ปศุสัตว์
จากกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยกรรมาธิการเศรษฐกิจ พาณิชย์ อุตสาหกรรม แรงงาน และที่ปรึกษาโครงการโคเนื้อศรีวิชัยจังหวัดพัทลุง มีความเห็นว่า ควายหรือควายน้ำจังหวัดพัทลุงมีการขยายผลต่อยอด จึงได้มีโครงการส่งเสริมการผสมพันธุ์ ระหว่างควายน้ำพื้นบ้านจังหวัดพัทลุง กับควายนม ประเทศปากีสถาน เพราะมีสภาพที่คล้ายคลึงกัน จึงเหมาะสมกว่าควายนมของประเทศอินเดียและประเทศอิตาลี จากการไปศึกษาดูงานมาจากประเทศดังกล่าว โครงการนี้ จะเป็นการขยายผลต่อยอดอย่างขนานใหญ่ในวงการปศุสัตว์ไทย จึงใช้คอนเน็กชั่นส่วนตัว ประสานงานและอยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศปากีสถาน เพื่อนำควายนมมาผสมพันธุ์กับควายน้ำพัทลุง แต่หากไม่ได้ตัวควายนมก็ให้ได้น้ำเชื้อมาผสมพันธุ์ จะได้ลูกผสม ประเทศปากีสถานไม่ส่งเสริมการนำควายนมออกนอก ซึ่งเป็นการต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ดีกว่าการรอขาย หรือเชือดชำแหละขายเนื้อ เป็นต้น สำหรับเนื้อควาย กับเนื้อวัวนั้นราคาค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน ประเด็นสำคัญการสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นอย่างมาก โดยควายนมจะมีปริมาณน้ำนมสูงกว่านมวัวกว่าเท่าตัว สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายไม่ซ้ำกับใคร การส่งเสริมสนับสนุนพั
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากวรรณกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสต์ ซึ่งผู้คนในสังคมไทยสมัยนั้น ก็จะมีการเลี้ยงไก่ชนหรือการละเล่นที่มีไก่ชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต จนทำให้ไก่ชนยังอยู่คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงไปในทิศทางไหน เช่น ไว้บริโภคภายในครัวเรือน หรือเป็นไก่สวยงามใช้สำหรับชนแข่งขันเป็นเกมกีฬา จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์ปีกที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย นอกจากจะเป็นมีรายได้แล้วยังสร้างความสุขกับสิ่งที่ทำอีกด้วย คุณพลภัทร โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรวัย 18 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี สนใจเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่อายุ 15 ปี คุณพลภัทร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง นิสิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลื้มสำนักงานการขึ้นทะเบียนหรือรับรองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ CNCA ประกาศขึ้นทะเบียนบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ของไทย จำนวน 7 ราย ให้สามารถส่งเนื้อไก่และผลพลอยได้แช่แข็งไปจีนได้ คาดสร้างรายได้เข้าประเทศ 7,000 ล้านบาท ต่อปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของไทย นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สำนักงานการขึ้นทะเบียนหรือรับรองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ CNCA ประกาศรับรองให้โรงงานผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ของไทย จำนวน 7 โรงงาน รายละเอียดประกอบด้วย โรงงานที่ จ.นครราชสีมา ของ CPF, โรงงานที่สระบุรี ของ CPF, โรงงานสุพรรณบุรี ของ F&F Food, โรงงานที่เทพารักษ์ บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ของ GFPT, โรงงานที่ชัยบาดาล จ. ลพบุรี ของบริษัทสหฟาร์ม จำกัด, โรงงานที่ จ.เพชรบูรณ์ ของ Goldenline และ โรงงานที่ปราจีนบุรี ของ Thai Foods Group. ได้ประกาศรับรองโรงงานผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ของไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย ที่สามารถส่งออกเนื้อไก่ไปสู่ผู้บริโภคชาวจีนที่สูง โดยเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีความต้องการบริโภคเนื้อไ
