เทคนิคเกษตร
คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อน เมื่อเห็นเด็กเป็นไข้จากอากาศเปลี่ยนแปลงต้นฤดูหนาว หรือที่เรียกว่า ไข้หัวลม ท่านมักจะบอกว่า “ถ้าเป็นไข้หัวลม ต้องกินแกงส้มดอกแค” (ลมเปลี่ยนฤดู ย่างสู่หน้าหนาว) ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีคนเป็นไข้ท่านจึงมักทำแกงส้มดอกแคให้กิน เพราะรสที่เปรี้ยวและร้อนนั้นจะช่วยให้เหงื่อออกดีนัก หายไข้ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ในตำรายาสมุนไพรก็ระบุไว้เช่นกันว่า แค เป็นยาแก้ไข้หัวลม แต่ให้ใช้ส่วนยอดแทน ซึ่งเราจะได้กินก็ต่อเมื่อเอามาลวกจิ้มน้ำพริก ไม่เหมือนกับดอกแคที่หากินได้ง่ายกว่า ดอกแค หรือ ยอดแค ที่จะมีสรรพคุณแก้ไข้ได้ดีต้องเป็นดอกหรือยอดที่ปรุงอาหารมาใหม่ๆ เช่น แกงส้มก็ต้องแกงเสร็จใหม่ๆ ยอดแคก็ต้องลวกสดๆ ใหม่ๆ เดี๋ยวนั้น! เพราะทั้งสองอย่างมีวิตามินเอ และวิตามินซีอยู่สูงมาก ในดอกแคสด 100 กรัม จะมีวิตามินเอ อยู่ 117 หน่วย วิตามินซี 52 มิลลิกรัม ส่วนยอดแคสด มีวิตามินเอ 10,383 หน่วย และวิตามินซี 58 มิลลิกรัม ซึ่งหากเรากินยอดแค จะได้วิตามินเอ เยอะกว่า แต่วิตามินซี ใกล้เคียงกัน หากทั้ง 2 ชนิด นี้เมื่อโดนความร้อนและอากาศ วิตามินซีจะลดลงเสียครึ่งหนึ่ง และถ้าทิ้งไว้ยิ่งหายไปหมดเลย ส่วนวิตามินเอในผักจะอ
“แคบหมึก” เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากการใช้วัตถุดิบหมึกกล้วย สามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยวที่มีลักษณะคล้ายแคบหมู ดังนั้นในเบื้องต้น เรามาทราบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “แคบหมู” มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (2553) ให้ความหมายของแคบหมูว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำหนังหมูที่อาจมีชั้นไขมันแข็งอยู่ด้วยก็ได้มาล้างให้สะอาด นำไปต้ม ขูดขน ตัดให้เป็นชิ้นให้ได้ขนาดตามต้องการ อาจปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรส เช่น เกลือ ซีอิ๊วขาว ทำให้แห้งโดยใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์หรือแหล่งพลังงานอื่น แล้วนำไปทอด ผศ. มาลี หมวกกุล (2554) รายงานว่า แคบหมู เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กล่าวคือ มีสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับต่อแคบหมู 100 กรัม ดังนี้ มีโปรตีน 65 กรัม ไขมัน 30 กรัม รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส (40 มิลลิกรัม) แคลเซียม (17 มิลลิกรัม) นอกจากนั้น มีแร่ธาตุเหล็ก และวิตามิน บี 1 และ บี 2 ในสัดส่วน 2.0, 0.29 และ 0.05 ตามลำดับอีกด้วย จากการศึกษา พบว่า โปรตีนของหนังส่วนใหญ่เป็นสารคอลลาเจน ซึ่งเมื่อได้รับความร้อน เช่น นำไปต้ม หรือทอดให้พอง คอลลาเจนจะเปลี่ยนเป็นเจลลาติน (Gelatin) ซึ่งก็มีคุณค่าประ
