ประมง
คุณยุทธภูมิ สุวรรอาชา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง สำนักงานประมงจังหวัดสระแก้ว ให้ข้อมูลว่า การทำประมงของเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้แหล่งน้ำที่เป็นบ่อสำหรับการทำเกษตรที่กักเก็บไว้เองเท่านั้น ต่อมาทางสำนักงานประมงจึงได้จัดทำกลุ่มผู้เลี้ยงปลาตะเพียนแปลงใหญ่ ส่งผลให้เป็นที่สนใจของเกษตรกรมากขึ้นที่จะแบ่งแปลงพื้นที่การทำเกษตรอย่างพืชมาทำประมงเพื่อสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง พร้อมทั้งมีการจัดการเรียนรู้แบบครบวงจรในเรื่องของการทำอาหาร ลดต้นทุนให้กับเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน “ตอนนี้การเลี้ยงปลาก็เริ่มเป็นที่สนใจของเกษตรกรมากขึ้น เราก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปลาที่กินพืชเป็นส่วนมาก เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาได้หลายชนิดในการเกิดรายได้ ซึ่งทางสำนักงานฯ เองก็มีการส่งเสริม พร้อมทั้งอยากให้เกษตรกรที่เป็นรายใหม่ อยากให้มาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ หน่วยงานก็จะสามารถที่ช่วยเหมือนเกษตรกรได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีคำแนะนำที่ดีต่อเนื่องให้กับเกษตรกรอยู่เสมอ” คุณยุทธภูมิ กล่าว คุณกาญจนาวดี ดวงภักดีรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 208 หมู่ที่ 9 ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เ
นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ปลานิล” นับเป็นสินค้าประมงที่มีศักยภาพทางด้านการเกษตร และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรทางเลือกของจังหวัดนครราชสีมา สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และมีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ซึ่งปลานิลที่เพาะเลี้ยงอยู่ในปัจจุบันมี 2 สายพันธุ์ คือ ปลานิลดำ และปลานิลแดง (ปลาทับทิม) เกษตรกรในจังหวัดจะนิยมเลี้ยงปลานิลดำ ร้อยละ 90 เนื่องจากเลี้ยงง่ายต้นทุนต่ำกว่าปลานิลแดง (ปลาทับทิม) ปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมา (ข้อมูลจากสำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา ณ เดือนพฤษภาคม 2565) มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล ทั้ง 2 สายพันธุ์ จำนวน 180 ราย พื้นที่เลี้ยงครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอครบุรี อำเภอโนนสูง และอำเภอบ้านเหลื่อม เกษตรกรจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมจากการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ส่วนใหญ่เกษตรจะเลี้ยงปลานิลในกระชังบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำลำแซะ และเขื่อนมูลบน ประมาณ 4-6 กระชัง/ครัวเรือน (กระชังขนาด 5×7 เมตร) ซึ่ง 1 กระชัง สามารถเลี
ข้าราชการจำนวนไม่น้อยใช้เวลาว่างและวันหยุดทำอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีความสุขแล้วยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่าง คุณสัญชัย มัดดา วัย 41 ปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บังมัด” เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา อยู่บ้านเลขที่ 41/13 หมู่ที่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใช้บริเวณบ้านเลี้ยงกุ้งฝอยนา ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยส่งขายไปทั่วประเทศผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเขาได้เปิดเพจชื่อนาวาฟาร์มกุ้งฝอยไว้คอยบริการลูกค้า คุณสัญชัย มัดดา (บังมัด) เล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงกุ้งฝอยนาให้ฟังว่า ได้แรงจูงใจมาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่ กทม. เห็นคุณพ่อเลี้ยงปลาสวยงามส่งขายตลาดนัดจตุจักรมีรายได้ ซึ่งตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อเลี้ยงด้วย คุณพ่อจะสอนให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งมีความชอบสัตว์น้ำมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาอยู่จังหวัดยะลา การเลี้ยงปลาสวยงามแบบคุณพ่ออาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่ง พี่ชายเลยแนะนำให้เลี้ยงกุ้งฝอย เนื่องจากมองว่ามีความรู้พื้นฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว และไม่ต้องใช้เวลาดูแลมากนัก จึงเริ่มเลี้ยงเมื่อปีที่แล้ว โดยลงทุ
ปลากะพง เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เนื้อปลามีรสชาติดี และสามารถจำหน่ายได้ราคา ด้วยคุณสมบัติพิเศษของปลากะพงที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ทำให้มีผู้สนใจมาเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อในบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้ ตลอดจนสามารถนำมาเลี้ยงในน้ำจืดสร้างรายได้ด้วยเช่นกัน คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล เลี้ยงปลากะพงน้ำจืด อยู่หมู่ที่ 6 ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลาที่มากประสบการณ์ เขาได้เล็งเห็นถึงช่องทางการทำตลาด ด้วยการนำปลากะพงมาเลี้ยงภายในฟาร์มเลี้ยงแบบน้ำจืด จึงทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคา เพราะลูกค้าที่อยู่ในแถบนี้ยังมีความนิยมกินปลากะพงน้ำจืดจากฟาร์มของเขา คุณนรินทร์ศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีอาชีพทำการประมงมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มทางสายงานนี้ให้กับครอบครัว เมื่อเขาได้เห็นหลายๆ สิ่งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อาชีพทางประมงจึงเป็นอาชีพที่อยู่ในสายเลือด ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านการประมงโดยเฉพาะ
ผู้เขียนได้รับทราบข่าวจาก คุณศิริฉัตร สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดลำพูน ว่ามีเกษตรกรรายหนึ่งประสบผลสำเร็จเป็นรายแรกของภาคเหนือ ที่ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอินทรีย์สำเร็จ ผู้เขียนจึงมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่ ฟาร์มฮัก 888 เจ้าของฟาร์มคือ คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หนุ่มวัย 43 ปี ฟาร์มอยู่ในเขตตำบลหนองหนาม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หรือคนทั่วไปจะเรียกนิคเนมว่า อั๋น เล่าให้ฟังว่า ในอดีตนั้นเป็นคนภาคกลาง พ่อแม่เคยทำนา เลี้ยงวัว ควาย มาก่อน ตนเองเลยต้องขวนขวายหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือด้านอิเล็กทรอนิกส์ จนจบออกมาทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายปี ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งหาซื้อที่ดินที่บ้านหนองหนาม จำนวน 18 ไร่ เริ่มทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ระยะแรกตั้งชื่อว่า “ฟาร์มฮัก” แต่บังเอิญชื่อนี้มีคนอื่นตั้งชื่อไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งเลข 8 มีความหมายทางภาษาจีน ว่า ร่ำรวย จึงใช้ชื่อ ฟาร์มฮัก 888 ด้วยแนวคิดทั่วไปที่ว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เลี้ยงได้เฉพาะเขตจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุ
