เทคนิคเกษตร
ชะอม ผักพื้นบ้านไทยปลูกกันทุกภาค คนไทยผูกพันกับชะอมมาช้านาน อย่างน้อยก็ปลูกไว้เป็นรั้วบ้าน ด้วยว่าเป็นไม้พุ่มขนาดกลางมีหนามแหลมคมทั้งกิ่งก้าน ป้องกันผู้บุกรุกเข้าบ้านยามวิกาลได้ดี เป็นไม้พุ่มแถมยอดอ่อนนำมาทำกับข้าวกินได้หลายอย่าง ทั้งทำแกงอ่อม แกงเปรอะ ชุบไข่ทอดแกงส้ม ชุบไข่ทอดเป็นผักจิ้มน้ำพริก ชะอมจึงผูกพันกับวิถีไทยมาช้านาน โดยเฉพาะนำมาประกอบอาหาร จนชะอมเป็นส่วนหนึ่งของของวัฒนธรรมอาหารไทย ชะอม ชื่อภาษาอังกฤษ Acacia Pennata อยู่ในวงศ์ Minosacae สำหรับชะอมคนไทยมองว่าเป็นพืชสวนครัว เพราะนำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ จากกองโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า ในพืชชะอม 100 กรัม ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 9.5 กรัม แคลเซียม 58 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม ส่วนสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า พืชชะอม 100 กรัม มีวิตามินซี 65 มิลลิกรัม มีเบต้าแคโรทีน 280 ไมโครกรัม มีกากใยอาหารถึง 3.90 กรัม คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งของชะอมคือกากใยอาหารในยอดชะอมทำหน้าที่เป็นด่านป้องกันมะเร็งต่างๆ เอาไว้เพื่อให้ร่างกายลำเลียงทิ้งไปและจากกากใยของชะอมบวกเข้ากับกากใยของพืชอื่
วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ เป็นหนึ่งในสถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะและคุณภาพกำลังคนอาชีวศึกษาในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและสังคม พร้อมคิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัย ช่วยพัฒนาอาชีพให้ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เครื่องสลัดเกล็ดน้ำตาลมะพร้าว สำหรับทำมะพร้าวแก้ว มะพร้าวแก้ว เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี เช่น มะพร้าวแก้ว เกรด A ขายได้ 300 บาทต่อกิโลกรัม สินค้าเกรด B 240 บาทต่อกิโลกรัม และสินค้าเกรด C 200 บาทต่อกิโลกรัม การร่อนหรือการสลัดเกล็ดน้ำตาลออกจากเนื้อมะพร้าว เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการผลิต “มะพร้าวแก้ว” การร่อนเกล็ดน้ำตาลมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ ลดความแข็งกระด้างและความหวานของเนื้อมะพร้าวแก้ว ลดโอกาสการเกิดเชื้อราน้ำตาลในเนื้อมะพร้าวแก้ว ช่วยยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวแก้วได้นานขึ้น การร่อนเกล็ดน้ำตาล โดยใช้แรงงานคนมักร่อนเกล็ดน้ำตาลได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัมต่อครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้ ใช้เวลาและแรงงานคนจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพหลังทำการร่อนเกล
บ่ายวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีกิจกรรม talk & taste เกี่ยวกับอาหารประเด็นย่อยๆ ที่น่าสนใจ ในห้องจัดแสดงชั้นล่างของอาคารมิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งนำเสนอนิทรรศการพิเศษหัวข้อ FOODDIALOGUE อาหารกับความทรงจำ มุ่งหมายให้ผู้เข้าชมได้ร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ตนเองคุ้นเคยมาแต่ก่อน ในห้องย่อมๆ นั้นจึงเต็มไปด้วยลายมือสูตรอาหาร รวมทั้งภาพวาดน่ารักๆ ซึ่งบันทึกประวัติที่มา และเมนูประจำตัวของแต่ละคน ให้เดินพลิกดูอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ บ้างก็เป็นกับข้าวพื้นๆ ที่รู้จักกันดี หากมีความต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งผู้บันทึกยังจดจำได้ บ้างก็เป็นสูตรที่ชวนให้จำไว้ไปลองทำบ้าง เช่น แกงเลียงลูกผักหวาน เป็นต้น ประเด็นกิจกรรม talk & taste ที่ผมไปร่วมฟังในวันนั้นคือการนำเสนอประสบการณ์ของ คุณหยก หรือ คุณทิพาวรรณ วรรณหินทร์ ในฐานะผู้ร่วมทำโครงการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นปากพลี จังหวัดนครนายก คุณหยกผู้มีความสนใจส่วนตัวเรื่องอาหารการกิน กับข้าวกับปลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้มาเล่าเรื่องที่นอกเหนือจากงานจัดพิพิธภัณฑ์ของเธอ คือสถานการณ์เรื่องอาหารท้องถิ่นที่นั่นให้ฟัง ทั้งยังสาธิตทำกับข้าวท
