เทคนิคเกษตร
ราวปลายปี พ.ศ. 2530 ผมเพิ่งเรียนจบโบราณคดีหมาดๆ รับจ้างงานคุมหลุมขุดค้นกู้แหล่งโบราณคดีบ้านเนินมะกอก ตำบลดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยหัวหน้าโครงการเขาส่งผมกับเพื่อนอีกคนเข้าพักในหมู่บ้านเลยทีเดียว คนงานก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นเอง เราพักกันสองคนที่บ้านไม้เก่าๆ ใต้ถุนโล่ง แม่บ้านที่มาดูแลทำความสะอาดก็เป็นชาวบ้านเช่นกัน เธอต้องทำกับข้าวให้เรากินด้วย สามสิบปีก่อน ถนนหนทางไม่ได้ดีอย่างทุกวันนี้ วันอาทิตย์นั่นแหละเราจึงได้ขับรถกรมศิลป์เข้าไปซื้อของสดที่ตลาดโคกสำโรง ช่วงเวลากลางสัปดาห์นั้น ด้วยความเมตตารักใคร่ของชาวบ้านผู้อารีต่อแขกแปลกหน้า เราเลยได้ประสบการณ์ชีวิตการกินเป็นงูเห่าผัดเผ็ดบ้าง งูสิง หนูนา นกกระยางผัดกะเพราบ้าง ได้กินเหล้าขาวตาตั๊กแตนผสมสรรพสิ่งต่างๆ เช่น ดีงู เลือดงู ได้ลิ้มรสผักหญ้าแปลกๆ สารพัดชนิด โชคดีที่ผมและเพื่อนชอบลองของแปลกอยู่แล้ว ช่วงนั้นเลยนับเป็นกำไรชีวิตวัยหนุ่มสาวของเราไป มื้อแรกๆ เป็นอะไรที่ผมจำได้ไม่ลืม เมื่อเห็นกองผักอย่างหนึ่งวางข้างเตาไฟ เผลออีกทีผักกองนั้นก็ดูไหม้ๆ ไฟ และถูกลอกเปลือกออกจนเหลือเป็นก้านสีเขียวอ่อนๆ พอตกค่ำ มันก็ถูกหั่นเป็นท่อนสั้
ต้นหมาก เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพราะปลูกดูแลง่าย พื้นที่ปลูกหมากของไทยมีประมาณ 116,756 ไร่ ผลผลิตรวม 437,010 ตัน โดยแหล่งปลูกหมากมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดชุมพร รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช ระนอง ฉะเชิงเทรา พัทลุง ตรัง พังงา ระยอง นครปฐม และสุราษฎร์ธานี ตามลำดับ ต้นหมากเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพอากาศชื้นสูง ปริมาณฝนตก 2,000 มิลลิเมตรขึ้นไป เนื่องจากภาคใต้ปลูกต้นหมากมาอย่างยาวนาน จึงไม่มีปัญหาเรื่องตลาด เพราะขายผลหมากทั้งหมากสดและหมากแห้ง มีพ่อค้ารับซื้อประจำถึงสวนเพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายต่างประเทศ ชาวสวนยางท่าอุแท ปลูกหมากเสริมรายได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากการทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ปลูกต้นหมากผสมผสานกับไม้ผล เช่น มังคุด ทุเรียน ฯลฯ และผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นรายได้เสริม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้มีการพัฒนากลุ่มเพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม เนื่องจากราคาพืชผลทางเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำลง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง ทางกลุ่ม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎรพื้นที่สูง เนื่องจากป่าต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริ “โครงการสร้างป่า สร้างรายได้” เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลําธารที่ถูกทําลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีทั้งไม้ป่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ใช้หลักวิชาการกําหนดรูปแบบการปลูกลดหลั่นกันไปตามระดับชั้นเรือนยอด ที่มีสภาพใกล้เคียงป่าธรรมชาติ ในแปลงปลูกไม้ป่ายังส่งเสริมปลูกพืชเกษตร เช่น กาแฟ ชาอัสสัม กล้วย มะคาเดเมีย อะโวกาโด ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. (ชื่อใหม่ของสำนักงาน กศน.) รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างจิตสํานึกให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า สามารถยังชีพอยู่กับป่าอย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม เพื่อรักษาป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มิให้ถูกทําลาย รวมทั้
การเกษตรสมัยใหม่ คืออนาคตของประเทศ รัฐบาลชุดที่ผ่านมา จึงมีมติขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สนองนโยบายรัฐบาล โดยจับมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ร่วมบูรณาการนวัตกรรมอาชีวศึกษาเกษตร สู่ความยั่งยืนภายใต้ BCG โมเดล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เพื่อลดต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ทุ่นลอยน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานแสงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูงปราศจากมลพิษ อีกทั้งเกิดใหม่ได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า มีเทคโนโลยีคือ การใช้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ และอุปกรณ์รวมแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในระบบต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในด้านการเกษตรกรรมนั้น “น้ำ” เป็นสิ่งจำเป็น เกษตรกรพยายามหาวิธีการจัดการน้ำที่ยั่ง
