ปศุสัตว์
ทั้งในอดีตและปัจจุบันตั๊กแตนยังคงเป็นแมลงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจอันดับต้นๆ ของชาวไร่ชาวนา ที่เข้ามาคอยกัดกินทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหาย แต่ในทางกลับกันก็มีหลายคนมองเห็นช่องทางสร้างรายได้จากตั๊กแตนจำนวนไม่น้อย หรือจะพูดว่าเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก็ได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีเกษตรกรหลายรายหันมาเอาดีด้านการเพาะขยายพันธุ์ตั๊กแตนสร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น แถมมีต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มากก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนะนำให้เลี้ยงในปริมาณที่สามารถควบคุมได้ มีโรงเรือนปิดมิดชิด ไม่ให้สามารถออกไปทำลายพืชสวนไร่นาของเพื่อนบ้านได้ คุณอิทธิพล ดลจำรัส หรือ คุณมี่ เจ้าของฟาร์มลุงมี่ ตั้งอยู่ที่บ้านแสนสำราญ ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรหัวใส พลิกวิกฤตจากตั๊กแตนที่เป็นแมลงศัตรูพืชที่เกษตรกรทุกคนขยาด สร้างโอกาสจับมาเพาะขยายพันธุ์ ขายตัว ขายไข่ของตั๊กแตน สร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น คุณมี่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก่อน จนถึงจุดอิ่มตัวหมดแพชชั่นในการทำงาน อยากลาออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับที่ในช่วงนั้นเศ
ไกไข่อารมณ์ดีปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจเลี้ยงในพื้นที่บ้านของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ที่เริ่มเลี้ยงระยะแรกไม่ได้มองว่าจะต้องจำหน่ายไข่จนเกิดรายได้ เพียงแต่เลี้ยงไก่จำนวนที่น้อยอยู่ที่ 5-10 ตัวเท่านั้น เพื่อให้มีไข่ไว้บริโภคภายในครัวเรือน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มมีมากขึ้นจึงทำให้การจำหน่ายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ ส่งผลให้จากเดิมที่เลี้ยงไก่ไข่แค่พอไว้บริโภค กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นเกษตรกรเต็มตัว และต่อยอดการทำเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้นตามไปด้วย คุณอนันต์ อมดวง อยู่บ้านเลขที่ 86/7 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานและเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้เมื่อมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นไก่ไข่อารมณ์ดีจึงเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับสร้างการตลาดด้วยบรรจุภัณฑ์ที่น่าซื้อมากขึ้นให้ได้ตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวทำการเกษตรมาตั้งแต่ครั้งคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาเมื่อเขาจบการศึกษาจนเริ่มทำงานประจำ ช่วงที่ได้กลับมาบ้านช่วงวันหยุดก็จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที
ด้วยความเชื่อที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน เกี่ยวกับ “นกแสก” ว่าเป็นนกผี หากบินผ่านบ้านใครและส่งเสียงร้อง จะทำให้บ้านนั้นมีคนเสียชีวิต กระแสความเชื่อที่ผสมกลมกลืนมากับวัฒนธรรม ยากที่จะเลือนหาย ส่งผลให้นกแสกถูกทำร้ายมากมาย และลดจำนวนลง ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง ที่ต้องกล่าวเช่นนั้น เพราะ นกแสก เป็นนกที่กินสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กจำพวกหนูเป็นอาหาร โดยสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กเหล่านี้ มักอาศัยอยู่ตามสวน โดยเฉพาะสวนปาล์ม ซึ่งมีหนูเป็นศัตรูพืชตัวสำคัญ หรือแม้กระทั่งท้องนา ที่มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้คอยทำลายต้นอ่อนของพืช ซึ่งการกำจัดของเกษตรกร ที่เห็นได้ทั่วไป คือการใช้ยาเบื่อหนู เมื่อนกแสกกินหนูเป็นอาหาร ยาเบื่อจึงออกฤทธิ์กับนกแสกด้วย วงจรเช่นนี้เองที่ทำให้ “นกแสก” ลดจำนวนลงทุกขณะ กระทั่งระบบนิเวศเริ่มปรวนแปร ทำให้กลุ่มอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เห็นความสำคัญ จึงเริ่มก่อตั้งโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก มก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขึ้น รองศาสตราจารย์ วรวิทย์ วัชชวัลคุ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก เปิดเผ
