เทคนิคเกษตร
ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน เลือกรับประทานผักผลไม้ที่เป็นออร์แกนิกกันมากขึ้น เนื่องจากปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง บางครั้งเวลาเลือกซื้อผักผลไม้ไม่สามารถรู้ได้ว่า ใช้สารเคมีมากน้อยแค่ไหน หากสะสมไปนานๆ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งจากสารเคมีปนเปื้อนในอาหารได้ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เล่าว่า ปัจจุบันความปลอดภัยด้านอาหารจากสารเคมีเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ทีมวิจัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย วิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ (CMIT) ประกอบด้วย รศ.ดร.เบญจพล ตันฮู้ รศ.ดร.ดารินี พรหมโยธิน และ ผศ.ดร.ทุติยาภรณ์ ทิวาวงศ์ ได้คิดค้นนวัตกรรมอัจฉริยะ “เครื่องตรวจจับสารพิษตกค้างในผักผลไม้แบบพกพา” ชื่อ “เค-เวจจี้ สกรีน (K-Veggie Screen)” ช่วยคัดกรองสารพิษตกค้างในผักผลไม้และสารก่อภูมิแพ้ในอาหารด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก่อนบริโภค รศ.ดร.เบญจพล ตันฮู้ ทีมนักวิจัย วิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ สจล. เปิดเผยถึงแนวคิดที่มาของ เค-เวจจี้ สกรีน (K-Veggie Screen) เครื่องตรวจจับสารพิษตกค้างใ
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด ทำให้มี “ฟางข้าว” ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดผลกระทบจากการจัดการด้วยวิธีการเผา จากแนวคิดนี้ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงได้หาแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ฯ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากการนำไปใช้ในงานปศุสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก ทำเชื้อเพลิงชีวมวล รวมถึงงานวิจัย ‘นวัตกรรมเส้นใยฟางข้าวผสมเส้นใยจากรังไหม สู่การพัฒนาสิ่งทอเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ กรณีศึกษาตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์’ ซึ่งมาจากการบูรณาการของทีมคณาจารย์ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและเลี้ยงไหม ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้าย ตำบลทับน้อย อำเภอรัตนบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรทอผ้า จังหวัดสุรินทร์ สยามคูโบต้าเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการให้แนวคิดนี้เกิดเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน จึงจับมือ เกรฮาวด์ ออริจินัล เปิดตัวแคมเปญ KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear” ต่อยอ
อดีตพนักงานจัดสวน และยังเป็นเจ้าของสวนยางพารา อาศัยอยู่ที่ อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หัวใสนำกาบมะพร้าวเหลือใช้มาทำดินคุณภาพสูงขาย ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ดินนาหม่อม” ขายดิบขายดี ต้องสั่งจองล่วงหน้า นอกจากนั้นยังปลูกผักสวนครัวในวัสดุเหลือใช้ อย่างเช่น ตะกร้า กระสอบปุ๋ย รางน้ำเก่า สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ถูกจริตคนกรุงแห่มาขอซื้อ เพราะสวยงามและกินได้ อนาคตต่อยอดเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ คุณอมร ตรีรัญเพ็ชร ปัจจุบัน อายุ 55 ปี บอกกับเราว่า ในอดีตประกอบอาชีพมาแล้วหลายอาชีพ ล่าสุดหันมาทำสวนยางพารา 10 กว่าไร่ ที่ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา จากการสังเกตเห็นว่า แถวบ้านมีกาบมะพร้าวเหลือใช้เยอะมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเผาทิ้ง เลยคิดนำมาใช้ประโยชน์ นั่นเป็นที่มาของการทำดินขาย “ผมเห็นแถวบ้านมีกาบมะพร้าวแห้งเหลือใช้เยอะมาก เลยคิดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการทำดินปลูกต้นไม้ ส่วนผสมมี กาบมะพร้าวแห้งสับ ขุยมะพร้าว หน้าดิน ขี้เถ้าแกลบ ขี้ไก่แกลบ น้ำหมักชีวภาพ นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้ากัน กลายเป็นดินใช้ปลูกต้นไม้ได้ทุกชนิด อาทิ ไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ” สำหรับน้ำหมักชีวภาพ คุณอมร ผสมเอง มีขี้ปลา หั
การปลูกกุหลาบทุกคนอาจจะมองว่ายาก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ยากขนาดนั้น ถ้าหมั่นดูแล ใส่ใจ ก็จะได้ดอกกุหลาบที่งอกงาม ก่อนที่จะเริ่มปลูกสิ่งแรกคือต้องดูว่าพื้นที่ของตัวเองนิยมปลูกสายพันธุ์ไหน เนื่องจากกุหลาบแต่ละสายพันธุ์ไม่ได้สามารถปลูกได้ทุกที่ ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมของแต่ละโซน กุหลาบมีหลากหลายสายพันธุ์ และมีหลากหลายสีเช่นเดียวกัน แต่รู้ไหมว่าสีไหนที่ปลูกยากที่สุด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ไปหาคำตอบมาให้แล้ว หลายๆ คนเวลาพูดถึงกุหลาบจะนึกถึงสีแดงเป็นหลัก แต่ที่จริงมีเยอะมาก เป็นสัญลักษณ์แทนความรัก ซึ่งแต่ละสีก็จะมีความหมายที่ต่างกันอีกด้วย กุหลาบที่ปลูกยากที่สุดจะเป็น “สีแดง” และ “สีเหลือง” เนื่องจากเชื้อราชอบมาก ใบจะเหลืองง่าย ทำให้ดูแลค่อนข้างยาก ยิ่งช่วงหน้าฝนจะเกิดเชื้อราบ่อยมาก เชื้อรามาจากการได้รับความชื้นเป็นเวลานานจนเกิดเชื้อราภายในดิน ระบบรากมีปัญหาส่งผลมาที่ลำต้น กิ่งดำ กิ่งตาย และใบเหลืองเป็นจุดจนกระทั่งร่วงหล่นลงดิน ซึ่งเชื้อราเหล่านี้สามารถกระจายเป็นวงกว้างได้ วิธีการแก้ไข เก็บใบเหลืองทั้งบนต้นและโคนต้นออกไปทิ้งให้ห่าง หากำจัดเชื้อราสำหรับต้นไม้โดยเฉพาะมาพ่นอย่างน้อยสัปดา
เข้าสู่ฤดูร้อน อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของพี่น้องชาวเหนือและอีสาน กับเมนู “หมกไข่จักจั่น” แต่รู้หรือไม่ว่า ไอ้ที่เราเรียกกัน หรือเข้าใจกันว่ามันคือไข่จักจั่น จริงๆ แล้วมันคือเพลี้ยต่างหากหละ มักจะพบเกาะอยู่ที่บริเวณต้นเต็ง ต้นรัง ต้นยางเหียง ทางภาคอีสานมักจะเรียกว่า “ไข่จักจั่น” แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ไข่จักจั่น แต่เป็นสัตว์ในตระกูลเพลี้ยแป้ง การที่ชาวบ้านเรียกว่าไข่จักจั่น อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเป็นไข่ของจักจั่น ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับจักจั่นเลย เพราะโดยตามธรรมชาติแล้วตัวอ่อนของจักจั่นจะอาศัยอยู่ในดิน โดยวงจรชีวิตของจักจั่นเมื่อเป็นตัวโตเต็มวัยมีปีก แล้วผสมพันธุ์แล้วจะวางไข่อยู่บริเวณกิ่งหรือโคนต้นไม้ หลังจากนั้นเมื่อไข่ที่เล็กจิ๋วฟักออกมาเป็นตัวก็จะมุดลงไปในดิน อาศัยอยู่ในรู อยู่ในดิน กินน้ำหวานจากรากไม้เป็นอาหาร บางสายพันธุ์ก็อยู่ในดินประมาณ 1 ปี บางสายพันธุ์ก็อยู่ใต้ดินประมาณ 7 ปี และบางสายพันธุ์จะอยู่ใต้ดินนานถึง 17 ปี ก่อนที่จะขึ้นมาบนดินและลอกคราบเป็นตัวจักจั่นโตเต็มวัยที่เราเห็นกัน ส่วนก้อนสีขาวๆ ที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่าไข่จักจั่น ที่นำเอามาหมกนั้น จริงๆ แล
