เทคนิคเกษตร
คุณโชคดี ตั้งจิตร อยู่บ้านเลขที่ 55/1 หมู่ที่ 8 ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี หลังจากเกษียณอายุราชการ ได้ตั้งใจแน่วแน่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยนำความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ ปลูกเอง แปรรูปเอง ขายเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต คนปลูกปลอดภัย ผู้บริโภคย่อมปลอดภัย ถึงจะเกษียณอายุราชการแล้ว ยังคงถ่ายทอดความรู้ไปสู่พี่น้องเกษตรกร เริ่มทำการเกษตร พ.ศ. 2558 เนื้อที่ทำการเกษตรประมาณ 10 ไร่ แรกเริ่มทำเกษตรเชิงเดี่ยว ทำนาข้าว ส่งให้โรงสี โรงสีเป็นผู้กำหนดราคา ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการบริหารจัดการพื้นที่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย บ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ใช้สปริงเกลอร์รดน้ำช่วยประหยัดน้ำ นาข้าว ปลูกข้าวหอมปทุมธานี 1 และข้าวหอมมะลิ ปลูกไม้ผล เช่น มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ ฝรั่งกิมจู ขนุน ผักพื้นเมือง ชะมวง เป็นต้น ปลูกผักสลัดยกแคร่ ใช้ซาแรนคลุม ช่วยลดปัญหาด้วงหมัดผัก น้ำค้าง น้ำฝน ป้องกันหอยทากเข้าทำลาย พื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้งปลูกพืชระยะสั้นและระยะยาว
ไฟเกษตรเป็นอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษที่ภาครัฐสนับสนุนให้เกษตรกรไทยได้ใช้ไฟฟ้าในกิจกรรมทางการเกษตร เช่น การสูบน้ำ การใช้เครื่องจักรกล หรืออุปกรณ์ทางการเกษตรอื่นๆ ในราคาที่ถูกกว่าการใช้ไฟฟ้าครัวเรือนทั่วไป ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรม ไฟเกษตร คือ ไฟฟ้าที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดให้สำหรับเกษตรกรที่จดทะเบียนถูกต้อง เพื่อใช้ในการเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ ระบบให้น้ำ ระบบแสงสว่างในฟาร์ม หรือเครื่องมือทางการเกษตรไฟฟ้าต่างๆ โดยมีอัตราค่าไฟที่ถูกกว่าไฟฟ้าบ้านปกติ ใครมีสิทธิ์ขอใช้ไฟเกษตร? เกษตรกรที่สามารถขอใช้ไฟเกษตรได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นเกษตรกรที่จดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีพื้นที่ทำการเกษตรจริง เช่น นา ไร่ สวน หรือฟาร์ม ใช้ไฟฟ้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเกษตร เช่น ระบบสูบน้ำ ปั๊มน้ำ หรือเครื่องจักรกลทางการเกษตร วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร มี 3 ขั้นตอนดังนี้ ขอบ้านเลขที่ ในการขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดีย
กากถั่วเหลืองเป็นของเหลือทิ้งจากการผลิตเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง ปกติหากเป็นร้านหรือโรงงานขนาดเล็กจะนำไปทิ้งปะปนกับขยะเศษอาหารทั่วไป หากเป็นแหล่งผลิตใหญ่ เช่น โรงงานมักถูกขายเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยในราคาถูก ทั้งที่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะค่าโปรตีน ดร.อัญชลี อุฒาสุวรรณกุล หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ได้ดำเนินงานวิจัย “โครงการ การลดขยะกากถั่วเหลืองจากชุมชนและอุตสาหกรรมโดยนำไปแปรรูปเป็นแป้งโอคาร่าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารมูลค่าสูง” ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยของ วช. ในปีงบประมาณ 2564 โดยนำกากถั่วเหลืองมาพัฒนาเป็นแป้ง หรือชื่อในทางวิชาการว่า “แป้งโอคาร่า” กากถั่วเหลืองหรือผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูปนมถั่วเหลืองและเต้าหู้ ถูกเก็บรักษาอย่างดี นำมาอบลมร้อน บดและร่อน ผลิตเป็นแป้งโอคาร่า และนำแป้งโอคาร่าที่ได้มาผลิตผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า กากถั่วเหลืองหรือ “โอคาร่า” อุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน ไขมัน (40%, 30% และ 20% น้ำหนักแห้งตามลำดับ) แร่ธาตุและสารพฤกษเคมี นอกจากนี้ แป้งโอคาร่ายังมีราคาสูงนิยมบริโภคในกลุ่มผู้รักษาสุขภาพ แป้งโอคาร่าอุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน ไขมัน แร่ธ