โรคความดันโลหิตสูง หมายถึง ภาวะที่แรงดันของเลือดในหลอดเลือด มีค่าสูงเกินปกติ คือ มากกว่า หรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท การวัดความดันที่ถูกต้อง มีความสำคัญ ในการทำให้ได้ค่าที่แท้จริงในการติดตามการรักษาหรือปรับยา จึงแนะนำผู้ป่วย ดังนี้ ไม่ดื่มชาหรือกาแฟ และไม่สูบบุหรี่ ก่อนทำการวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที หากมีอาการปวดปัสสาวะ แนะนำให้ไปปัสสาวะก่อน นั่งพักเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาทีก่อนวัดความดัน หลังพิงพนักเพื่อไม่ต้องเกร็งหลัง เท้า 2 ข้างวางราบกับพื้น ห้ามนั่งไขว่ห้าง ไม่พูดคุยทั้งก่อนหน้าและขณะวัดความดัน วางแขนซ้ายหรือขวาที่จะทำการวัดอยู่บนโต๊ะ โดยให้บริเวณที่จะพัน arm cuff อยู่ระดับเดียวกับระดับหัวใจ และไม่เกร็งแขนหรือกำมือในขณะวัดความดันโลหิต ทำไมต้องกินยารักษา ในเมื่อไม่มีอาการ ส่วนใหญ่ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในช่วงแรกจะไม่มีอาการ การวินิจฉัยจะทำได้เมื่อมีการวัดความดันโลหิตเท่านั้น มักจะพบอาการแสดงเมื่อมีความดันโลหิตสูงมาก หรือมีอาการแทรกซ้อนในรายที่เป็นมานาน หรือหากความดันโลหิตสูงมากๆ อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา ตามัว หรือมีเลือดกำเดาไหล สำ
ศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งของบ้านเราที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่หลากหลายกลุ่ม และนอกจากจะมีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง ฯลฯ ที่สำคัญยังมีชื่อเสียงเรื่องผ้าไหมอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนสามัคคี ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ ที่มี คุณทองคำ กาญจนหงส์ นั่งเป็นประธานกลุ่ม แหล่งศึกษาดูงานทอผ้า วันนี้ใครไปเยือนบ้านโนนสามัคคีในฐานะเป็นชุมชนโอท็อปนวัตวิถี ใช่จะได้ยลโฉมผ้าไหมสวยๆ เท่านั้น ยังจะได้ชมกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นหม่อน เลี้ยงไหม แล้วนำไหมมาผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นผ้าไหมให้ได้สวมใส่กัน พร้อมกันนั้น สามารถใช้บริการรถอีแต๋นนำเที่ยวชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนที่มีอาชีพเกษตรทำไร่ทำนาเป็นหลัก พอมีเวลาว่างก็ทอผ้าเป็นอาชีพเสริม ด้วยความที่มีครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาดูงานในการทอผ้าไหมของคนในประเทศและต่างประเทศ ก่อนอื่นมารู้จักบ้านโนนสามัคคีกันก่อน ในอดีตนั้นชื่อบ้านโนนสว่
ธรรมชาติของฤดูฝน ฝนตกฟ้าร้อง น้ำนอง น้ำท่วม เป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา อิทธิพลของฝน ส่งผลให้ต้นไม้ใบหญ้า ข้าวกล้าพืชผักต่างๆ เจริญเติบโต พุ่งชูยอดเถากิ่งก้านใบอ่อนกันไปทั่ว นั่นเป็นเพราะความชื้น ความสดชื่นจากฝนฟ้าที่ชุ่มฉ่ำ ในอากาศที่ฝนตกผ่าน มีแร่ธาตุสารอาหารอยู่มาก ฝนตกได้นำเอาสิ่งเหล่านั้นคืนสู่ดิน ให้ต้นหมากรากไม้ แม้แต่คน สัตว์ต่างๆ ได้สัมผัสและใช้ประโยชน์จากเม็ดฝน สดชื่น ฉ่ำชุ่มกันทั่วหน้า ช่วงนี้แหละที่พี่น้องคนบ้านเราหาพืชผักมาต้มยำทำแกงกันได้ง่าย จริงอยู่ ฤดูอื่นๆ ก็มี แต่ก็มีไม่มากเท่าฤดูนี้ พืชผักหลายชนิดที่ขึ้นเจริญงอกงามให้เก็บ ให้เด็ด ไปทำอาหารได้ทั่วไป มีขึ้นตามป่า ข้างรั้ว พุ่มต้นไม้อื่นๆ เราคงรู้จักกับ “ตำลึง” กันเป็นอย่างดี สุดยอดผักที่เลิศล้ำคุณค่า และมีอยู่ทั่วไป บางทีบางที่เห็นว่าไม่ค่อยมีราคาค่างวด เพิ่งจะเริ่มมีการซื้อขายกันในชนบทเมื่อไม่นานมานี้เอง “ตำลึง” ทางภาคเหนือ เรียก “ผักแคบ” ภาคอีสาน เรียก “ผักตำนิน” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “แคเด๊าะ” เป็นพืชประเภทเถาเลื้อย เช่นเดียวกับพวกแตง ถั่วฝักยาว มะระ น้ำเต้า ฟัก เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เถาตำลึงที่แก่ จะม