สศท.3 เผย เกษตรกรนาดี จังหวัดหนองคาย หันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ใช้เวลาว่างหลังการทำเกษตร ช่วยเสริมรายได้อย่างงาม กำไรดี เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ ที่นับเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในจังหวัดหนองคาย ซึ่งจากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 (สศท.3) ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย พบว่า เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสุกร แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาสุกรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองแทน เพราะได้กำไรดีกว่า แถมเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี การเลี้ยงนิยมเลี้ยงปล่อยอิสระ ทำให้ไก่ไม่เครียด แข็งแรง เจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกับไก่พันธุ์เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือน อีกทั้งสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มาก และจากที่พันธุ์ไก่ขาดตลาด เกษตรก
อรพรรณ พงษ์วิบูลย์ หรือ คุณนัท อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 3 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี คุณนัท สาวมวกเหล็ก วัย 27 ปี เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตสมัยเด็กว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงโคนม แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจอาชีพของครอบครัวเท่าไร พ่อแม่ส่งให้เรียนก็เรียนตามปกติ ไม่ได้รู้สึกอยากที่จะมาช่วยงานตรงนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปตนเองได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรี ก็มีเรื่องราวเข้ามาในชีวิต ติดเพื่อนเกเร ทำให้พ่อแม่เสียใจ เมื่อคิดได้จึงอยากรีบเรียนให้จบ แล้วกลับมาช่วยพ่อกับแม่พัฒนาธุรกิจของครอบครัวให้ดี เพราะตอนที่รุ่นพ่อแม่ทำ ต้องเป็นหนี้เป็นสิน น้ำนมที่ขายราคาเท่าเดิม แต่ค่าอาหารกลับมีท่าทีจะสูงขึ้นๆ ทำมาจึงไม่เหลือ หลังจากนั้น จึงใช้ความคิดและประจวบเหมาะกับความที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างที่จะหัวไวเรื่องเทคโนโลยี จึงเริ่มคิดหาข้อมูล สูตรลดต้นทุนเพื่อนำมาพัฒนาครอบครัวชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น คุณนัท เล่าว่า ที่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงโคนมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 อย่างที่บอกว่าตอนเด็กไม่ได้สนใจงานด้านนี้เลย คิดเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ไม่อยากทำงานหนัก ขลุกอยู่กับขี้วัว แต่เมื่อเวลาผ่านมาได้เรียนรู้อ
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าทางการเกษตรบางอย่าง มีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับมีสภาพหนี้สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงส่งผลให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย ไม่เป็นเรื่องง่ายที่จะให้มีผลกำไรงอกงามมาแต่ละครั้ง เพราะต้องฝ่าและผ่านอุปสรรคมากมายหลายประการกันเลยทีเดียว ซึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำไม่ได้มีแต่เพียงสินค้าที่เป็นผลผลิตที่เป็นพืชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในเรื่องของการทำการประมง ตลอดไปจนถึงการทำปศุสัตว์เองก็ส่งผลต่อการเลี้ยงไม่น้อย โดยสัตว์บางชนิดเมื่อถึงเวลาที่ต้องจำหน่ายสู่ตลาด กลับมีราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเกิดสภาวะขาดทุนในแต่ละรอบการผลิต ดังนั้น การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย จึงควรคำนึงหรือเล็งเรื่องการลดต้นทุน ที่เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้การประกอบอาชีพที่ทำอยู่ เพื่อผ่านวิกฤตในช่วงที่สินค้าตกต่ำลง คุณพิชญ์ชญะพงศ์ ขำอุปถัมภ์ อยู่บ้านเลขที่ 150/1 หมู่ที่ 11 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมากว่า 5 ปี โดยสุกรที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม 3 สาย ได้แก่ พันธุ์ดูร็อค พันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ลาร์จไ
ปัญหาเชื้อดื้อยาหรือการเจ็บป่วยโดยไม่มียารักษา เนื่องจากเชื้อโรคมีการพัฒนาตัวเองจนล้ำหน้ากว่ายาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีบนโลกใบนี้ กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ต่างให้ความสำคัญ เกิดเป็นนโยบายด้านสุขภาพที่สำคัญระดับโลกที่เรียกกันว่า “สุขภาพหนึ่งเดียว” หรือ One Health ที่ต้องคำนึงถึงสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสได้ต้อนรับคณะแพทย์ สัตวแพทย์ และนักวิชาการจากหลายประเทศ ที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลปี 2561 จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นการประชุมที่ว่าด้วยเรื่องสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับการทำให้โลกปลอดภัยจากภัยคุกคามด้านโรคติดต่ออุบัติการณ์ใหม่ นับเป็นงานใหญ่ระดับชาติ และนักวิชาการเหล่านี้ล้วนได้ชื่อว่าเป็นแขกของรัฐบาลไทย จึงเป็นอีกวาระหนึ่งที่ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในฐานะตัวแทนของเอกชนภาคปศุสัตว์ไทย ตัวแทนของประเทศไทยที่มีส่วนช่วยอธิบายถึงมาตรการต่างๆ ที่บริษัทได้ทำเพื่อลดโอกาสการเกิดเชื้อด
