เทคนิคเกษตร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะรับประทาน “แตงโม” เพื่อช่วยคลายร้อน คลายความเครียด ด้วยคุณสมบัติอุดมด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ รักษาแผลให้หายเร็ว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ในสภาวะที่มีแรงกดดันมากมายในยุคปัจจุบัน การรับประทานแตงโมสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะสารโพแทสเซียมในแตงโมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ แตงโมยังมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ “ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” เพราะการดื่มน้ำแตงโมจะช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างวิตามินเอ หากร่างกายมีวิตามินเอในปริมาณมากๆ จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย “ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น” แตงโมมีสารซิตรัลลีน (citrulline) อยู่มาก โดยสารนี้จะไปช่วยในการรั
ขั้นตอนการทำไข่เค็มไชยา ไข่เค็มไชยา ตำนานเล่าขานความอร่อยมีมามากมาย ถ้าอยากกินไข่เค็ม ต้องนึกถึง ไข่เค็มไชยา ของฝากขึ้นชื่อเมืองสุราษฎร์ มีกรรมวิธีการผลิตอย่างไรบ้าง วัสดุ-ส่วนผสม ที่ต้องใช้ ไข่เป็ดคุณภาพ ได้มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ดินจอมปลวก เกลือ น้ำเปล่า ขี้เถ้าแกลบ ขั้นตอนการทำ นำไข่เป็ดที่เตรียมไว้ มาคลุกกับดินจอมปลวก ที่ผสมเกลือและน้ำเปล่า ให้มีความเหนียวแบบพอดี 2. นำไข่เค็มที่คลุกดินจอมปลวกให้เปียกทั้งลูก 3. แล้วนำไปคลุกกับขี้เถ้าแกลบ 4. หมักทิ้งไว้ 7 วัน 5. นำขี้เถ้าออก จัดใส่กล่องเตรียมขาย 6. กำหนดวันที่ผลิต และรายละเอียดวันที่สำหรับทอดและต้ม
การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม ต้องปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารหยาบคุณภาพดีให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนมและลตต้นทุนค่าอาหารข้น โดยทั่วไป การปลูกหญ้าแพงโกล่าหรือการสร้างนาหญ้า เกษตรกรสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ดอน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกนาหญ้าในพื้นที่ลุ่มเช่นเดียวกับการทำนาข้าว นิยมปลูกหญ้าแพงโกล่า โดยใช้ท่อนพันธุ์อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูกหญ้าแพงโกล่าไปแล้ว 8-10 วัน หญ้าแพงโกล่าจะเริ่มงอก สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ เมื่อหญ้าแพงโกล่าอายุ 60 วัน และเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ทุกๆ 40 วัน โดยตัดหญ้าสูงจากพื้นดิน 5-10 เชนติเมตร กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายรัตนพล สำราญ และคณะ รวมทั้งครูที่ปรึกษา ได้แก่ นายธนวิทย์ อุมา นายซลอ พลนิล ต่างเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ จึงเกิดแนวคิดสร้าง “รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระบบดูดหญ้า ไร้คนขับ” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ในการตัดหญ้าและดูดเก็บใบหญ้าแพงโกล่าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานในการกวาดเก็บหญ้า รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระ
“ดินเค็ม” เป็นหนึ่งในภัยคุกคามพื้นที่การเกษตรพบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ชายทะเล ปัญหาดินเค็มเกิดจากดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช สังเกตง่ายๆ จะเห็นคราบเกลือเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง บริเวณที่มีปัญหาดินเค็ม พืชมักมีอาการใบไหม้ ลำต้นแคระแกร็น เนื่องจากพืชจะขาดน้ำ ความเป็นพิษจากธาตุโซเดียมและคลอไรด์ และเกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหาร ปัญหาดินเค็มนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการเกษตรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นวัตกรรมชลาศัย ให้น้ำพืช-ป้องกันดินเค็ม นวัตกรรมชลาศัย (Aquawell and soil salinity control) เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือกสำหรับใช้ป้องกันปัญหาดินเค็ม เป็นผลงานของ นายประกอบ เกิดท้วม นายสุรธัช พ่วงผจง นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลผลงานนวัตกรรม ระดับดีเด่น เหรียญทอง ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (ระดับบัณฑิตศึกษา) ในงานมหกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปี 2564 ที่
“ความขม” ของพืชหลายชนิดที่นิยมลิ้มรสกัน แล้วแต่คนชอบ ขมมากขมน้อย หรือบางคนไม่ชอบขมเลย คงจะให้คำตอบว่า ชีวิตนี้ก็ขมมากพอแล้วไม่อยากเติมความขมเข้าตัวเองอีก ก็ว่ากันไป นิยมขมมากหน่อยก็ต้องเจอแบบ คนอื่นไม่กล้ากิน กัดทีขมติดลิ้น ซึมเข้าประสาทลิ้มรสแบบไม่ต้องกลืน เช่น บอระเพ็ดแสนเข็ดขม ฟ้าทลายโจรก็สุดขม หนานเฉาเหว่ย (ป่าช้าหมอง) ก็ที่สุด บางคนแม้แต่ขมผลมะแว้ง ก็เมินหน้าหนีแล้ว แต่ที่แนะนำวันนี้คือ ของขมอร่อย มีขมหลายระดับ แต่ถ้ารู้จักทำกินจะขมแบบพึงใจ ขมของสะเดาเป็นขมที่ตบท้ายด้วยหวาน ที่จริงสะเดามีความขมหลายระดับ ตั้งแต่ขมจัด ขมมาก ขมปานกลาง ขมน้อย จนถึงไม่ขมแต่มีรสจืดปนมัน คือแต่ละต้น แต่ละสายพันธุ์ มีความแตกต่างกัน คนซื้อหาสะเดาจากตลาด หมดโอกาสเลือก หรือจะใช้วิธีชิมเอา ก็ลองหาวิธีดู ตอนนี้ที่ตลาดมีขายเป็นกำเป็นมัด มีทั้งสด และลวกน้ำร้อนแล้ว ติดตามต่อไป จะแนะนำวิธีลดความขมของสะเดา ลดได้จริงแบบเอาที่สบายใจได้ครับ สะเดา ณ เวลานี้ไม่กล้ายืนยันว่ามีถิ่นต้นกำเนิดมาจากไหน เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร เพราะมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก แต่มีในบันทึกให้ศึกษาได้ว่า คนสยามนิยมกินสะเดาเป็นผักแก
ข้าวต้มมัด นับว่าเป็นอาหารที่มีความเรียบง่ายและอยู่คู่งานบุญตามเทศกาลต่างๆ มากมาย ทั้งงานบวช งานแต่ง งานทำบุญให้ผู้เสียชีวิต งานวันออกพรรษา และอื่นๆ การทำข้าวต้มมัดนั้นอยู่คู่บ้านและงานประเพณีท้องถิ่นมาช้านาน แต่การทำข้าวต้มมัดนั้นก็มีขั้นตอนและเคล็ดลับที่น่าสนใจ เพราะถ้าหากมองข้ามขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ การทำข้าวต้มมัดอาจไม่เป็นชิ้นสวยงามตามที่ตั้งใจไว้ คุณนันธ์ทา เหลาประเสริฐ ที่อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การทำข้าวต้มมัดมีวัตถุดิบและขั้นตอนการทำดังนี้ 1. ถั่วลิสง 1 กิโลกรัม 2. ข้าวสารเหนียว 2 กิโลกรัม 3. กล้วยน้ำว้า 1 หวี กล้วย 1 ลูก ปาด 2 ชิ้น แต่ถ้าลูกใหญ่ปาด 3 ชิ้น 4. นำข้าวสารกับถั่วใส่กะละมัง 5. ใส่ในใบตองที่เตรียมไว้ 2 ชิ้น ชั้นในชิ้นเล็ก ส่วนชั้นนอกชิ้นใหญ่ 6. พับมุมจีบให้สวยงาม ทำเช่นนี้ 4 ชั้น และประกบมัดด้วยตอก 2 เส้น 7. ต้มประมาณ 2 ชั่วโมง ต้มให้น้ำท่วมมัดข้าวต้ม คอยดูว่าน้ำแห้งหรือไม่ ก็ใส่น้ำลงหม้อ โดยจะเติมน้ำเพิ่มประมาณ 2 ครั้ง สังเกตใบตองจะเปลี่ยนสี ถ้าสุกใบตองจะเปลี่ยนสี และข้าวจะสุก ส่วนกล้วยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู
เมนูปลาเผา หนึ่งในสำรับอาหารของไทยๆ ที่มีกินกันอยู่ทุกภูมิภาค ปลาเผามีทั้งนำปลาน้ำจืด ปลาทะเล มาเผาหรือมาย่าง มีกรรมวิธีที่แตกต่างกันไป เช่น นำปลาช่อนมาพอกเกลือ ห่อใบตองเผาหรือย่างไฟ จิ้มน้ำจิ้มพริกตำกระเทียม รากผักชี น้ำปลา มะนาว น้ำตาลหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด (Sea Food) ที่มีชื่อเห็นจะเป็น แม่ลาปลาเผา อยู่ที่สิงห์บุรี บางรายใช้ปลาทับทิม ปลานิล ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม มาพอกเกลือแล้วย่างหรือเผาไฟ ใช้น้ำจิ้มซีฟู้ดเหมือนกัน มีให้กินในร้านอาหารทั่วไป แต่มีปลาเผาที่ระบุชื่อที่มา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากินยากมาก เว้นแต่จะมีในพื้นที่ที่เป็นที่มาและจังหวัดใกล้เคียง “ปลาเผาภูเก็ต” คือเมนูปลาเผาที่มีที่มาและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สงสัยมานานว่า ปลาเผาภูเก็ต เมนูยอดนิยมสมัยหนึ่งในกรุงเทพฯ มีที่มาอย่างไร เหมือนหรือไม่เหมือนปลาเผาทั่วไปอย่างไร จนวันหนึ่งนานมาแล้ว มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อศึกษาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิถีชุมชนจนพบที่มาของปลาเผาภูเก็ต โดยที่นำปลาทะเลที่ชาวประมงจับมาได้ นำมาห่อใบตองเผาไฟในเตาถ่าน ใช้ไฟรุมๆ ปลาที่นำมาเผาส่วนมากเป็นปลาที่ชาวบ้านได้จากประมงเร
ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดพะเยา จะรู้ว่าในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้จะมีบรรดาจิ้งโกร่ง หรือจิ้งกุ่ง หรือจิ้งหรีดยักษ์ จะพากันออกมาผสมพันธุ์และอยู่ในรูกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านต่างพากันขุดหานำออกมาขาย สร้างรายได้วันละหลัก 100-1,000 กว่าบาท ต่อวัน โดยชาวบ้านที่ขุดหาได้นำมาจำหน่ายให้กับแม่ค้าในหมู่บ้านรับซื้อ ในราคาตัวละ 1.50-2 บาท แม่ค้าก็จะนำไปขายต่อตัวละ 2-2.50 บาท สร้างรายได้เป็นอย่างดี จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดชนิดหนึ่งที่มีขนาดลำตัวใหญ่ที่สุด นิยมใช้ประกอบอาหารหลายเมนู อาทิ จิ้งโกร่ง คั่วเกลือ ป่นจิ้งโกร่ง แกงหน่อไม้ใส่จิ้งโกร่ง จิ้งโกร่ง ชุบแป้งทอด เป็นต้น นอกจากนั้น ยังนิยมใช้เป็นเหยื่อจับปลาหรือเหยื่อปักเบ็ดได้เช่นกัน ชื่อท้องถิ่น ภาคกลาง และทั่วไปเรียก จิ้งโกร่ง จิ้งหรีดหัวโต จิ้งหรีดหางสั้น อีสานเรียก จิโป่ม จิดโป่ม จิ๊หล่อ เหนือเรียก จิ้งกุ่ง แหล่งที่พบและการแพร่กระจาย จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วโลก สำหรับชนิดที่พบในประเทศไทยจะเป็นสกุล Brachytrupes ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว คือ Brachytrupes portentosus หรือที่เรียก จิโป่ม หรือ จิ้งหรีดหางสั้น แต่จิ้งหรีดในสกุลนี้
ในพื้นที่ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง มีการรวมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ที่บ้านคลองชี หมู่ที่ 2 โดยมี คุณปราณี บัวทอง หรือ ป้าณี เป็นประธานกลุ่ม ป้าณี เล่าให้ฟังว่า สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และในช่วงแรกกลุ่มมีการหารายได้เสริมโดยการปลูกถั่วใต้ดิน ต่อมามีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ ภายใต้การนำของ คุณวันเพ็ญ มหาชัย ได้มีความคิดริเริ่มที่จะนำมะพร้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในพื้นที่ที่มีราคาถูกในสมัยนั้นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่ม โดยได้มีการถ่ายทอดความรู้ในการแปรรูปเมี่ยงคำสมุนไพร และในปี พ.ศ. 2548 กลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านคลองชี ส่วนผสมและวิธีทำเมี่ยงคำสมุนไพร มะพร้าวหั่นอบแห้ง 500 กรัม น้ำตาลทราย 400 กรัม น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนชา เกลือ 1/2 ช้อนชา แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 แก้ว พริกแห้งป่น 1 ช้อนชา กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ ขิง หอมแดง ใบชะพลู พอประมาณ วิธีทำ นำกระทะตั้งไฟใส่ส่วนผสม ข้อ 2-7 เคี่ยวจนเป็นยางมะตูม ใช้ไฟปานกลาง ใส่ส่วนผสม ข้อ 8-10 เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนเหนียวไม่ติดกระทะ ใส่ส่วนผสมข้อที่ 1 เค
ผักพื้นบ้านบางชนิด ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นผักที่คนเรานำมากินเป็นอาหารได้ แต่ก็ไม่พ้นฝีมือคนบ้านเรา ที่คิดค้นหาวิธีเอามาทำกิน จัดขึ้นสำรับกับข้าวกันจนได้ คงเป็นเพราะว่าคนบ้านเรา มักจะใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ คัดเลือกว่าของชนิดใดที่กินได้ไม่มีพิษภัย กับกินไม่ได้ มีอันตรายถึงตายได้ และยังมีการตั้งชื่อแปลกๆ ตามที่คนทั่วไปรู้และเห็นลักษณะ เช่นผักชนิดนี้ “ผักขี้ขวง” ตามคำบอกเล่าจากคนรุ่นเก่า ว่าของกินใดที่ได้เคยลิ้มรสแล้ว เห็นว่าใช้ได้ กินได้ อร่อย มักจะแอบเก็บซ่อนไว้เพื่อจะหาข้อมูลเพิ่มเติม ทดสอบตรวจพิสูจน์ให้มั่นใจ ก่อนจะแจ้งบอกกล่าวให้ลูกหลานนำไปกินได้ โดยในระหว่างเก็บซ่อนนั้น จะตั้งชื่อให้น่าเกลียด ใส่คำว่า “ขี้” ขึ้นหน้า เช่น ขี้เหล็ก ขี้เพี้ย ขี้เขียด ขี้ขวง แต่พอเริ่มเผยแพร่แล้ว บางที่บางถิ่นชื่อเดิมบางอย่างถูกตัดคำหน้าออก บางอย่างยังใช้เรียกอย่างเดิมกันอยู่ และ ผักขี้ขวง หรือ ขวง ก็คงเป็นเช่นนั้น ชื่อมันไม่น่ากิน แต่เมื่อได้รู้จัก คนมักจะรักนิยมชมชอบกัน ผักขี้ขวง ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glinus oppositifolius (L.) Aug.DC เป็นพืชในวงศ์ MOLLUGINACEAE ในภาษาไทยเรียกแต่ละถิ่นไม่เหมือนกัน ภาคเหนื