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีสถานศึกษาประเภทขึ้นตรง จำนวน 9 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่บริเวณชายแดน หรือพื้นที่บริการในหลายจังหวัด และมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความจำเป็น ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมความมั่นคงและการเมือง ประกอบด้วย 1.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ( ศฝก.) 2.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) จำนวน 7 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ชุมพร ปัตตานี สระแก้ว อุตรดิตถ์ มุกดาหาร และสุรินทร์ 3.ศูนย์ฝึกอาชีพจังหวัดกาญจนบุรี “สามสงฆ์ทรงพระคุณ” เรียกโดยย่อว่า ศฝส. ศูนย์ฝึกวิชาชีพกาญจนบุรี สามสงฆ์ทรงพระคุณ ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี สามสงฆ์ทรงพระคุณ (ศฝส.) ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ 1 ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ศฝส. มีอำนาจและหน้าที่หลักดังต่อไปนี้ คือ จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพ
สศท.2 ชู “สมุนไพร” สินค้า Future Crop สร้างรายได้ โอกาสโตช่วงโควิด-19 แนะเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญคุณภาพและมาตรฐานสินค้า นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางบริหารจัดการสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด (พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ภายใต้โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งพบว่า “สมุนไพร” เป็นสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุสั้น ใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อย ประกอบกับมีแหล่งรับซื้อในพื้นที่ ตลาดมีความต้องการผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว และญี่ปุ่น จากผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเพาะปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจและสามารถสร้างกำไรให้เกษตรกร คือ ลูกยอ ดอกอัญชัน ตะไคร้ใบ และขมิ้นชัน โดยแหล่งผลิตกระจายอยู่ในพื้นท
“ธาตุเจ้าเรือนทั้ง 4″ เป็นศาสตร์สุขภาพแห่งธาตุโบราณตามทฤษฎีการแพทย์ไทยกล่าวไว้ว่า “ภายในร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ” ซึ่งแต่ละคนจะมีธาตุหลักเป็นธาตุประจำตัวที่เรียกว่า “ธาตุเจ้าเรือน” ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ ธาตุเจ้าเรือนที่เป็นไปตามวัน เดือน ปีเกิด และธาตุเจ้าเรือนปัจจุบัน พิจารณาจาก บุคลิก ลักษณะอุปนิสัย โดยในกรณีของการแบ่งออกธาตุตามวัน/เดือน/ปีเกิด สามารถแบ่งได้ดังนี้ 1.ธาตุดิน คือ ผู้ที่เกิดในเดือน ตุลาคม/พฤศจิกายน/ธันวาคม 2.ธาตุน้ำ คือ ผู้ที่เกิดในเดือน กรกฎาคม/สิงหาคม/กันยายน 3.