มีหลายคนที่รู้จัก รัก ชอบ ให้ความสนใจ กิน “เห็ดเผาะ” หรือ “เห็ดถอบ” ซึ่งเป็นเห็ดดี มีราคา ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ดเผาะ ทำรายได้ดีมาก เป็นผลได้ที่งดงาม ปีใดที่มีเห็ดออกมาก ก็หาเห็ดหาเงินได้มาก ปีที่เห็ดออกน้อย หาเห็ดได้น้อย แต่ราคาเป็นใจ ทำให้ได้รายได้งามเช่นกัน เคยราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 600 บาท ทะนานลิตรใหญ่ 2 ทะนาน ทะนานละครึ่งกิโล 300 บาท ปีนี้แล้งนาน ฝนตกมาก มีลูกเห็บตกบ้างบางพื้นที่ มีเผาเศษใบไม้ใบหญ้าบ้าง ซึ่งเขาว่าเป็นสาเหตุทำให้เห็ดเผาะออกมาก จริงเท็จแค่ไหนไม่รับรอง แต่ก็ยังยกระดับอัพเดตราคาเห็ดเผาะ อยู่ที่กิโลละ 320-400 บาท เห็ดเผาะ ต้องปรุงต้มแกงคู่กับ “ใบหมากเม่า” หรือ มะเม่า หรือ ต้นเม่า บ่าเหม้า หมากเม่าหลวง เม่าเสี้ยน หรือ มัดเซ มีเรียกกันหลายอย่างตามพื้นที่ ตามถิ่นต่างๆ มะเม่า เป็นไม้ในวงศ์ EUPHORBIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Antidesmathnaitesianum Muell.Arg เป็นไม้พุ่มใหญ่พื้นเมือง ต้นสูง 5-10 เมตร ไม้เนื้อแข็ง แตกกิ่งเป็นพุ่มกลม ใบประเภทใบเดี่ยว ปลายและโคนใบมนกลม ถึงหยักเว้า ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบทั้ง 2 ด้าน แผ่นใบกว้าง 3.5-4 เซนติเมตร ยาว 5-7 เซนติเมตร แผ่นใบบาง มักออกใบหนาแน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Crateva adansonii DC. ชื่อวงศ์ CAPPARACEAE, CAPPARIDACEAE ชื่อสามัญ Sacred barnar, Capertree, Temple plant. ชื่ออื่นๆ ก่าม กะงัน สะเบาถะงัน (อีสาน) เดิมถะงัน ทะงัน (เขมร) หนูร้องเรียนให้ตัวเองเรื่อง ชื่อวิทย์ ชื่อวงศ์ ชื่อสามัญ และชื่อท้องถิ่น เพราะมีหลากหลายจนหนูสับสนไม่ทราบว่าจะตอบใครว่าอยู่ “กลุ่ม” ไหนดี หนูชื่อ “กุ่ม” แต่หนูรู้สึก “กลุ้ม” เมื่อถูกนักวิชาการจัดหนูอยู่ในกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ แม้แต่ท้องถิ่นชาวบ้านยังแบ่งแยกหนูให้อยู่ใน “กุ่มน้ำ-กุ่มบก” อีก คิดดูไม่เห็นใจบ้าง สุดท้ายทุกคนที่ชอบหนูกันมากๆ คือ “กุ่มดอง” อยู่ริมน้ำหรือบนบกหนูก็ต้องอยู่กับ “ไหดองเกลือ” แม้จะชื่นชมว่ายอดอ่อนสวยช่อดอกน่ารัก แต่อ้างว่ามีสารพิษ คือ กรดไฮโดรไซยานิก (hydrocyanic acid) ต้องทำให้สุกเพื่อกำจัดสารพิษ ในอดีตเรียกกันว่าต้องนำมาผ่าน “การประสะ” เสียก่อน แล้วจึงนำยอดอ่อนและดอกมาทำผักกุ่มดอง เรื่องหลายชื่อวิทย์ ก็คือบ้างว่า กุ่มน้ำ คือ Crateva religiosa G. Forst. บ้างก็ว่า กุ่มน้ำใช้ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Crateva nuvrvala Ham. แล้วยังมีกุ่มน้ำบางชนิดบางท้
สำหรับคนไทยแล้ว “ชะพลู” ถือเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารโดยเฉพาะจำพวกแกงคั่ว หอยขม แกงคั่วปู แกงทั้งสองอย่างนี้ต้องใส่ใบชะพลูจึงจะเข้ากันดี ทั้งช่วยชูรส ชูกลิ่น ชวนกิน จนน้ำลายสอ นอกจากนี้ ยังมีเมี่ยงคำ อาหารกินเล่น และหมูย่าง หรือเนื้อย่างห่อใบชะพลู แม้จะเป็นอาหารไทยเชื้อสายเวียดนามแต่ก็เป็นที่นิยมกินกันทั่วไปสำหรับคนไทย ชะพลู ชื่อภาษาอังกฤษ Betel ชื่อวิทยาศาสตร์ Piper sarmentosum Roxb อยู่ในวงศ์ Piperace.^ae ในประเทศไทยเรียกชื่อต่างๆ กันไป เช่น ช้าพลู ผักกู้นก (เหนือ) นมวา (ใต้) ผักแค, ผักปูลิง (อีสาน) ชะพลูเป็นไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ลุ่มที่มีความชื้น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยเลือกกิ่งที่มีทั้งใบอ่อน ใบแก่ โดยการริดใบแก่ออก ติดใบอ่อนไว้และนำกิ่งไปปักชำในแปลงหรือกระถางก็ได้ ชะพลูปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศโดยที่ชอบอากาศชุ่มชื้นจะเจริญงอกงามได้ดี คุณค่าทางโภชนาการของใบชะพลูมีอย่างน่าสนใจ ใบชะพลู 100 กรัมให้พลังงานสูงถึง 101 กิโลแคลอรี ให้โปรตีน 5.4 กรัม และให้คาร์โบไฮเดรต 14.2 กรัม สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้วิเคราะห์ในจำนวนเดียวกันว่าให้แคลเซียมสูง
