ไม้ดอกไม้ประดับ
ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังมีผู้ที่ชื่นชอบอยู่ เพราะในด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อนมีคติว่า บ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุขและช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย และจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในวันเสาร์ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าเปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ ดังนั้น จึงทำให้โมกเป็นไม้ประดับที่มีการนำมาจัดทรงให้สวยงามมากขึ้น โดยเกษตรกรที่มีความชอบได้มีการนำมาปลูกและจัดทรงทำให้เป็นพุ่มที่สวยงาม ช่วยให้ต้นโมกมีเอกลักษณ์และเป็นที่สนใจของผู้พบเห็น ต่อมาจึงเกิดมูลค่าและการซื้อขายสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อยทีเดียว เหมือนเช่น คุณสายรุ้ง ปานเพชร เกษตรกรชาวอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยึดการทำโมกมาเป็นไม้ประดับให้มีทรงที่สวยงาม เพื่อส่งจำหน่ายให้กับลูกค้ามากว่า 20 ปี สามารถสร้างรายได้ให้กับเธอและครอบครัวจนสามารถเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวได้ จากอาชีพช่างเย็บผ้า สู่สวนไม้ประดับทำด้วยใจรัก คุณสายรุ้ง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำงานทางด้านสายเกษตร
คุณกิตติภพ เจียรัตนมานิต อยู่บ้านเลขที่ 48/2 หมู่ที่ 1 ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ชอบปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สายพันธุ์แท้ โดยเลือกไม้ที่เข้ากับสภาพแวดล้อมจังหวัดที่เขาอยู่ ทำให้จากที่ซื้อมาปลูกเพื่อเป็นไม้สะสม แต่กลับเป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเขาไปเสียแล้ว ซึ่งเขาเองบอกว่าทำแล้วไม่ได้เป็นอาชีพทำเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความสุขให้กับเขาได้อีกด้วย คุณกิตติภพ เจียรัตนมานิต จากซื้อกล้วยไม้สะสม จนมาเป็นงานสร้างอาชีพ คุณกิตติภพ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ซึ่งในระหว่างนั้นมีความชอบกล้วยไม้มาก จึงได้หาซื้อมาปลูกเลี้ยงเล่นๆ ที่บ้าน โดยจะเน้นเป็นกล้วยไม้ที่สวยๆ ออกดอกปีละ 1-2 ครั้ง หรือนานๆ ออกดอก เพราะมีความสวยงามน่าหลงใหลเวลาที่รอคอยเพื่อเชยชม “แรกๆ นี่สะสมเพื่อความสวยงามอยู่ที่บ้าน ไปเดินเที่ยวงานขายต้นไม้ที่ไหน ก็จะซื้อมาเรื่อยๆ พอมาปี 48 ไม้ก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ก็เริ่มมามองเห็นว่า เราน่าจะทำเป็นการค้าดีไหม เพราะอย่างน้อยจะได้ทำไม้ออกขาย เพราะมันเป็นสิ่งที่เรารักเราชอบ ก็เลยทำเป็นสวนกล้วยไม้ขึ้นมาที่บ้านหลังจากนั้นมา” คุณกิตติภพ เล่าถึง
จากเทศกาลเข้าพรรษาที่ผ่านมา หลายๆ คนคงจะพบเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่จะนำมาบูชาพระและนำมาทำบุญในช่วงนั้น เพราะไม้ชนิดนี้จะออกดอกปีละครั้งและจะมีมากในช่วงใกล้เดือนเข้าพรรษา จึงทำให้เกิดความนิยมตัดดอกนำมาใช้ในช่วงงานบุญ ซึ่งไม้ชนิดนี้จึงถูกเรียกตามชื่อของเทศกาลเข้าพรรษาว่า “ดอกเข้าพรรษา” ดอกเข้าพรรษา (Globba) หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หงส์เหิน เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ประเภทรากแบบ Rhizome เป็นรากแบบสะสมอาหาร กาบใบที่เรียงตัวแน่นทำหน้าที่เป็นต้นเทียมเหนือดิน ลักษณะเป็นกลุ่มกอ มีความสูงอยู่ที่ 30-70 เซนติเมตร ใบของดอกเข้าพรรษามีลักษณะเรียวยาวรูปใบคล้ายหอกเหมือนใบกระชาย