ปศุสัตว์
ใครที่เหงาหรือกำลังมองหาเพื่อนซี้คู่ใจ เลี้ยงง่าย นิสัยน่ารัก และกำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้คงไม่พ้น “นก” แต่ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงหลายๆ คนอาจจะนึกถึงหมา แมว แต่แท้จริงแล้วนกก็มีนิสัยที่น่ารักไม่แพ้หมาแมว เชื่อว่าหลายๆ ต้องหลงรัก อันดับที่ 1 นกค็อกกะเทล ลักษณะนิสัย : ใจดีอ่อนโยน มีขนกระจุกบนหัว เรียกว่า หงอน และมีลวดลายสีที่หลากหลาย ยังสามารถพูดเลียนแบบคำพูดได้อีกด้วย เป็นนกที่ผิวปากได้เก่ง สามารถสอนให้ร้องเพลงตามทำนองได้ ถ้าเทียบกับสุนัขเปรียบเหมือนโกลเด้น ไม่ค่อยกัด เสียงเพราะ จะร้องเพลงได้ ยอดนิยมสำหรับนกที่เป็นสัตว์เลี้ยง ถิ่นกำเนิด : ออสเตรเลีย ขนาดตัว : 27-30 เซนติเมตร จากหัวถึงปลายหาง น้ำหนัก : 75-125 กรัม อายุขัยเฉลี่ย : 15-25 ปี (ด้วยการดูแลที่เหมาะสม) ราคา : 900-3,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสี โครงสร้าง และสายเลือด) อันดับที่ 2 นกซันคอร์นัวร์ ลักษณะนิสัย : นกแก้วตัวเล็ก ขี้เล่น นิสัยซุกซน แสบมาก น่ารัก ขี้เล่น ขี้อ้อน พันธุ์นี้จะเห็นบ่อยๆ ในสวนสัตว์เขาจะเลี้ยงไว้เพื่อเอนเตอร์เทนคนให้คนเข้าไปให้อาหารเพราะว่าเขาค่อนข้างคุ้นกับคนได้ง่าย มีบุคลิกที่กล้าหาญและการโต้ตอบที่ขี้เล่น และเป็นนกสั
ในช่วงวัยเด็กการที่ได้เล่นสนุกถือเป็นสิ่งที่คู่กับวัยของแต่ละคนมีความทรงจำในเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เมื่อเติบโตมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือการช่วยธุรกิจของครอบครัว จนทำให้ในบางครั้งวัยเด็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่ได้เล่นสนุกเหมือนกับเพื่อนๆ แต่เมื่อโตขึ้นและรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว จึงมีความเข้าใจและพร้อมจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกหลานต่อไป ยู แปดริ้ว หรือ คุณศรัณญู อ่อนใจเอื้อ เจ้าของธุรกิจ อภิชาติฟาร์ม เป็นทายาทรุ่น 2 ได้รับช่วงต่อธุรกิจฟาร์มไก่ไข่จากครอบครัว ซึ่งคุณยูนอกจากทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้ว ยังเป็นขวัญใจเรื่องของความเร็วในด้านการแข่งรถให้กับใครหลายๆ คนอีกด้วย เมื่อโตจึงเข้าใจ สิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝัง ในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ ที่ส่งต่อให้ คุณยู เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ไข่นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ถือเป็นกิจการของครอบครัวที่ทำมาได้ประมาณ 37 ปี ซึ่งคุณยูจำความได้ธุรกิจนี้ก็มีอยู่แล้ว เมื่อเติบโตมาเรื่อยๆ หลังจากที่กลับจากโรงเรียนทุกครั้ง จะต้องมาช่วยงานครอบครัว คือการส่งอาหารไก่ทุกวัน จนเกิดความคิดขึ้นมาว่าไม่อยากท
โรคระบาดสัตว์ ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก โดยส่งผลกระทบต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และเศรษฐกิจในวงกว้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคระบาดสัตว์สามารถแบ่งออกได้หลากหลาย อย่างเช่น ผลกระทบโดยตรงที่ทำให้เกิดการสูญเสียของสัตว์ ซึ่งโรคระบาดหลายชนิดทำให้สัตว์ป่วยและตายจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียรายได้และทรัพย์สิน การเกิดโรคยังทำให้การลดลงของผลผลิตมีจำนวนที่น้อยลง เพราะสัตว์ที่ป่วยจะให้ผลผลิตน้อยลง เช่น การเลี้ยงโคนมหากสัตว์มีโลกนมลดลง ในสัตว์ปีกอย่างเป็ดและไก่จะให้ไข่ลดลง นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะ เกษตรกรต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการรักษาสัตว์ป่วย ตั้งแต่การซื้อยา วัคซีน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่โรคระบาดรุนแรมากเกินไปจนควบคุมไม่ไหวอาจทำให้ฟาร์มปิดตัวลง เกษตรกรอาจต้องปิดฟาร์มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้ขาดรายได้และสูญเสียอาชีพ โรคระบาดสัตว์จึงถือว่าเป็นการสูญเสียในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก รวมทั้งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสาธารณสุขในโรคที่ระบาดจากสัตว์สู่คน หลายชนิดเกิดการเเพร่ระบาดอย่างกว้างขวางเเละยาวนานกว่า 100 ปี โดยยังพบ
“หนูพุก” เป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจที่น่าลงทุน เพราะทำได้ง่ายแต่สร้างรายได้สูง ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่มาก ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก ลงทุนครั้งเดียว ให้ผลตอบแทนไม่รู้จบ หากหนูพุกไม่ตายก็ออกลูกออกหลานได้ไม่สิ้นสุด ที่สำคัญ ตลาดมีแนวโน้มเติบโตดี กระแสการบริโภคเนื้อหนูพุกขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ผู้บริโภคจำนวนมากชื่นชอบการบริโภคเนื้อหนูพุกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เนื้อนุ่มหวาน ไม่เหม็นสาบ จึงมีเกษตรกรจำนวนมากหันมาทำฟาร์มเลี้ยงระบบปิดในบ่อปูน เพื่อเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ ลักษณะทั่วไป “หนูพุก” มีขนสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลดำเป็นระเบียบ ขนบริเวณหลังเป็นขนแผงและมีหางยาว หนูพุกแบ่งออกได้ 2 สายพันธุ์ คือ หนูพุกเล็ก และหนูพุกใหญ่ (หนูแผง) การเพาะเลี้ยงหนูพุกเล็ก ไม่ต้องลงทุนมาก แค่ไปจับพ่อแม่พันธุ์ในไร่นาด้วยวิธีแบบบ้านๆ แล้วมาเพาะพันธุ์ต่อ ส่วนหนูพุกใหญ่ มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าหนูนาหรือหนูพุกเล็ก นิยมซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงเพาะขยายพันธฺฺุ์ วิธีการเพาะพันธุ์ การเลี้ยงหนูพุกไม่ยาก ใช้วงบ่อซีเมนต์เทินกัน 2 บ่อ ก็เลี้ยงหนูพุกได้
หลายๆ คน อาจจะประสบปัญหาปลวกที่แอบซ่อนอยู่ในบ้าน เฉพาะบ้านที่มีโครงสร้างไม้ หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีไม้เป็นวัสดุหลักย่อมมีความเสี่ยงจากปลวกด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากปลวกตอบสนองได้ดีต่อความชื้น และขยายอาณาจักรด้วยการเลือกสถานที่ที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่นจากแสงไฟหรือแสงอาทิตย์ และปลวกยังเป็นแมลงที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องหาวิธีกำจัดปลวกให้หมดไปจากบ้านทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ แต่ถ้าไม่อยากใช้สารเคมี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีเคล็ดลับกำจัดปลวกแบบไม่ใช้สารเคมี อุปกรณ์หาได้ง่ายๆ และทำตามกันได้ ไปดูว่ามีวิธีไหนกันบ้าง ใบขี้เหล็ก ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพการกำจัดปลวกของใบขี้เหล็กนั้นดีเยี่ยม เป็นวิธีกำจัดปลวกด้วยธรรมชาติ ที่สามารถกำจัดปลวกได้เป็นอย่างดี วิธีทำ : นำใบขี้เหล็กประมาณ 5 กรัม มาบดหรือปั่นเพื่อให้มีความละเอียด จากนั้นจึงผสมน้ำลงไป 20 ลิตร ก่อนจะบรรจุใส่ขวดสเปรย์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยฉีดในจุดที่ปลวกขึ้น และฉีดซ้ำๆ ประมาณ 3-5 วัน ปลวกที่คอยรังควานบ้านก็จะค่อยๆ ลดหายไป น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ เป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์มากจริงๆ นอกจากใช้ทำอาหาร
ปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพกำลังได้รับความนิยม อาหารที่รับประทานต้องมีความปลอดภัยได้มาตรฐาน มีตรารับรองคุณภาพ ยิ่งผลิตแบบอินทรีย์ยิ่งได้ราคาสูง ตลาดยังกว้างแต่ผลผลิตมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ไก่ดำ เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีเนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ เครื่องในและกระดูกดำ ซึ่งความดำในตัวไก่ดำมีความเชื่อกันว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒนะ ทำให้ชะลอความแก่ได้ จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพ คุณระเบียบรัตน์ มณีมัย หรือ พี่แดง อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำการเกษตรหลากหลาย ทั้งปลูกผักกางมุ้ง เลี้ยงสุกรขุน ทำไร่นาสวนผสม มีรายได้หมุนเวียนจากกิจกรรมที่ทำตลอดทั้งปี และยังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจทำอาชีพเกษตร โดยสามารถเข้ามาชมที่สวนได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเกษตรอำเภอเขาพนม ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.ศูนย์เครือข่าย) ซึ่งจะมีทั้งเกษตรกรในพื้นที่และจากจังหวัดใกล้เ
“ไก่ฟ้าโกลเด้น” (GOLDEN PHEASANT) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไก่ฟ้าสีทอง” เป็นสัตว์ป่าประเภทไก่ฟ้าที่นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมบนภูเขาสูง พบมากทางภาคกลางและภาคตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงบางพื้นที่ในปากีสถาน, อินเดียและศรีลังกา เป็นต้น มีความสวยงามและทนทานต่ออากาศหนาวได้เป็นอย่างดี ลักษณะที่โดดเด่นของไก่ฟ้าโกลเด้น ( ตัวผู้ ) มีสีสันสวยงาม จึงทำให้ไก่ฟ้าโกลเด้นแตกต่างจากไก่ฟ้าสายพันธุ์อื่นๆ คือ มี 5 สีในตัวเดียวกัน ได้แก่ สีเหลือง-ทอง, สีแดง ,น้ำเงิน ,เขียว และส้ม (เฉพาะตัวผู้เท่านั้น) ขนด้านบนหัวจะเป็นสีทอง ไล่โทนตั้งแต่ท้ายทอยเป็นสีส้มทองตัดด้วยวงแหวนเป็นคลื่นสีดำ ตรงด้านหลังคอมีลักษณะเป็นขนสีทองลายขีดสีดำยาวปกคลุมลงมาถึงหลัง ขนปีกสีดำจุดน้ำตาล และที่ใต้ปีกมีสีเหลืองทองอยู่ด้านใน ขนหางคู่กลางยาวมาก โคนหางสีน้ำตาลแดงอ่อนจุดดำไปจนถึงปลายหาง ด้านล่างของลำตัวใต้ท้องมีสีแดงเพลิงเลือดหมู ไม่มีหงอนบนหัวแข้งขาสีเนื้อ ขนาดตัวเล็กกว่าไก่ฟ้าสายพันธุ์ไทย ส่วนไก่ฟ้าตัวเมีย สีขนทั่วทั้งลำตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีลายขีดสีน้ำตาลดำ ลำตัวด้าน
ในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีผลผลิตน้ำนมดิบประมาณ 2,800-3,000 ตันต่อวัน ในขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มโดยรวมปีนี้เติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 7% ซึ่งแนวโน้มปริมาณการผลิตน้ำนมดิบกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นและพร้อมกับภาวะโลกเดือด จึงทำให้จำนวนเกษตรกรโคนมที่ลดลง อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมก็ยังเป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซมีเทน หากไม่มีการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบครบวงจร เนสท์เล่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น จึงร่วมมือกับเกษตรกรในการส่งเสริมการทำฟาร์มโคนมตามแนวทางความยั่งยืน