ประมง
คุณสุริยันต์ วรรณวงษ์ ประมงจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ข้อมูลว่า ผลผลิตทางประมงภายในจังหวัดบุรีรัมย์มี 2 ช่องทางในการทำรายได้คือ ช่องทางแรก ปลาที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติตามห้วย หนอง คลองบึงต่างๆ ซึ่งมีสัตว์น้ำอยู่ภายในแหล่งน้ำเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านสามารถจับขึ้นมาบริโภคและจำหน่ายสร้างเป็นรายได้ และช่องทางที่สอง สัตว์น้ำอันเกิดมาจากการเลี้ยงเป็นเชิงการค้า เพราะบางช่วงฤดูกาลสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้มีการเลี้ยงมากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ “การทำประมงของเกษตรกร แต่ละพื้นที่ก็จะมีการเลี้ยงชนิดปลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปริมาณน้ำ ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ำมากหน่อย ก็จะมีการส่งเสริมการเลี้ยงปลาที่แตกต่างกันไป เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ส่วนพื้นที่น้ำไม่เพียงพอก็จะส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์น้ำแบบใช้น้ำน้อย เช่น การเลี้ยงกบ ปลาดุก ในกระชังบก โดยการทำประมงแต่ละอย่างจะเน้นดูพื้นที่เป็นหลัก จากนั้นก็ส่งเสริมการทำตลาดแบบนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น” คุณสุริยันต์ กล่าว คุณชุมนุม ยงสืบชาติ อยู่ที่บ้านเลขที่ 199 หมู่ที่ 13 ตำบลสำโรงใหม่ อำเภ
ถ้าพูดถึงสัตว์น้ำที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปูนากำลังได้รับความนิยม เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาปูนาในแหล่งธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดน้อยลง เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ไม่ว่าเดินไปหนแห่งไหนในท้องทุ่งนา ก็สามารถหาปูนานำมาประกอบอาหารหรือจำหน่ายเพื่อเกิดรายได้ ยิ่งเป็นคนที่อยู่ตามต่างจังหวัดด้วยแล้ว ปูนาจึงถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่รู้จักดี แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับการทำเกษตรที่พึ่งสารเคมีมากขึ้น จึงทำให้จำนวนของปูนาในแหล่งธรรมชาติลดน้อยลง มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานปูนา ส่งผลให้ระยะหลังๆ มานี้ การเลี้ยงปูนาจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายคนให้ความสนใจและยึดทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุณวิโรจน์ แก้วแสงทอง อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ที่ 18 ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ได้เห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงปูนา เมื่อมีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านเกิด จึงเรียนรู้การเลี้ยงปูนาและสร้างเป็นธุรกิจแบบครบวงจร โดยนำผลผลิตที่ได้มาทำการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้ปูนาที่เลี้ยงมีตลาดแน่นอน สามารถจำหน่ายได้ทั้งหมดและเป็นอาชีพที่ยั่งย
คุณเฉลิมชัย ดีแก้ว เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน สำนักงานประมงกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ 2 ให้ข้อมูลว่า การทำประมงในพื้นที่เขตนี้มีการเลี้ยงปลาแบบปล่อยให้อยู่ในบ่อน้ำที่ใช้สำหรับทำการเกษตร โดยเน้นปล่อยแบบอิสระและปลาที่เลี้ยงได้ขนาดใหญ่สามารถจำหน่ายได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงบางรายนำปลามาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และบางรายจับแบบยกบ่อเพื่อส่งให้กับตลาดปลาแบบเน้นปริมาณมากๆ “ในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานครนี่ ต้องบอกว่า เขตนี้ถือว่าปริมาณน้ำมีเพียงพอ ทั้งต่อการทำเกษตรและเลี้ยงปลา เพราะมีเขตชลประทานและคลองต่างๆ ไหลผ่าน จึงทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลามีน้ำใช้ทำประมงได้อย่างไม่ขาดแคลน ซึ่งทางหน่วยงานของเราก็จะคอยส่งเสริมและดำเนินงานให้เกษตรกรทุกครัวเรือน ลงทะเบียนในเรื่องของการทำประมงอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้อบรมและนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาการเลี้ยงและเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปให้มีรายได้ที่ยั่งยืน” คุณมณีพรรณ พูลพอกสิน อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 6 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการทำประมงในพื้นที่นี้มากว่า 20 ปี โดยนำปลาที่เลี้ยงภายในบ่อมาแปรรูปเน้นทำการตลาดขายเอง ทำให้เกิดเป็น
