ประมง
จังหวัดนครสวรรค์มีแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเป็นจำนวนมาก ทั้งแหล่งเล็ก แหล่งใหญ่ ปะปนกันอยู่ แต่มีแหล่งผลิตอยู่แห่งหนึ่ง “โจ พันธุ์ปลา” ตั้งอยู่ที่ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อว่า โจ พันธุ์ปลา เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์ปลาน้ำจืดที่หลากหลายชนิด คุณนาวิน พิมพ์พะยอม หรือคุณโจ และคุณเบญจวรรณ พิมพ์พะยอม หรือคุณหน่อง สองสามีภรรยา เจ้าของฟาร์มปลา “โจ พันธุ์ปลา” แห่งนี้ กว่าจะมาเป็น โจ พันธุ์ปลา คุณหน่อง เล่าให้ฟังว่า อดีตครอบครัวประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาขายตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ เติบโตมากับอาชีพนี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คลุกคลีอยู่กับอาชีพนี้มานาน ทำให้มีความรู้ทางด้านการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาน้ำจืดเป็นอย่างดี ตัดสินใจกู้เงินมาลงทุนเช่าที่ จำนวน 1 ไร่ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลา โดยใช้ชื่อว่า โจ พันธุ์ปลา (เป็นชื่อของสามี) มีบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 3 บ่อ ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดจำหน่าย ส่งขายออกไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำอยู่แบบนี้มาหลายปี จนทำให้มีเงินมาใช้หนี้ที่กู้มาทำฟาร์มจนหมด หลังจากที่ใช้หนี้เงินที่กู้มาจนหมด ก็ได้เก็บเงินชื้อที่ทำฟาร์มพร้อมกับสร้างที่อยู่อาศัยแห่งใหม่เป็นของตนเองบนเนื้อที่ 5
คุณชาญ บัววิเชียร เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาช่อน ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่การนำลูกปลาจากธรรมชาติมาอนุบาลจนมีความแข็งแรงก่อนที่จะส่งจำหน่ายต่อไปยังเกษตรกรที่มีความสนใจ คุณชาญ เดิมมีอาชีพเป็นช่างตัดผม อยู่แถวมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เบื่อความจำเจ ประกอบกับที่ต้องกลับมาดูแลพ่อแม่ จึงกลับมาอยู่บ้านเกิดและหันมายึดอาชีพเป็นลูกจ้างเลี้ยงปลาช่อน ในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี การทำงานเป็นลูกจ้างคุณชาญทำให้มีโอกาสสร้างธุรกิจเล็กเป็นของตัวเอง โดยการนำลูกปลาช่อนที่ชาวบ้านจับมาจากธรรมชาติส่วนที่เกินปริมาณการสั่งชื้อของนายจ้างมาเลี้ยงในกระชังควบคู่กับการเป็นลูกจ้าง ซึ่งในแรงๆยังไม่มีเงินทุน การเพาะเลี้ยงจึงเริ่มต้น 4 กระชัง โดยใช้ไม้ไผ่ทำเป็นหลักยึดกระชังให้ลอยอยู่ในน้ำ หลังจากที่คุณชาญเพาะเลี้ยงลูกปลาช่อนควบคู่กับการเป็นลูกจ้างมาระยะหนึ่ง ธุรกิจของนายจ้างต้องหยุดกิจการลงเนื่องเกิดปัญญา ลูกน้องแยกย้ายไปหาอาชีพอื่นๆทำกันหมด เหลือเพียงคุณชาญที่ยังให้ความสนใจถึงแม้ธุระกิจของนายจ้างจะหยุดลงแต่เขายังคงสานต่ออาชีพนี้ทำเป็นธุรกิจเล็กๆของครอบครัว คุณชาญเ