ขนาดของใบประมาณ 10×25 เซนติเมตร ส่วนดอกแทงจากยอดเป็นช่อโค้ง ลักษณะห้อยตัวลงอย่างอ่อนช้อย มีหลากหลายสีสวยงาม พร้อมทั้งมีรูปทรงของช่อดอกและกลีบที่แตกต่างกันออกไป ด้วยลักษณะพิเศษเหล่านี้จึงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและนำมาปลูกเพื่อความสวยงาม คุณวันเพ็ญ มานะกุล อาศัยอยู่ที่ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี มีความชื่นชอบดอกเข้าพรรษา จึงหาพันธุ์และปล่อยให้ผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติจนเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ ที่มีดอกลักษณะสว
แม้โรงเรียนจะตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นเขตเมือง เพราะสถานที่ตั้งอยู่เขตอำเภอเมือง และไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก แต่หากประมวลระยะทางและความสะดวกของการเดินทางไปยังโรงเรียนแห่งนี้ ผู้ที่ประสบด้วยตนเองเท่านั้นที่ทราบ คำว่า เมือง ไม่ได้ทำให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองตะไก้ ตำบลโป่งเปือย อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มีความเจริญเทียบเท่าโรงเรียนแห่งอื่นได้เลย เพราะที่นี่มีตำรวจตระเวนชายแดน ทำหน้าที่เป็น “ครู” อยู่ไม่กี่คน แต่มีหน้าที่ดูแลนักเรียนนับจากชั้นเตรียมประถม ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เกือบ 100 คน จากบ้านหนองตะไก้ บ้านสมัยสำราญ และบ้านหนองบัวบาน นักเรียนมีน้อย จำนวนครูไม่มาก แต่โรงเรียนแห่งนี้จัดระบบการเรียนภาคเกษตรให้กับนักเรียนได้ดีเยี่ยม โรงเรียนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาคการเกษตรกับเด็กมาก เพราะเป็นพื้นฐานการดำรงชีวิตให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี เด็กสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้าน ช่วยลดภาระครอบครัว ทั้งอนาคตสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพได้อีกด้วย โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ การเกษตรทั้งหมดเป็นโครงการพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพฯ จึงแบ่งพื้นที่สำหรับทำการเกษตรเกือบ 1 ใน 3 ของพื้
แค็กตัส หรือ กระบองเพชรที่เรารู้จัก เลี้ยงดีๆ ก็มีรายได้ ยุคที่คนส่วนใหญ่เริ่มหันมามองหาต้นไม้ ซื้อเก็บไว้ เริ่มจากความหลงรัก จนกลายเป็นอาชีพ อย่าง พิยะมนตรี ยอดหาญ พ่อบ้านยุคใหม่ หันมาปลูกและค้าขายกระบองเพชร คุณพิยะมนตรี ยอดหาญ หรือ คุณโอ๋ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 56/2 ตำบลสายไหม อำเภอสายไหม จังหวัดกรุงเทพมหานคร จากคนรักต้นไม้ จนกลายเป็นอาชีพ หันมาซื้อกระบองเพชร เพื่อสะสมความสวยงามของต้นกระบองเพชร เลี้ยงไปเรื่อยๆ ดูแลอย่างดี ลองผิดลองถูก จนสามารถเพาะพันธุ์ด้วยตนเองได้ คุณโอ๋ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ก่อนที่จะมาขายกระบองเพชรนั้น เริ่มจากการทำงานโรงงาน ทำงานบริษัท และได้ลองธุรกิจส่วนตัวมาหลายๆ อย่าง เป็นพ่อค้าขายของจตุจักร จนมาถึงวันหนึ่ง เกิดไปเห็นเพื่อนเลี้ยงกระบองเพชร หรือ Cactus (แค็กตัส) ที่เรารู้จักกัน เลยเริ่มศึกษา เริ่มจากซื้อต้นละ 10 บาท 20 บาท มาลองเลี้ยงดูก่อน พอเลี้ยงไปได้สักพัก เกิดความชอบ เลยลองหาศึกษาว่า มีสายพันธุ์อะไรบ้างที่จะประดับความรู้ของเราไปเรื่อยๆ หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ราคาที่ซื้อก็เริ่มที่จะแพงขึ้นๆ ตามลักษณะสายพันธุ์ ความโดดเด่นของเขา” คุณโอ๋ ยังบอกถึงการลุงทนครั้งแรกว่า เริ่