ลุงสาย หลวงทิพย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินแบบผสมผสาน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน และราคาข้าวที่ถูก ลุงสายจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนา มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน ลุงสาย หลวงทิพย์ หลังจากเลิกทำนา ลุงสายตัดสินใจขายที่ดินส่วนหนึ่งไป ส่วนที่เหลือใช้ปลูกที่อยู่อาศัยและขุดบ่อใช้เลี้ยงปลาแบบผสมผสานบริเวณรอบๆ บ้าน ควบคู่กับการให้เช่าพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง “แรงจูงใจที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอาชีพ ก็เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวที่แพง อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องเลิกและหันมาเพาะเลี้ยงปลาในบ่อดินแทน และด้วยสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ ชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้เกือบทั้งหมด จะทำนาอยู่เจ้าเดียวก็เจอกับปัญหาของศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะหนูที่เข้ามาทำลายกัดกินต้นข้าว สร้างความเสียหายทุกปี ทนทำอยู่ก็มีแต่จะขาดทุน จะเลี้ยงกุ้งก็ไม่รวย ที่สำคัญต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้ามาเลี้ยงปลาซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเลี้ยงได้ตลอด เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดส
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความสนใจในเรื่องของการประมง เขาจึงหาวิธีเลือกเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน คือ การเลี้ยงกบในกระชังบก ที่มีการใช้น้ำในประมาณที่น้อย แต่สามารถโตจนทำเงินได้มาก ที่เรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงจนมีปริมาณที่ผลิตไม่พอขายกันเลยทีเดียว คุณสมพรชัย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำการเกษตรอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา โดยเขาเองก็ได้ไปอยู่ที่นั้นสักระยะหนึ่ง ต่อมาได้ทำกิ่งพันธุ์ไม้ผลจากจังหวัดนครปฐมมาทำตลาดในจังหวัดบึงกาฬ จึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเกิดที่นี้ พร้อมทั้งเพาะเลี้ยงกบในกระชังบกเป็นอาชีพไปด้วย เพราะการเลี้ยงกบด้วยวิธีนี้ใช้น้ำในประมาณน้อย และที่สำคัญการเลี้ยงก็ใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย “ช่วงที่จะกลับมาอยู่ที่บึงกาฬ ผมมองว่าพื้นที่รอบบ้านผม มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ แต่ถ้าจัดสรรดีๆ ก็น่าจะทำอะไรได้หลายอย่าง ในเรื่องของการประมงผมมองว่าน่าสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องกินกันทุกวัน ก็เลยอยากที่จะเลี้ยงอะไรสักอย่างที่เข้ากับพื้นที่ของบ้าน จึงตัดสินใจเลี้ยงกบในกระชังบก เพรา
ปลาหางนกยูง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia reticulata เป็นปลาน้ำจืด ที่มีขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาสอด ความยาวของตัวปลาไม่เกิน 5 เซนติเมตร จุดเด่นของปลาชนิดนี้คือ มีครีบหางขนาดใหญ่ ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ตัวผู้มีขนาดลำตัวที่เล็กกว่าตัวเมีย และสีสันของครีบมีความสวยงาม ส่วนตัวเมียมีขนาดลำตัวที่ใหญ่ ท้องอูม สีสันและครีบไม่เด่นเท่าตัวผู้ ในประเทศไทยรู้จักปลาชนิดนี้ว่าเป็นปลาสวยงาม โดยนิยมนำมาเลี้ยงภายในอ่างบัว เพราะปลาหางนกยูงเลี้ยงง่าย สามารถอยู่รวมกันเป็นฝูงได้ นอกจากสามารถอยู่ภายในอ่างเลี้ยงได้หลายพื้นที่แล้ว ยังเป็นปลาที่สามารถขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยปฏิสนธิภายในตัวออกลูกเป็นตัว ซึ่งตัวเมียสามารถให้ลูกได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องรอฤดูกาล ปัจจุบัน มีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาหางนกยูงมากขึ้น เพื่อให้มีสีสันและลวดลาย รวมทั้งแปลกใหม่แตกต่างไปจากพันธุ์เดิมๆ หรืออาจจะอนุรักษ์ในสายพันธุ์เดิมให้มีลักษณะอยู่เช่นนั้น คุณสุรินทร์ สุวรรณรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 90/9 ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงมาหลายสิบปี มีการพัฒนาจนได้มาตรฐาน สามารถเป็นปลา
คุณประเทือง มานะกุล อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 3 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ก็ได้ริเริ่มเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาด้วยเช่นกัน โดยเน้นการเลี้ยงแบบให้มีต้นทุนต่ำ จึงทำให้เมื่อเกิดสภาวะราคาตกลงที่ฟาร์มของเขาก็ยังคงสภาพการเลี้ยงที่สร้างกำไรอยู่ได้ คุณประเทือง เล่าให้ฟังว่า เขาเองประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลัก ต่อมาประมาณปี 2554 ได้มีโอกาสเห็นน้องเช่าบ่อสำหรับเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยอยู่บริเวณบ้าน จึงเกิดความสนใจที่อยากจะทดลองเลี้ยง จึงได้ขุดบ่อทดลองเลี้ยงในช่วงแรก 1 บ่อ เพื่อที่จะได้ศึกษาและทดลองว่าจะสามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ได้หรือไม่ ปรากฏว่าผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างดี จึงเกิดกำลังใจที่จะทำต่อไปให้มากขึ้น ทำให้มีการขุดบ่อเลี้ยงเริ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นนำกำไรที่ได้มาลงทุน “ช่วงแรกนี่ เราไม่ได้ทำอะไรแบบลงทุนครั้งเดียว แต่จะเน้นนำผลกำไรที่ได้มาขยับขยายการเลี้ยง ได้กำไรครั้งก็ขุดบ่อครั้ง จึงทำให้ไม่ได้ใช้ต้นมากในการเริ่มต้น ซึ่งช่วงนั้นดินที่นี่ค่อนข้างจะเป็นดินผสมลูกรัง จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของก้นบ่อ ช่วงนั้นเราก็ศึกษาอ่านหนังสือบ้าง ว่าวิธีการแก้ปัญหาเรื่อ