จากสภาพแวดล้อมและสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ว่าสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติกำลังมีจำนวนที่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วิถีชีวิตของการหาสัตว์น้ำในแหล่งธรรมชาติ ค่อยๆ เจือจางหายไปตามกาลเวลา เพราะภายในแหล่งน้ำเริ่มไม่มีความสมบูรณ์เหมือนเช่นครั้งเก่าก่อน แต่ด้วยวิสัยของการเอาตัวรอดในช่วงที่เกิดการขาดแคลนด้านอาหาร จึงทำให้มีเทคโนโลยีการประมงใหม่ๆ เกิดขึ้นมา เพื่อเป็นการช่วยสร้างแหล่งโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาให้ยังคงอยู่ และมีพอเพียงแต่จำนวนของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเพาะพันธุ์ปลาให้มีจำนวนมากขึ้น ตลอดไปจนถึงการเพาะเลี้ยงให้สัตว์น้ำเจริญเติบโต ส่งจำหน่ายยังแหล่งค้าขายต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ จนทำให้เกษตรกรผู้จับอาชีพทางด้านนี้มีรายได้จากการทำประมง ซึ่งทางกรมประมงเองก็ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้มีมาตรฐานมากขึ้นโดยทุกขั้นตอนต้องผ่านตามมาตรฐานที่กำหนด และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ก็จะยิ่งทำให้เกษตรกรยิ่งมีรายได้และทำอาชีพทางด้านนี้ได้อย่างยืนยาว แต่กระนั้นใช่ว่าการประกอบทางอาชีพนี้จะไม่มีอุปสรรคเลย ปัญหาแต่ละช่วงของผู้ทำการเลี้ยงสัตว์น้ำ หากไม่เกิดจากส
กุ้งอินทรีย์ คือกุ้งปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ในปัจจุบันค่อนข้างหารับประทานยาก เพราะการเลี้ยงกุ้งระบบอินทรีย์มีข้อจำกัด และกฎระเบียบที่เข้มงวด ดังนี้ การเลี้ยงต้องไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง 2. ต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถปล่อยกุ้งได้ไม่เกิน 15 ตัว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม และอาหารที่ใช้ต้องเป็นอาหารจากธรรมชาติ จะใช้อาหารเม็ดที่ซื้อจากตลาดไม่ได้ ต้องมีการสร้างระบบห่วงโซ่อาหารโดยธรรมชาติรอบบ่อที่เลี้ยง ด้วยข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้เกษตรกรถอดใจกันไปหลายราย แต่ยังมีเกษตรกรที่ยังมุ่งมั่นและประสบผลสำเร็จสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ คุณสุรกิจ ละเอียดดี เจ้าของสุรกิจฟาร์มกุ้งอินทรีย์ เลขที่ 200/1 หมู่ที่ 13 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำประมงอยู่แล้ว ตนเป็น รุ่นที่ 4 ของตระกูล แต่ก่อนที่จะเริ่มหันมาจับธุรกิจประมงอย่างจริงจัง ตนได้ทำงานบริษัทของน้า กว่า 10 ปี เวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่างานที่ทำมันไม่ใช่ตัวเรา จึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน เลี้ยงสัตว์น้ำแบบระบบพัฒนามาหลายอ
การเลี้ยงหอยแครง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม มี 2 แบบ คือ การเลี้ยงแบบพัฒนาและ การเลี้ยงแบบธรรมชาติแต่การเลี้ยงทั้งสองแบบ มีข้อจำกัดเรื่องของเงินทุนและพื้นที่สัมปทานในท้องทะเล เกษตกรที่มีเงินทุนน้อยจึงปรับเปลียนการเลี้ยงใหม่ โดยเอาทั้งสองวิธีมาผสมผสานกันเป็นการเลี้ยแบบ “กึ่งพัฒนาธรรมชาติ” คุณวรเดช เขียวเจริญ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงแห่งบ้านคลองคด ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นบุคคลหนึ่งที่พลิกผันตัวเองจากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จกับการเพาะเลี้ยงหอยแครงแบบกึ่งธรรมชาติ บนพื้นที่ 130 ไร่ คุณวรเดช เล่าให้ฟังว่า จากที่ฟาร์มกุ้ง ซึ่งเป็นอาชีพที่พ่อและแม่ทำมา ประสบปัญหากับโรคอย่างรุ่นแรง ทำให้ผลผลิตเสียหาย กุ้งตายเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะที่กุ้งเกิดปัญหาอย่างรุ่นแรง ตนกลับพบว่าหอยแครงที่ปล่อยลงไปในบ่อหลังจากที่จับกุ้งจำหน่ายสามารถสร้างรายได้แทน จึงเกิดค่อยปรับเปลี่ยนจากกุ้งมาเป็นหอยแครง โดยผสมผสานวิธีการเลี้ยงเป็นแบบกึงพัฒนาธรรมาชาติ “การเลี้ยงแบบกึ่งพัฒนา เป็นแนวคิดที่ผมทดลองทำหลังจากที่กุ้งเกิดโรค ซึ่งผมมองว่ามีพื้นที่อยู่แล้ว มี
