ปศุสัตว์
พื้นที่หมู่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของไร่มะขามเทศ ไร่อ้อย และท้องนา อีกจำนวนหนึ่งปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จำนวนมากต้องขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ สำหรับพืชไร่และพืชสวน ส่วนที่นา อาศัยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หากมีเกษตรกรคนใด ปลูกพืชที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ในบางโอกาสจะถูกมองว่า มีความคิดที่แปลกแตกต่าง แต่ความคิดที่แปลกแตกต่างของเกษตรกรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จัดว่าเป็นความคิดที่แปลกแตกต่าง เพื่อก้าวสู่การพัฒนา ในแบบฉบับของเกษตรกรตัวจริง “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เดินทางไปยังหมู่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบกับเกษตรกรหนุ่ม คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ผู้ซึ่งผันพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 3 ไร่ มาปลูกมะนาวแทน “ใครๆ ก็คิดว่าผมบ้า หรือไม่ก็คิดแปลกแยกจากคนอื่น เพราะไม่มีใครคิดทำสวนมะนาวเลย” คุณณรงค์ มีความรู้ทางด้านกฎหมาย จบการศึกษาระดับเนติบัณฑิต ชีวิตการทำงานก้าวเข้าสู่ระบบลูกจ้างได้เพียง 1 ปี ก็ลาออก ก่อนลงทุนปลูกสร้างอพาร์ทเมนท์ให้เช่า
การเลี้ยงกบและการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จัดเป็นอีกอาชีพที่นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน จะมีโครงการส่งเสริมให้เลี้ยงกบและไก่พื้นเมืองเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน และเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง ซึ่งสุพรรณฟาร์ม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนสู่การเลี้ยงเป็นอาชีพที่สร้างได้ให้กับครอบครัว โดยได้พลิกผันจากชีวิตข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างพอเพียง คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของสุพรรณฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มเลี้ยงกบเมื่อปี พ.ศ. 2549 ขณะนั้นยังรับราชการครู โดยจะใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อ สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน นำกบมาลงเลี้ยง โดยในปีแรกกบที่เลี้ยงได้ซื้อลูกกบมาในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เองได้ จึงลดต้นทุนการผ
เมื่อกล่าวถึง ข. เอย ข. ไข่ …ไข่นับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และประชาชนทั่วไปมักรู้จักไข่ดี เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง ไข่ เป็นแหล่งสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ในไข่แดงมีสาร Lutein และ Zeaxa เป็นสารจำพวกแคโรทีน จากงานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารอาหารทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันการเสื่อมของจอรับภาพที่ตาได้ ในขณะที่ไข่ขาวเป็นโปรตีนชั้นดี ร่างกายสามารถนำไปใช้ทดแทนเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพได้ เมื่อเทียบคุณค่าสารอาหารระหว่างไข่เป็ดกับไข่ไก่แล้ว จะมีส่วนแตกต่างกันบ้าง กล่าวคือ ไข่ไก่ จะให้สารอาหารด้านโปรตีน แคลเซียม และเหล็ก แต่ในด้านพลังงานไข่เป็ดจะเป็นแหล่งให้พลังงาน ไขมัน วิตามินบี 1 บี 2 ได้ดีกว่าไข่ไก่ แม้ว่า ไข่เป็ด จะมีคุณค่าทางโภชนาการและพลังงานมากมายเพียงใด แต่คนไทยกลับบริโภคไข่เป็ดน้อยลง นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ คุณสายใจ และ คุณเสถียร ตระกูลพรายงาม ผู้ค้าไข่เป็ดระดับกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี คุณเสถียร เล่าว่า ทางบ้านเลี้ยงเป็ดมานานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 ปี ทำมาตั้งแต่สมัยเตี่ย เลยยึดอาชีพนี้ทำมาหากิน ในสมัยก่อนไข่เป็ด ราคาฟองละ 50 สตางค์ แต่ในปัจจุบันไข่