ซาแรน หรือที่เรียกกันว่า ตาข่ายกรองแสง เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์ใช้งานได้หลายอย่าง แต่หน้าที่หลักคือ เอาไว้กรองแสง บังแสง พรางแสง ลดความเข้มข้นหรือความแรงของแสงแดดลง ลดความร้อนที่จะส่งผลกระทบ มีหลายสี แต่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม ซาแรนจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต ออกดอกออกผล ของพืชได้ด้วยคุณสมบัติการพรางแสง เกษตรกรสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสงแดดผ่านมากน้อยแค่ไหน มีตั้งแต่ 30% – 80% เลยทีเดียว นอกจากพรางแสงแล้ว ด้วยความถี่ของตาข่ายและลักษณะของตาข่าย ยังช่วยในเรื่องการกระจายของแสงทั่วถึงและดีขึ้นอีกด้วย แปลงปลูกผักหลายๆ ที่ จะเห็นได้ว่าแต่ละที่จะมีการเลือกใช้สีของซาแรนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปลูกต้องการปริมาณแสงมากแสงน้อย แต่ทางการเกษตรแนะนำว่าสีที่เหมาะแก่การปลูกพืชมากที่สุดคือ สีเงิน นั่นเอง ซาแรนสีเงินจะกรองแสงได้น้อยที่สุด เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ยังต้องการแสงมาก แต่ต้องการลดอุณหภูมิ ลดแรงลมหรือความแรงของเม็ดฝน อีกทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทานอีกด้วย ซาแรนมีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆ คนคิด ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต ออกดอก ออกผล ช่วยเพิ่มผ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยองอีกหนึ่งฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี โดยรูปแบบกิจกรรมทางการเกษตรที่ศูนย์แห่งนี้ มีความโดดเด่นเรื่องวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1. มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 2. แกลบดำ 1 ส่วน 3. อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 4. รำละเอียด 1 ส่วน 5. น้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน+น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 7.จอบ 8.พลั่ว 9. ฝักบัวรดน้ำ ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2. นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 3. เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพน้ำตาลและอ้อยใส่บัวราดบนกองวัสดุปุ๋ยหมัก คลุกให้เข้าก
ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจแหล่งที่มา คุณภาพ และเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้ามากขึ้น สินค้า “GI” หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) ได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความต่างอย่างมีมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ทว่าความโดดเด่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดทักษะการตลาด ที่สามารถเชื่อมโยง “เรื่องราวกับช่องทางขาย” ได้อย่างลงตัว บทความนี้จึงจะพาไปรู้จัก เทคนิคการบุกตลาดทั้ง Offline และ Online ของสินค้าจด GI โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และ SME ที่กำลังมองหาทางรอดและทางรุกในโลกการค้าใหม่ ผ่านวิธีการที่ทำได้จริง ลงมือได้ทันที ตั้งแต่การเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์ให้จับใจ การสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงการวางขายในตลาดเกษตรอินทรีย์ ร้านค้าท้องถิ่น หรือแม้แต่ค้าปลีกสมัยใหม่ คุณอิสรีย์ ยิตยสมบูรณ์ CEO Chief marketing officer ได้ถ่ายทอดในประเด็นครบเครื่องเรื่องการตลาด เมื่อ GI บุกตลาด offline online เพื่อสร้างองค์ความรู้ในด้านการตลาด ให้ผู้ประกอบการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในหัวข้อตั้งสินค้าอย่างไรให้เหมาะสม และโดนใจลูกค้า จะเห็นได้ว่า “GI ไม่ได้ขายแค่ของ…
ป้าอร หรือ คุณสุจิตรา ฉ่ำเพชร หญิงเหล็กของวงการผักอินทรีย์จังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2551 ป้าอรได้มีโอกาสอบรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์รุ่นแรก ของมูลนิธิ MOA และได้ยืนหยัดทำเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่คนร่วมรุ่นเลิกรากันไปหมดแล้ว โรงเรือนปลูกผักกางมุ้ง ปี 2557 ป้าอรได้ไปอบรมโครงการเกษตรของจังหวัดลพบุรี ร่วมกับ 4 จังหวัดภาคกลางตอนบน คือ ชัยนาท ลพบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี ป้าอรได้สนับสนุนโรงเรือนปลูกผักกางมุ้งจากจังหวัดลพบุรีและสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี จำนวน 2 โรงเรือน ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 30 เมตร รวมถึงอินทรียวัตถุและปัจจัยการผลิตอื่นๆ อีกด้วย ปรุงดินดี พืชผักเติบโตดี ป้าอร กล่าวว่า ดินเป็นปัจจัยสำคัญของการปลูกพืช ปรับปรุงดินดี คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้การปลูกพืชผักอินทรีย์เติบโตดีไปด้วย สวนผักของป้าอร เลี้ยงหมูป่าไว้เพื่อนำฉี่หมูป่ามาใส่ถังขนาด 20 ลิตร ส่วนมูลหมูป่าตักใส่ถุงปุ๋ยปิดปากถุง นำมาใส่ในถังนี้ด้วย ใส่สาร พด.1 จำนวน 1 ซอง เติมฉี่หมูลงไปเรื่อยๆ ลงเต็มถัง ปิดฝาไว้ในที่ร่มนาน 1 เดือน จึงนำมาใช้ในแปลงเพาะปลูกได้ โดยใช้ปุ๋ยน้ำหมัก 150 กรัม หรือขนาดบรรจุเท่ากับ
วิธีการปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตไม่ใช่เรื่องที่ยาก เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ อีกทั้งการดูแลและการจัดการไม่ยาก แต่ถ้าจะให้ดี หากเราสามารถกำหนดทิศทางให้กล้วยออกเครือหันออกไปทางเดียวกันได้ ซึ่งวันนี้เรามีเทคนิควิธีมาฝาก ดังนี้ 1.เมื่อได้หน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาแล้ว ให้ใช้มีดคมๆ เฉือนด้านใดด้านหนึ่งออกให้ มีขนาดเท่าๆ กัน 2. นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ตามปกติ โดยให้หันด้านที่เฉือนเหง้ารากออกไปนั้นให้อยู่ในทิศทางเดียวกันทุกต้น 3. เมื่อกล้วยตั้งตัวได้ตามธรรมชาติ เหง้ารากด้านนี้จะรีบงอกรากใหม่เพื่อยึดลำต้นและหาอาหารเก่ง และแทงรากออกมายาวกว่าปกติ 4. เมื่อเจริญเต็มที่จะออกเครือตามปกติ เครือกล้วยที่ออกมาจะมีน้ำหนักถ่วงดุลกันตามธรรมชาติโดยอัตโนมัติ กล้วยจะไม่แทงเครือออกทางด้านฝั่งที่ยึดลำต้น โดยหันไปทางทิศเดียวกันตลอดทั้งแปลง เช่น เมื่อหันรอยตัดหรือรอยสับไปทางทิศเหนือ เครือของกล้วยจะหันไปทางทิศตรงข้าม คือ ทิศใต้ แนวทางนี้ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร แต่ทําแล้วสวยงาม แถมยังสะดวกในการปฏิบัติงานในสวนด้วย เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564
“ผักชี” พืชผักสวนครัวมากประโยชน์ และเป็นผักโปรดของใครหลายคน ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน โดยเฉพาะต้นและรากที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร ไม่ว่าจะใช้ต้มทำน้ำซุป ทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวให้มีรสชาติหอม หรือจะนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์เพื่อดับกลิ่นคาวก็ได้ หรือถ้าใครเป็นสายแซ่บ ชอบกินอาหารทะเลที่ต้องคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด รากผักชีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแชร์วิธีการปลูกผักชีแบบง่ายๆ ไว้กินเอง ใช้พื้นที่ไม่มาก มีตะกร้าใบเดียวก็สามารถมีผักชีไว้เก็บกินได้ตลอด วิธีปลูกผักชีสำหรับมือใหม่ การเตรียมดิน – ดินร่วน 2 ส่วน – ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน – ทราย 1 ส่วน – แกลบดำ 1 ส่วน – แกลบเก่าหรือขุยมะพร้าว 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน การเตรียมเมล็ดพันธุ์ ผักชีเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด ดังนั้น ก่อนที่จะปลูกต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้พร้อม – โดยการนำมาบดให้แตกเป็นสองซีก เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น – นำไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง – นำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วเคล้ากับทรายหรือขี้เถ้าทิ้งไว้จนเมล็ดเริ่มงอก แล้วนำไปห
เมื่อถึงฤดูฝนเกษตรกรหลายท่านคงอดกังวลไม่ได้ที่หอยทากที่จะบุกมาถึงสวนของเรา ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาของการเจริญเติบโตที่เหมาะสมของหอยทาก เนื่องจากสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ตามธรรมชาติหอยทากจะวางไข่ตามซากใบไม้ ขอนไม้ผุพัง รวมถึงบริเวณใต้ดินร่วนซุย การกำจัดหอยทากจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเรามีวิธีกำจัดที่ถูกต้อง และสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี 1. เก็บไปโยนทิ้ง เป็นวิธีเบสิกที่ทำได้ง่ายแต่ต้องอาศัยแรงขยันคือการเก็บหอยทากทิ้งให้ไกลจากสวน โดยเลือกเก็บช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นจะเป็นเวลาที่หอยทากจะออกหากินและปรากฏตัวให้เห็นได้ชัด หลังจากเก็บทิ้งแล้วควรเก็บซากใบไม้ เพื่อป้องกันการวางไข่ซ้ำ 2. ใช้เปลือกไข่ ตากแห้ง แล้วบดให้เป็นชิ้นละเอียดโรยรอบๆ แปลงปลูกต้นไม้ ผิวของเปลือกไข่จะทำให้หอยทากรู้สึกระคายเคืองเนื่องจากผิวของหอยทากมีความบางมาก 3. เกลือ นอกจากผิวหอยทากจะบางแล้ว ยังไม่ชอบความเค็มอีกด้วย เกลือจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่สามารถกำจัดหอยทากที่ได้ผลเสมอ โรยเกลือรอบๆ ต้นไม้ ระวังอย่าให้โดนรากไม่เช่นนั้นต้นไม้อาจจะตายได้ 4. กระเทียม กลิ่นของกระเทียมที่มีธาตุกำมะถัน สามารถไล่สัตว์และแมลงได้หลายชนิด
