เทคนิคเกษตร
ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเร่งรีบใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อถึงเวลามื้ออาหาร ส่วนใหญ่นึกถึงอาหารจานด่วน (Fast Food) เป็นอันดับแรกๆ เพราะกินง่าย สะดวก รวดเร็ว ราคาประหยัด และมีร้านเปิดให้บริการตลอดเวลา เด็กๆ และวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ชอบบริโภคผักใบเขียวเพราะไม่ชอบกลิ่น หรือรสชาติที่เหม็นเขียว แต่ชื่นชอบอาหารฟาสต์ฟู้ด กินบ่อยจนเคยชิน ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ และหลอดเลือด เสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม พฤติกรรมการใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาประกอบอาหาร ลืมประโยชน์อันหลากหลายของผักพื้นบ้านที่อยู่ในท้องถิ่น ปลูกง่าย หรือขึ้นตามริมรั้ว ดังนั้น วิทยาลัยเทคนิคพะเยา จึงมีแนวคิดนำผักใบสีเขียวที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น ใบมันเทศ, ใบย่านาง, ใบเตย, ใบตำลึง, ฯลฯ นำมาแปรรูปเป็นลูกอมทอฟฟี่สหายผักหลากหลายรสชาติ เช่น รสใบเตย, โกโก้, รสเผ็ด และรสชาติอื่นๆ เพื่อผู้บริโภคมีความเพลินเพลินในการกินผักใบเขียวในรูปแบบลูกอมทอฟฟี่ พร้อมทั้งได้รับสารอาหารหลากหลาย และสรรพคุณทางสมุนไพรจากผักใบเขียว
“แกงไตปลาเนื้อปลากระเบน” เครื่องตำผสมเครื่องซอย กระแสถกเถียง หรือ “ดราม่าแกงไตปลา” กรณีที่ได้รับการจัดเป็นอาหารยอดแย่อันดับ 1 ของโลก จากเว็บไซต์ TestAtlast เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จะว่าไปก็เหมือนครั้งที่เว็บไซต์เดียวกันนี้จัดอันดับแกงส้มให้เป็นซุปยอดแย่อันดับ 12 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา คือทำให้คนไทยจำนวนมากหัวร้อน โมโหโกรธาเป็นการใหญ่ ก่อนที่จะลืมๆ กันไป เมื่อเขารีบจัดให้ผัดกะเพราเป็นที่หนึ่งของโลกด้านอาหารจานผัด ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา กรณีแกงไตปลาก็เลยน่าติดตามว่า เรื่องจะเริ่มซาๆ ลืมๆ กันไปตอนไหน เพราะอะไรนะครับ พอเกิดเรื่องนี้ ผมเลยลองสอบค้นในอินเตอร์เน็ตดู พบว่าสิ่งที่เรียกว่าแกงไตปลา (คนใต้เกือบทั้งหมดยืนยันว่าเขาเรียกของเขาว่า “แกงพุงปลา”) นั้นมีมากมายหลายหลากสารพัดสารพัน ความแสนพิสดารย้อนแย้งเหล่านั้นไม่สามารถเอามาเล่าหมดในที่นี้ได้ เอาแค่เบาะๆ ก็เช่น มักพูดกันว่าจะต้องแกงแบบไม่ใส่ผัก จึงจะ “ดั้งเดิม” แต่สูตรที่เผยแพร่และอ้างอิงสถานที่ ความแท้ เกือบทั้งหมดก็เห็นใส่ทั้งหน่อไม้ มะเขือเปราะ ถั่วพู ถั่วฝักยาว แถมบางรายเพิ่มกะปิและน้ำตาลปี๊บเข้าไปอีก หรือแกงไตปลาแถบสทิงห
“เปลือกแก้วมังกร” เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากธรรมชาติ ที่หาได้ง่ายตามร้านขายผลไม้ทั่วไป แถมมีสารสำคัญที่ช่วยในการเร่งสีของปลาได้ และเปลือกแก้วมังกรไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวปลา ดังนั้น นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครนายกจึงเกิดแนวคิดสร้างมูลค่าให้กับเปลือกแก้วมังกรในรูปแบบ อาหารปลากัด วัตถุดิบจากธรรมชาติ ช่วยเร่งสี บำรุงเกล็ดและหางของปลากัด ขั้นตอนการทำ อาหารปลากัด สูตรอาหารปลากัด มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ เปลือกแก้วมังกร ไรแดง เต้าหู้ไข่ และรำข้าว ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เริ่มจาก 1. นำแก้วมังกรที่เป็นเปลือกส่วนด้านใน นำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก และนำไปอบ 2 ชั่วโมง 2. พออบครบ 2 ชั่วโมงแล้ว จากนั้นนำมาปั่นให้ละเอียด 3. นำเต้าหู้ไข่มาบดให้ละเอียดเสร็จแล้วก็นำไรแดงมาผสมแล้วคนให้เข้ากัน 4. นำเปลือกแก้วมังกร เต้าหู้ไข่ ไรแดง ที่ผสมกันไว้แล้ว ผสมให้เข้ากัน 5. ผสมทั้งสามส่วนเข้ากันแล้วก็นำรำข้าวผสมให้เข้ากันและนำไปอบอีก 2 ชั่วโมง จากนั้นนำอาหารปลากัด นำมาใส่บรรจุภัณฑ์พร้อมจำหน่าย ประโยชน์ อาหารปลากัด Nice Betta fish ผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี ช่วยในการเร่งสี บำรุงเกล็ดและหางของปลากัด สามารถล
องค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ตัวเลขจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านคน โดยเป็นผู้สูงวัยอายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ 10% คาดจำนวนผู้สูงวัยจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 16% ภายในปี 2593 ทั้งนี้ ในปี 2567 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ เมืองไทยมีประชากรผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน ของประชากรไทยทั้งประเทศ 66,057,967 คน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ผู้สูงอายุในไทยเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ มีอำนาจทางการเงิน และมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของ Aging Society ครอบคลุมทุกประเทศทั่วทุกมุมโลก ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการนำเสนอสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและสุขภาพผู้สูงวัย เพราะภาวะสูงวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของระบบช่องปาก คอหอย กล่องเสียง ทำให้ผู้สูงวัยมีอาการกลืนลำบาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ หรือ ยา ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญ อย่างเช่น โปรตีน ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
มันม่วง หรือ Sweet Potato มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Ipomoea batatas อยู่ในวงศ์ Convolvulaceae สกุล Ipomoea สปีชีส์ batatas โดยมันม่วงเป็นพืชอายุยืนไม่มีเนื้อไม้แต่อาศัยรากตามข้อเพื่อขยายตัวและสะสมอาหารเป็นพืชหัวเกรียนใต้ดินเถาเลื้อยราบไปบนพื้นดิน ปลูกเป็นพืชไร่ เกษตรกรไทยนิยมปลูกมันม่วงกันอย่างแพร่หลายเพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น เถา ใบ หัว นำมารับประทานโดย ต้ม หรือเผา ทำเป็นอาหารคาวหวาน หรือใช้เป็นส่วนผสมอาหารสำหรับเด็ก หรือใช้เป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากมันม่วงมีรสชาติอร่อย ส่วนใหญ่ปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรในวงกว้าง การปลูกดูแล มันม่วงสามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี คนไทยปลูกเพื่อการบริโภคในครัวเรือน มีพื้นที่น้อย อยู่ในบ้านจัดสรรหรือปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริม ด้วยการ “นำมาปลูกในพื้นที่จำกัด” เช่น ถุงพลาสติกดำ กระสอบปุ๋ยเก่า ตะกร้าพลาสติก ยางรถยนต์เก่า วงบ่อปูน ฯลฯ ใช้เวลาปลูกเพียง 3 เดือนครึ่ง ถึง 4 เดือนครึ่งเท่านั้น วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน แปรรูปมันม่วง แก้วิกฤตราคาตกต่ำ เนื่องจากมันม่วงปลูกดูแลง่าย จึงปลูกมันม่วงอย่างแพร่หลายในวงกว้าง แ
