ปศุสัตว์
กระบือ ในยุคนี้ไม่ได้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อไว้ไถนาเหมือนเช่นเก่าก่อน แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาและเลี้ยงได้หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการทำตลาดได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งเกษตรกรหรือผู้สนใจเลี้ยงต้องมีทิศทางและเป้าหมายของการสร้างตลาดว่าจะไปในทิศทางใด จึงส่งผลให้กระบือเป็นสัตว์ที่นับวันตลาดกำลังเติบโตได้ไม่แพ้สัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ คุณจิราภัค ขำเอนก อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกระบือจนประสบผลสำเร็จ สามารถผลิตลูกพันธุ์และสร้างกระบือสวยงาม พร้อมทั้งเริ่มมีการพัฒนาแปรรูปนมกระบือพร้อมดื่ม สร้างเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าซื้อเพื่อให้ตลาดมีทางเลือก จึงเกิดการทำตลาดที่หลากหลายสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว จากอดีตลูกจ้าง สู่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ คุณจิราภัค เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างอยู่ในหน่วยงานราชการ และได้ลาออกมาภายหลังเพื่อช่วยครอบครัวเลี้ยงสุกร ซึ่งในช่วงที่กลับไปเลี้ยงสุกรนั้น ครอบครัวได้มีกระบือเลี้ยงไว้ 4-5 ตัว และเมื่อการเลี้ยงกระบือไม่ติดปัญหาเจออุปสรรคมากนัก จึงได้ตัดสินใจมาทำฟาร์มสำหรับเลี้ยงกระบือโดยเฉพาะในปี 2554 “
“เนยจากก๊าซคาร์บอน” เป็นการนำคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศและไฮโดรเจนจากน้ำมาผลิต เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Savor เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ดำเนินการภายใต้ Orca Sciences ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานและวัสดุศาสตร์ ที่ลงทุนโดย บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอบริษัทไมโครซอฟต์ “ซาวอร์” บริษัทสตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า ได้คิดค้นกระบวนการผลิตเนยที่ไม่ต้องใช้สัตว์ โดยใช้เทอร์โมเคมีสร้างโมเลกุลของไขมัน จากคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และออกซิเจน ซึ่งบริษัทได้ประกาศเปิดตัวเนยชนิดใหม่ที่ไม่ต้องใช้สัตว์ในการผลิตเนยแล้ว เป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้ ต้องการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตรกรรมลง ซึ่งภาคการเกษตรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศราวร้อยละ 8.5 ของปริมาณก๊าวซเรือนกระจกทั้งโลก ซาวอร์ ชี้ว่าผลิตภัณฑ์เนยของบริษัทผลิตขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้นมวัวหรือนมของสัตว์อื่น แต่เป็นเทคโนโลยีของการใช้ความร้อนเพื่อผสมสานองค์ประกอบสำคัญในอากาศคือคาร์บอนไดออกไซด์, ไฮโดรเจนและออกซิเจนเข้าด้วยกัน และสังเคราะห์ออกมาเป็นไขมัน จากนั้นก็นำไขมันสังเคราะห์เหล่านี้ไปเติมน้ำและสารคงตัว
“ ไข่เป็ด” เป็นหนึ่งในสินค้าปศุสัตว์ที่ขายดีตลอดทั้งปี ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตขนมไทยและแปรรูปเป็นไข่เค็ม เป็ดไข่เป็นสัตว์ปีกที่เลี้ยงดูง่าย และให้ผลผลิตจำนวนมาก สายพันธุ์เป็ดที่นิยมเลี้ยงเชิงการค้าได้แก่ พันธุ์กากีแคมเบลล์ เป็ดไข่เชิงการค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีขนลำตัวสีน้ำตาล ในเพศผู้มีขนที่บริเวณส่วนอกเข้มกว่าลำตัว และมีขนที่ปลายหางม้วนงอ สามารถจำแนกเพศได้ง่าย โดยเพศผู้มีขนเป็นวงแหวนสีน้ำตาลอ่อนรอบคอ มีขนที่หัวสีเขียว เพศเมียให้ผลผลิตไข่ฟองแรกที่อายุประมาณ 18-20 สัปดาห์ และให้ผลผลิตไข่อย่างน้อย 280 ฟองต่อตัวต่อปี พันธุ์กบินทร์บุรี เป็ดไข่ที่พัฒนาพันธุกรรมจากเป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์โดยกรมปศุสัตว์ สามารถให้ผลผลิตไข่เมื่อมีอายุ 150-160 วัน โดยให้ผลผลิตไข่ประมาณ 280-300 ฟองต่อตัวต่อปี พันธุ์ปากน้ำ เป็ดไข่พื้นเมืองขนาดเล็กที่อนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์ มีขนลำตัวสีดำ เพศผู้มีขนที่หัวสีเขียวเข้ม ปาก แข้ง และเท้าสีดำ เริ่มให้ผลผลิตไข่เมื่ออายุ 18-20 สัปดาห์ สามารถให้ผลผลิตไข่ประมาณ 280-300 ฟองต่อตัวต่อปี พันธุ์บางปะกง เป็ดไข่ที่พัฒนาพันธุกรร
เม่นแคระ เป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายด้วยเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ไม่ส่งเสียงดัง มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชอบขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์น่ารักโดดเด่น ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรู น้องเม่นฉลาด เป็นมิตร เนื่องจากมีขนาดตัวเล็กเหมาะสำหรับเลี้ยงในพื้นที่จำกัดอย่างเช่น คอนโดฯ หอพัก คุณอิฐ – ณรงค์ศักดิ์ รอดเพ็ชร์ เจ้าของฟาร์ม “ตัวหนาม ฟาร์มเม่น Hedgehogs.” ที่ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ มาสร้างรายได้ด้วยการเพาะขยายพันธุ์เม่นแคระและโพสต์ขายตามกลุ่มที่มีการซื้อขายเม่นแคระเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ฟาร์มของคุณอิฐ เลี้ยงน้องเม่นสายพันธุ์ African pygmy hedgehog ลูกผสมระหว่างเม่นป่าสองสายพันธุ์จากแอฟริกา อายุเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี เป็นสายพันธุ์ที่นิยมของตลาดและผู้เลี้ยงเม่น เพราะราคาไม่แพง แถมนิสัยน่ารักของเจ้าเม่นแคระ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เลี้ยงหลายๆ คนอีกด้วย การขยายพันธุ์ ทางฟาร์มฯ ให้ผสมพันธุ์น้องเม่นแบบธรรมชาติ โดยการจับพ่อแม่พันธุ์เม่นใส่รวมในภาชนะที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ไม่เล็กหรือไม่ใหญ่เกินไป ไว้เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นจะทำการแยกพ่อพันธุ์เม่นแคระออกมา เพื่อให้แม่พ
เกษตรกรสาวสวยบึงกาฬ ที่ชาวโซเชียลรู้จักในนาม “เด็กเลี้ยงควาย by ใบเตย” จากเด็กเลี้ยงควายไล่ทุ่งเริ่มจากเลี้ยงแก้เหงากลายมาเป็นความชอบ ทำรายได้สูงสุดหลักล้านต่อปี เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นควายงามส่งเข้าประกวด โดยเริ่มพัฒนาจากแม่พันธุ์ควายเนื้อ เป็นควายงาม แรงบันดาลใจที่ทำให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองเกิดขึ้นตอนไปเห็นควายในสนามประกวด คุณสริฏา เดชา หรือ คุณใบเตย เจ้าของโขงนทีฟาร์มควายไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 ตำบลโพธิ์หมาแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นสาวดีกรีปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาสัตวศาสตร์ เอกการผลิตสุกร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบเอกสายโคกระบือโดยตรง คุณใบเตย เล่าว่า ยังไงก็สามารถพัฒนาได้เหมือนหมู หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและเลี้ยงพัฒนาให้เป็นควายงามที่ดี นิสัยความน่ารักของควาย เขาพูดไม่ได้แต่สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น ความยากของการเลี้ยงควายที่พัฒนา คือ ความอดทน และระยะเวลา เนื่องจากควายที่พัฒนาจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องเกือบปี กว่าจะได้แม่พันธุ์ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เรื่องของความอดทนจึงมาก่อน จุดเริ่มต้นที่สนใจ เกิดจากการที่เราจะซื้อควายงามมาเลี้ยงแต่ไม่รู้ประวัติ