“กันตรึม” หรือเพลงกันตรึม เป็นเอกลักษณ์การละเล่นเพลงของชาวไทยเชื้อสายเขมรในพื้นที่อีสานใต้ ชื่อเพลงมาจากเสียงกลองกันตรึม นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ศรีสะเกษ ปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยมร้องเล่นในงานประเพณีต่างๆ ที่ จ.สุรินทร์ พบการประยุกต์นำเพลงกันตรึมมาใช้ในฟาร์มไก่ ด้วยความเชื่อว่าเพลงสนุกสนานตามสไตล์กันตรึม จะช่วยสร้างอารมณ์ดี คลายเครียดให้แม่ไก่ ช่วยกระตุ้นการออกไข่มากขึ้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง (ตำบลละ 5 ล้าน) ของชุมชนศรีบัวราย ต.ในเมือง อ.เมือง ซึ่งมี รุ่งรัตน์ มณีสด เป็นคณะกรรมการบริหารไข่ไก่ ชุมชนศรีบัวราย ที่ร่วมกับชาวชุมชนศรีบัวราย เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ โดยตั้งชื่อว่า “ไข่ไก่กันตรึมร็อก ไข่ไก่เพื่อประชาชน” เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมรายได้ชุมชนที่ทางรัฐบาล คสช. ให้การสนับสนุนงบประมาณ และชาวบ้านลงทุนรวมด้วยการซื้อหุ้น หุ้นละ 10 บาท กว่า 40,000 หุ้น ด้วยวิธีการเลี้ยงแปลกแหวกแนวกว่าที่อื่น โดยผู้เลี้ยงจะเปิดเสียงเพลงกันตรึม เพลงพื้นบ้านเขมรสุรินทร์ จากเครื่อง MP3 ขนาดเล็กๆ ภายในบรรจุเพลงกันตรึมกว่า 1,000 เพลง ซึ่
อาชีพการเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมมาแต่ไหนแต่ไร ที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศพยายามพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ไก่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้พันธุ์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อ ไก่ไข่ หรือไก่พ่อแม่พันธุ์ ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 ไก่พันธุ์พื้นเมืองที่ถูกพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ให้เป็นไก่พันธุ์แท้ มีขั้นตอน วิธีการสร้างพันธุ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีลักษณะประจำพันธุ์ทั้งลักษณะทางกายภาพ และทางปริมาณ เหมือนไก่พันธุ์แท้ทั่วโลก ลักษณะภายนอกประจำพันธุ์ ไก่เพศผู้ จะมีสร้อยคอสีแดงประดู่ ขนหาง ขนลำตัว แข้ง และปากมีสีดำ ใบหน้าแดงอมดำ และหงอนถั่ว ส่วนเพศเมีย ลักษณะเหมือนเพศผู้ ยกเว้นที่ไม่มีขนสร้อยคอ ที่เกษตรฟาร์ม ตั้งอยู่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร นำไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ ผสมกับไก่ลูกผสม เพื่อให้ได้ลูกไก่ผสมสามสายเลือด โดยมีลักษะเด่นของพ่อคือเป็นไก่พื้นเมือง ที่มีสีดำต่างจากไก่เนื้อทั่วไป และได้เนื้อไก่ที่อร่อยกว่า คุณสมนึก พรหมชัยวัฒนา เจ้าของเกษตรฟาร์ม พูดให้ฟังถึงเหตุผลในการเลือกไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ 1 มาเป็นพ่อพันธุ์ เพ
หลายคนอาจไม่เคยดื่มนมควายเพราะยังไม่รู้ถึงคุณค่า ความจริงนมควายดื่มได้ ที่สำคัญมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการมากมาย ทั้งโปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ธาตุเหล็ก อีกทั้งไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานมันแล้วมีคอเลสเตอรอลต่ำ นอกจากนั้น น้ำนมควายยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจึงเหมาะกับคนที่แพ้แล็กโทสในนมวัว แล้วไม่ต้องการดื่มนมแพะ คุณพรหมพิริยะ สอนศิริ หรือ คุณเอก อยู่บ้านเลขที่ 66/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี มีอาชีพเพาะเลี้ยงและจำหน่ายควายไทย ในชื่อ “สอนศิริฟาร์มควายไทย” เป็นฟาร์มควายที่ได้มาตรฐานทั้งสถานที่และวิธีการเลี้ยงจนทำให้ได้พันธุ์ควายที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ สมบูรณ์ ถูกต้องตามคุณลักษณะควายไทยแท้ทุกอย่าง อีกทั้งยังได้ลูกควายที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นที่ต้องการของตลาด สามารถขายได้ในราคาสูง จากนั้นยังต่อยอดด้วยการรีดนมควาย กับผลิตโยเกิร์ตขายให้แก่กลุ่มผู้รักสุขภาพในชื่อแบรนด์ “SIAM BUFF MILK” ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากปศุสัตว์จังหวัด ก่อนที่จะมาอยู่บนเส้นทางของควาย คุณเอกเคยผ่านอาชีพเพาะเลี้ยงและจำหน่ายพันธุ์วัว แต่เมื่อถึงระยะหนึ่งพบว่าถูกกดราคาจากผู้รับซื้อ
