เทคนิคเกษตร
วัยทอง คือ อะไร หญิงวัยทอง หรือผู้หญิงในช่วงหมดประจำเดือน ร่างกายจะมีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจส เตอโรนลดลงโดยทั่วไป ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจริงๆ เมื่อประจำเดือนหยุดมาอย่างสิ้นเชิงอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงอายุ 45-55 ปี เกิดเร็วหรือช้า ขึ้นกับสุขภาพและกรรมพันธุ์ของแต่ละคน ในระยะนี้ผู้หญิงบางคนจะเริ่มมีอาการไม่สุขสบาย เช่น นอนไม่ค่อยหลับ อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ ปวดเมื่อย มีอาการทางผิวหนังและเยื่อบุบริเวณช่องคลอด (อักเสบ แห้ง) อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน การดูแลวัยทอง วิธีการรักษาโดยทั่วไป คือการให้ฮอร์โมนทดแทนหรือการใช้ยาบางชนิด อย่างไรก็ตาม การรักษาโดยการใช้ฮอร์โมนทดแทน แม้จะช่วยลดอาการไม่สุขสบายที่เกิดขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางประการได้ การกินอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง ซึ่งมีไอโซฟลาโวน เป็นส่วนประกอบและมีสูตรโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนอย่างสม่ำเสมอ จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้หญิงที่ไม่ต้องการใช้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ แล้วยังอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งอ
เกาะสุกร หรือที่เรียกกันว่า เกาะหมู เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ห่างจากฝั่งเพียง 3 กิโลเมตร มีความสวยงามทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์และมีความโดดเด่น ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม สภาพตัวเกาะประกอบด้วยภูเขา สวนยางพารา นาข้าว ทำให้ชาวบ้านบนเกาะสุกรมีอาชีพประมง ทำสวนยาง และเกษตรกรรม นอกจากนี้ เมื่อหมดฤดูนาข้าวก็จะมีการปลูกแตงโมซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเกาะสุกร รวมถึงการเลี้ยงควายที่มีกว่า 300 ตัว ถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง โดยทุกปีชาวบ้านบนเกาะสุกรจะจัด “ประเพณีวันปล่อยควายเกาะสุกร” สำหรับประเพณีวันปล่อยควายเกาะสุกรถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปีแล้ว โดยชาวบ้านจะทำในช่วงฤดูกาลหยุดทำการเกษตรปีละ 1 ครั้ง ระหว่างช่วงขึ้น 5 ค่ำ ถึง 10 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน หลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดแล้ว หรือที่เรียกกันว่า ฤดูปล่อยควาย ซึ่งควายที่ปล่อยทั้งหมดจำนวน 300 กว่าตัว ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมประเพณีปล่อยควายมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ควายได้อยู่ร่วมกันเป็นอิสระตามธรรมชาติ ซึ่งควายแต่ละตัว
ซีเอ็นเอ็น เปิดเผย 10 อาหารที่ดีต่อสุขภาพเเละหัวใจ โดยการเลือกอาหารจะช่วยลดคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต เเละลดการอักเสบได้ โดย 10 อาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีดังนี้ 1. ข้าวโอ๊ต เเละ ข้าวบาร์เลย์ ผนังเซลล์ของข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์มีเส้นใยชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า beta-glucan ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และป้องกันในระหว่างการฉายรังสีและเคมีบำบัด ทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอล ซึ่งจะส่งผลดีต่อหัวใจ ลิซ่า ดราเยอร์ นักโภชนาการที่ได้รับการขึ้นทะเบียน กล่าวกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า หากคุณมีปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายสูง ควรบริโภคข้าวโอ๊ต หรือข้าวบาร์เลย์ ในอาหารมื้อเช้าเป็นประจำ โดยข้าวชนิดอื่น อาทิ ข้าวไรย์ ข้าวสาลี และข้าวฟ่าง มี beta-glucans เช่นกัน เเต่มีปริมาณน้อยกว่าข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ โดย beta-glucans ยังพบในสาหร่าย ยีสต์ขนมปัง และเห็ดชนิดต่างๆ เช่น เห็ดหลินจือ เห็ดหอม การวิจัยแสดงให้เห็นว่า การรับประทาน beta-glucans ปริมาณ 3 กรัม ต่อวัน จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ถึง 10% 2. ปลาเเซลมอน เเละ ปลาไขมันอื่นๆ น้ำมันปลาโดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพ หมายความว่า ปลาแซลมอน ปลาทู
ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นภาคใต้รู้จักพืชกระท่อมมานานกว่า 100 ปี ใช้เป็นยารักษาโรค เป็นของขบเคี้ยวระหว่างเพื่อนฝูง และเป็นของกินเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือน ไม่ต่างจากกินหมากพลูของชาวภาคกลาง การเคี้ยวใบกระท่อมอยู่ในวิถีชีวิตชาวปักษ์ใต้เช่นเดียวกับ “การดื่มกาแฟของคนเมือง” ก่อนการไปทำงานในแต่ละวัน เพราะเชื่อว่า การเคี้ยวใบกระท่อม จะช่วยให้ทำงานได้ยาวนานขึ้น ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ศึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์กระท่อมในฐานะพืชสมุนไพร พบว่า ความรู้จากผู้เฒ่าผู้แก่ได้ถ่ายทอดสู่ลูกหลานรุ่นต่อรุ่นในการใช้ใบกระท่อมรักษาโรค ได้แก่อาการไอเรื้อรัง ท้องเสีย แก้ปวดเมื่อย ปวดท้อง แผลอักเสบ แก้ไข้ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมะเร็ง ฯลฯ อาจใช้ ใบกระท่อมเป็นยาหลักหรือยารอง ในการบรรเทาอาการท้องร่วง หรือบางตำรับ อาจผสมกับเครื่องยาที่มีรสฝาด และเครื่องยาลดอาการท้องอืดเช่นเดียวกัน ภูมิปัญญาการใช้พืชกระท่อมในการรักษามีมานานมากแล้วและค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา ตายไปพร้อมกับหมอพื้นบ้าน แม้ว่ากระท่อมได้รับการบรรจุเป็นยาในตำราแพทย์แผนไทย แต่การนำมาใช้ถูกจำกัดด้วยก
ฉันไม่ได้ลิ้มรสชาติจำปาดะ ขนุนถิ่นใต้มาร่วมยี่สิบปีแล้ว รสชาติจำปาดะครั้งล่าสุดที่อยู่ในความทรงจำคือ จำปาดะทอดกรอบๆ ร้อนๆ หอมจัดด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของผลไม้ที่ถูกความร้อนเผาให้กำจายกลิ่นไปทั่ว ลักษณะการออกผลของจำปาดะ กลิ่นขนุนสำหรับคนที่ไม่ชอบนั่นก็สุดจะทนแล้ว แต่กลิ่นจำปาดะนี้เข้มข้นรุนแรงยิ่งกว่า ใครที่ไม่รักชอบเอาจริงๆ ถ้าโดนกลิ่นเข้าเต็มจมูกอาจถึงขั้นเป็นลมได้ แม้แต่ฉันซึ่งเป็นคนชอบขนุน พอเจอกลิ่นจำปาดะเข้าก็ถึงกับชะงักกึกเลยทีเดียว น่าสังเกตว่า ในพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมด ภาคใต้ดูเหมือนจะมีผักผลไม้รสชาติฉุนเฉียวมากกว่าภาคอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่มี “กลิ่นแรงจัด” นั้นมีเยอะมาก เช่น