หลายคนอยากเลี้ยงสัตว์แปลก แต่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ขณะที่บางคนชื่นชอบสัตว์แปลกแต่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเลี้ยงสัตว์ได้มากน้อยแค่ไหน อยากชวนให้ทุกคนมาสัมผัสและเรียนรู้เรื่องสัตว์แปลกนานาชนิดกันได้ที่ “ A Cup of Zoo Café” คาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงและของอร่อยบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ย่านรังสิตคลอง 6 ธัญญะบุรี ติดคลองชลประทาน บรรยากาศเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ A Cup of Zoo Café คาเฟ่ไตล์ญี่ปุ่น ผนวกกับฟาร์มสัตว์ Exotic มีเด็กๆให้เล่นมากมาย ทั้งหมา แมว แพะ จิ้งจอกและอื่นๆ มากมาย นักท่องเที่ยวสามารถพาเจ้าขนฟูมาเที่ยวได้ และที่นี่ยังเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูป เพราะมีมุมถ่ายรูปเพียบ! แถมยังมีแจกผ้าพันคอสุดคิวท์ให้ด้วยนะ ที่นี่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-19:00 น. ปิดเฉพาะวันอังคาร กรณีตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการตามปกติ เปิดพื้นที่สำหรับคนรักสัตว์ A Cup of Zoo Café ก่อตั้งโดยคุณนวพร ติณสุข ( หยก) คุณนวรัตน์ ติณสุข ( แยม ) และคุณเกศศิณี ปั่นวิไลรัตน์ ( ว่าน) ซึ่งต้องการพัฒนาคาแฟ่แห่งนี้เป็นพื้นที่คนรักสัตว์เลี้ยงได้มาพูดคุยเเลกเปลี่ยนประสบการณ์กั
เกษตรกรในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความพร้อม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงเชือดชุมชน การแปรรูปเนื้อโคตามมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัว จนสามารถดำเนินงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อต้นแบบของจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อให้เกิดการขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่อื่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โคเนื้อแปรรูปที่มีคุณภาพ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโคเนื้อแปรรูปได้ พันจ่าเอก ฮาฟิส อาลี หรือ คุณฟิส เจ้าหน้าที่ชุดส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนใต้ สำนักงานพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้า หน่วยบัญชาการกองทัพไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นอาชีพเสริม คุณฟิสจึงพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งนำโคที่เลี้ยงมาทำการแปรรูปจำหน่ายเอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถทำการตลาดเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่าตัว ชนิดที่ว่าดีกว่าจำหน่ายโคแบบยกตัวให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อถึงหน้าฟาร์ม ส่งเสริมการเลี้ยงให้กับชาวบ้าน นำความรู้มาต่อยอดสร้างรายได้ คุณฟ
รายได้เสริมจากการทำปศุสัตว์ในระยะไม่กี่ปีมานี้ ผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยหันมาใช้พื้นที่ว่างรอบบ้านมาทำการเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน โดยนำสัตว์ที่อยากจะเลี้ยงหลายๆ ชนิดมาเลี้ยงรวมๆ กัน เพื่อกระจายความเสี่ยงของราคาจำหน่าย เพราะการเลี้ยงสัตว์หลายๆ ชนิด อาจตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีต้นทุนน้อยหรือต้องการทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ จึงถือว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ทำเป็นงานอดิเรกยามว่าง คุณวิณณวิชญ์ ศรีประสงค์ อยู่บ้านเลขที่ 19/14 หมู่ที่ 14 ถนนโภชนา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้เกิดแนวความคิดที่อยากจะหารายได้เสริม ด้วยการนำสัตว์ปีกหลายๆ ชนิด หลายๆ สายพันธุ์เข้ามาเลี้ยงภายในบ้าน โดยจัดสรรพื้นที่รอบบ้านเป็นแหล่งเลี้ยง จากเดิมที่คิดว่าจะเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ต่อมาเมื่อสัตว์ปีกหลายๆ ชนิดมีการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงทำให้เกิดเป็นรายได้เสริมต่อเดือนไม่น้อยทีเดียว คุณวิณณวิชญ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเขาเปิดร้านอาหารและค้าขายทั่วไป ด้วยอุปนิสัยส่วนตัวของเขาที่ชอบเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ตั้งแต่เด็กจนโตก็เลี้ยงสัตว์มาตลอด โดยการเลี้ยงไก่ไข่ไว้กินไข่เป็นสิ่งแรกๆ ที่เขาทำ ต่อม
กรมปศุสัตว์เผยความสำเร็จในการผลักดันการส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิต (Ayam Bangkok) สู่ประเทศอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดำเนินการส่งมอบครั้งที่ 3 จำนวน 41 ตัว มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ตอกย้ำถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดและความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ชี้เป็นผลสำเร็จจากนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและ Soft Power ของไทย สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกร นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เผยความคืบหน้าในการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์มูลค่าสูงของไทยยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองสุขภาพไก่พื้นเมือง (Ayam Bangkok) ครั้งที่ 3 จำนวน 41 ตัว ของบริษัท หนองจอก เอฟซีไอ จำกัด เพื่อส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย คิดเป็นมูลค่าการส่งออกสูงถึง 4 ล้านบาท การส่งออกครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชัดเจนและความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าที่มีต่อคุณภาพและมาตรฐานไก่พื้นเมืองของไทยการส่งออกครั้งที่ 3 นี้ ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการส่งออก 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งแรกได้เริ่มบุกเบิกตลาดไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ด้วยจ