สวัสดีครับ ธุรกิจเกษตรมีมากมายหลากหลาย จะเป็นธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ใครที่เข้ามาในแวดวงการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลุงมีเลี้ยงหอย ตาจ่อยขายกุ้ง ป้าหุ่งปลูกผัก ก็ล้วนอยู่ในแวดวงธุรกิจเกษตรทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้น คนทำเกษตรแบบเราท่านจะมาคิดแบบเดิม เลี้ยงไป ปลูกไป ขายไปนั้นไม่ได้แล้ว ต้องคิดในเรื่องธุรกิจ ขายที่ไหน ขายใคร ขายเท่าไร โฆษณาแบบใดเข้าไปด้วย เพราะเราไม่ใช่เกษตรกรอย่างเดียวแต่เราทำธุรกิจเกษตรกันอยู่นะพี่น้อง ฉบับนี้ขอพาท่านไปชมธุรกิจเกษตรที่เป็นธุรกิจกลางน้ำ อะแฮ่ม ไม่ใช่ธุรกิจเลี้ยงปลาจับกุ้งกลางแม่น้ำนะครับ แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำและพ่อค้าแม่ขายในตลาดที่อยู่ตรงปลายน้ำ ธุรกิจนี้ทำกำไรให้ดีพอสมควรทั้งคนจ้างและคนถูกจ้าง เป็นอย่างไรตามไปชมกันครับ คนรักวัว พาท่านไปพบกับ คุณวชิรา ทองแท้ หรือที่คนหนองขาวรู้จักกันในชื่อ เสี่ยเอ๋ ที่บ้านเลขที่ 198/4 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังว่า “ผมชอบวัว รักการเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกับเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน แต่วัวที่ผมเลี้ยงคือ วัวลาน ที่มีเ
คุณรัชดา นุ่มหอม อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 12 ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้แบ่งพื้นที่นาของเธอบางส่วนมาทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปกับการเลี้ยงแพะ ซึ่งเธอบอกว่า ณ เวลานี้ พอใจกับการเลือกแนวทางนี้ เพราะทำให้เธอได้มีรายได้หลายทางมากกว่าสมัยก่อน เมื่อเทียบกับการทำอะไรแบบเดิมๆ หรือแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป คุณรัชดา นุ่มหอม และสามี คุณรัชดา สาวที่มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพรับจ้างเป็นสาวโรงงาน เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งรู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะกับเธอ จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำเกษตรกรรม คือ การทำนา ซึ่งก่อนที่จะลงมือทำนานั้นเธอบอกว่าก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องมีเงินทุนสำรองเพื่อใช้จ่ายจนกว่าข้าวที่ปลูกจะเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ จึงทำให้เธอต้องไปกู้เงินจากแหล่งกู้ต่างๆ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน “พอเรากู้เงินมา พอถึงหน้าเก็บเกี่ยวผลผลิต เราก็ขายข้าวไป พอได้เงินมาเราก็นำไปใช้คืน เสร็จแล้วก็กู้คืนมาใหม่ ทำไปทำมาเหมือนจะไม่มีเงินเก็บ หนี้สินกลับมากขึ้นกว่าเดิม ทีนี้มาย้อนคิดดูแล้วว่า เราจะทำแต่นาอย่างเดียวไม่น่าจะไปได้ดี ต้องหาอะไรมาช่วยเสริม คือการทำเกษตรผ
คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของ “ สุพรรณฟาร์ม ” ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลิกชีวิตจากข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างพอเพียง เริ่มจากเลี้ยงกบและไก่พื้นเมือง เพื่อนำมาเป็นอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน ก่อนพัฒนาเป็นอาชีพหลัก สร้างได้ให้กับครอบครัวอย่างยั่งยืน ฟาร์มกบ คุณสุพรรณ กล่าวว่า ทางสุพรรณฟาร์ม ได้เริ่มต้นเลี้ยงกบ ตั้งแต่ปี 2549 โดยใช้เวลาว่างช่วงรับราชการครูมาทำฟาร์มเลี้ยงกบในบ้าน ลงทุนสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะทำการล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน จึงค่อยนำกบมาลงเลี้ยงในบ่อ โดยปีแรกซื้อลูกกบมาเลี้ยงในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เองได้ จึงลดต้นทุนการผลิตลง หลังจากที่ได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์กบแล้ว บ่อที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วจะนำใบหญ้าหรือพันธุ์ไม้น้ำสำหรับเป็นที่เกาะของไข่ บ่อขยายพันธุ์ต้องอยู่กลางแจ้งได้รับแสงแดดเพียงพอเพื่อช่วยให้ไข่ฟักเป็นตัวเร็วขึ้น
คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง ต่อมาเมื่อเก็บเงินได้จำนวนมากขึ้น พอมีเงินเป็นต้นทุนในการทำอาชีพต่อไป จึงได้นำเงินไปซื้อโคมาเลี้ยงบริเวณบ้านเพราะมองว่าน่าจะสร้างรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ “สมัยก่อนนั้นพ่อกับแม่ก็เลี้ยงก่อน ก็หยุดไป เพราะมองว่ามันดูเป็นเรื่องไกลตัว ที่การเลี้ยงโคต้องใช้พื้นที่เยอะ เสร็จแล้วพอเรามีเงินทุนก้อนใหม่ ก็เลยทดลองซื้อมาเลี้ยงใหม่ โดยไม่ได้คำนึงเรื่องเนื้อที่แล้วว่า ต้องใช้มากเหมือนสมัยก่อน มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ หรือไม่ถึงไร่ เราก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะมองว่าการเลี้ยงโคน่าจะเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้ได้พอสมควร หากมีการจัดการที่ดี ผมจึงเริ่มมา
