เทคนิคเกษตร
“ชะคราม” หรือ “ชักคราม” พืชล้มลุกขนาดเล็ก เติบโตจากดินเค็ม พบได้ทั่วไปตามป่าชายเลนชายฝั่งทะเลที่มีน้ำท่วมถึง โดยเฉพาะจังหวัดชายทะเลตะวันออก อย่างกับสมุทรสาคร สมุทรสงคราม บางส่วนของทะเลกรุงเทพฯ ย่านบางขุนเทียน ทะเลบ้านแหลม เพชรบุรี โดยเฉพาะบริเวณนาเกลือและป่าชายเลน ชะครามจัดเป็นวัชพืชที่มีประโยชน์ ด้วยการนำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ ทั้งแกงคั่วปูใบชะคราม แกงส้มชะครามชุบไข่ทอด ไข่เจียวใบชะคราม แม้กระทั่งยำใบชะคราม “ชะคราม” ชื่อภาษาอังกฤษ Seablite ชื่อวิทยาศาสตร์ Suae da maritime เป็นพืชล้มลุกพบได้ในดินเค็มตามป่าชายเลนทั่วไป แพร่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลตะวันออก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นทรงพุ่ม สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 120 เซนติเมตร โคนต้นแตกกิ่งระดับล่าง ลำต้นมีสีเขียวอ่อนเมื่อต้นแก่จะเป็นสีแดงอมน้ำตาล ต้นอ่อนจะฉ่ำน้ำ ใบชะคราม เป็นใบเลี้ยงเดี่ยวแทงออกตามความยาวของกิ่งใบมีลักษณะทรงกระบอก อวบน้ำ ปลายใบแหลม ใบอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล คนไทยนำใบอ่อนมาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร โดยเฉพาะแกงส้ม แกงปูใบชะคราม ลวกราดกะทิเป็นผักจิ้มน้ำพริก ย
คอลัมน์ เก็บป่ามาฝากเมือง โดย กุมิสบ๊ะ รงโซะ เขียนถึงต้นผักขมหิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Boerhavia Diffusa L. วงศ์ NYCTAGINACEAE ต้นผักขมหิน หรือที่ นางนิปะห์ นิเฮง หมอยาสมุนไพรบ้านอีนอ ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จะรู้จักและเรียกชื่อในภาษามลายูถิ่นคือ ต้นบายังตือเลาะ (Bayang Telak) หมายถึง ต้นผักโขมที่แผ่ปกคลุมดิน หรือมีอีกชื่อที่ใช้เรียกกันคือ ต้นบายังตาเนาะห์ (Bayang tanah) หมายถึง ต้นผักโขมดิน จัดเป็นต้นพืชสมุนไพรที่มีขึ้นทั่วไปตามป่าข้างทาง หรือที่รกร้างต่างๆ ซึ่งปัจจุบันน้อยคนนักที่จะรู้จักต้นพืชชนิดนี้ และอาจมองว่า เป็นหนึ่งในต้นวัชพืชแล้วด้วยซ้ำไป เพราะไม่ค่อยมีคนเก็บเพื่อนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลายดังเช่นในสมัยก่อนกัน สำหรับแม่หมอนิปะห์ นิเฮง นั้น ท่านได้เล่าว่า ปัจจุบันต้นผักขมหินนั้นจะค่อนข้างหายากมาก พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวนั้น ได้มีสิ่งก่อสร้างต่างๆ เข้ามาแทนที่ แต่ท่านก็จะชอบเก็บต้นผักขมหินทุกครั้งเมื่อมีโอกาสพบเจอ ซึ่งท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านอาหารและยารักษาโรค เช่น นำมาแกงเลียง แกงกะทิ ลวกต้มจิ้มน้ำพริกบูดู รับประทานเป็นผักกับข้าว เป็นต้น ส่วนการใ
เดือนกรกฎาคม อันเป็นช่วงที่ลูกกำจัด (Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC) หรือที่บางแห่งเรียกมะข่วงบ้าง พริกพรานบ้าง จะติดผลสีเขียวสีแดงเต็มต้นสูงใหญ่ที่ยังคงมีขึ้นเบียดเสียดเป็นดงไม้ในเขตอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี แล้วนะครับ ลูกกำจัดทั้งสดและแห้งเป็นวัตถุดิบอาหารสำคัญ ที่ทั้งส่งขายข้ามภูมิภาคไปยังเขตภาคเหนือ คือลำพูน ตาก เชียงใหม่ และทั้งเป็นตัวทำรายได้ให้คนเก็บลูกกำจัดขายในตลาดชุมชนย่านฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก ซึ่งยังนิยมเข้าเปลือกลูกกำจัดในขั้นตอนการปรุงอาหารคาวแทบทุกชนิด อย่างที่คนนอกวัฒนธรรมจะต้องประหลาดใจแน่นอน ผมเคยเขียนถึงป่ากำจัดเขตอำเภอหนองม่วงไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และคงได้เล่าถึงน้ำพริกเผา หมูผัด น้ำพริกกะปิ กระทั่งผัดพริกใบกะเพรา ซึ่งชาวหนองม่วงผู้หลงใหลรสซ่าชาลิ้นของกำจัด ล้วนแต่ผสมเปลือกเม็ดกำจัดคั่วป่น ปนเข้าไปในเครื่องปรุงกับข้าวพื้นๆ เหล่านั้นทั้งสิ้น โดยเฉพาะผัดพริกใบกะเพรานั้น พี่สาวชาวหนองม่วงผู้หนึ่งบอกผมว่า ควรใช้เปลือกเม็ดสดที่ยังไม่แก่ คือยังเป็นสีเขียวอยู่ อาการซ่าชาลิ้นยังไม่รุนแรงมากนัก มาตำผสมกับเครื่องพริกกระเทียม แบบนี้จะได้ผัดพริกใบกะเพราที่ทั้งเผ็
เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่หลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคโคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 ทำให้มีประชาชนติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสตัวดังกล่าวจำนวนมาก โดยเชื้อไวรัสสามารถแพร่ระบาดได้ระหว่างบุคคล จากการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดเป็นหลัก โดยผ่านละอองเสมหะขนาดเล็กที่เกิดจากการไอ จาม หรือพูดคุยกัน แม้ละอองเสมหะเหล่านี้เกิดเมื่อหายใจออก แต่ปกติจะตกลงสู่พื้นหรือติดค้างบนพื้นผิววัตถุต่างๆ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในระยะไกล บุคคลอาจติดเชื้อได้จากการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำมาแตะตา จมูก หรือปากของตนเอง แม้ในปัจจุบันจะมีการฉีดวัคซีน ยา ในการป้องกันและยับยั้งโรคไวรัสดังกล่าว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคกลับไม่ลดลง ทำให้ประชาชนต้องเรียนรู้ปรับตัวให้อยู่รอดกับโรคดังกล่าว มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดงานเสวนา “ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรพื้นบ้านจากทางเลือก สู่ทางรอด” ณ ห้องประชุมพิทยา จารุพูนผล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเสวนา เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยมี ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริ
ประโยชน์ของขิงมีมากมาย แต่ก็มีข้อที่ควรระวังเช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะนำไปใช้อย่างไร แม้ว่า ขิง จะเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ทำอาหารและมีสรรพคุณในการรักษาโรค แม้ว่าขิงจะมีกลิ่นฉุนและมีรสชาติเผ็ดร้อน เลยทำให้ไม่ถูกปากหลายคนนั้น แต่ขิงก็เป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ทำอาหารและมีสรรพคุณรักษาโรค เรามาดูกันดีกว่าสมุนไพรดีๆ อย่างขิงนั้นมีประโยชน์และโทษอะไร ที่เราคาดไม่ถึงบ้าง ประโยชน์ของขิง ลดอาการท้องอืด หากคุณรู้สึกท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย ให้จิบชาน้ำขิง หรือรับประทานขิงสดจะทำให้คุณรู้ดีขึ้น หรือถ้าหากคุณเกิดอาการท้องอืดจากการรับประทานถั่วละก็ คราวหน้าลองฝานขิงบางๆ ลงไปในอาหารที่มีถั่ว นั่นก็จะช่วยลดอาการท้องอืดได้เช่นกันค่ะ เพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้อาการท้องอืดบรรเทาลงได้ ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน จากการศึกษาพบว่า การรับประทานขิงตอนที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรนลดลงได้ เพราะขิงจะไปช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอื่น แสดงให้เห็นอีกว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าผ
เคยได้ยินชื่อ แกงรัญจวน มานานแล้วเมื่อตอนเด็กๆ และเคยเข้าครัวช่วยท่านแม่ทำกับข้าวอยู่เป็นประจำ มีอยู่วันหนึ่งท่านแม่ทำแกงรัญจวน และก็ช่วยทำเหมือนเดิม จำ (ได้ว่ามีน้ำพริกกะปิเหลืออยู่ก้นถ้วยอยู่พอประมาณ ซึ่งน้ำพริกกะปิก้นถ้วยที่เหลือกลายเป็นพริกแกงในเวลาต่อมา ท่านแม่หั่นเนื้อใส่ พร้อมตะไคร้ซอย หอมแดงบุพอแตก ตำพริกขี้หนูสวนใส่ไปหน่อย ละลายเข้ากับน้ำพริกกะปิก้นถ้วย พอเดือดใส่เนื้อหั่นลงไป เมื่อเนื้อเริ่มซึมซับน้ำแกง ใส่ตะไคร้ซอย พร้อมหอมแดง ใส่พริกขี้หนูโขลกหยาบๆ ลงไป คนให้เข้ากัน จบลงด้วยใส่โหระพาอีกกำมือ จากนั้นตักลงชามบีบมะนาวพอเปรี้ยวติดปลายลิ้น ได้แกงชามหนึ่งเรียกว่า “แกงรัญจวน” จำได้จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ไม่ค่อยเห็นแกงรัญจวนอีกเลย โดยเฉพาะร้านข้าวแกง เพิ่งจะมีคนพูดถึงบ้างในเว็บไซต์บ้างเกี่ยวกับ กินๆ เที่ยวๆ และการทำอาหาร ซึ่งก็มีหลายเว็บไซต์และก็เหมือนกันกับครั้งที่เคยช่วยท่านแม่ทำ มาคราวนี้ทำน้ำพริกกะปิ กินกับผักจิ้ม และปลาทู และเหลืออยู่ก้นถ้วยราว 5 ช้อนโต๊ะมากพอสมควรค้างคืนอยู่ในตู้กับข้าว นึกเสียดายน้ำพริกก้นถ้วยที่ค้างคืน ก็เลยนึกถึงข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แต่ต้องทำเครื่องปรุงเพิ่
จาก พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 นำไปสู่การยกระดับ กศน. ให้เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามความพร้อมและศักยภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนเองให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนเองตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยังคงเดินหน้านโยบายส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน และกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ตามความสนใจ และความต้องการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพ และเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ สร้างงาน สร้างอ
ราวปลายปี พ.ศ. 2530 ผมเพิ่งเรียนจบโบราณคดีหมาดๆ รับจ้างงานคุมหลุมขุดค้นกู้แหล่งโบราณคดีบ้านเนินมะกอก ตำบลดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยหัวหน้าโครงการเขาส่งผมกับเพื่อนอีกคนเข้าพักในหมู่บ้านเลยทีเดียว คนงานก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นเอง เราพักกันสองคนที่บ้านไม้เก่าๆ ใต้ถุนโล่ง แม่บ้านที่มาดูแลทำความสะอาดก็เป็นชาวบ้านเช่นกัน เธอต้องทำกับข้าวให้เรากินด้วย สามสิบปีก่อน ถนนหนทางไม่ได้ดีอย่างทุกวันนี้ วันอาทิตย์นั่นแหละเราจึงได้ขับรถกรมศิลป์เข้าไปซื้อของสดที่ตลาดโคกสำโรง ช่วงเวลากลางสัปดาห์นั้น ด้วยความเมตตารักใคร่ของชาวบ้านผู้อารีต่อแขกแปลกหน้า เราเลยได้ประสบการณ์ชีวิตการกินเป็นงูเห่าผัดเผ็ดบ้าง งูสิง หนูนา นกกระยางผัดกะเพราบ้าง ได้กินเหล้าขาวตาตั๊กแตนผสมสรรพสิ่งต่างๆ เช่น ดีงู เลือดงู ได้ลิ้มรสผักหญ้าแปลกๆ สารพัดชนิด โชคดีที่ผมและเพื่อนชอบลองของแปลกอยู่แล้ว ช่วงนั้นเลยนับเป็นกำไรชีวิตวัยหนุ่มสาวของเราไป มื้อแรกๆ เป็นอะไรที่ผมจำได้ไม่ลืม เมื่อเห็นกองผักอย่างหนึ่งวางข้างเตาไฟ เผลออีกทีผักกองนั้นก็ดูไหม้ๆ ไฟ และถูกลอกเปลือกออกจนเหลือเป็นก้านสีเขียวอ่อนๆ พอตกค่ำ มันก็ถูกหั่นเป็นท่อนสั้
ต้นหมาก เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพราะปลูกดูแลง่าย พื้นที่ปลูกหมากของไทยมีประมาณ 116,756 ไร่ ผลผลิตรวม 437,010 ตัน โดยแหล่งปลูกหมากมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดชุมพร รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช ระนอง ฉะเชิงเทรา พัทลุง ตรัง พังงา ระยอง นครปฐม และสุราษฎร์ธานี ตามลำดับ ต้นหมากเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพอากาศชื้นสูง ปริมาณฝนตก 2,000 มิลลิเมตรขึ้นไป เนื่องจากภาคใต้ปลูกต้นหมากมาอย่างยาวนาน จึงไม่มีปัญหาเรื่องตลาด เพราะขายผลหมากทั้งหมากสดและหมากแห้ง มีพ่อค้ารับซื้อประจำถึงสวนเพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายต่างประเทศ ชาวสวนยางท่าอุแท ปลูกหมากเสริมรายได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากการทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ปลูกต้นหมากผสมผสานกับไม้ผล เช่น มังคุด ทุเรียน ฯลฯ และผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นรายได้เสริม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้มีการพัฒนากลุ่มเพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม เนื่องจากราคาพืชผลทางเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำลง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง ทางกลุ่ม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎรพื้นที่สูง เนื่องจากป่าต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริ “โครงการสร้างป่า สร้างรายได้” เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลําธารที่ถูกทําลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีทั้งไม้ป่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ใช้หลักวิชาการกําหนดรูปแบบการปลูกลดหลั่นกันไปตามระดับชั้นเรือนยอด ที่มีสภาพใกล้เคียงป่าธรรมชาติ ในแปลงปลูกไม้ป่ายังส่งเสริมปลูกพืชเกษตร เช่น กาแฟ ชาอัสสัม กล้วย มะคาเดเมีย อะโวกาโด ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. (ชื่อใหม่ของสำนักงาน กศน.) รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างจิตสํานึกให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า สามารถยังชีพอยู่กับป่าอย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม เพื่อรักษาป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มิให้ถูกทําลาย รวมทั้