ไม้ด่างเป็นพืชซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางธรรมชาติ แต่ความผิดปกติทางสายพันธุ์นี้เองกลับทำให้เกิดความแปลกแตกต่างกลายเป็นจุดเด่นจากสีเดิมๆ กลายเป็นแถบสี ลายจุด หรืออาจมีหลายสีสัน และลวดลายในใบเดียวกันที่แสดงอาการด่างตามส่วนต่างๆ ทั้งลำต้น ใบ และดอก จันทน์ผาด่าง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหินเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เหล่านักสะสมต้นไม้ต้องใช้เวลาแสวงหามาไว้เป็นของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าก็ตาม ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาชื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยาก อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดังนั้น ปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่ ปัจจุบันจันทน์ผาด่างมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีทั้งปลูกไว้ดูเล่นและปลูกเก็บสะสมพอมีปริมาณมากพอก็นำมาและแลกเปลี่ยน เช่น ลุงสวัสดิ์ เที่ยงตรง เกษตรกรที่เปลี่ยนจา
ขิงแดง (Red Ginger) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alpinia purpurata (Villard) K.Schum. เป็นพรรณไม้ลงหัวชนิดเดียวกับขิง ข่า มีเหง้าลักษณะอยู่ที่ใต้ดิน ลำต้นที่แท้จริงที่เราเห็นก็คือกาบใบที่ห่อหุ้มซับซ้อนกันอยู่ ซึ่งสามารถสูงขึ้นไปได้ถึง 5 ฟุต ใบของขิงแดงเจริญเติบโตออกมาจากก้านใบหรือกาบใบ ลักษณะของใบจะมีเส้นใบขนานกันเหมือนกับใบกล้วย ซึ่งใบเป็นรูปหอกยาวประมาณ 12-15 นิ้ว กว้างประมาณ 6 นิ้ว ดอกของขิงแดงจะแซมออกตามยอดของก้านใบมีลักษณะเป็นช่อตั้ง ยาวได้ถึงประมาณ 12 นิ้ว มีสีแดงสด แท้จริงแล้วดอกขิงแดงที่โผล่ออกมาให้เห็นนั้น เป็นเพียงใบประดับที่เรียงซ้อนกันขึ้นมาคล้ายเกล็ดปลา ดอกที่แท้จริงนั้นมีสีขาวรูปกรวยจะออกตรงใบประดับยาวเพียง 1 นิ้วเท่านั้น ซึ่งดอกของขิงแดงจะทยอยกันบาน ดอกสามารถออกได้ตลอดปี ขิงแดงจัดเป็นไม้ที่ปลูกง่ายและโตเร็ว สามารถปลูกได้ทั้งที่กลางแจ้งและร่มรำไร ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นมาก ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนซุยหรือดินปนทราย สำหรับการขยายพันธุ์นั้นจะนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อเป็นหลัก ด้วยลักษณะการที่ปลูกง่ายแบบนี้เอง จึงทำให้ขิงแดงเป็นพรรณไม้ที่นิยมนำมาปลูกจัดสวนและประดับตกแต่งในบ้านเร
สภาวะฝุ่นในอากาศนั้น เกิดจากปัจจัยหลายอย่างและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก วิธีการหนึ่งที่จะช่วยควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสม คือการปลูกต้นไม้ช่วยกรองอากาศและดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลในระยะยาว ในต่างประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับพืชที่ใช้ในการดักจับฝุ่น อย่างในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และหลาย ๆ ประเทศในทวีปยุโรป โดยการศึกษาพบว่า ต้นไม้สามารถดับจับฝุ่นได้ร้อยละ 10 – 90 ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช กรมอนามัยได้แนะนำไม้ประดับ 22 ชนิด ที่เปรียบเสมือน “เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ” เนื่องจากไม้ประดับจะดึงดูดจุลินทรีย์ให้มาอยู่บริเวณราก และย่อยสลายโครงสร้างอินทรีย์สารที่ซับซ้อนได้ อีกทั้งใบของต้นไม้ยังสามารถดูดซับสารอินทรีย์ที่เป็นก๊าซ และย่อยหรือถ่ายโอนของเสียไปยังรากเพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์ สำหรับไม้ประดับ 22 ชนิด ที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษ มีดังนี้ 1. หมากเหลือง เป็นพืชตระกูลปาล์มที่ปลูกง่าย โตเร็ว ชอบแสงแดดจัด แต่ปลูกภายในอาคารได้ ต้องการน้ำมาก ชอบความชื้นสูง สามารถช่วยผู้ป่วยที่เป็นหวัด หรือมีอาการไซนัส 2. จั๋ง เป็นพืชตระกู