คุณประเสริฐ อนุเวช เป็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตราด ประกอบธุรกิจทำฟาร็มเพาะเลี้ยงกุ้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า เลี้ยงกุ้งขาวในฟาร์มระบบเปิดมานานประมาณ 10 ปี ประสบปัญหากุ้งโตช้า ตายง่าย เลี้ยงยาก เกิดโรคง่าย จึงหยุดเลี้ยง แล้วหันมาเลี้ยงกุ้งขาวระบบปิดในพื้นที่หมู่บ้านรำภูลาย ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง เนื่องวิธีการเลี้ยงและระยะเวลาเลี้ยงได้ผลผลิตที่เร็วกว่า และสามารถควบคุมโรคที่มากับน้ำภายนอกได้เป็นอย่างดี เพราะระบบปิดไม่ทิ้งน้ำ แต่นำกลับมาบำบัดด้วยสารบีเคแอล เติมแร่ธาตุที่กุ้งจะสามารถนำไปใช้ เช่น แม็กนีเชียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียมไบคาร์โบเนต ซึ่งสารเหล่านี้ก่อนจะเติมลงไปจะต้องตรวจเช็คด้วยเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ เพื่อเติมสารให้ถูกต้องและสามารถนำกลับมาใช้หมุนเวียนภายในบ่อใช้เลี้ยงเพาะเลี้ยงได้ถึง 3 ครั้ง ระยะเวลา 5 ปีที่หันมาทำฟาร์มกุ้งขาวระบบปิด คุณประเสริฐสามารถขยายพื้นที่บ่อลี้ยงได้มากถึง 20 บ่อ โดยแต่ละบ่อกินเนื้อที่ 5-6 ไร่ และนอกจากบ่อเลี้ยงแล้วยังมีบ่อพักน้ำไว้สำหรับกักเก็บน้ำทะเลที่ห
เกาะยอ เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,275 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไหล่เขาและที่ราบตามเชิงเขา ซึ่งบนเกาะยอจะมีการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน ซึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเกาะยอคือ จำปาดะ เป็นญาติกับขนุนแต่ผลเล็กกว่า ซึ่งรสชาติก็อร่อยไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยทีเดียว นอกจากจะมีการปลูกไม้ผลบนเกาะยอแล้ว บริเวณรอบชายฝั่งก็ได้มีการทำประมงด้วยเช่นกัน โดยชาวบ้านในแถบนี้จะนิยมเลี้ยงปลากะพง จึงถือได้ว่าเป็นปลาเศรษฐกิจของที่นี่ก็ว่าได้ ทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการเลี้ยงปลากะพง เหมือนเช่น คุณวันเพ็ญ สายชนะพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สืบทอดการเลี้ยงปลากะพงจากรุ่นคุณพ่อมาเป็นเวลากว่า 15 ปี เลยทีเดียว จากสาวออฟฟิศ สู่ชีวิตเกษตรกร คุณวันเพ็ญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในบริษัท ต่อมาบริษัทที่ได้ทำงานมีปัญหาจึงทำให้ต้องปิดกิจการลง เธอจึงได้ย้ายมาอยู่บ้านกับคุณพ่อเพื่อมาตั้งหลัก จากนั้นก็ได้มีแนวความคิดที่อยากจะหาอาชีพอื่นทำ แต่ทางบ้านขอให้มาช่วยทำกิจการของที่บ้าน โดยไม่ต้
