เทคนิคเกษตร
คนภาคใต้แถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต คงรู้จัก “เคยเค็ม” กันเป็นอย่างดี ส่วนถ้าใครเคยไปเที่ยวแถบนั้น ก็อาจได้ซื้อหาติดมือกลับมาบ้าง ด้วยความติดใจใหลหลงในรสชาติหมูสับทรงเครื่องผัดเคยเค็มที่ได้ไปกินมา แบบที่มีตะไคร้ใบมะกรูดซอย หอมแดงหั่น ผัดน้ำมันหรือหัวกะทิกับหมูสับใส่เคยเค็ม บางร้านถึงกับใส่พริกขี้หนูทั้งเม็ด รสเค็มๆ มันๆ เจือหวานนิดๆ ถูกใจคนชอบกินผักสดกรอบๆ อย่างก้านคูน แตงกวา ขมิ้นขาว หรือเม็ดสะตอข้าวมันๆ แหม จะบอกว่ามันกินเปลืองข้าวชะมัดเลยล่ะครับ “เคยเค็ม” หรือ “กะปิน้ำ” ทำจากวัตถุดิบและขั้นตอนคล้ายการทำกะปิ แต่ลัดสั้นกว่ามาก โดยหมักกุ้งเคยทะเลตัวเล็กๆ กับเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ส่วนใหญ่หมักไม่นาน อาจจะราว 1-2 วันก็ใช้ได้แล้ว เคยจะยังเป็นตัวใสๆ น้ำในตัวเคยออกมาท่วมเนื้อ จนมีลักษณะเหมือนกะปิละลายน้ำสีม่วงใสๆ อันว่าของหมักดองลักษณะนี้ ใช้ทำกับข้าวได้หลายสำรับครับ นอกจากผัดหมูสับทรงเครื่องอย่างที่เล่าแต่แรก ก็เอามาหลนกะทิบ้าง ผัดเปล่าๆ กับหมูสามชั้นบ้าง ตุ๋นไข่บ้าง นึ่งหัวกะทิบ้าง เคยเค็มให้กลิ่นและรสที่ “สด” กว่ากะปิ และค่อนข้างหอมกลิ่นหมัก ถ้าเป็นคนที่ชอบกินกับข้าวจำพวกห
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อออกมาอยู่บ้านชานเมืองย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่หลายระลอก จากนาข้าวเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มาเป็นสวนผลไม้ สวนผัก จนกลายเป็นย่านอสังหาริมทรัพย์ และที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่มากขึ้น สิ่งที่ผมเห็นเป็นอนิจลักษณะก็คือ การหายไปของสวนผัก ผลไม้ พื้นที่สีเขียวรกร้าง และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ๆ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดานะครับ เมื่อเมืองขยายตัว พื้นที่เกษตรแบบดั้งเดิมก็เริ่มหดหาย ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว บ้านสมัยใหม่ของพวกเราหลายคนก็คงสร้างทับบนสวนเก่านาเดิมเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อนกันไม่น้อย ที่เราทำได้ ก็คงเพียงรับรู้ ร่วมสังเกตการณ์ รายงาน กับทั้งยืนยันใช้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านั้นเท่าที่ทำได้ ตามแนวคิดที่ว่า เรื่องเก่าๆ ไม่เล่าก็ลืม ของอร่อยลิ้น ไม่กินก็สูญ เป็นหลักนะครับ มีไม้ยืนต้นอยู่อย่างหนึ่งที่ผมคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก และแต่ก่อนก็พบเห็นมากตามสวนผลไม้เก่า ทั้งย่านฝั่งธนบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ทว่าเดี๋ยวนี้เริ่มน้อยลงมาก นั่นก็คือ “ทองหลาง” (Indian Coral Tree) ครับ สมัยก่อน บ้านผมที่ราชบุรีมีปลูกอยู่ต้นหนึ่ง เราอาศัยเด็ดใบอ่อนมากินกับเมี่ยงคำในช่วงบ่ายวันหยุดเสมอๆ ใบทองหล
ในปี 2564 จากรายงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมากกว่า 2 ล้านราย โดยคิดเป็น 11.7 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด นับว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งในผู้หญิงเป็นลำดับต้นๆ การรักษาในปัจจุบันจะแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ การผ่าตัดเต้านม และการใช้ยาเคมีบำบัด รวมทั้งยาฮอร์โมนที่จะช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งยาเคมีบำบัดที่ใช้บ่อย ได้แก่ ยาด็อกโซรูบิซีน (doxorubicin) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม แต่อีกด้านหนึ่งก็พบผลข้างเคียงหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นพิษต่อเม็ดเลือด คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ มวลกระดูกลดลง อาการข้างเคียงกลุ่มแรกจากยาเคมีบำบัดที่พบได้บ่อยคือ คลื่นไส้ อาเจียน (chemotherapy-induced nausea and vomiting) สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของอาการกลุ่มนี้คือ ขิง จากงานวิจัยจะให้รับประทานแคปซูลขิง 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ในช่วงที่ให้ยาเคมีบำบัด อาการข้างเคียงหลังจากการให้ยาเคมีบำบัดอีกอาการที่พบบ่อยเช่นกันคือ อาการท้องเสีย โดยพบได้ถึงร้อยละ 60 สมุนไพรช่วยลดอาการได้คือ ไทสงขาว (Marsdeniaetenacissim