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา การผลิตกุหลาบจิ๋ว คือการนำกุหลาบในกลุ่มกุหลาบหนู (miniature rose) ที่มีการจำหน่ายในตลาดการค้าทั่วไป มาคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้มีทรงพุ่มกะทัดรัด ออกดอกสวยงาม มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (plant tissue culture) ซึ่งวิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่ง ทำให้ได้ต้นกุหลาบหนูมีความสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร สามารถนำไปปลูกเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็กและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ออกดอกสวยงามเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิมทุกประการ ต่างกันที่ต้นกุหลาบหนูที่ผลิตโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จะมีขนาดต้นที่เล็กลง จึงมักเรียกกุหลาบเหล่านี้ว่า กุหลาบจิ๋ว หรือ เบบี้โรส โดยปกติแล้วกุหลาบจิ๋วออกดอกง่าย โดยผู้ปลูกเลี้ยงจะเริ่มสังเกตเห็นดอกชุดแรกภายหลังการอนุบาลในถาดหลุมเล็กๆ ประมาณ 30-35 วัน ในทางวิชาการแล้ว การออกดอกของกุหลาบจะถูกกระตุ้นโดยการตัดแต่งดอกที่โรย กิ่งที่แก่เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดใหม่ ช่อดอกใหม่ ซึ่งหากปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว กุหลาบจิ๋วจะออกดอกหมุนเวียนให้เชยชมตลอดทั้งปี หรือประมาณ 30-35 วัน ภายหลังการตัดแต่งกิ่ง จากความต้องการของตลาดที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้
หมากผู้หมากเมีย เป็นไม้ประดับทรงพุ่มมีลักษณะสีสันของใบสวยงามหลากหลายสีสัน ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร เป็นข้อถี่ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ใบรูปหอกเรียวยาว แต่ที่เป็นจุดเด่นคือสีของใบที่มีสีสันสวยงามหลากหลาย เช่น สีม่วง สีน้ำตาล สีเขียวอ่อน สีแดง สีชมพู เป็นต้น คนไทยสมัยโบราณมีคติความเชื่อที่ว่า หากบ้านใดปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ประจำบ้านจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข หากต้องการให้มีความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ควรปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและปลูกในวันอังคาร นอกจากจะปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านเรือนแล้ว ยังนิยมตัดใบของหมากผู้หมากเมียใช้ในการประกอบในงานพิธีต่างๆ เช่น ใช้เป็นเครื่องบูชาพระ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น คุณสมยศ เเตงตาด อยู่บ้านเลขที่ 28/6 หมู่ที่ 10 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประเเดง จังหวัดสมุทรปราการ มีความชื่นชอบหมากผู้หมากเมียตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เมื่อมีโอกาสจึงได้เก็บสะสมพันธุ์เรื่อยๆ และพัฒนาให้มีความหลากหลาย พร้อมทั้งทำไม้สวยงามเพื่อส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ ที่จัดขึ้น จึงทำให้สวนของเขามีไม้คุณภาพและเป็นที่ต้องการขอ