จากที่มองว่าการเลี้ยงแพะขุนเนื้อขาย คงเป็นได้เพียงอาชีพเสริมในตอนแรก เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปี กลับทำให้ คุณนิเวศ แม้นพวก หนุ่มตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มองเห็นช่องทางในการสร้างเม็ดเงินจากแพะ ที่ไม่ใช่แค่เพียงเลี้ยงแพะขุนเพื่อขายเนื้อ แต่มุ่งมั่นทำฟาร์มแพะ พัฒนาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อขายพันธุ์ จะสามารถทำเงินได้ดีกว่าเลี้ยงแพะขุนขาย 20 กว่าปีก่อน คุณนิเวศ เป็นเพียงหนุ่มรับจ้าง ทำหน้าที่พิธีกร โฆษกตามงานวัดในแถบจังหวัดภาคกลาง รายได้ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่คงที่ จึงคิดหาอาชีพเสริมทำ มองเห็นรอบข้างมีคนเลี้ยงแพะขุนขาย ทำให้คิดว่า สมัยเด็กๆ ช่วยพ่อเลี้ยงวัวก็ยังทำได้ เลี้ยงแพะก็คงไม่ต่างกัน จึงเป็นจุดเริ่มที่จะเลี้ยงแพะขุนเป็นอาชีพเสริม จากคนที่ไม่รู้อะไรเลย เริ่มเลี้ยงแพะขุนเนื้อขายตามที่เห็นคนในละแวกบ้านใกล้เคียงเลี้ยง มีภรรยาเป็นชาวสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จึงช่วยกันเลี้ยงแพะขุน และทำฟาร์มแพะเล็กๆ ขึ้นที่จังหวัดชัยนาท แรกเริ่มที่ 20 ตัว เห็นว่าน้อย จึงเพิ่มจำนวนภายในปีเดียวเป็น 85 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมา เพิ่มจำนวนภายใน 3 ปี เป็นกว่า 300 ตัว ทำให้ต้องเริ่มจ้างแรงงานต่างด้าวมาช่วยเลี้ยงแพะจากแพะไม่พอ เพิ่มแก
ไก่แจ้ ถูกจัดให้เป็นไก่สวยงาม แบ่งเป็นไก่ไทยและไก่สากล ไก่ไทยมีความโดดเด่นเรื่องสีสันมากกว่า ส่วนไก่สากลได้เปรียบเรื่องคุณลักษณะที่สวยงาม สำหรับไก่ฟอร์มประกวดจะยึดลักษณะของไก่สากล แต่ความสวยงามจะพิจารณาสีตามแบบไก่ไทย หากใครสามารถเพาะไก่ลูกผสม ที่มีลักษณะไก่แบบฟอร์มประกวด มีสีแบบไก่ไทย จัดว่าเป็นไก่แจ้ราคาดี การเลี้ยงไก่แจ้เพื่อความสวยงาม ราคาซื้อขายขึ้นกับกระแสและความนิยมสีสันของไก่ เช่น สีขาวหางดำ ไก่แจ้สีเบญจรงค์ เป็นต้น คุณธรรมรัตน์ สมเสร็จ เจ้าของฟาร์มไก่แจ้ “น้ำพักน้ำแรง” เลขที่ 1/6 ซอย 3 หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 087-821-4803 ได้แบ่งปันเทคนิคการเลี้ยงไก่แจ้ ให้กับผู้สนใจเลี้ยงไก่แจ้มือใหม่ ดังนี้ เริ่มเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกเจี๊ยบ สำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ควรฝึกพื้นฐานการเลี้ยงไก่แจ้ตั้งแต่เป็นลูกเจี๊ยบ โดยใช้หลักการดูแลไก่แจ้เล็กเหมือนกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป ให้อาหาร ให้น้ำผสมวิตามิน ให้ความอบอุ่น กรงควรมีมุ้งกันยุง ให้วัคซีนตามวัยที่กรมปศุสัตว์กำหนด หลังจาก 1 เดือน ไม่จำเป็นต้องดูแลใกล้ชิด แต่ควรเพิ่มขนาดพื้นที่กรงให้เหมาะสม ควรปล่อยเลี้ยงไก่รุ่นหรือไก่ให
