังคุดมีศักยภาพในการใช้เป็นสารชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อราในพืชผลทางการเกษตรได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัตถุดิบ วิธีการทำ เริ่มต้นด้วยการละลาย พด.2 จำนวน 1 ซอง ในน้ำสะอาด จากนั้นเติมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัมลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วใส่เปลือกมังคุด 4 กิโลกรัมตามลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นปิดฝาภาชนะแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ การนำไปใช้งาน เมื่อหมักครบตามเวลา แม้ว่าเปลือกมังคุดจะยังไม่ย่อยสลายทั้งหมด แต่สามารถนำไปใช้งานได้ โดยให้ผสมน้ำหมักเปลือกมังคุด 100 ซีซี กับน้ำสะอาด 10 ลิตร แล้วฉีดพ่นในช่วงเย็น หากอยู่ในช่วงที่ฝนตกบ่อยหร
บำรุงต้นช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ช่วยให้พืชออกดอกออกผล เร่งผลให้สมบูรณ์ เพิ่มความหวานและใช้เร่งราก เร่งหัวของพืช 🪴วิธีการ 1. ใช้ผลไม้ทั้งผลไม่ต้องล้าง ไม่ต้องปอกเปลือก หั่นหรือฝานตามขวางหนา 3-5 เซนติเมตร 2. นำไปคลุกในกะละมังกับน้ำตาลทรายแดง โดยใช้อัตราส่วนผลไม้ 2 กิโลกรัมต่อกากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม 3. นำไปเก็บไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง 4. นำไปบรรจุลงในไหเคลือบให้เต็ม โดยให้ต่ำกว่าปากไหประมาณ 1 คืน เอาน้ำตาลปิดหน้าผลไม้ที่ปากไห แล้วใช้ผ้าหรือกระดาษปิดปากไหให้สนิท 5. หมักไว้ในที่ร่มไม่ให้ถูกแสงแดดประมาณ 7-15 วัน 🪴วัตถุดิบ กล้วยน้ำว้าสุก 2 กิโลกรัม มะละกอสุก 2 กิโลกรัม ฟักทองสุก 2 กิโลกรัม น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม ✨วิธีการนำไปใช้ ใช้น้ำหมัก 1 ส่วนต่อน้ำ 500 ส่วน หรือน้ำหวานหมัก 3 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ หรือ 20 ลิตร 🌱ขอบคุณสูตรจาก : รักบ้านเกิด #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban #สูตรปุ๋ย #สูตรน้ำหมัก #ชมพู่ #น้ำหมักจากผลไม้ #เร่งราก เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2567