ธาตุลม คือ ผู้ที่เกิดในเดือน เมษายน/พฤษภาคม/มิถุนายน 4.ธาตุไฟ คือ ผู้ที่เกิดในเดือน มกราคม/กุมภาพันธ์/มีนาคม ส่วนกรณีพิจารณาจาก บุคลิก ลักษณะอุปนิสัย พท.ป.พัชญา ขำสะอาด ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.) จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงลักษณะของธาตุต่างๆ ดังนี้ ลักษณะธาตุประเภทวาตะ หรือธาตุลม ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอากาศและลม จะมีลักษณะรูปร่างผอมบาง โปร่ง ผิวคล้ำ ผิวหนังเย็น หยาบ แห้ง ร่างกายสูงมากหรือเตี้ยมาก โครงร่างเบาบาง ปลายกระดูกนู
“ผักปลัง” เป็นพืชผักที่หลายๆ คนรู้จัก แต่สมัยนี้ไม่แน่ใจนัก ว่าจะรู้จักกันมากหลายคน เป็นผักเก่าแก่ที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ คนเมื่อก่อนใช้ประโยชน์จากผักปลังหลายอย่าง นอกจากจะใช้เป็นอาหารแล้ว ยังใช้เป็นยา จะเรียกว่าสมุนไพร หรือยาพื้นบ้านก็คงได้ มีหลายครั้งที่ผักปลังเป็นที่รังเกียจกับผู้คน ถึงขั้นไม่ยอมแตะ ยิ่งให้กินนั้นอย่าพูดให้ได้ยินเลย เขามีเหตุผลและความเชื่อต่อกันมา… โดยเฉพาะพี่น้องที่ “เล่นของ” หมายถึงไสยศาสตร์ ที่มีการใช้คาถาอาคม เครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าถ้าไปกินผักปลังแล้ว ของจะเสื่อม เป็นความเชื่อที่ปลูกฝังกันมา ในแวดวงคนเล่นของ สันนิษฐานพอได้ว่า เพราะผักปลังนั้น หมอไทยโบราณ ท่านใช้เป็นน้ำยาหล่อลื่น ทั้งกินทั้งทา สำหรับหญิงมีครรภ์ ตอนท้องก็ให้กินผักปลังเป็นอาหารกับข้าว ตอนจะคลอด ก็ตำคั้นเอาน้ำเมือกผักปลัง เป็นน้ำมัน น้ำยาทาช่องคลอด ให้คลอดเด็กออกมาง่ายๆ มันจะลื่นไหลคล่อง เพราะมีน้ำมันหล่อลื่น ไหลลื่นปรื๊ดๆๆ พวกเล่นของเขาถือว่า ผักปลังเป็นของไม่เป็นมงคล คงงั้นกระมัง หลายคนที่รู้จัก ต้องนึกรักผักปลัง เพราะรู้ว่าผักปลัง เป็นผักที่มีประโยชน์ ปลูกง่าย มีด
หลายครั้งที่ได้เดินตลาดสด แม้แต่บนห้างสรรพสินค้าบางแห่ง ที่มุมอาหาร ผัก ผลไม้ ไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เขาเล่าว่า แม้แต่ตลาดต่างประเทศ ยุโรป อเมริกา ก็มีวางขาย ขายให้ใคร? จึงเป็นคำถามที่ตามมา เขาว่าคนที่เสาะหาซื้อไปคือ คนไทย คนลาว คนเขมร คนเวียดนาม รวมถึงคนอินเดีย คนจีน ที่เขาไปอาศัยอยู่ หรือไปทำงานทำการอยู่แถบโน้น ซื้อไปทำอาหาร ไปรับประทาน ตามความนิยมที่ผูกกับตัว และเชื้อชาติดั้งเดิม เขาเรียกกันว่า “ผักแขยง” อ่านว่า ผัก-ขะ-แยง คงมีหลายท่านที่รู้จัก อาจจะรู้จักอย่างมาก ด้วยว่าเคยเก็บ เคยกิน เคยใช้ประโยชน์ เป็นยาบำรุงรักษาร่างกายมาเนิ่นนาน ผ่านการสัมผัสมาชั่วชีวิต ผักแขยง เป็นพืชในวงศ์ SCROPHULARIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Limnophila geoffrayi Bonati มีชื่อเรียกอื่นหลายชื่อ เช่น ภาคเหนือ เรียก ผักพา อีสาน เรียก มะออม แขยง กะแยง คะแยง บางที่เรียก ผักลืมผัว ผักอีผวยผาย เขมร เรียก มะออม มีชื่อภาษาจีน ว่า จุ้ยหู่โย่ง หรือ สุ่ยฝูโหยง แสดงว่าคนจีนก็รู้จักมักคุ้นกันดี เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ต้นยาว 20-40 เซนติเมตร ต้นสีเขียวเรียวยาว ตั้งตรง ต้นกลวง เห็นข้อชัด ทั้งต้นมีกลิ่นหอม หรือฉุน