ทุเรียน จำปาดะ สะตอ ลูกเนียง กระพังโหมต้น ทำมัง (กลิ่นแมงดา) และหมุย หรือหัสคุณ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงพืชผัก “รสขมจัด” ที่มีอยู่มากมายและนิยมกินเฉพาะในหมู่ชาวใต้เท่านั้น คือ สะเดาเทียม หรือ สะเดาช้าง ซึ่งเป็นไม้ป่าโตเร็ว มีเนื้อไม้สวยงามกว่าไม้ยางพารามาก และด้วยรสขมพิเศษนี่เองทำให้ปลวกและมอดแมลงทำลายเนื้อไม้ทั้งหลายไม่ชอบกัดแทะเลย ไม้สะเดาช้างจึงได้รับความนิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
เพื่อนจากเชียงใหม่ตามลงไปใต้ เธออยากดูการทำกะปิที่บ้านกลาย บอกเพื่อนว่าการทำกะปินั้นไม่ได้ทำกันทุกเดือน กุ้งเคย หรือตัวเคย จะขึ้นปีละครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง และช่วงนี้ก็ไม่มีตัวเคย เขาจะลากขึ้นมาจากทะเล หรือตักเอาที่โขดหิน “ไม่ได้ดูการทำกะปิ ดูการทำกะปิคั่วก็ได้” เธอว่า “งั้นช่วยพี่ทำแล้วกัน เอากะปิกลับไปก็ทำให้ที่บ้านกินได้เลย ทำขายทำกินก็ได้” การทำกะปิคั่วนี้ต้องเริ่มจาก เราต้องมีกะปิดีก่อน “เลือกกะปิดีอย่างไรล่ะ” เธอว่า “อันนี้น่าจะยากนิดหนึ่ง ต้องดูสี ตักดู ดมกลิ่น เอาอย่างนี้เลือกที่เชื่อถือได้ หรือซื้อจากของพี่เลยดีไหม ฮา” เอาละมาเริ่มกัน เริ่มจากซอยหอมไว้ก่อน หอมแดงเราต้องใช้เยอะเลย ซอยให้เต็มถ้วยนี้แหละ กระเทียมกลีบเล็กๆ ทุบเอา กระเทียมน้อยกว่าหอมเท่าหนึ่ง ตะไคร้ก็น้อยกว่ากระเทียมเท่าหนึ่ง พริกขี้หนูน้อยกว่าตะไคร้เท่าหนึ่ง เตรียมพวกนี้ให้พร้อมก่อน “งงไหม เริ่มจากมากก่อน หอมหนึ่งถ้วยนี้ กระเทียมก็ครึ่งหนึ่ง ตะไคร้ก็ครึ่งของกระเทียม พริกสดก็ครึ่งหนึ่งของตะไคร้ พริกไม่ซอยละเอียดหั่นหยาบเผื่อใครไม่อยากกินเผ็ดก็เขี่ยทิ้งได้ ถ้าได้พริกขี้หนูสวนใส่ทั้งเม็ดได้เลย” พอซอยพวกนี้เสร็จนะก็
ตรีผลาเป็นพิกัดยาแผนโบราณที่มีประวัติการใช้มายาวนาน จนได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีมากที่สุดตำรับหนึ่ง ไม่เฉพาะในหมู่ชาวไทย แต่ดังไกลไปทั่วโลก จนมีคำกล่าวขวัญในหมู่ชาวฝรั่งที่เป็นแฟนคลับยาสมุนไพรว่า “เจ็บป่วยคราใด ไม่รู้จะใช้ยาอะไร ให้ใช้ตรีผลา” (When in doubt,use Triphala”) ส่วนใหญ่คนไทยมักจะคุ้นกับสรรพคุณเป็นยาระบายของตรีผลา เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็อนุญาตให้ใช้สรรพคุณขอขึ้นทะเบียนไว้แค่นั้นเอง ทั้งที่งานวิจัยสมุนไพรได้ค้นพบสรรพคุณใหม่ๆ ของตรีผลามากกว่าที่คิด “ตรีผลา” ที่นำมาวิจัยสรรพคุณนั้นเป็นสูตรตำรับพื้นฐานที่สุดคือประกอบด้วย เนื้อผลที่แก่เต็มที่ของ สมอไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia chebula RetZ. ชื่อสามัญ Chebulic myrobalan) สมอพิเภก(ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia belerica Roxb. ชื่อสามัญ Belleric myrobalan) และมะขามป้อม (ชื่อพฤกษศาตร์ Phyllanthus emblica L. ชื่อสามัญ Emblic Myrobalan) ในอัตราส่วนเสมอภาค 1:1:1 ตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด กรณีทดลองในคนเพื่อศึกษาฤทธิ์ระบายแก้ท้องผูกเรื้อรังและช่วยลดกรด ศึกษาในอาสาสมัครผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังทั้งสองเพศ อายุระหว่าง 16-52 ปี จำ