“ผ้าปาเต๊ะ” นับเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ โดยนิยมใช้ผ้าปาเต๊ะ เป็นผ้านุ่งสำหรับสตรี ผ้าปาเต๊ะลวดลายผ้าบาติกเกิดจากการเขียนเทียนร้อนๆ ด้วยเครื่องมือ ทำให้ผ้ามีลวดลายและสีสันจากการย้อม ปัจจุบันมีการนำผ้าปาเต๊ะสู่กระบวนการผลิตในงานอุตสาหกรรมแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของลวดลายผ้าปาเต๊ะ มีการใช้ผ้าปาเต๊ะอย่างหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” นักศึกษา ปวช.1 การออกแบบ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย นายณัฏภูมิ คงเหล่ นางสาวพิมญาดา สมศรี และ ครูที่ปรึกษา นางสาวพัชรีวรรณ พัฒน์ทองสุข และ อาจารย์สามารถ เนียมมุนี ต่างเล็งเห็นประโยชน์และคุณค่าของผ้าปาเต๊ะ จึงร่วมกันออกแบบ โคมไฟผ้าปาเต๊ะ พับพอง เพื่อเป็นโคมไฟของตกแต่งภายในที่พักอาศัย รวมทั้งเป็นของฝากที่ระลึกให้กับผู้สนใจและนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ใช้เทคนิคการสร้างสรรค์รูปทรงด้วยกรรมวิธีการพับ จีบ รีดด้วยความร้อน ออกแบบแพตเทิร์นรูปทรงที่ทันสมัย โชว์ลวดล
ใครสายทุเรียนกันบ้าง? เทคโนโลยีชาวบ้านพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสวนทุเรียนที่สามารถเดินเข้าไปเลือกได้ถึงสวน แถมผลไม้หลายหลากให้เลือกสรรแบบจัดเต็ม งานนี้ไม่ต้องไปถึงจันทบุรี มาแค่ปราจีนบุรีก็มีทุเรียนเนื้อแน่น หอม อร่อย ให้กินแล้ว “สวนทุเรียนยิ่งโอฬาร” ฉายาของสวนแห่งนี้ก็คือ สวนทุเรียนที่อุดมไปด้วยผลไม้หลายหลากชนิด หลายหลากแบบเลือกจิ้มกันถึงในสวน และเจ้าของสวนก็เข้าไปช่วยคัดให้ผู้บริโภคเองกับมือ! คุณเฉลา โพธิ์โต อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งดินสอ (อบต.) อำเภอนาดี เจ้าของสวนทุเรียนยิ่งโอฬาร บอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่ทำสวนนี้ขึ้นมา ว่า เกิดเนื่องจากโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำใช้สอยอย่างเพียงพอ อีกทั้งพื้นที่ของตำบลแก่งดินสอ ยังเหมาะในการทำเกษตรกรรม จึงคิดลงมือทำบวกกับการที่คุณเฉลามองเห็นลู่ทางในการทำอาชีพใหม่ และคิดว่าควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เหตุผลของการเลือกทุเรียนมาปลูก คุณเฉลาบอกว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นของขึ้นชื่อ
นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ขอแสดงความยินดีกับ 3 สุดยอดครู กศน. ได้แก่ ครูสุชดาพร ธิวงศ์สา ศศช. “แม่ฟ้าหลวง” บ้านพะโท กศน.อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครูอุปะพร พินิจกุล ศศช. “แม่ฟ้าหลวง” บ้านนุกะโถวา กศน.อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และ ครูมะรอซะดี แซมะแซ กศน.อำเภอบาเจะ จังหวัดนราธิวาส ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าเชิดชูเกียรติครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2566 ศศช. แม่ฟ้าหลวง ในอดีตเยาวชนชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บนภูเขาสูง ห่างไกลความเจริญ การคมนาคม การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ครอบครัวมีฐานะยากจนมักขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและขาดโอกาสในการเข้ารับการศึกษาและการบริการของทางภาครัฐในหลายๆ ด้านอย่างเท่าเทียม สำนักงาน กศน. มุ่งจัดการศึกษาในรูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช. แม่ฟ้าหลวง) ในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่สูงได้แก่ เชียงใหม่ ตาก น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา เพื่อให้เยาวชนชาวไทยภูเขาได้รับการศึกษาที่เท่าเทียม และเพิ่มโอกาสในกา
ช่วงเดือนมีนาคม-ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ฤดูร้อนมีผลกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ต่างๆ หนึ่งในจำนวนนี้คือ มะนาว ไม้ผลสวนครัวที่เป็นเครื่องปรุงรสเปรี้ยวที่สำคัญของอาหารไทย และยามนี้เอง (มีนาคม-พฤษภาคม) มะนาวมีราคาแพงมาก จากเดิมในฤดูกาลปกติลูก (ผล) ละราวๆ 3 บาท 3 บาทกว่า แต่พอถึงฤดูร้อน ราคามะนาวอย่างดีตกลูกละ 12 บาท บางครั้งเจอมะนาวที่ยังแก่ไม่จัด น้ำไม่ค่อยมีคนที่ซื้อไปทำกับข้าวอารมณ์เสียก็มี แต่อย่างไรก็ตาม มะนาวจะแพงก็ช่วงนี้เอง ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นราคาก็ลดลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน แต่ช่วงนี้เองสำรับกับข้าวกับปลาของคนไทยยังต้องปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาว เช่น น้ำพริกเครื่องจิ้ม ยำต่างๆ รวมทั้งต้มยำ ก็ยังจำเป็นหากจะให้ครบรสในเมนูต่างๆ เหล่านี้ แต่เมืองไทยโชคดี เมื่อมะนาวแพงก็มีผลไม้ที่ใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทนมะนาวได้อย่างกลมกลืน เช่น ส้มจี๊ด ทดแทนมะนาวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยนำไปปรุงรสในน้ำพริกเครื่องจิ้มต่างๆ ช่วงมะนาวแพง ส้มจี๊ดออกพอดี ออกมามากด้วยราคาจึงไม่แพง นอกจากนี้ เรายังมีมะขามเปรี้ยว ที่นำมะขามเปรี้ยวที่แก่จัดมาปั้นเป็นมะขามปึก จากนั้นมาละลายกับน้ำต้มสุก จะได้น
จังหวัดอุดรธานี มีปริมาณขยะวันละ 1,600 ตัน เฉพาะพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานีอย่างเดียวมีขยะวันละ 156 ตัน ซึ่งในสัดส่วนดังกล่าว เป็นขยะจากโฟมถึงวันละ 200 กิโลกรัม “โฟม” ผลิตจากพอลิเมอร์ชนิด “พอลีสไตรีน” หากกำจัดขยะชนิดนี้ไม่ดีพอ เช่น นำไปเผาทำลายจะทำให้เกิด “ก๊าซสไตรีน” ที่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจ ทำให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี จึงเกิดแนวคิดนำขยะโฟมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องผนัง เพื่อลดปริมาณการกำจัดขยะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลภาวะขยะเป็นพิษ กระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิล ทีมนักศึกษาแผนกวิชาช่างก่อสร้าง-โยธา วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ประกอบด้วย นายสันติสุข กิตติจตุรงค์ นายณัฐพล บริวรรณ นายภานุพงศ์ ศรีบุรินทร์ และ นายภาคภูมิ ประทุมวัน อาจารย์ที่ปรึกษา ได้ร่วมกันคิดค้นกระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิลสำหรับอาคารพักอาศัย พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติเชิงกลของกระเบื้องโฟมกับกระเบื้องทั่วไป ขั้นตอนแรก ทีมนักวิจัยได้สำรวจแหล่งขยะในพื้นที่ชุมชน รวบรวมขยะโฟมในพื้นที่ จัดเก็บทำความสะอาดโดยการล้างโฟม ขั้นตอนต่อมาคือ หลอมละลายโฟมโดยใช้วิธีการต้ม
สำนักงาน กศน.จังหวัดสตูล ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างอาชีพและรายได้จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยถ่ายทอดทักษะความรู้ ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน และวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในความสำเร็จที่ภาคภูมิใจของ กศน.อำเภอละงู คือ การส่งต่อภูมิปัญญาการทำลวดลายผ้าบาติก เอกลักษณ์ประจำถิ่น ร่วมสร้างเส้นทางอาชีพยั่งยืนให้กับปันหยาบาติก อำเภอละงู จนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มีชื่อเสียงและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดสตูล กศน. ร่วมแก้วิกฤต พื้นที่ชุมชนบ้านปากละงู หมู่บ้านริมทะเล เรียกกันติดปากว่า บ้านหนองปันหยา มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา ทั้งไทยพุทธ มุสลิม คนไทยเชื้อสายจีน คริสเตียน ชุมชนแห่งนี้มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เสื้อผ้าการแต่งกาย ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะ-บาติก ชุมชนแห่งนี้มีรายได้หลักจากอาชีพการทำประมง แต่มักขาดแคลนรายได้ในช่วงฤดูมรสุมเพราะไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ กศน.อำเภอละงูได้สำรวจข้อมูลชุมชนและเจอปัญหาดังกล่าว จึงได้สนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอาชีพเสริม ช่วงปี 2545 ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 คน มีความสนใจเรียนรู้อาชีพการท
ปี 2565 ประเทศไทยมีผู้สูงวัย 12 ล้านกว่าคนหรือ 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเข้าตามหลักเกณฑ์การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2582 จะมีประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้น 28% ของจำนวนประชากรทั้งหมด สังคมผู้สูงอายุส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ภาวะจิตใจของผู้สูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยว ภาครัฐต้องใช้งบประมาณดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุจำนวนมาก ดังนั้น การก้าวไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ จึงเป็นโจทย์ท้าทายของภาครัฐบาล ปี 2565 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามความร่วมมือพัฒนากำลังคน พัฒนาระบบบริการและกิจกรรมรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ ศธ. เปิดตัว “อาสาสมัครผู้สูงอายุ” นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนโครงการ “อาสาสมัครผู้สูงอายุกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.)” รองรับคนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ตาม