ปาล์มฟอกซ์เทล (ปาล์มหางจิ้งจอก หรือ ปาล์มหางหมาป่า) เป็นหนึ่งในพันธุ์ปาล์มประดับที่มีใบสวยงามนิยมปลูกกลางแจ้งตามบ้านเรือนหรือสถานที่ราชการทั่วไป ฟอกซ์เทลเป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงได้ถึง 15 เมตร ความสูงที่สวยงามอยู่ในช่วง 2-5 เมตร ใบเป็นใบรูปขนนกแผ่ออกทุกทิศทางเป็นพวงคล้ายหางหมาป่าหรือหางจิ้งจอก ทางใบยาว 2-2.5 เมตร ปาล์มฟอกซ์เทล มีช่อดอกสีขาว ผลดิบกลมรีสีเขียว ขนาด 5-6 เซนติเมตร ผลสุกมีสีส้มแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดแก่ที่สุกงอม ใช้เวลา 3-4 เดือนจึงงอกขึ้นใบ ปาล์มฟอกซ์เทลไม่ได้มีดีแค่สวย ผลอ่อนกินได้ ผลอ่อนมีลักษณะคล้ายลูกชิด ลูกจาก นำมาปรุงเป็นอาหารได้ทั้งเมนูคาวหวาน วิธีทำ “ฟอกเทล ลอยแก้ว” ผลอ่อน นำมาเชื่อมในเมนู “ฟอกเทล ลอยแก้ว” ได้ รสชาติอร่อยเกินบรรยาย ขั้นตอนการทำแสนง่าย นำผลที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป มาปอกเปลือก ใช้กรรไกรตัดครึ่ง ใช้ช้อนควักเมล็ดออกขูดเยื่อสีน้ำตาล (มีรสฝาด) ออก เหลือแค่เนื้อขาวๆ แช่ไว้ในน้ำปูน หรือน้ำเปล่า สัก 2 รอบ ลองต้มกับน้ำเดือดสักพักแล้วเทน้ำทิ้ง 1 รอบ จึงค่อยนำไปเชื่อมกับน้ำตาลและใบเตยด้วยไฟอ่อนๆ เมื่อนำไปรับประทานควรใส่น้ำแข็งเพิ่มรสชาติความอร่อย เพิ่ม
ชื่ออื่น : ห้าขี้แพะ (เชียงราย) ไม้ห้า ชื่อสามัญ : Jambolan Plum, Java Plum ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium cumini (L.) Skeels ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE ข้อมูลทั่วไป : หว้า ชาวฮินดูเรียกว่า จามาน หรือ จามูน ชื่อภาษาอังกฤษคือ จัมโบลาน (Jambolan) เป็นพันธุ์ไม้พวกต้นชมพู่ มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีผลเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ฟิลิปปินส์มีลูกเท่าไข่นกพิราบ ในพม่านั้น ต้นหว้าถือว่าเป็นไม้มงคลในเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ด้วยชื่อว่าชมพูทวีป หรือดินแดนแห่งไม้หว้านั้น เป็นแผ่นดินอันเป็นแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนาและพระบรมศาสดานั่นเอง ปัจจุบัน ต้นหว้าเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลแก่จังหวัดเพชรบุรี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำต้น ไม้ต้นสูง 10-25 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาล ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน มีจุดน้ำมันที่บริเวณขอบใบ ดอก สีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกเป็นรูปกรวย กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ออกดอกและติดผลราวเดือนธันวาคม-มิถุนายน ผลอ่อ
สมัยผมเด็กๆ อยู่ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี จำได้ว่ามีเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ที่พื้นเพเป็นคนอำเภอดำเนินสะดวกหลายคน พวกเขามีของกินอย่างหนึ่งซึ่งได้พลอยเผื่อแผ่มาถึงครัวบ้านเราด้วย นั่นก็คือ “เต้าเจี้ยวเปรี้ยว” ผมขอเรียกอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ เพราะภายใต้หน้าตาที่ละม้ายเหมือนเต้าเจี้ยวขาวแบบเค็มทั่วๆ ไป (หรือกระทั่งเต้าเจี้ยวดำเค็มชนิดที่สีอ่อนๆ) คือรสเปรี้ยวจัดชื่นใจ มันแทบไม่มีความเค็มแม้แต่น้อย ผมเคยเห็นเพื่อนแม่หลายคนตักเต้าเจี้ยวนี้ ทั้งน้ำทั้งเนื้อเต็มช้อน ราดคลุกข้าวสวยร้อนๆ เพียงอย่างเดียว กินกับผักสดกรอบๆ อย่างมะเขือเปราะ แตงกวา ถั่วฝักยาว อย่างน่าเอร็ดอร่อย ต้องขอสารภาพว่า ผมเองก็ยังไม่ได้สืบค้นเรื่องนี้จริงๆ เสียที เพียงแต่รู้มาว่า นอกจากชุมชนชาวจีนที่ดำเนินสะดวกจะทำเต้าเจี้ยวเปรี้ยว มีคนเมืองตาก ที่ยังทำสิ่งซึ่งพวกเขาเรียกว่าเต้าเจี้ยวเปรี้ยว หรือ “กะแจ้ว” ด้วย แสดงว่าก็ยังมีหลายแห่งที่สืบทอดการทำเต้าเจี้ยวรสเปรี้ยวแบบนี้อยู่ แต่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นัก น้องสาวผมจะต้องขับรถจากราชบุรีไปซื้อเต้าเจี้ยวเปรี้ยวจาก “ตลาดนัดโบสถ์คริสต์” ริมน้ำแม่กลอง ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางค
ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ชาวบ้านต้องพึ่งพาน้ำฝนในการทำเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้จึงนิยมปลูกพืชไร่ที่ใช้น้ำน้อย เช่น อ้อยโรงงาน ทานตะวัน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และเลี้ยงวัวนม เป็นรายได้หลัก คุณทอม หรือ คุณปรีชา บุญส่งศรี เกษตรกรนักประดิษฐ์เจ้าของผลงาน เครื่องเจาะดินนิวบอร์น ใช้พื้นที่ 10 ไร่ ข้างบ้านปลูกไร่อ้อยโรงงานมานานหลายปีแล้ว ปีใดฝนฟ้าเป็นใจก็ได้ผลผลิตมากหน่อย แต่บางปีเจออากาศร้อน ภัยแล้งคุกคาม อ้อยก็มีผลผลิตต่อไร่น้อยลง ต่อมาคุณทอมเกิดแนวคิดทำธนาคารน้ำใต้ดินแบบง่ายๆ โดยในช่วงต้นฤดูฝนใช้อุปกรณ์เครื่องเจาะดินนิวบอร์น เจาะดินลึก 50-60 เซนติเมตร ทั่วไร่อ้อย โดยแต่ละหลุมมีระยะห่าง ประมาณ 1×1 เมตร เมื่อฝนตกลงมา สามารถเติมน้ำฝนลงชั้นใต้ดินได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นวิธีการทำ ธนาคารน้ำ (ระบบปิด) แบบง่ายๆ ใช้เวลาน้อย ต้นทุนต่ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร พร้อมกับแก้ปัญหาภัยแล้งไปพร้อมๆ กัน คุณทอม เล่าให้ฟังว่า เดิมทีไร่อ้อยของผมปลูกโดยใช้น้ำฝนอย่างเดียว เจอปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ ผลผลิตไม่มากเท่าไร แถมมีปัญหาดินดาน หลังจากทดลองเจาะดิ
“ลำไย” เป็นผลไม้เศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน เจอปัญหาภาวะโลกรวน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิต ทำให้ผลลำไยไม่สวย มีขนาดเล็ก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มลำไยรวมทั้งช่วยแก้ปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จังหวัดลำพูน เกิดแนวคิดนำลำไยและกระชายดำ ที่มีสรรพคุณบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย อาการเหนื่อยล้า แก้ปวดท้องและเป็นยาอายุวัฒนะในตำราแพทย์แผนไทย มาแปรรูปเป็นผงชงสำเร็จรูป “ลองกาลิน” ลำไยกระชายดำ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ชงได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น เก็บไว้ได้นาน พกพาสะดวก ง่ายกินได้ทุกที่ ดื่มแล้วสดชืื่น มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทดแทนการดื่มชา หรือกาแฟได้อีกด้วย วิธีทำ ผงชงสำเร็จรูป “ลองกาลิน” มีส่วนผสมสำคัญจากลำไยสด กระชายดำ และน้ำตาล ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เริ่มจาก ปั่นเนื้อลำไยสดให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำลำไยอบด้วยตู้อบลมร้อน 100 องศา 3 ชั่วโมง เติมน้ำตาลทรายอบต่อให้แห้ง และต้มกระชายดำกรองเอาแต่น้ำกระชายดำเข้มข้นใส่น้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมนำไปเคี่ยวจนตกผลึก นำผงที่ได้ไปบดให้ร่อนให้เป็นผงละเอียด บรรจุลงบรรจุภัณฑ์ ปิดให้สนิท วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง ผลิต “ลองกาลิน” ผงน้ำลำไยกระชายดำ ชงร้อนชุ่มคอ ชงเย็นชื่น