หากจัดลำดับแมวยอดนิยมขวัญใจมหาชนที่คนไทยนิยมเลี้ยงกันแล้ว “มันช์กิ้น” (munchkin) ซึ่งเป็นสายพันธุ์แมวขาสั้น กับ “สกอตติช โฟลด์” (Scottish Fold) ซึ่งเป็นแมวหูพับคงอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ถึงแม้ว่าแมวทั้งสองสายพันธุ์นี้จะเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมจนทำให้มีรูปร่างลักษณะแปลกแตกต่างไปจากแมวทั่วไป แต่กลายเป็นเสน่ห์ความน่ารักจนหลายคนอดที่จะต้องควักกระเป๋าหาซื้อมาเลี้ยงจนได้ ลักษณะที่โดดเด่น มันช์กิ้น (Munchkin) เป็นแมวพันธุ์ ขนาดกลางถึงขนาดเล็ก มีความสูง 5-7 นิ้ว น้ำหนัก 2.2-4 กิโลกรัม เป็นแมวขาสั้น ที่ชอบยืนสองขาเมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจ โดยทั่วไปมันช์กิ้นมีนิสัยน่ารักและอ่อนโยน ปรับตัวเข้ากับเด็กได้ดี และมีนิสัยขี้สงสัย คล่องแคล่ว ว่องไว รักการสำรวจ เป็นมิตรต่อคน ขี้อ้อน ขี้เล่น จึงชอบอยู่กับเจ้าของ แมวพันธุ์นี้ ลำตัวค่อนข้างกลม หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบหูรูปร่างสามเหลี่ยม ดวงตาโตเหมือนลูกวอลนัต ใบหน้ามีส่วนคล้ายคลึงแมวสายพันธุ์สกอตติช โฟลด์ มีทั้งพันธุ์ขนสั้นและพันธุ์ขนยาว ที่เป็นสีเดียวล้วน 2-3 สี แมวเพศผู้อาจจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเพศเมียเล็กน้อย ส่วน แมวพันธุ์ สกอตติช โฟลด์ (Scottish Fold) เป็นแม
“ตัวเงินตัวทอง” หรือ “เหี้ย” ที่บ้านเราเรียกกัน จริงแล้วเป็นสัตว์เลื้อยคลานพื้นเมืองของเอเชียใต้และอาเซียน โดยเฉพาะบังกลาเทศ ศรีลังกา อินเดียจนถึงคาบสมุทรอินโดจีน และอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศไทยส่วนใหญ่พบตัวเงินตัวทองอยู่ 6 สายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดที่พบแม้ไม่มีพิษโดยตรง แต่ในน้ำลายมีการสะสมของแบคทีเรีย ดังนั้นหากโดนกัดอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณแผลได้ เห่าช้าง สิ่งที่น่าสนใจ : ตัวสีดำเข้ม มีขนาดเล็กกว่าพวกเหี้ย หรือตะกวด มีลายเลือน ๆ ขวางลำตัว ปากแหลมและเกล็ดบนสั้น เกล็ดบนคอใหญ่เป็นแหลม ๆ คล้ายหนามทุเรียน ถิ่นอาศัย : พบในภาคใต้ของประเทศไทยและพม่า หมู่เกาะสุมาตรา บอร์เนียว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อาหาร : เห่าช้างกินไก่ นก ปลา กบ เขียด กินได้ทั้งของสด และของเน่า พฤติกรรม : ชอบอยู่ในป่าทึบและเดินหากินบนพื้นดิน แต่ก็ขึ้นต้นไม้เก่ง เป็นสัตว์ว่องไวปราดเรียวและซุกซ่อนตัวเก่ง ดุกว่าเหี้ย ถ้าเข้าใกล้จะพองคอขู่ฟ่อ ๆ วัยเจริญพันธุ์ : เห่าช้างเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม โดยวางไข่ตามหลุมที่ขุดเป็นโพรง เมื่อออกไข่แล้วจะไม่ฟักไข่ ลูกฟักออกจากไข่เองตามธรรมชาติ และเมื่อลูกออกจากไ
สวัสดีครับ ความคิดคนเราเป็นเรื่องแปลก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นว่าเล่น สมัยก่อนตอนที่ผมยังเด็กมักจะได้ยินผู้ใหญ่บอกกล่าวเล่าว่า ชาวเขา คนกลุ่มน้อยบนเขาเป็นตัวการสำคัญในการทำลายป่า ทั้งทำไร่เลื่อนลอย และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เราฝังใจและดูถูกว่าชาวเขาทำลายสภาพป่าในเมืองไทย แต่ไปๆ มาๆ เราก็เรียนรู้กันใหม่ว่าชาวเขาอาจจะเป็นคนที่รักษาสภาพป่าเอาไว้ได้ดีกว่าใครเพราะป่าเป็นบ้านของเขา ป่าเป็นครัวของเขา ทำไร่เลื่อนลอยกลับเป็นการรักษาหน้าดินบนเขาสูงชันเพราะทำไร่แค่ 4-8 เดือน แล้วเลื่อนไปทำที่อื่นทิ้งไร่ตรงนั้นให้กลายเป็นป่าอีก 10 ปี ค่อยกลับมาเริ่มทำกันใหม่ แต่มาวันนี้คนเมืองใครๆ ก็สนใจไปนอนที่ย่านบ้านชาวเขา ไกลแค่ไหนทางคดเคี้ยวเท่าไรก็ไม่หวั่น เพราะหวังรับเอาบรรยากาศดีๆ ที่หาได้ยากในเมือง บางที่ต้องจองล่วงหน้า 3-7 วัน ทำให้ผมต้องกลับมาคิดใหม่พร้อมหัวเราะในใจว่าชาวเราที่เคยดูถูกชาวเขาอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้กลับต้องมาง้อขอนอนบ้านบนดอยของเขา นี่แหละครับความคิดของคนเรามันเปลี่ยนกันได้เหมือนเรื่องราวดีๆ ฉบับนี้ที่ผมตั้งใจนำเสนอ นักเรียนนอกรักการเลี้ยงวัว พาท่านมาที่ Uncle Sam Cattle Ranch (อังเคิลแซม แ