วันที่ 7 ธันวาคม 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะสื่อมวลชน ติดตามผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักตบชวาอุตสาหกรรมแฟชั่น ภายใต้การนำของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคณะนักวิจัย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (มทร.ธัญบุรี) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้กระทรวง อว. ประจำปี 2560จนสามารถสร้างแบรนด์ผ้าชื่อ “สาคร” และ แบรนด์ “บ้านหัตถศิลป์” อีกด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวถึงแนวคิดในการนำผักตบชวามาพัฒนาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและยังเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนด้วยว่า นวัตกรรมเส้นใยจากผักตบชวา สร้างมูลค่าเพิ่มสู่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี สามารถนำพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบทั้งเครื่องแต่งกายบุรุษและสตรี ของใช้ตกแต่งบ้านเรือน กระเป๋าแฟชั่น เป็นต้น ปัจจุบันมีการต่อยอดให้เป็นชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ รวมทั้งสร้างนวัตกรรมช
แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ขนมโบราณพื้นบ้านอย่าง “กะละแม” ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะผู้ผลิตกะละแมไม่หยุดนิ่ง นำแนวคิดสมัยใหม่ผสมผสานของเก่าอย่างลงตัว เกิดเป็นกะละแมร่วมสมัยออกมาดูดีเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมรับว่าคนสมัยก่อนทำกะละแมได้อร่อยมาก วัตถุดิบและส่วนผสมทุกอย่างถึงเครื่องเข้มข้น อย่างร้านกะละแมที่จะแนะนำให้รู้จักแห่งนี้มีชื่อว่า “กะละแมโบราณแม่ธัญญา” ชื่อก็บอกอยู่ว่าโบราณเพราะทำมานานเกือบ 20 ปี มีจุดเด่นตรงใช้วัตถุดิบและส่วนผสมจากธรรมชาติในท้องถิ่น มาปรุงแต่งตามความต้องการของตลาดจนมีให้เลือกหลายชนิด การันตีคุณภาพด้วยรางวัลโอท็อป ส่งขายแบบตรงและทางออนไลน์ กะละแมโบราณแม่ธัญญา เป็นกะละแมสูตรดั้งเดิมของเกาะสมุย มีเอกลักษณ์การทำเฉพาะโดยใช้ข้าวเหนียวทั้งเมล็ดกวนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยให้มีรสชาติหวาน มัน หนึบ มี 2 ชนิด คือ กะละแมโบราณข้าวเหนียวขาว มีหลากหลายสีสัน รสดั้งเดิม (สีน้ำตาล), ใบเตย (สีเขียว), บีทรูท (สีชมพู), ดอกอัญชัญ (สีน้ำเงิน) และดอกคำฝอย (สีเหลือง) กับกะละแมข้าวเหนียวดำ ที่นับเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในเกาะสมุย คุณพัฒนพงศ์ อินทร์คำ หรือ อ้น ลูกชาย คุณธัญญา อินท
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพ ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ กระจายโอกาสในการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 ได้รับความสนใจจาก นิสิต นักศึกษาและประชาชนจำนวนมาก ในปีนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำเสนอผลงานวิจัย 2 หัวข้อคือ 1. โรงงานต้นแบบการผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเชิงพาณิชย์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศมาพร แสงยศ คณะผลิตกรรมการเกษตร ซึ่งโรงงานต้นแบบแห่งนี้ เน้นผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมแมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมีประกอบด้วยต้นแบบโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการผลิตแล
