เทคนิคเกษตร
สามสิบกว่าปีก่อน งานสนามครั้งแรกของนักเรียนโบราณคดีจบใหม่อย่างผมก็คือ ร่วมโครงการขุดค้นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ – ทวารวดี ที่บ้านดงมะรุม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จำไม่ได้แล้วครับว่า ต้นมะรุมที่คงเคยมีมากจนถึงกับเรียก “ดงมะรุม” นั้นอยู่ตรงไหนบ้างในหมู่บ้าน แต่ก็ทำให้เริ่มรู้ว่า มะรุมคงมีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทั่วๆ ไป เพราะนอกจากที่โคกสำโรง ก็ยังมีบ้านมะรุมที่อำเภอโนนสูง โคราช กับบ้านโคกมะรุมที่อ่างทองอีกด้วย ก่อนนี้ บ้านแม่ผมก็ปลูกมะรุมไว้ต้นหนึ่ง จำได้ว่าต้นค่อนข้างใหญ่ ได้อาศัยกินฝักกินดอกอยู่บ้าง แต่ความที่กิ่งมันเปราะนัก มีหักลงมาเนืองๆ ภายหลังเกรงจะตกใส่หัวหูคนเข้า จึงได้ตัดทิ้งไป ผมเองเมื่อมาอยู่บ้านชานเมืองกรุง ก็เคยปลูกไว้ต้นหนึ่ง แต่กิ่งก้านมะรุมนั้นเมื่อไม่ได้ตัดแต่งก็เก้งก้างเทอะทะ เกรงว่าจะไปเกี่ยวระเสาไฟสายไฟเพื่อนบ้าน ก็ต้องตัดทิ้งไปในที่สุด แต่ผมจำได้ว่า ตอนที่ตัดเหลือแต่โคนตอใหม่ๆ มะรุมต้นนั้นแตกยอดอวบใหญ่อย่างรวดเร็ว พอให้เก็บเด็ดมาลวกกินได้หลายมื้อทีเดียวครับ ………………… มะรุม (Moringa) คงเป็นอาหารของผู้คนทั้งโลกมานานแล้ว ผมเคยดูสารค
เป็นความชื่นชอบหรืออาจจะเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยไปแล้ว ที่ส่วนใหญ่มักจะชอบอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน คนเก่าคนแก่เคยบอกว่า กินข้าวมื้อไหนถ้าขาดน้ำพริก เป็นว่ากินข้าวไม่อิ่มท้อง ไม่มีแรงทำงานทำการอะไร คนไทยไม่ว่าจะยากดีมีจน เพศหญิงเพศชาย คนแก่ คนหนุ่มสาว ล้วนมีความต้องการที่จะลิ้มรสอาหารที่มีรสจัดหรือรสเผ็ดกันทั้งนั้น…ที่ชอบอาหารรสจืดๆ ก็มีเช่นกัน แต่มักจะเป็นของเด็กเล็ก คนชรา และเด็กยุคใหม่ที่เป็นสังคมสมัยนิยม หรือเจนเนอเรชั่น (generation) ทั้งเจนวาย หรือ Why Gen เจนเอ็กซ์ เจนซี หรือ Z รวมทั้งกลุ่มรักสุขภาพ เจนเบเบ้บูม หรือเบบี้บูม พริก หรือ Pepper เป็นพืชในสกุล Capsicum วงศ์ SOLONACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Capsicum annuum Linn. พริกหลายชนิดที่เกษตรกรหลายจังหวัดปลูกกัน แต่ตลาดส่งออกต่างประเทศไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นพริกใหญ่ประเภทมีเมล็ดมาก เนื้อผลบาง ซึ่งต่างประเทศต้องการประเภทเนื้อหนา เมล็ดน้อย มีสีแดงล้วน หรือเขียวล้วน เช่น พริกจีนแดง พริกพันธุ์หัวเรือของจังหวัดอุบลราชธานี พริกพันธุ์จินดา ส่วนตลาดในประเทศต้องการประเภทเมล็ดมาก รสเผ็ดปานกลางถึงมาก ซึ่งถ้าพริกรสเผ็ดส่วนใหญ่จะเป็นประเ
“ปลาดุกร้า” เป็นการถนอมอาหารจากภูมิปัญญาเก่าแก่ที่มีเพียงบางจังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่แถบทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ถือเป็นแหล่งผลิตปลาดุกร้าที่โด่งดังอันเกิดจากกรรมวิธีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีความอร่อยและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดี “วิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาดุกร้าบ้านปากห้วย” เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านที่ยึดอาชีพทำปลาดุกร้าสร้างรายได้อยู่แล้วเพื่อให้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการผลิตปลาดุกร้าตามมาตรฐาน