จังหวัดบึงกาฬ มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามมากมาย โดยเฉพาะพื้นที่บึงโขงหลง เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศสนใจมาเยี่ยมชม บึงโขงหลง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง มีขนาดพื้นที่ 11,494.79 ไร่ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ การผลิตประปา และการเพาะปลูก บึงโขงหลง บึงโขงหลงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) ลำดับที่ 1,098 ของโลก และเป็นแห่งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ลำดับที่ 11 ของประเทศ บึงโขงหลงมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และเป็นจุดดูนกอพยพมาหนีความหนาวเย็นจากไซบีเรียและจีน นอกจากนี้ บึงโขงหลงมีความอุดมสมบูรณ์ด้านระบบนิเวศทางธรรมชาติ จากการศึกษาพบพืชน้ำอย่างน้อย 75 ชนิด ชนิดพันธุ์พืชบก 256 ชนิด พันธุ์ปลา 64 ชนิด นก 27 ชนิด จนได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง นอกจากนี้ ยังมีตำนาน ความเชื่อเกี่ยวพญานาค โดยเฉพาะเรื่องราวของ “ปู่อือลือ” พญานาคต้องคำสาปที่เฝ้าบึงโขงหลง เมื่อมาเยือนบึงโขงหลง นักท่องเที่ยวจำนวนมากสนใจ แ
ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จัดสร้างขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรในจังหวัดอุทัยธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ทรงพระราชทานชื่อว่า “ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแปลงดังกล่าว ทุกวันนี้ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มีบทบาทหน้าที่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดง และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชดำริ ฝึกอบรมอาชีพ ร่วมอนุรักษ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านอาหารคาวหวานของจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวโดยใช้หลัก Reuse ตลอดจนให้คำปรึกษา ให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต และการจัดจำหน่ายสินค้าช่องทางออนไลน์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และเป็นศูนย์กระจายสินค้าให้แก่ผู้รับบริการ เครือข่าย และประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำงานร่วมภาคีเครือข่าย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ดำเนินโครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพเพื่อพัฒนารายได้ให้แก่ประชาชนจังหวัดอุทัยธานี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีน
ช่วงนี้ปิดเทอม หลายครอบครัวกำลังมองหาทริปใกล้ๆ สั้นๆ แบบไป-กลับวันเดียว เลยขอนำเสนอสถานที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของชัยนาทคือ ตลาดเก่าสรรพยา เป็นตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาลักษณะเรือนไม้เก่าแก่ย้อนยุค มีจุดเด่นเรื่องอาหารคาวหวานแบบโบราณที่หาทานยาก ทั้งยังสามารถเดินชมโรงพักเก่าสรรพยาที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุนับร้อยปี และวัดสรรพยาวัฒนารามโบราณสถานอาคารก่ออิฐถือปูน สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 25 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณไม่ไกลได้ด้วย คุณอภิชัย อภิวันทนา กรรมการชมรมฟื้นฟูตลาดเก่าสรรพยา เล่าว่า ในอดีตชุมชนสรรพยาประกอบอาชีพค้าขาย เป็นท้องถิ่นที่มีความเจริญมั่งคั่ง มีความสำคัญทางด้านการขนถ่ายสินค้าทางเรือไปยังสถานที่หลายแห่ง ก่อนที่ความเจริญทางถนนหนทางจะเข้ามาในปัจจุบัน ส่งผลให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมแม่น้ำเงียบเหงาลง ชาวสรรพยาจึงต้องหันมาฟื้นฟูสภาพทางสังคม ตลอดถึงวิถีความเป็นอยู่และวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลับมาอีกครั้งด้วยการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวขึ้นในชื่อ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเมืองสาปยา ชัยนาท” แล้วยกระดับตลาดเก่าสรรพยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชูจุดสนใจอย่าง สถาน