คุณถาวร งานยางหวาย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานรับราชการเมื่อครบกำหนดวัยเกษียณ ปี 2550 จึงได้เริ่มใช้เวลาว่างมาทำสวนปลูก ไม้ผลแบบผสมสานอย่างจริงจังเมื่อปี 2551 “ก่อนที่จะตัดสินใจทำเกษตร จะปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลา จะดูก่อนว่าเราจะทำอะไรได้มากที่สุด ก็เลยตกลงใจเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่ที่เหลือบนขอบบ่อ ก็จะปลูกพืชผัก ไม้ผลไว้ ก็จะมีมะขาม มะนาว ที่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งจะมีการไปหาความรู้ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็จะเข้าอบรมกับหน่วยงานที่เขาเปิดสอน และก็นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่ที่เรามีอยู่” คุณถาวร กล่าว ปลาที่เลี้ยงภายในบ่อส่วนใหญ่จะเป็นปลานิล ปลาสลิด และปลาตะเพียน โดยนำปลาเหล่านี้มาปล่อยแบบเลี้ยงเชิงธรรมชาติ ปลาก็ขยายพันธุ์ออกลูกมากมาย สามารถจับขายทำเงินได้เป็นที่น่าพอใจ ต่อมาอยากเลี้ยงแบบจริงจังมากขึ้นจึงได้ไปติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์จากแหล่งเพาะเพื่อนำมาปล่อยเลี้ยงเป็นเชิงการค้า ก่อนที่จะนำลูกปลาแต่ละชนิดมาลงเลี้ยงจะทำการเตรียมบ่อ คือ วิดน้ำออกจากบ่อให้หมด จากนั้นโรยด้วยปูนขาวให้ทั่วตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน แล้วจึงป
ปัจจุบันปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างปลากราย เริ่มมีไม่มาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค เพราะเนื้อปลากรายแท้ๆ ที่นำมาประกอบอาหารนั้น เมื่อผ่านการขูดและนำเนื้อมาโขลกด้วยครกหิน จะยิ่งทำให้เนื้อปลากรายมีความเหนียวนุ่ม เมื่อผ่านการแกงหรือทอดมันจะได้รสสัมผัสที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ทีเดียว เมื่อความต้องการของเนื้อปลากรายมีเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติกลับมาน้อยลง จึงทำให้เป็นโอกาสของเกษตรกรหลายๆ ราย หันมาเลี้ยงปลากรายลดต้นทุนเป็นอาชีพทำเงิน สร้างผลกำไรจากการเลี้ยงได้อยู่เป็นระยะ ซึ่งการจะเลี้ยงปลากรายให้ได้ปลาที่มีเนื้อคุณภาพนั้น ด้านแรกของการเตรียมลูกพันธุ์ปลามาเลี้ยงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงทำให้มีเกษตรกรบางส่วนเพาะพันธุ์ลูกปลากราย ส่งจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นปลาเนื้อ จึงเกิดเป็นระบบเครือข่ายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากรายสร้างเป็นปลาเนื้อได้ซื้อแหล่งลูกพันธุ์ปลากรายที่มีคุณภาพ คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดน
อาจารย์ราชันย์ วงษ์ทวี สาขาเทคโนโลยีอุตสาหการ และ อาจารย์ฉัตราวีระวุท จอมวรวงศ์ สาขาเทคโนโลยีประมง คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ สองอาจารย์หนุ่มนักวิจัย โดยมี ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ เยรัมย์ เป็นผู้ร่วมโครงการวิจัย ได้งบประมาณจากสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อปี 2553 เครื่องอัดเม็ดอาหารปลาแบบ 2 in 1 แรกเริ่มเดิมทีอาจารย์ทั้งสองได้งบประมาณมาเพื่อวิจัยพัฒนาและออกแบบสร้างเครื่องอัดเม็ดอาหารปลาจากมันสำปะหลังแบบ 