“มะนาว” ผลไม้สีเขียวให้รสเปรี้ยว มีผลขนาดเล็ก แต่เป็นเล็กพริกขี้หนูนะจะบอกให้ เพราะนอกจากมะนาวจะเป็นเครื่องปรุงหลักคู่ครัวไทยแล้ว “มะนาว” ยังเป็นตัวช่วยแม่บ้านที่รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ในแง่ของการใช้มะนาวมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องครัวได้ด้วยตัวเอง โดยวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอพาทุกคนไปเก็บมะนาวหลังบ้านมาทำน้ำยาล้างจานไว้ใช้กัน ซึ่งขอบอกได้ว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่มีต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพสูง ลงทุนหลักสิบ มีน้ำยาล้างจานไว้ใช้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้ 1. นำมะนาวจำนวน 1 กิโลกรัม มาล้างทำความสะอาด จะเป็นมะนาวที่ปลูกเองหรือซื้อมาก็ได้ ตามความสะดวก 2. ล้างทำความสะอาดเสร็จ นำมะนาวมาหั่นเป็นชิ้น 3. นำมะนาวที่หั่นแล้วไปต้มในน้ำเปล่าปริมาณ 5 ลิตร ต้มจนน้ำเดือด มะนาวเริ่มยุบตัวสามารถคั้นได้ ปิดเตา 4. จากนั้นนำมาพักไว้ให้เย็น แล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำมะนาว จากนั้นกรองเอาแต่เฉพาะน้ำมะนาวด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง 5. นำหัวเชื้อ N70 (สารชำระล้างประเภทหนึ่ง) ปริมาณ 1/2 กิโลกรัม ผสมกับเกลือแกง ปริมาณ 1/2 กิโลกรัม คนให้เข้ากัน ถ้ารู้สึกว่าหนืดเกินไปให้ค่อยๆ เทน้ำมะนาวใส่ผสมลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันฟู
ช่วงฤดูร้อนแบบนี้ นอกจากผักตลาดจะหายาก ราคาแพง แถมสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ร้านรวงแผงผักในตลาดสดพลอยปิดไปเสียมากแล้ว ผักยืนต้นที่จะพอหาเก็บได้ตามข้างทางก็ไม่ค่อยแตกยอดแตกใบ ถ้าเราไม่ได้เตรียมไปตัดแต่งกิ่งไว้ก่อนหน้า อีกทั้งที่ดินรกร้างย่านชานเมืองและต่างจังหวัดก็ถูกหักล้างถางพงปลูกกล้วยปลูกมะนาวอย่างปัจจุบันทันด่วน พลอยทำให้พื้นที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ป่าอาหาร” ที่คนเก็บหาของป่ากิน (gatherer) เคยสามารถเก็บพืชผักยืนต้น หรือผักล้มลุกมากินได้ สูญหายไปมากเลยทีเดียว แต่ก็มีพืชบางชนิดนะครับ ที่พอจะออกดอกออกผลให้เก็บกินได้บ้าง โดยที่เราไม่ต้องไปจัดการอะไรกับมัน อย่างหนึ่งก็คือต้นกระถินข้างทาง ที่อยู่ในช่วงติดฝักแก่ฝักอ่อนให้เก็บได้ แล้วก็ต้นคูน หรือราชพฤกษ์ (Cassia fistula) ที่ทางราชการปลูกเรียงรายเป็นไม้ประดับไว้ริมถนน ออกดอกเป็นพวงระย้าสีเหลืองสดทั่วทุกมุมเมืองเวลานี้ ดอกคูนนั้นกินสดๆ หรือจะดอง ยำ แกงส้มก็ได้ครับ เฉพาะแกงส้มดอกคูนนั้น เราแกงเปล่าๆ เลย หรือจะเอาดอกคูนไปชุบไข่ทอดเสียก่อน เหมือนทำแกงส้มชะอมไข่ก็ยังได้ อีกอย่างหนึ่งที่อยากชวนไปหาเก็บ ชวนลองทำ ลองกิน เพราะว่าเป็นช่วงท
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย พบว่ามีหลายครัวเรือนประสบปัญหาในการจัดเก็บข้าว เนื่องจากข้าวเป็นธัญพืชที่มีคุณค่า และเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีของเหล่าแมลง จึงทำให้ข้าวกลายเป็นอาหารชั้นโปรดของแมลง โดยเฉพาะด้วงงวง หรือที่เรียกกันว่า มอดข้าวสาร มอดจะเข้ามากัดกินข้าว ทำให้คุณภาพข้าวเสียหาย ที่ผ่านมาเคยมีการแนะนำการเก็บข้าวสารให้พ้นจากการกัดกินของมอด เช่น นำข้าวสารใหม่ใส่ใบมะกรูดและพริก แล้วเทเกลือไว้ในข้าวสาร เนื่องจากเกลือจะทำให้มอดแสบตา