คุณประเสริฐ อนุเวช เป็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตราดอีกหนึ่งคนที่ให้ความสนใจ ปรับเปลี่ยนอาชีพจากเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา มาประกอบธุรกิจทำฟาร็มเพาะเลี้ยงกุ้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะหันมาเลี้ยงกุ้งขาวแบบระบบปิด ตนเคยทำสวนผลไม้และทำสวนยาง แต่ด้วยราคาผลไม้ขึ้นๆลงๆไม่แน่นนอน บางปีก็ขาดทุน พอในปี 2533 ได้เข้ามาเป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากธนาคารจึงเปลี่ยนมาทำฟาร์มกุ้งกุลาดำ จากชาวสวน สู่อาชีพประมง “เลี้ยงมาได้ประมาณ 10 ปี ก็ต้องประสบปัญหา กุ้งโตช้า ตายง่าย เลี้ยงยาก อีกทั้งสถานที่เพาะเลี้ยงเปิดทำให้เกิดโรคง่าย จึงหยุดเลี้ยงและหันมาเลี้ยงกุ้งขาวระบบปิดในพื้นที่หมู่บ้านรำภูลาย ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง แทน เนื่องวิธีการเลี้ยงและระยะเวลาเลี้ยงได้ผลผลิตที่ไว้กว่า อีกทั้งตลาดมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญเราสามารถควบคุมโรคที่มากับน้ำภายนอกได้เป็นอย่างดี เพราะระบบปิดนี้จะไม่ทิ้งน้ำ แต่จะนำกลับมาบำบัดด้วยสารบีเคแอล เติมแร่ธาตุที่กุ้งจะส
สศก. เปิดผลการศึกษาโลจิสติกส์และโซ่อุปทานกุ้ง เจาะพื้นที่จันทบุรีและตราด แหล่งผลิตกุ้งสำคัญของประเทศ โชว์ผลศึกษา ครบ 3 มิติ ได้แก่ ต้นทุน เวลา และความน่าเชื่อถือ เผย เกษตรกรยังขาดทักษะและความเชี่ยวชาญในการเลี้ยงและจับกุ้ง แนะ ดึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพมาปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาโลจิสติกส์และโซ่อุปทานกุ้ง ใน 3 มิติ คือ มิติต้นทุน มิติเวลา และมิติความน่าเชื่อถือ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดจันทบุรีและตราด ที่มีผลผลิตกุ้งมากเป็นอันดับ 2 และ 3 ของประเทศและถือเป็นพื้นที่สำคัญตามโครงการระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ประชารัฐสมัยใหม่ (กุ้ง) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานประมงจังหวัด สำหรับผลการประเมินตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์กุ้ง 3 มิติ พบว่า มิติต้นทุน ต้นทุนโลจิสติกส์รวมต่อยอดขายของเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 4.84 และสถาบันเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 5.37 ตา
ปิศาจลำแชะ ปลาชะโดอาละวาดหนักเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังต้องหาวิธีการป้องกันหลังปลากระชังถูกกัดตายรายวัน นครราชสีมา วันนี้ (15 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เกือบ 100 ราย กำลังประสบกับปัญหาถูกปลาชะโดคุกคามอย่างหนัก เนื่องจากมีการรวมฝูงคอยเฝ้าดักกินปลาในกระชังของเกษตรกร โดยใช้วิธีการกัดกระชังปลาของเกษตรกรให้ขาด จากนั้นจะเข้าไปไล่กัดกินปลาในกระชัง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต้องใช้ตาข่ายซ้อนกันถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาชะโดเข้าไปกัดกินปลาที่เลี้ยงเอาไว้ได้ แต่ก็ยังมีปลาชะโดบางส่วนหลุดรอดเข้าไปกินปลากระชังได้ เรียกได้ว่า ปลาชะโดคือปิศาจแห่งลุ่มน้ำที่ชาวบ้านแถวนี้กลัวมากเลยทีเดียว เกษตรกรส่วนหนึ่งจึงต้องใช้วิธีการนำเบ็ดเกาะหลังลูกปลาที่เลี้ยงไว้เพื่อล่อให้ชะโดกินเบ็ดบริเวณโดยรอบกระชัง เพื่อช่วยกำจัดปลาชะโดอีกทางหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผลมากนักแต่ก็ถือเป็นการลดจำนวนปลาชะโดอีกทางหนึ่ง ซึ่งแต่ละวันก็จะมีทั้งเจ้าของกระชัง และชาวบ้านในพื้นที่มาช่วยกันแขวนเบ็ดและตกปลาชะโดได้วันละนับสิบตัวเลยทีเดียว นายธนนชัย สืบพรหม ประมงอำเภอครบุรี กล่าวว่