2 in 1 โดยตัวเครื่องออกแบบให้มีหัวบดละเอียดแบบ Mincer และหัวอัดเม็ดแบบ Pellet Mill ไว้คนละด้านของตัวเครื่อง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเพลาส่งกำลังตัวเดียวกันเมื่อเปิดเครื่องหัวบดและหัวอัดจะทำงานพร้อมกัน และเพิ่มแรงบิดที่เพลาโดยใช้ล้อช่วยแรงเป็นอุปกรณ์เพิ่มกำลังอัด ใช้ต้นกำลังจากมอเตอร์เพียง 1 ตัว ขนาด 5 แรงม้า ความเร็วรอบ 1,450 รอบต่อนาที ทดกำลังด้วยเฟืองโซ่ เพื่อปรับความเร็วรอบที่ 174 รอบต่อนาที ความสามารถในการอัดเม็ดอาหารปลาเฉลี่ยเท่ากับ 180 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ลักษณะเม็ดอาหารเป็นแท่งกระบอกยาว 5 – 8 มิลลิเมตรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ
ไม่ว่าใครก็อยากทำ อยากยึดอาชีพกับสิ่งที่ตนรักหรือชอบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การดำเนินชีวิต หรือการท่องเที่ยว ผู้คนก็อยากไปหรือทำในสิ่งที่ชอบและอยากทำ แต่มีอีกหลายคนที่ความชอบ กับความจริงที่ต้องเผชิญยังมีความต่างกันมาก หรือกระทั่งบางคนยังหาไม่พบในสิ่งที่อยากทำก็มี การได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ แถมยังสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง อย่าง คุณไพรรัตน์ ดวงดา หรือ ช่างเอ วัย 45 ปี ที่มีความสุขและรายได้อย่างคาดไม่ถึงจากงานอดิเรก ที่ลงทุนเพียงเพราะความชอบ จนสามารถสร้างรายได้มากกว่าทำงานอาชีพหลักเสียด้วย มีร้านพริ้นเตอร์ เป็นธุรกิจ เลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เพราะชอบ คุณไพรรัตน์ ดวงดา หรือ ช่างเอ ผู้เลี้ยง-เล่นกุ้ง สวยงามชั้นแนวหน้าในเมืองไทย ทั้งเป็นประธานกลุ่ม ประมูลกุ้งเครย์ฟิชทุกสายพันธุ์ และเป็นเจ้าของศูนย์การเรียนรู้ CA Crayfish Signature เล่าว่า เริ่มเลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ปี 2013 และ “ช่างเอ” เป็นชื่อฉายาที่คนในวงการกุ้งเขาเรียกกัน ซึ่งก่อนที่จะมาเลี้ยงกุ้ง แต่เดิมผมเป็นคนจังหวัดอุทัยธานี เรียนจบมัธยมปลาย ก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำมาหลากหลายอาชีพ ทั้งคนเดินเอกสาร รั
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงอย่างยิ่ง ผ่าน 2 เรื่องราวของ 2 สาว ทั้งน้องพอลล่าและน้องปุ้ย มีเสียงตอบรับมาแบบดีมากๆ ทำให้ผมชื่นใจว่ายังมีคนอ่านอีกมากมายที่ยังติดตามกันอยู่เสมอ ขอขอบคุณครับ วันนี้มีเรื่องเล่าอีกหนึ่งเรื่อง ในทิศทางของคนเลี้ยงกุ้ง มาดูว่าทิศทางของภาครัฐและเกษตรกรจะไปด้วยกันได้ไหม ในทิศทางใด บทเพลงสาวสวนแตง บอกกล่าวเล่าเรื่องราวของสาวน้อยนางหนึ่ง ที่มีโอกาสขึ้นประกวดบนเวทีแล้วได้รางวัล ถูกแมวมองดึงไปเป็นดารามีชื่อเสียงโด่งดังจนลืมไอ้หนุ่มสวนแตงที่รอคอยอยู่ สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวตนก็คือ ความเป็นสาวสวนแตงแห่งเมืองสุพรรณบุรี เมื่อมีการเปิดออกอากาศในสมัยนั้น ผู้คนก็ล้วนปักใจเชื่อว่า หากจะกินแตงก็ต้องเมืองสุพรรณบุรีเท่านั้น และยังมีบทเพลงเกี่ยวกับสวนแตงตามมาอีกหลายเพลง ซึ่งแน่นอน บรรยากาศในเพลงส่วนมากก็เป็นสุพรรณบุรีทั้งนั้น ยังมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งในเรื่องราวของการกระทำยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ซึ่งเป็นตราประจำเมืองจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ หรือหากเป็นวรรณคดีขุนช้าง-ขุนแผน ถามว่าใครไ