ยกระดับคุณภาพให้เป็นสินค้าแบรนด์ส่งขายทั้งทางตรงและออนไลน์ คุณเพ็ญฉัตร จันทร์สง่า ประธานกลุ่ม บอกว่า ปลาดุกร้าเป็นภูมิปัญญาการทำอาหารดั้งเดิมของชาวทะเลน้อย มาหลายชั่วอายุคน ทำกินเองในครอบครัวด้วย ทำขายด้วย และได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี 2561 เพื่อผลักดันให้เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ ประธานกลุ่ม เผยว่า นอกจากพัทลุง ยังมีจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ซึ่งแต่ละพื้นที่ต่างมีสูตรและกรรมวิธีทำเป็นของตัวเอง แต่ที่พัทลุงได้รับความนิยมมากกว่าเพราะมีสูตรและขั้นตอนการทำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจึงทำให้มีรสชาติและความนุ่มหอมของเนื้อปลาดุกที่ลงตัว “แต่เดิมจับปลาดุกเนื้ออ่อนในทะเล
ไข่ผำ, ผำ, ไข่น้ำ, ไข่แหน ผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ถือว่าเป็นพืชที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งมีน้อยคนจะรู้จัก สำหรับ ไข่ผำ คนเหนือเรียก ผำ ภาคกลางเรียก ไข่น้ำ ส่วนคนอีสานเรียก ไข่ผำ ไข่ผำ เป็นพืชน้ำ ลักษณะเป็นสีเขียวขนาดเล็กคล้ายไข่ปลา กระจายคลุมเหนือผิวน้ำเป็นแพ มีขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีน้ำไหลเวียน เวลาเก็บไข่น้ำ ต้องใช้สวิงช้อนขึ้นมา แล้วล้างให้สะอาดก่อนจะนำไปปรุงทำอาหาร ไข่ผำ เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยมนำไปประกอบอาหารกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น แกง หรือผัด บางที่ก็ใส่เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความหอม มัน อร่อย มากยิ่งขึ้น มาทำความรู้จักกับ ผำ ไข่ผำ เป็นพืชน้ำที่มีขนาดเล็กมาก คล้ายตะไคร่น้ำ รูปร่างเป็นเม็ดกลมเล็กๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร มีสีเขียวลอยอยู่บริเวณผิวน้ำเป็นแพ มักเกิดในธรรมชาติที่น้ำใส นิ่ง เช่น บึง หนองน้ำ มักเจริญเติบโตอยู่บนผิวน้ำ รูปร่างลักษณะคล้ายรูปไข่ จัดเป็นพืชดอกไม่มีรากและใบ ขึ้นตามแหล่งน้ำธรรมชาติ จัดเป็นผักพื้นบ้านที่คนชนบทภาคเหนือและอีสานน
“ขิง” เป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายมานาน มีรสเผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดระดับไขมันในเลือดได้ ขิงสดช่วยทำให้ร่างกายปรับสภาพในภาวะที่ร่างกายมีอาการเย็นได้เช่นเดียวกับขิงแห้ง ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ ยังช่วยกำจัดพิษโดยการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขับเสมหะ มีงานวิจัยเบื้องต้นในหลอดทดลองกับไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ก่อโรคทางเดินหายใจ พบว่าขิงสดมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสชนิดนี้ดีกว่าขิงแห้ง และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสาร IFN-β ออกมากำจัดเชื้อไวรัส สิ่งที่คนทุกมุมโลกใช้เหมือนกันก็คือ การใช้ในการแก้หวัดและแก้ไอ ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่า “ขิง” มีสารหลายชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และมีการทดลองพบว่า น้ำขิงที่ได้จากการต้ม 30 นาที ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ (Macrophage) ที่มีหน้าที่ในการจับกินเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดีขึ้น มีฤทธิ์ต้านการแพ้เหมือนยาแก้แพ้ โดยช่วยลดอาการคัดจมูก ทางแผนไทยเป็นยาฤทธิ์ร้อน อาจช่วยลดน้ำมูกให้แห้งลงได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าภูมิปัญญาอันเก่าแก