หากใครที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยง นกฟอพัสถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดนิยม เพราะเป็นนกที่มีนิสัยร่าเริงและฉลาด ไม่ส่งเสียงดังเป็นที่รำคาญ ตัวกลม ขนนุ่มฟู ขี้เล่น ขี้อ้อน รักเจ้าของ สามารถฝึกให้เชื่องและปล่อยบินอิสระได้ จากเหตุผลข้างต้นจึงเป็นเหตุให้นกฟอพัสเป็นนกอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่ผู้คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน นกฟอพัส เป็นนกแก้วชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลนกปากขอพันธุ์เล็กที่มีสีสันสวยงาม หลากหลายสี เขียว ขาว เหลือง ฟ้า และสีผสมต่างๆ อีกมากมาย และสามารถพัฒนาสีสันได้เพิ่มมากขึ้น ขนาดของเขาจะเล็กมากๆ ช่วงผสมพันธุ์ อายุเฉลี่ยประมาณ 4-9 เดือน และจะวางไข่ได้ครั้งละ 5-8 ฟอง ระยะฟักไข่ประมาณ 21 วัน การเลี้ยงดู สามารถเลี้ยงรวมกันได้ในกรงใหญ่หรือจะเลี้ยงเป็นคู่ๆ ก็ได้ ในกรณีที่ต้องการเพาะขยายพันธุ์ควรเลี้ยงเป็นคู่ กรงที่ใช้สำหรับเพาะพันธุ์ ควรมีขนาดไม่เล็กกว่าหมอนใหญ่ ระยะห่างของลวดที่ใช้ทำกรงไม่ควรมากนัก เพราะขนาดของตัวนกมีขนาดค่อนข้างเล็ก อาจทำให้นกหลุดจากกรงที่เลี้ยงดูอยู่ได้ ต่างประเทศนิยมใช้กรงหมอนใหญ่เพื่อลดขนาดพื้นที่โรงเรือน มักจะนิยมใช้ห้องว่างภายในบ้านเป็นโรงเรือน ในกรณีที่ต้องการเลี้ยงไว้สำ
ในปัจจุบัน อาชีพการเลี้ยงโคขุนในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูง ตลาดโคเนื้อมีความต้องการ เนื้อโคขุนสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความรู้และเลือกซื้อเนื้อคุณภาพดีมากขึ้น เนื่องจากเนื้อโคขุนจะมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำกว่าเนื้อโคทั่วไป เพราะมีไขมันแทรกตามเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเนื้อ คุณภาพสูงเพื่อนำไปประกอบอาหาร เช่น สเต๊ก เนื้ออบ เป็นต้น อีกทั้งพื้นที่ที่เลี้ยงโคขุนไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างมาก ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงโคแบบปล่อยแปลง ประกอบกับปัจจุบันมีการพัฒนา คัดเลือก ปรับปรุงพันธุ์โคให้มีโครงร่างใหญ่ โตเร็ว ซึ่งเหมาะกับการขุนมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าการเลี้ยงโคขุน หากโคมีขนาดใหญ่ก็จะขายได้ในราคาที่สูงกว่า เรื่องของอาหารนั้นมีส่วนสำคัญ หากโคขุนได้อาหารเสริมที่ดีก็ทำให้โตไว น้ำหนักเยอะ เนื้อมีคุณภาพดี และเกษตรกรทำเองได้ ต้นทุนไม่สูงอีกด้วย มันสำปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย ผลผลิตจากมันสำปะหลัง เช่น กากมัน เป็นต้น นับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก ที่เกษตรกรนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน เช่น การนำมาทำเป็นกากม
ขึ้นชื่อว่าเป็นพันธุ์ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) หลายๆ บ้านที่ได้ฟังอาจจะไม่ให้ความนิยมว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่สวยงามนัก แต่ความเป็นจริง ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีโครงสร้างและกล้ามเนื้อสวยงาม และหากได้รู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริงของสุนัขพันธุ์นี้แล้ว อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่มีความฉลาดเฉลียว ฝึกอบรมได้ง่าย และมีความจงรักภักดีกับเจ้าของมากที่สุด เพราะความพิเศษของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้ในด้านของความจงรักภักดีกับเจ้าของ ผนวกไปถึงเรื่องของความขี้สงสัยและความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่ในตัว ทำให้ดูเหมือนจะเป็นสุนัขที่ไม่อยู่นิ่ง ยิ่งด้วยใบหน้าที่ดูทะมึนด้วยแล้ว ยิ่งสร้างความรู้สึกให้ผู้เห็นเกรงขามและไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าของฟาร์มธารารัตน์ ซึ่งการันตีให้ฟังว่า สุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์นี้ เป็นสุนัขที่สามารถฝึกได้ และไม่ใช่สุนัขดุอย่างที่คิด คุณธารา เลี้ยงอำนวย ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของฟาร์มสุนัขร็อตไวเลอร์เพราะมีนิสัยชื่นชอบสุนัขมาตั้งแต่เด็ก คุณตาและคุณยายเลี้ยงสุนัขก็ช่วยเลี้ยง เริ่มแรกก็ชอบทุกสายพันธุ์ แต่เมื่อได้รู้จักสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ก็รู้สึกว่าใช่ เพราะเห็นความสง่างาม รูปลักษณ์บึกบึ