ความสนุกของคนชอบทำกับข้าวอย่างหนึ่งคงจะคือการได้เดินตลาดเช้าต่างถิ่น ที่ซึ่งวัตถุดิบในวัฒนธรรมการกินหลายๆ แบบถูกเสาะหามาประชันขายในพื้นที่กลางของชุมชน มีคนบอกว่า งานภาคสนามของนักมานุษยวิทยานั้น นอกจากลงพื้นที่ทำที่วัด หรือในงานบุญหมู่บ้าน ก็มีตลาดสดนี่เองแหละครับ ที่เป็นประหนึ่งจุดรวมของผู้คนและกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของย่านนั้นๆ ยิ่งถ้าใครไปหรือเคยไปในชนบทต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็มักรู้แหล่งตลาดสำคัญๆ ดี ว่าตำบลหมู่บ้านไหนมีข้าวของอะไรเป็นพิเศษในฤดูใดของปี เมื่อผ่านไปในวันเวลาเหมาะสม ย่อมไม่พลาดที่จะไปสำรวจตรวจตราหาของเฉพาะถิ่นกินอร่อยๆ แน่นอน ผมเผอิญได้แวะเวียนไปย่านลพบุรี-เพชรบูรณ์มาเมื่อเร็วๆ นี้ เลยอยากเล่าว่าไปเจออะไรที่ตลาดเช้าตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งผมต้องไปเดินดูเสมอเมื่อมาที่นี่นะครับ พุเตย ติดตลาดใหญ่ในเช้าวันอาทิตย์ ริมทางหลวงสาย 21 (ถนนคชเสนีย์) ซึ่งตัดผ่านกลางชุมชน ตรงจุดที่มีศาลเจ้าจีนตั้งอยู่ ร้านรวงจะปักหลักขายบนฝั่งซ้ายของถนนขาล่อง เรียงรายไปเป็นระยะกว่า 300 เมตร แน่นอนว่าสินค้ามีทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องเรือน ของใช้ สไตล์ตลาด “คลองถม” มีอาหารปรุ
“เฮมพ์-ไบโอ-บล็อก บล็อกก่อสร้างชีวภาพมวลเบา จากต้นกัญชง” อีกหนึ่งงานวิจัยจากหน่วยงานวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี น้ำหนักเบากว่าบล็อกก่อสร้างทั่วไป ต้นทุนการผลิตต่ำ ใช้งานได้จริง การันตีด้วยรางวัลจากเวทีโลก รางวัล Bronze Medal ในงาน “46th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส รางวัล Gold Prize กับ Special Prize ในงาน “Seoul International Invention Fair 2017” (SIIF 2017) ณ COEX กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี คุณประชุม คำพุฒ หัวหน้าหน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เผยว่า ต้นเศษกัญชงที่เหลือทิ้งจากกระบวนการนำเปลือกไปทำเป็นเส้นใย โดยลอกเส้นใย ใช้เป็นสิ่งทอทำเสื้อผ้า ซึ่งเมื่อลอกผิวแล้วจะเหลือแกน แกนเอาไปทิ้งปล่อยให้เน่าเปื่อย กลายเป็นวัสดุเหลือใช้ ทางการยาสูบแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง จึงมีโจทย์ต้องการพัฒนานวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ และการยาสูบแห่งประเทศไทยยังต้องการนำวัสดุก่อสร้างที่ได้จากการวิจัยมาสร้างศูนย์การเรียนรู้อาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ การยาสูบแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) จังหวัดกรุงเทพฯ เพื่อ
หลายคนที่เคยพบผักเสี้ยว แล้วสับสนงุนงงว่ามันเป็นผักอะไร ผักอะไร กินได้หรือ เห็นชาวบ้านเอามาวางขายในตลาดสดท้องถิ่น จับดูใบอ่อนที่วางขายแล้วสากๆ มือ แต่สีเขียวอ่อนสดใสน่ากิน เขาเด็ดมาเป็นยอดเล็กๆ มีใบยอดละ 3-4 ใบ รูปทรงใบสวยเหมือนปีกผีเสื้อ โคนใบและปลายเว้าลึกมองเห็นลวดลายเส้นใบชัดเจน ยิ่งตอนรับแสงสว่างจะแลดูอ่อนช้อย โปร่งสว่าง น่าเชยชม และก็จะสับสนเมื่อเห็นยอดอ่อนของต้นไม้อีกอย่างคือ ชงโค ใบยอดเพิ่งแตกยอดใหม่ เหมือนกันมาก เพียงแต่ชงโคจะใบใหญ่หนาแข็ง นำมาปลูกเป็นต้นไม้ประดับเอาร่มเงาในสวนหย่อมขนาดใหญ่ใกล้สระน้ำเป็นพืชชนิดเดียวกัน ผักเสี้ยว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bauhinia Purpurea Linn. อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น เสี้ยวดอกแดง เสี้ยวหวาน เป็นต้น ลักษณะของผักเสี้ยวหรือเสี้ยวดอกแดง เดิมทีรู้ว่าเป็นไม้ต่างประเทศ นำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับ มีลำต้นชูกิ่งขึ้นสูงหลายเมตรแต่ถ้าตัดแต่งให้เป็นพุ่มเอาไว้เด็ดยอดอ่อนสูงประมาณ 1 เมตรเศษๆ กำลังเป็นพุ่มพอเหมาะ แต่ถ้าปล่อยให้ต้นสูงจะเด็ดยอดอ่อนกินลำบากหน่อย ใบสีเขียวเข้มแต่ใบอ่อนยอดอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนสว่าง โคนใบ ปลายเว้าเข้าหากัน ใบกว้างปร
ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ แนวทางหนึ่งที่จะทำให้อาหารพร้อมบริโภคนั้นถูกสุขอนามัย และเป็นหนึ่งในช่องทางที่นำมาประกอบอาชีพได้ก็คือ การลงมือทำหรือผลิตอาหารนั้นๆ ด้วยตนเองหรือภายในครอบครัว สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ นำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิลพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสำหรับบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทั้งนี้ การรับประทานข้าวกล้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ การทำน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล นอกจากจะได้ประโยชน์จาก “สารกาบา” หรือ Gamma amino butyric acid ซึ่งมีความสําคัญในการทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยรักษาสมดุลในสมอง และป้องกันโรคอัลไซเมอร์แล้ว ในข้าวกล้องสีนิลยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 2 และใยอาหาร ซึ่งพบในปริมาณที่สูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ขั้นตอนการเตรียมข้าวกล้องงอก 1. เตรียมเมล็ดข้าวกล้องที่สดใหม่และมีเ
“ยาหนม” เป็นชื่อเรียกขนมของชาวใต้ ซึ่งความจริงก็คือ “กะละแม” นั่นเอง เหตุผลที่เรียกยาหนม เพราะพบว่ามีความอร่อยระดับ 5 ดาว ชาวบ้านจึงให้เครดิตตำแหน่งถึงพญา เป็นพญาขนม หรือพระยาขนมนั่นเอง แล้วเรียกตกทอดกันมาจนเหลือเพียง “ยาหนม” ในปัจจุบัน วิถีชีวิตของชาวบ้าน กับยาหนม มักทำไปร่วมในงานพิธีสำคัญหรือทำขายกันในชุมชน รสชาติยาหนมแต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์ต่างกัน มีส่วนผสมที่เหมือนและคล้ายกัน แต่ที่พบเห็นคุ้นตาถือเป็นซิกเนเจอร์สำหรับยาหนมทางภาคใต้คือ ต้องห่อด้วยกาบหมากเท่านั้น แม้ระยะหลังมีชาวบ้านหันมาใช้พลาสติกห่อยาหนมกันบ้าง แต่ก็มีชาวบ้านที่ยึดติดกับความเป็นท้องถิ่น ต้องการอนุรักษ์ความเป็นขนมโบราณพื้นบ้านไว้ จึงยังคงใช้กาบหมากห่อยาหนมไว้รับประทานและขายกันอยู่ อย่างครอบครัว คุณณัฐจีรา โยมญาติ หรือ คุณทิพย์ และ คุณรสจนา นิระโส ผู้เป็นป้า ที่ผลิตยาหนมห่อกาบหมากขายมาเป็นเวลานาน โดยใช้กรรมวิธีผลิตแบบโบราณตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ทำกันเองในครอบครัว แบบ Homemade ไม่พึ่งพาเครื่องจักร ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วน ส่งขายในท้องถิ่นและทางออนไลน์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คุณทิพย์ กล่าวว่า ยาหนมเป็นขนมโบราณ
ความสำเร็จของการลดปัญหาหมอกควันและลดเผาป่าบนพื้นที่สูง เกิดจากการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนแบบโครงการหลวง ที่เน้นให้ชุมชนสามารถมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ด้วยระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้องค์ความรู้และงานวิจัยใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างให้ชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร มีอาชีพที่หลากหลายและมีตลาดรองรับ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ การขยายผลองค์ความรู้จากโครงการหลวงยังทำให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตร ลดพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนกลับคืนเป็นพื้นที่ป่าให้กับสังคมและประเทศ จำนวน 966 ไร่ ปัจจุบัน บ้านห้วยน้ำใส หมู่ที่ 9 อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวอย่างและแหล่งเรียนรู้ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของชุมชนชาวกะเหรี่ยงในเขตพื้นที่สูงของประเทศไทยในการสร้างสังคมที่เป็นสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ค
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและแน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ไม่ยาก และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือปลาอื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มาก ก็จะแบ่งปันให้ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนในสมัยก่อน สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว หรือตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปรรูปอาหารจากปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวิธีการแปรรูป เพื่อจะได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะได้เมนูอร่อยๆ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว ส้มปลา นั่นเอง! สามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ และเสริมรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี