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 รุกแนวทางการพัฒนาโคเนื้อ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากเกษตรกรและภาคส่วนเกี่ยวข้อง เดินหน้าสู่การพัฒนาการผลิตโคเนื้อคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยนวัตกรรม พัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ มีกลุ่มสินค้าที่สำคัญ คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส้มเขียวหวาน อ้อยโรงงาน ส่วนสินค้าปศุสัตว์ที่สร้างมูลค่าให้กับกลุ่มจังหวัด ได้แก่ โคเนื้อ และสุกร ขณะเดียวกันรัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ และเป็นโครงการหนึ่งในแผนปรับโครงสร้างระบบการผลิตภาคการเกษตร โดยตั้งเป้าหมายให้มีการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ จึงร่วมกับสำนักงาน ปศุสัตว์เขต 6 พิษณุโลก ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้าโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล
คุณสุรเศรฐ คลังนาค อยู่บ้านเลขที่ 222/2 หมู่ที่ 10 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 นอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังมีอาชีพหลักเป็นชาวสวนมะพร้าวและรับเหมาก่อสร้างเลี้ยงครอบครัวอีกทาง อาชีพที่ทำต่างก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เมื่อประสบผลสำเร็จกับอาชีพของตนเองแล้ว จึงมีความคิดที่อยากใช้ความรู้และประสบการณ์มาช่วยเหลือชาวบ้าน คิดหาวิธีหรืออาชีพที่จะสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในหมู่บ้านได้ จึงคิดว่าจะเลี้ยงไก่พื้นบ้านน่าจะเหมาะสม เพราะพื้นฐานเป็นคนชอบและรักการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่สมัยเด็กแต่ต้องหยุดไปเพราะภาระหน้าที่ แต่เมื่อมีโอกาสจึงจับตัวนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่ข้างบ้านหรือใต้ถุนบ้านเลี้ยงได้ ถ้าเปรียบกับการเลี้ยงวัวที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ต้นทุนสูง แต่เลี้ยงไก่ใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ ถ้าหากเลี้ยงและดูแลดีๆ สามารถขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชน ถ้าตัวที่เก่งๆ ราคาขายสูงถึงหลักแสน หลักล้าน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะนำชาวบ้านเลี้ยงและสำเร็จไปด้วยกัน เลือกเลี้ยง
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่จ.ตรัง นายถาวร เลี้ยงสกุล เกษตรกรเลี้ยงไก่ดำภูพาน ตั้งอยู่เลขที่ 419/2 ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยยอด จ.ตรัง เปิดกิจการเลี้ยงไก่ดำภูพาน 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ไก่ภูพาน1 ภูพาน 2 ภูพาน 3 เพื่อจำหน่าย เริ่มจากมีความสนใจจากนั้นศึกษาเรียนรู้จากหนังสือ และในทีวี โดยเฉพาะรายการที่ไปถ่ายทำที่ศูนย์ภูพานในโครงการพระราชดำริ ทำให้ได้รับความรู้และรู้จักไก่ดำภูพานมากขึ้น นายถาวรบอกว่า ลักษณะของไก่จะเนื้อดำ กระดูกดำ หนังดำ เล็บดำ แต่ว่าสีมี 3 สี แบ่งเป็น สายพันธุ์ที่ 1 ขนสีดำ สายพันธุ์ที่ 2 ขนสีขาว และสายพันธุ์ที่ 3 ขนสีเหลืองทอง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่แปลก ตอนแรกเข้าใจว่าไก่ดำต้องเป็นขนสีดำเท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ซึ่งทางศูนย์พัฒนาศึกษาภูพานในพระราชดำริ ได้มีการปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้ได้ครบตามลักษณะไก่ดำ ได้ตามที่ต้องการ และใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 2 ปี จึงให้เกษตรกรเลี้ยง เนื้อของไก่ดำตกอยู่ที่กิโลละ 150-200 บาท ลักษณะจะเหมือนกับเลี้ยงไก่บ้านทั่วไป ระยะเวลา 4 เดือน เป็นไก่ภูพานจะมีราคาที่สูงกว่า อยู่ในราคาประมาณ 150-200 บาท เนื่องจากไก่ดำเป็นไก่ที่เกี่ยวกับสุขภาพ ในตัวไก่จ