ด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เพราะน้ำนมดิบถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของเนสท์เล่ในการนำมาผลิตผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่างๆ ที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไมโล ตราหมี และเนสกาแฟ เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำนมดิบที่ต้องมีคุณภาพดี และมีแหล่งผลิตที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Sourcing เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนสท์เล่ได้ดำเนินโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มโคนม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในแผนงานเพื่อบรรลุเป้าหม
ในช่วงนี้การทำปศุสัตว์ค่อนข้างได้รับความนิยมไม่แพ้การทำเกษตรอื่นๆ โดยเกษตรกรได้มีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิดภายในพื้นที่ เพื่อสร้างเป็นสัตว์ที่มีคุณภาพและขยายพันธุ์จำหน่าย เพราะการทำตลาดของปศุสัตว์นั้นไม่เพียงแต่บริโภคเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาผลิตสร้างตลาดได้หลากหลาย จึงทำให้เกษตรกรเริ่มให้ความสนใจในการแบ่งพื้นที่ของตัวเองเพื่อเลี้ยงสัตว์มากขึ้น อย่างน้อยเมื่อสัตว์อีกชนิดราคาตกก็ยังมีสัตว์ชนิดอื่นได้ราคาที่ทดแทนกัน คุณธีราเมท โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความชื่นชอบในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อมาตั้งแต่เด็ก ชนิดที่ว่าทุกลมหายใจของเขาอยากจะเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว จนทำให้สิ่งที่เขารักและชอบได้มาเป็นอาชีพของเขาในทุกวันนี้ มีตั้งแต่การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน การเลี้ยงแกะ และสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิด จนสร้างรายได้ให้กับเขาได้ตกปีละเป็นแสนบาทกันเลยทีเดียว คุณธีราเมท เล่าให้ฟังว่า เริ่มเลี้ยงโคอย่างจริงจังตอนเขามีอายุได้ 18 ปี โดยนำเงินที่เก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยที่เป็นเด็กที่มีญาติพี่น้องให้มาเรื่อ
หมาไทยหลังอาน เป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ของประเทศ มีจุดเด่นตรงแผ่นหลังที่มีขนคล้ายอาน มีขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูก ปาก ลิ้นสีดำ หางเรียวยาวเป็นรูปดาบ ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ที่มีความสวยงาม ทั้งยังเป็นหมาที่มีความฉลาด อุปนิสัยรักอิสระ ซื่อสัตย์ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความกระตือรือร้น ไม่เกรงกลัวศัตรูจะเป็นคนหรือสัตว์อื่นในแบบใจถึงพึ่งได้ สามารถเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เฝ้าสวน เป็นได้ทั้งเพื่อนและคู่หูผู้ซื่อสัตย์ “ไทยหลังอาน บ้านสุขสันต์” ฟาร์มเพาะ-ขาย หมาไทยหลังอานที่ได้คุณภาพ หมาทุกตัวผ่านการผสมอย่างถูกต้องตามขั้นตอน มีรูปร่างลักษณะตรงตามเกณฑ์ทุกตัว ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มี คุณสุขสันต์ ไกรวาปี เป็นเจ้าของ คุณสุขสันต์เริ่มเลี้ยงหมาไทยหลังอานไว้เป็นเพื่อนเฝ้าบ้านจำนวน 2 ตัว เหตุผลที่ชอบเพราะเห็นว่ามีความแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย เลี้ยงง่าย โครงสร้างร่างกายสวยงามสมส่วน โดยเฉพาะจุดเด่นที่อานหลังมีลักษณะคล้ายรูปศร ไม่ดุร้ายหรือก้าวร้าว เมื่อเลี้ยงมาได้สัก 2 ปีจึงลองเพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จตามคุณลักษณะทุกอย่าง จากนั้นจึงพัฒนาเพ