ปลาสลิดเป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในลุ่มภาคกลาง มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระดี่หม้อแต่ขนาดโตกว่า ปัจจุบันปลาชนิดนนี้เป็นที่นิยมรับประทาน ในรูปของปลาสลิดแดดเดียว ซึ่งแหล่งผลิตและแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ คุณประวิง แดงโชติ เป็นคนที่รักในอาชีพเกษตรกรรม พยายามพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งหลังจากออกมาสร้างครอบครัว คุณประวิงได้มายึดอาชีพ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อยู่ที่บ้านเลขที่ 579 หมู่ 7 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก คุณประวิง เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นคนชอบที่ชอบจับสัตว์น้ำ แต่ละวันจะออกไปจับสัตว์น้ำตามแม่น้ำและคลองต่างๆ ขึ้นมาจำหน่ายและนำมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งแต่ละครั้งการออกไปจับสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ค่อนข้างที่จะเหนื่อยและลำบาก ตนจึงมีแนวความคิดที่จะเลี้ยงเองโดยที่ไม่ต้องไปรบกวนสัตว์น้ำธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลงไป “ด้วยสภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่ผมมีอยู่เพียง 2 ไร่ จะเลี้ยงใหญ่ๆแบบคนอื่นเขาก็ยาก อีกอย่างเงินลงทุนก็มีไม่มากพอ แรกๆ ผมเลยเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก แต่ก็เลี้ยงมา
คุณกำพล สร้อยแสง อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หันมายึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาทอง โดยก่อนหน้านี้อาชีพเกี่ยวกับการประมงไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย แต่ด้วยสภาวะหลายๆ ด้าน จึงได้ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพ เน้นเพาะลูกปลาทองส่งออกต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น คุณกำพล เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นครอบครัวยึดอาชีพเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามมาตลอด แต่ช่วงนั้นเขาก็เพียงแต่ช่วยงาน และยังไม่ได้ยึดที่จะทำเป็นอาชีพ เมื่อจบการศึกษาได้ออกไปทำงานเกี่ยวกับด้านช่างกล เพราะเบื่อกับงานด้านเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม มองว่าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต จึงยังไม่อยากทำอาชีพนี้ ลูกปลาทอง อนุบาลได้ 1 เดือน “ช่วงนั้นไม่มีความคิดเลย ในเรื่องของเพาะพันธุ์ปลาทอง เพราะช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกอิ่มตัว แต่พอได้ไปทำงานด้านอื่น ก็ได้ไปเรียนรู้พอแล้ว ทีนี้กลับมาบ้าน ประมาณ ปี 2553 ก็เริ่มไม่อยากไปไกลบ้าน เริ่มต้นมาทำอาชีพนี้แทน โดยสืบทอดจากที่บ้านและมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองขึ้นมาเรื่อยๆ เน้นเป็นสินค้ามาตรฐานส่งออก” คุณกำพล เล่าถึงที่มา พ่อแม่
ปลากะพง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lates calcarifer ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Bass เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เนื้อปลามีรสชาติดีและค่อนข้างมีราคา จึงเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีที่มีผู้บริโภคทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของปลากะพงที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน จึงทำให้ปลากะพงในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเลี้ยงในน้ำเค็มเพียงอย่างเดียว ยังสามารถเลี้ยงในน้ำจืดได้เช่นกัน จึงทำให้เกษตรกรในภาคกลางนำมาเลี้ยงสร้างรายได้มากขึ้น คุณสุทธิ มะหะเลา อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 3 ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากะพงมาแล้ว 20 ปี ในช่วงระยะเวลาเหล่านั้นเขาเจอทั้งอุปสรรคนับครั้งไม่ถ้วน แต่จากปัญหาและอุปสรรคที่ประสบพบเจอ จึงทำให้เขาเป็นเกษตรกรตัวยงในเรื่องการเลี้ยงปลากะพงเลยทีเดียว การเลี้ยงปลากะพงจึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เขาได้เป็