วัฒนธรรมการกินอาหารแมลง สำหรับคนไทยนั้นเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตที่เราคุ้นชินกันมานานแสนนาน เกิดจากการสั่งสมเรียนรู้และผ่านการสังเกต ลองผิดลองถูก จนสามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ การกินอาหารแมลงนั้นพบว่ามีมานานแล้ว โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งแมลงบางชนิดหน้าตาอาจไม่น่ากินสักเท่าไหร่ แต่กลับมีราคาแพง ซื้อขายกันกิโลกรัมละหลายร้อยจนถึงหลายพันบาท หลายคนคิดว่าแมลงไม่น่าจะเป็นอาหารได้ แต่บางคนบอกว่า แมลงบางชนิดนอกจากมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าเทียบเท่าหรือมากกว่าเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อวัว เลยทีเดียว แมงมัน หากไปถามคนเหนือทุกคนต้องบอกว่ารู้จัก และคุ้นหูกันอย่างแน่นอน แมงมัน คือมดชนิดหนึ่ง ที่จะออกมาจากพื้นดินหรือโพรงที่มันอาศัยอยู่เพียงครั้งเดียวในรอบ 1 ปี เท่านั้น และมดชนิดนี้มีการซื้อ-ขาย กันในราคาที่ค่อนข้างแพงมาก ซึ่งราคาในท้องตลาดในแต่ละปีจะไม่เท่ากัน ด้วยเพราะ แมงมัน เป็นมดที่ค่อนข้างจะหายาก ไม่ได้พบเห็นได้โดยทั่วไปๆ แมงมัน…ทรัพย์ในดินของคนเมือง แมงมัน…มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่เป็นที่นิยมกินกันมากทางภาคเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นอาห
อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดข้อ บาดเจ็บกระดูกหัก กระดูกซ้น เท้าแพลง เท้าพลิก เส้นเอ็นฉีก เป็นอาการที่คนเราทั่วไปมักประสบพบเจออยู่เสมอ เจ็บปวดเล็กน้อย ก็หายามากิน หายามาทาถูนวด ปวดมากก็ไปหาหมอ อาจหนักถึงขั้นผ่าตัด ฝังเหล็กขันน็อตเสริม เข้าเฝือก ตัดทิ้ง และอีกหลายกรณีที่ได้เจอมา จนเป็นภาพคุ้นชินตา หรือว่านี่เป็นภาพหนึ่งที่คนบ้านเราต้องมีกัน จนเห็นไม่ใช่ของแปลกใหม่อะไร จริงหรือไม่ว่า ทุกคนต้องเคยเจ็บ เคยปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และไปหาหมอ อาการเจ็บป่วยแบบนี้ สมัยก่อนเป็นกันมากยิ่งกว่าปัจจุบัน แต่ชาวบ้านเขามีวิธีการแก้ หรือรักษาให้หายได้ ด้วยสมุนไพร หมอพื้นบ้านไทยได้เผยแพร่ไว้ และมีใช้กันจนถึงปัจจุบัน กล่าวกันถึงเส้นเอ็น และกระดูก ของคนเราก็เหมือนเป็นโครงสร้างหลักที่เสกปั้นให้เป็นตัวเราขึ้นมา เส้นเอ็นนับ 900 เส้น กระดูก 206 ชิ้น ที่ผูกร้อยเชื่อมต่อกันเป็นโครงร่างกายเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย ว่ากันตามหลักกายวิภาคศาสตร์ จะเห็นว่า กระดูกเป็นชิ้นๆ มีเส้นเอ็นเป็นตัวผูกร้อย ดึงขึงรัดให้กระดูกต่อกัน เป็นรูปร่างคนเรา และมีอวัยวะต่างๆ บรรจุอยู่ในโพรงของโครงกระดูก มีกล้ามเนื้อ ไขมัน เส้นเลือด เส้นประสาท
สวนสุนันทา เตรียมจัดงานโชว์ผลงาน “Startup Champions Model” ต่อยอดงานวิจัยสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 23-25 มี.ค.นี้ ณ เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี รศ.ดร. รจนา จันทราสา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ บริษัท แอ๊ดด้า ฟุตแวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กำหนดจัดการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้แผนงานวิจัยการพัฒนาศักยภาพชุมชนและสมาชิกในชุมชนจังหวัดอุดรธานี “Startup Champions Model” สู่การยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำบนฐานการใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรม ขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2565 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดอุดรธานี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมการยกระดับผลิตภัณฑ์ในชุมชนให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้น สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากงานวิจัยในชุมชนจนต่อ
โดยธรรมชาติที่รังสรรค์พืชพรรณนานาชนิด ตลอดทั้งปีทุกฤดูกาล ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่พืชต่างๆ จะอวดโฉม ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตน บ้างแผ่พุ่ม ผลิใบ บ้างสลัดใบอวดกิ่งก้าน บ้างเปลี่ยนสีสันผิวพรรณใบ อีกบ้างสะพรั่งบานชูช่อดอก หลอกล่อผึ้งภมรดอมดม ผสมเกสรให้เกิดผลและเมล็ดสืบทอดสายพันธุ์ เช่นเดียวกันกับผักพื้นบ้านชนิดนี้ ที่ใครเขารู้จัก และเรียกทักว่า “โสน” อ่านออกเสียง 2 พยางค์ สะ-โน๋ โสน เป็นพืชล้มลุกปีเดียว เป็นไม้ตระกูลแค ในวงศ์ PAPILIONACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania javanica Miq ในประเทศไทยเรามีหลายสายพันธุ์ แต่ที่นำมาเป็นอาหารได้ เรียก “โสนหิน หรือ โสนกินดอก” ภาคเหนือ เรียก “ผักฮองแฮง” ชอบขึ้นอยู่ที่น้ำขัง ริมคลอง แต่ก็ทนความแห้งแล้งได้ดีพอสมควร ในระยะดอกบาน ใบจะมีน้อย ทำให้อัตราการคายน้ำมีน้อย ช่วงปลายฝนยังพอมีน้ำธรรมชาติอยู่บ้าง แต่มันก็ส่งสัญญาณว่าใกล้หมดอายุขัยแล้ว จึงเร่งผลักให้ออกดอกเหลืองสะพรั่งเต็มต้น พร้อมทั้งมียอดอ่อนๆ แซมออกมาให้ดูน่ารักใคร่ ติดดอกออกฝัก เพื่อสืบต่อสายพันธุ์โสน โสนจึงขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เพาะออกมาเป็นต้นเตี้ยๆ ใบเป็นใบจริง สีเขียวอมฟ้า มีสีขาวที่ก้านใ
ราว 20 กว่าปีก่อน อยู่ๆ ผมก็มีอาการโรคแผลในกระเพาะอาหาร ที่พูดกันว่า อิ่มก็ปวด หิวก็ปวดนั่นแหละครับ สมัยนั้นยังเป็นยุคทองของยาเคลือบกระเพาะอาหาร จำได้ว่าผมก็เหมือนคนเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารทั่วไป คือเทียวไปซื้อยาน้ำที่ว่านี้มากินหมดไปเป็นลังๆ ก็ไม่ทุเลาลงแต่อย่างใด จนกระทั่งผมไปอ่านพบว่า ขมิ้นชัน (Turmeric) สามารถรักษาอาการนี้ได้ โดยเฉพาะหากกินควบคู่กับน้ำคั้นกะหล่ำปลีสดจะยิ่งช่วยได้มาก จึงได้หาซื้อขมิ้นชันแคปซูล ขนาด 250 มิลลิกรัม จากร้านขายยามาลองกินหลังอาหาร ครั้งละ 3-4 เม็ด ภายใน 2 สัปดาห์ อาการปวดท้องก็เริ่มหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ จากที่ปวดทรมานเป็นประจำ ก็ค่อยๆ กลายเป็นนานๆ ครั้งจะมีอาการเสียทีหนึ่ง และเมื่อเป็นขึ้นมา อาศัยกินขมิ้นชันแคปซูลเข้าไปก็จะทุเลาอาการได้ในเวลาไม่นาน ผมเลยรู้จากการทดลองกับตัวเอง ว่าแผลในกระเพาะอาหารนั้น ถ้าใครยังเป็นไม่มาก สามารถรักษาโดยกินขมิ้นชันเป็นประจำ ตั้งแต่นั้น เมื่อรู้ว่าเพื่อนคนไหนมีอาการ ผมก็มักแนะให้ลองกินดู แล้วก็ล้วนแต่ทุเลาอาการด้วยความแปลกใจเกือบทุกรายไป ข้อมูลสรรพคุณทางยาของขมิ้นชันมีระบุไว้ค่อนข้างตรงกัน เช่น ในหนังสือเครื่องเทศ ของคุณนิจศ
