เทคนิคเกษตร
สายเข้าครัวทำอาหารต้องรู้🍴 กะทิเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารทั้งคาวและหวาน ทำได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่แกงกะทิ ต้มกะทิ น้ำยำที่มีส่วนผสมของกะทิ โดยเฉพาะขนมไทยหลายเมนูที่ใช้ “กะทิ” เป็นวัตถุดิบ ช่วยทำให้อาหารมีรสชาติหวานมัน กลมกล่อม อร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น แล้วหัวกะทิ กับ หางกะทิ ต่างกันยังไงและเหมาะสำหรับทำเมนูไหน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว✨ . 🥥 กะทิ มีลักษณะเป็นน้ำสีขาวข้น รสหอมมัน ที่คั้นออกมาจากมะพร้าวแก่ จะเหมาะกับการนำมาขูดเป็นกะทิอย่างมาก และรสชาติที่เข้มข้นของกะทิ มาจากน้ำมันมะพร้าว และน้ำตาลมะพร้าวที่อยู่ในเนื้อมะพร้าว โดยมีรสชาติหวานและมัน . 🥘 หัวกะทิ น้ำกะทิที่ได้จากการคั้นมะพร้าวครั้งแรก ซึ่งผสมน้ำเพียงเล็กน้อย หรือบางที่อาจไม่ผสมเลย เป็นกะทิที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด นิยมใช้หยอดหน้าขนม หรืออาหารต่างๆ . 🍲 หางกะทิ น้ำกะทิที่ได้จากการคั้นมะพร้าวครั้งที่ 2-3 มีปริมาณน้ำผสมอยู่มากกว่า ความเข้มข้นของกะทิจึงลดลง นิยมนำไปผสมในขนม . 🫕 กะทิแตกมัน การนำกะทิไปตั้งไฟจนเดือด ไขมันในกะทิแยกตัวลอยขึ้นมาเป็นน้ำมันบนผิว ส่วนมากนิยมใช้กับการทำแกงเผ็ด เช่น แกงเขียวหวาน แกงแดง . ❣️ กะทิ
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผมโชคดีได้ร่วมกิจกรรมเล็กๆ “กินข้าวบ้านเพื่อน” ของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่ร่วมกันทำโครงการย่อยภายใต้แผนงาน young food โดยพวกเขาเลือกหมู่บ้านกะเหรี่ยงโพล่วง บ้านห้วยหินดำ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบ้านเพื่อนคนแรกๆ ของโครงการ นอกจากพูดคุยแลกเปลี่ยน ชิมรสมือของกันและกัน ยังมีการเดินป่าพักค้างแรมเพื่อศึกษาสภาพป่าธรรมชาติ ที่คนกะเหรี่ยงยังคงพึ่งพิงอาศัยใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ทั้งพยายามทำความเข้าใจความซับซ้อนของปัญหาความขัดแย้งไม่ลงตัวอย่างยาวนาน ระหว่างคนพื้นที่และหน่วยงานด้านป่าไม้ของรัฐด้วย กิจกรรมมีรายละเอียดค่อนข้างมากครับ คราวต่อๆ ไปคงพอสรุปเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังได้ แต่ครั้งนี้ขอเล่าเรื่องความประทับใจนอกกิจกรรม ที่พอดีมีโอกาสเหมาะ ได้ร่วมสำรับลิ้มชิมรสมือคนกะเหรี่ยงอย่างอิ่มอร่อย คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่ชอบทำกับข้าวกินไม่น้อยหรอกครับ มิตรสหายคนที่ชักชวนไป เคยทำงานภาคสนามที่นี่เมื่อ 17 ปีก่อน จึงมีความสัมพันธ์คุ้นเคยกับพี่สาวพี่ชายชาวกะเหรี่ยงหลายคน เมื่อใช้เวลานอกกิจกรรมตระเวนทักทายเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าได้ไม่นาน ผมก็พลอยโชคดี ได้
วิธีการยืดอายุดอกไม้ ให้คงความสดชื่นได้ยาวนานขึ้น ซึ่งควรใส่ใจตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มจากเด็ดใบล่างๆ ทิ้งให้หมด เพื่อยืดอายุดอกไม้ให้ยาวนานขึ้น ให้เด็ดใบด้านล่างที่ต่ำกว่าระดับน้ำในแจกันทิ้งให้หมด หากปล่อยใบไม้แช่อยู่ในน้ำ จะทำให้เน่าเร็วขึ้น ควรเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกวัน ก็จะช่วยให้ดอกไม้อยู่ได้นาน และควรตัดปลายก้านดอกไม้แบบเฉียงจะช่วยทำให้ดอกไม้สามารถดูดน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีเคล็ดไม่ลับ การเก็บรักษาดอกไม้ มานำเสนอไปดูกันว่ามีไอเดียแบบไหนกันบ้าง 1.น้ำหวานผสมโซดา นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 : 4 น้ำตาลที่อยู่ในน้ำหวานผสมโซดาจะช่วยให้ดอกไม้ดูสดชื่น หรือจะเลือกใช้น้ำสไปร์ทหรือเซเว่นอัพก็ได้ ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนใช้น้ำเปล่าปกติ 2.สารส้ม สารส้มเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่มีประโยชน์สำหรับการยืดเวลาให้ไฮเดรนเยีย วิธีการคือหลังตัดไฮเดรนเยียออกมาจากต้นแล้วให้นำกิ่งไปแช่ในน้ำร้อน จากนั้นจุ่มกิ่งนั้นลงในผงสารส้ม แล้วค่อยๆ เคาะส่วนที่เกินทิ้งไป ก่อนจะนำไปแช่ในน้ำเย็นอีกครั้ง เพียงเท่านี้ไฮเดรนเยียก็จะสดสวยอยู่กับเราได้ยาวนาน 3.น้ำยาซักผ้าขาว ผสมน้ำยาซักผ้าขาวประมาณ 1/2 ช้อนชากับน้ำตาล
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าผลไม้ที่ร่วงตกลงมาก่อนเวลาเก็บเกี่ยว เกษตรกรบางส่วนได้นำเอาไปทำถ่านผลไม้ ซึ่งเจ้าตัวถ่านผลไม้เหล่านี้คือ นวัตกรรมบวกกับภูมิปัญญาในการพัฒนาจากผลไม้ที่ต้องเก็บทิ้งนำมาผ่าน กระบวนการเผาเพื่อให้มันสามารถคงรูปและกลายเป็นถ่านเพื่อใช้ดูดซับกลิ่น ซึ่งผลไม้ที่ดูดซับกลิ่นได้ดีที่สุดจากการทดลองนำไปวางตกเป็นของ “ทุเรียน” เพราะถ่านจากทุเรียนมีเนื้อผิวที่พรุนมากกว่าถ่านผลไม้ชนิดอื่น จึงสามารถดูดซับกลิ่นได้มาก ลำดับรองลงมาเป็นของ น้อยหน่า มังคุด และมะม่วงนั่นเอง อย่างที่บอก “ถ่านทุเรียน” เป็นผลไม้ที่ดูดกลิ่นได้ดีที่สุด โดยทั่วไปแล้ว ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง เมื่อนำมาเผา จะได้ถ่านผลไม้ที่มีลักษณะสีดำสนิท น้ำหนักเบา รูปร่างคงเดิมและขนาดลดลงเล็กน้อย ซึ่งผลไม้เมื่อนำมาเผาแล้วจะมีรูปร่างเปลี่ยนไปบ้าง แต่จะมีผลไม้บางชนิดที่สามารถคงรูปได้ดีที่สุดอย่าง น้อยหน่า รองลงมาเป็น มังคุด ทุเรียน และมะม่วง ตามลำดับ ปัจจุบันนวัตกรรมถ่านผลไม้ดับกลิ่นกลายเป็นสินค้า OTOP ที่ขายเป็นของฝากจากฝีมือของเกษตรกรในแต่ละชุมชน หากใครสนใจอยากนำไปวางไว้ดับกลิ่นที่นอกจากมันจะช่วยขจัดกลิ่นแล้ว ยังสวยงามเอา
รู้หรือไม่? นอกจากใบเตยจะส่งกลิ่นหอมละมุน เสริมแต่งรสชาติขนมหวานให้หอมอร่อย กลมกล่อม ใครได้ลองต้องติดใจแล้ว ใบเตยยังมีประโยชน์ต่อร่างกายซ่อนเอาไว้อยู่ !!! ประโยชน์ของใบเตยจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย! 1.ใบเตยช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและดับกระหาย เพราะใบเตยมีกลิ่นหอมเย็นเมื่อดื่มแล้ว ร่างกายสดชื่นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย 2.ใบเตยช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เมื่อดื่มน้ำใบเตยหรือกินขนมที่มีส่วนผสมจากใบเตยจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสบายและสดชื่นได้ 3.ใบเตยช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด หากใครเป็นโรคความดันโลหิตสูง แนะนำให้ดื่มน้ำใบเตยในช่วงเช้าและเย็น สามารถลดระดับความดันให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ( อย่าปรุงน้ำใบเตยให้มีรสหวานจนเกินไปนะคะเพราะไม่งั้นจะเป็นโรคเบาหวานเอาได้นะ) 4.ใบเตยช่วยบำบัดอาการโรคเบาหวาน ตำรับแพทย์แผนไทยแนะนำให้นำใบเตย 32 ใบ และใบต้นสัก 9 ใบ นำมาสับและนำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำมาชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรือใช้ส่วนรากใบเตย ประมาณ 1 กำมือนำมาต้มดื่มเช้า-เย็นก็ได้ผลดีเช่นกัน 5.ใบเตยช่วยบำบัดโรคผิวหนังและโรคหัดได้ โดยนำใบเตยมาตำพอหยาบก่อนนำไปพอกบนผิว ทิ้งไว้สัก
ประโยชน์ของขมิ้นชัน ยารักษาโรค อาหาร และ เครื่องสำอาง วิถีของท้องถิ่น วิถีของอาหารใส่ขมิ้นชัน โดยนิยมใช้ขมิ้นแต่งกลิ่นและรส ได้แก่ อาหารทางภาคใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา แกงกะหรี่ ไก่ทอด ขมิ้นข้าวซอย ขมิ้นชัน อาหารสำคัญของคนใต้ เช่น ปลาทอดขมิ้น เหง้าขมิ้นตำด้วยเกลือทาตัวปลาแล้วนำไปทอด ที่ได้มากกว่าความอร่อยคือสุขภาพ ขมิ้นชัน ยาสำคัญของสตรีมุสลิม “กูยิ” หรือ “ขมิ้นชัน” คือสมุนไพรที่สตรีหลังคลอดทุกคนต้องรับประทาน โดยเมื่อคลอดหมอตำแยจะนำขมิ้นที่เตรียมไว้แล้ว ให้รับประทานทันทีและรับประทานตลอดระยะเวลา 40 วัน เชื่อว่าสรรพคุณคือ การรักษาแผลข้างในให้กับสตรีหลังคลอดนั่นเอง วิธีการเตรียมทำโดยง่าย ด้วยการตำขมิ้นให้ละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อยให้ดื่ม ขมิ้นชัน ยังป้องกันหน้าท้องลายหลังคลอด เป็นยาประคบท้องให้สตรีหลังคลอด โดยนำขมิ้นกับเกลือตำให้ละเอียด พันหน้าท้องในช่วง 30 วัน หรือช่วงการอยู่ไฟ ขมิ้น ดับกลิ่นคาวหลังคลอด ทำโดยการนำข้าวสารมาแช่ แล้วนำเหง้าขมิ้นมาตำพร้อมข้าวสารที่แช่ไว้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทาตัวก่อนนอน ขมิ้นชัน ยารักษาโรคกระเพาะ นางมือลอ มะแซ สตรีสูงอายุวัย 90 ปี ของหมู่บ้านกำปงบือแน อำเภ
พริก สมุนไพรรสเผ็ดร้อน ที่หลายๆ คนติดใจ ประโยชน์ของพริกนั้นดีงามมาก ทั้งช่วยลดน้ำหนัก สร้างภูมิต้านทาน ลดน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ พริก ประวัติและความเป็นมา มีการบันทึกว่าพริกถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อนที่อเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส จากนั้นก็มีการนำพริกมาปลูกและเผยแพร่ไปทั่วยุโรป และลามไปทั่วโลก ทำให้พริกมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปมากมาย เช่น พริก ภาษาอังกฤษ คือ Chili หรือ Chili peppers ซึ่งก็มาจากคำว่าพริกในภาษาสเปน หรือ chile โดยพริกจัดอยู่ในวงศ์ Solanaceae สกุล Capsicum ซึ่งพริกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum spp. ส่วนประเทศไทยของเราก็รู้จักและคุ้นเคยกับการปลูกพริกมานานแล้ว และสายพันธุ์ของพริกในประเทศไทยก็มีอยู่ไม่น้อย รวมทั้งหมดประมาณ 831 สายพันธุ์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามชนิดของพริก ได้แก่ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ และพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ชื่อเสียงที่โดดเด่นที่สุดของพริก ต้องยกให้เรื่องความเผ็ด เพราะว่าพริกคือเครื่องเทศที่ให้รสเผ็ดร้อนชนิดหนึ่ง เนื่องจากในพริกมี “สารแคปไซซิน” (Capsicin) ที่เป็นสารที่ให้ความเผ็ดร
จังหวัดตรัง เป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อของภาคใต้ และเป็นเมืองแห่งคุณภาพการศึกษา สู่การเรียนรู้อย่างยั่งยืน มีการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาทุกช่วงวัย ตลอดจนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาแหล่งเรียนรู้ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบัน จังหวัดตรังมีสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประกอบด้วย ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคตรัง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง วิทยาลัยการอาชีพตรัง วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน วิทยาลัยการอาชีพกันตัง สถานศึกษาในสังกัด สอศ. แต่ละแห่งต่างร่วมมือกับสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาหลักสูตรสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สถานประกอบการ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมกำหนดแนวทาง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัยครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและนักศึกษา โดยเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สาธารณชน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่ง
ในเอเชีย กล้วย เป็นสัญลักษณ์แห่งจริยธรรม คุณความดี ความงาม ความเจริญงอกงาม หลายประเทศในเอเชียถือว่า กล้วยเป็นผลไม้สำหรับเซ่นสังเวยผีและเทวดา และมีความเชื่อลึกๆ ว่า กล้วยเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตและการเจริญเติบโต ในหมู่ชาวอาหรับ ถือว่ากล้วยเป็นพันธุ์ไม้แห่งสวรรค์ หรือ พันธุ์ไม้แห่งปัญญา ที่รู้แยกแยะความดีกับความเลว ตำนานอินเดีย ถือว่า กล้วยเป็นผลไม้ของผู้มีปัญญา โดยเล่าขานถึงฤาษีในดงกล้วย ผู้กินกล้วยเป็นอาหาร จนเกิดกำลังและปัญญาเป็นที่อัศจรรย์ ความเชื่อเรื่องกล้วยของคนไทยมีอยู่มาก เนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่อยู่คู่คนไทยมาเนิ่นนาน มีความผูกพันในวิถีชีวิตของคนไทย คนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากกล้วย นอกจากบริโภคเป็นอาหารแล้ว ทุกส่วนของกล้วยยังนำมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ รวมทั้งในชีวิตประจำวันด้วย ในพิธีทางศาสนา เช่น การเทศน์มหาชาติ การทอดกฐิน มักใช้ต้นกล้วยประดับธรรมาสน์และองค์กฐิน ในพิธีตั้งขันข้าว หรือค่าบูชาครูหมอตำแย สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ และไปขอให้หมอตำแยทำคลอดให้ จะต้องใช้กล้วย 1 หวี พร้อมทั้งข้าวสาร หมากพลู ธูปเทียน สำหรับการทำพิธีบูชาครูก่อนคลอด และเมื่อคลอดแล้วจะต้องอยู่ไฟ ก็ยังใช้ต้นกล้วยทำเ
คอลัมน์ เรือนไทย โดยชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ อภัยภูเบศรสาร ระบุว่า หลายคนคงเคยได้ยินบรรดาญาติผู้ใหญ่ชอบบ่นกันให้ระงมในช่วงเย็น หลังจากเลิกงานทุกวัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคจับโปงแห้งเขา หรือโรคข้อเข่าเสื่อม ถ้าสังเกตตัวเองจะพบว่าหลังจากทำงาน เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ ฯลฯ จะพบว่าข้อเข่าของตัวเองมีความร้อน หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เข่าเราร้อน ง่ายๆ เลย แค่เอาหลังมือแตะที่บริเวณเข่า จากนั้นเปรียบเทียบความร้อนกับบริเวณหน้าแข้งของเข่าข้าง หากข้อเข่าร้อนกว่า แสดงว่าเข่ามีความร้อน คำถามต่อมา คือ การที่เข่าร้อนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร การที่เข่ามีความร้อนนั้นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เราทราบว่า ภายในร่างกายเราเกิดกระบวนการอักเสบ หากปล่อยไว้ไม่รักษาและส่งผลให้ข้อเข่ามีอาการบวมขึ้นเรื่อยๆ จนอาจทำให้เกิดการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพเข่าของเราไม่ให้มีอาการอักเสบมากขึ้น เรามีตำรับยาพอกเข่าที่สามารถทำเองที่บ้านได้มาฝาก ส่วนประกอบ แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม ขิงสด 200 กรัม ลูกแป้ง 1 ลูก วิธีทำ นำขิงสดมาล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำไปตำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้