หรือบางรายจะใช้ช้อนสแตนเลส ลูกกุญแจ และตะปู หรือใบกระวานใส่ในที่เก็บข้าวสาร แต่ที่สำคัญที่สุดควรหมั่นนำข้าวสารมาตากแดด สำหรับข้าวเก่าที่มีมอดอยู่แล้ว บางรายนำข้าวสารมาตากแดดให้มอดตาย แล้วเก็บใส่ในกล่องที่เป็นสุญญากาศ จากนั้นก็แบ่งใส่ถังเล็กสำหรับใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ และบางตำราแนะว่า เอาข้าวแช่ตู้เย็น โดยการปิดปากถุงข้าวสารให้แน่น ความเย็นจะช่วยให้มอดไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นได้น้อยมาก ด้วยเหตุนี้ ด.ช.ณัฐพล วงค์บุตร ด.ช.รังสรรค์ จันทร์ลาพันธ์ ด.ญ.เอ็นดู เภาดี ด.ญ.ประกายแก้ว ศิรินัย และ ด.ช.ภาณุ ธิดาแก้ว จากโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันคิดทำโครงงาน ประด
ราวยี่สิบกว่าปีก่อน ผมได้ไปสำรวจพื้นที่แถบอีสานใต้บ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็ไปดูโบราณสถานในเขตโคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด พลอยได้รู้จักมิตรสหายแถบย่านนั้น เมื่อได้ไปพักค้างอ้างแรมที่บ้านพวกเขาบ่อยเข้า ก็มีโอกาสได้กินกับข้าวลาวเขมรแบบบ้านๆ อย่างกุ้งจ่อมปลาจ่อม ป่นไข่ต้ม วุ้นหมาน้อย ฯลฯ จนคุ้นเคย และสำหรับคนชอบกินของแปลกๆ มันก็แทบจะเป็นของที่น่าสนใจกว่างานหลักที่จะต้องมุ่งไปทำเอาเลยทีเดียว ภาพอดีตของใครก็มักดูรุ่มรวย หลากหลาย มีสีสันมากกว่าปัจจุบันขณะเสมอ ผมจำได้ว่า เย็นวันหนึ่ง ได้นั่งคุยกับ พ่อสมัย ขาวงาม พ่อของเพื่อน คือ ไพวรินทร์ ขาวงาม กวีชาวทุ่งกุลา ที่ใต้ถุนบ้านสาหร่าย อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เรื่องที่เราคุยกันคือเรื่องข้าวพันธุ์พื้นบ้านที่คนย่านนั้นกิน ผมเสียดายที่ไม่รู้ว่าเอาสมุดบันทึกเรื่องวันนั้นไปเก็บไว้ที่ไหนในบ้าน แต่จากความทรงจำก็คือ พ่อสมัย บอกว่า นอกจากข้าวหอมมะลิ ที่คนทุ่งกุลาแถบบ้านสาหร่าย บ้านตาหยวกปลูกขายได้ราคาดีกันนั้น คนเฒ่าคนแก่ ชาวบ้านย่านถิ่นดั้งเดิมมีข้าวที่พวกเขากินในมื้ออาหารจริงๆ ซึ่งไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ “ชาวบ้านเราไม่กินหรอก ข้าวมะลิน่ะ” พ่อสมัยว่า “ได้แต
กระเจี๊ยบมอญ เป็นพืชผักที่นิยมกันแพร่หลาย มีทั่วทุกถิ่นในแดนไทยบ้านเรา แต่ก่อนเก่าเป็นแค่พืชผักข้างรั้ว ที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจนัก แต่วันนี้เป็นผักส่งขายข้ามแดนไปแล้ว ยิ่งเข้าสู่ยุคสุขภาพมาเป็นที่หนึ่ง เฝ้าสืบค้นมองหาพืชที่มีคุณค่า ประโยชน์มากมาย และที่สำคัญได้มาจากแหล่งที่เชื่อมั่นว่าปลอดภัยจากสารเคมี จึงพบว่า “กระเจี๊ยบมอญ” เป็นผักที่โดนกับตัว ดีต่อใจ อย่างที่สุด ยิ่งศึกษาค้นคว้ายิ่งรักชอบน้องกระเจี๊ยบมอญมากขึ้นทุกวันๆ กระเจี๊ยบมอญ ชื่อสามัญ Okra, Lady’finger, Gombo และ Bendee เป็นพืชในวงศ์ MALVACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Abelmoschus esculentus (L) Moench มีชื่อเรียกแต่ละพื้นถิ่นหลายชื่อ เช่น ภาคเหนือ เรียก มะเขือมอญ มะเขือทราย มะเขือพม่า มะเขือมื่น กระเจี๊ยบ ภาคกลาง เรียก มะเขือละโว้ กระเจี๊ยบเขียว เป็นประเภทไม้ล้มลุก ต้นสูง 1-2 เมตร ลำต้น ใบ มีขนหยาบ ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ใบรูปคล้ายฝ่ามือคนเรา กว้าง 8-25 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลือง โคนกลีบมีสีเขียว ด้านในมีสีม่วงแดง ก้านชูอับเรณูติดกันเป็นหลอด ผล เป็นผลแห้ง แตกได้รูป 5 เหลี่ยม เป็นไม้ที่ข
