ปศุสัตว์
“ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) การผลิตไก่เนื้อของไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี จากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยปี 2559 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตไก่เนื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการขยายตลาดส่งออกเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของตลาดในประเทศ และต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น ไก่เนื้อ “ไก่เนื้อ” หรือ “ไก่กระทง” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์มาจากบริษัทเอกชนผู้จำหน่ายสายพันธุ์สัตว์ในซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนด
8 ปีมาแล้ว ที่ คุณเรวัต พาดกลาง หนุ่มวัย 31 ปี ชาวตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เริ่มเลี้ยงไก่ คุณเรวัต เรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเชื่อมโลหะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา หลังเรียนจบก็ใช้ชีวิตตามประสาคนหนุ่ม สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด เมื่อเริ่มก่อร่างสร้างตัว ก็ต้องการหารายได้พิเศษเสริมจากงานประจำ ประกอบกับใจรักในสัตว์ปีก จึงคิดเลี้ยงไก่สวยงาม นำมาเพาะขยายพันธุ์ขาย มีรายได้เสริมเข้ามาจำนวนหนึ่ง ไก่แจ้ ไก่ไข่สวยงาม เป็นสัตว์ปีกชนิดแรกๆ ที่เริ่มนำเข้ามาเลี้ยง แต่ด้วยคุณเรวัตเป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า มองเรื่องของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ จึงหาวิธีนำไก่ชนิดที่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เพื่อให้ตลาดการขายของตนเองไม่ตัน และไก่ดำ เป็นไก่ที่คุณเรวัตเลือก เนื่องจากเมื่อนับย้อนไป 8 ปีที่แล้ว ไก่สวยงามที่เป็นไก่ดำ ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก “ผมทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงใช้โอกาสนั้นนั่งค้นคว้าผ่านเว็บไซต์ต่างๆ และผมไม่เคยรู้ว่า หาแหล่งพันธุ์ไก่ดำในประเทศไทยได้ที่ไหน จึงตัดสินใจสั่งนำเข้าไข่ไก่ดำผ่า
“ ไก่บ้านตะนาวศรี ” เป็นผลงานของ “ คุณลิขิต สูจิฆระ ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ที่ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการผสมข้ามพันธุ์ไก่พื้นเมืองกว่า 20 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่ชีท่าพระ ไก่แดงสุราษฎร์ และไก่ประดู่หางดำ ฯลฯ จนได้พ่อแม่พันธุ์ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่คือ พ่อพันธุ์ไก่ชนตะนาวศรี และ แม่พันธุ์ไก่แดงตะนาวศรี “ ไก่บ้านตะนาวศรี ” ได้รวมลักษณะเด่นของพ่อและแม่พันธุ์อย่างครบถ้วน ทำให้ไก่มีเนื้อแน่น นุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีโปรตีนสูง ไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำ เนื้อไก่มีรสอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ได้ปริมาณเนื้อมาก แม่พันธุ์สามารถผลิตไข่ได้ดี และใช้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นาน เนื้อไก่บ้านตะนาวศรีนำไปทำอาหารเมนูไหนก็อร่อย เนื้อไก่บ้านตะนาวศรี มีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าไก่ทั่วไป มีรสชาติและรสสัมผัสอร่อยเข้มข้นถูกปากผู้บริโภคเพราะเลี้ยงโดยใช้สมุนไพรไทยเช่น ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชันและไพล รักษาโรคทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ แทนยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ ไก่บ้านตะนาวศรี เป็นสินค้าเนื้อไก่อินทรีย์ปลอดภัย ที่ขายดิบขายด
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกลากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆหากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะ ถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
คุณเสมอ คำทุย อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 18 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเกี่ยวกับการทำสวนลำไย ต่อมาเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงอยากมีอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงที่รอลำไยออกผลผลิต จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงไก่ชนเพื่อเป็นอาชีพเสริมในเวลาต่อมา “สวนเราก็ทำปนกันไป ส่วนมากจะเป็นลำไย และก็ผสมปลูกมะม่วง เชิงผสมผสานกันไป ทำแบบนี้มาหลาย 10 ปีแล้ว พอด้านสวนเริ่มลงตัว ก็เลยมาเริ่มศึกษาการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเป็นอาชีพเสริม สรุปว่าก็พอขายได้ ทำให้มีรายได้ก็เลยเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเป็นเวลาต่อมา” คุณเสมอ บอก ไก่ชนที่เลี้ยงส่วนมากจะเป็นไก่พื้นเมืองที่หลากหลายสายพันธุ์ โดยจะเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีๆ มาผสมพันธุ์กันโดยนำมาขังไว้ภายในกรงที่เตรียมไว้ จากนั้นเมื่อผสมจนแม่พันธุ์เริ่มออกไข่ ก็จะให้แม่พันธุ์ฟักไข่เองจนกว่าจะได้เป็นลูกไก่ออกมา จากนั้นปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไปอีกสักระยะ เมื่อลูกเจริญเติบโตจนสามารถหาอาหารกินเองได้ ก็จะปล่อยให้ลูกไก่ออกหากินเองแบบปล่อยตามธรรมชาติ ไก่ก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงได้ดีและที่สำคัญยังมีความปราดเปรียวทรงสวย โดยช่วงไหนที่มีโรคระบาดมาก
“สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน” รุกขยายตลาดแบรนด์ “KU Beef” ตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดโคขุนเกรดพรีเมี่ยม มุ่งเจาะหัวเมืองท่องเที่ยว-สายคลีน-ห้างโมเดิร์นเทรด พร้อมชูจุดขาย “เนื้อนุ่ม จากโคหนุ่ม ไขมันน้อย” วางเป้า 120 ล้านบาท ต่อปี คุณมนัส เรียบร้อย รองประธานสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด กล่าวว่า จากกระแสของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ประกอบการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี มาเป็นลูกค้าของ “KU Beef” มากขึ้น ทั้งนี้ จากการขยายตัวของตลาดเนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนฯ จึงมีนโยบายมุ่งผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และใส่ใจในกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ภายใต้แบรนด์ “KU Beef” โดยมุ่งเน้นที่จะขยายตลาดสู่หัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองกลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคระดับครัวเรือนที่เน้นความปลอดภัยทางอาหาร ห
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมภายใต้ระบบฟาร์ม มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มอย่างชัดเจน แต่มีบางส่วนที่เลี้ยงสัตว์ปีก แบบรายย่อย ซึ่งเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยเลี้ยงหากินเองตามธรรมชาติ โดยเลี้ยงในบริเวณบ้าน สวนผลไม้ บางราย ไม่มีโรงเรือนสัตว์ปีกอาศัยอยู่ตามต้นไม้หรือใต้ถุนบ้าน ไม่มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มที่ชัดเจน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกได้ง่าย มีอัตราการป่วยและตายสูง ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงมีจัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกพื้นเมือง (Good Farming Management, GFM) โครงการดังกล่าวเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อยไปสู่มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่อง การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ตลอดจนยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีโรงเรือนปิดมิดชิดด้วยตาข่าย ป้องกันสัตว์พาหะนำโรค แยกส
อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า ครอบครัวกระจ่างเนตร ทั้ง บีบี๋ สงกรานต์-แหม่ม คัทลียา และลูกๆ แมค-คิน-เนซซี่ ได้ผันตัวไปเป็นเกษตรสร้างฟาร์มออแกนิกชื่อ สิรินทร์ฟาร์ม ที่จังหวัดเชียงราย ได้หลายปีแล้ว โดยจุดเริ่มต้นนั้นแม่แหม่มเล่าว่าอยู่ที่ตรงนี้ “ของโปรดของ Nessie😍 ไข่ไก่ปลอดสารของสิรินทร์ฟาร์มกับ Maggi! การเริ่มทำฟาร์มเกิดจากไม่อยากให้ลูกสาวทานไข่ที่มาจากแม่ไก่ที่ฉีดฮอร์โมนค่ะเพราะจะทำให้เด็กโตเป็นสาวเร็วก่อนวัย😅😍” ก่อนจะเล่าต่อว่า “ตอนนี้สิรินทร์ฟาร์มมีแม่ไก่เป็นพันๆตัวแล้วค่ะ ไข่ไก่ของเรามาจากแม่ไก่ที่ไม่เคยขังกรง ไม่ฉีดฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะ เราเลี้ยงแม่ไก่แบบนี้เพราะคนเลี้ยงสบายใจ คนทานไข่ก็สบายใจนะคะ” เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บไข่ที่ลงมือด้วยตัวเอง “วันนี้ ด.ญ. สิรินทร์หนึ่งในเจ้าของสิรินทร์ฟาร์มมาเก็บไข่ไก่ปลอดสารด้วยตัวเองค่ะ…แม่ไก่ของเราใช้ชีวิตแบบธรรมชาติได้ออกไปหากินไม่ได้ขังกรงแบบ Factory Farm นะคะ…เลี้ยงไก่แบบนี้ยากเย็นกว่า.. ต้นทุนสูงกว่า..แต่ที่แน่นอนคือสบายใจกว่าและไข่คุณภาพดีกว่าค่ะ 😊” แถมงานนี้แม่แหม่มยังให้เด็กๆได้ฝีกเป็นพ่อค้าแม่ค้าตัวน้อยลงมือทำความสะอาดและชั่งน้ำหนักไข่ไก่ด้
สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมห่างหายจากคอกวัวเพราะไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อมารับใช้ท่านผู้อ่านกันครับ ฉบับนี้ขอพาท่านไปพบ พูดคุย ทำความรู้จักกับการเลี้ยงสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยอาจจะคุ้นมานานแต่ยังไม่รู้ถึงประโยชน์และการเลี้ยงในแง่ธุรกิจต่างๆ สัตว์ที่ผมว่าก็คือ ม้า นั่นเองครับ ผมจะพาท่านไปพบธุรกิจเกี่ยวกับม้าที่เกิดขึ้นมาจากความรักของเจ้าของ จนปัจจุบันสามารถสร้างให้เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่น่าสนใจได้ จะมีแง่คิดอะไร น่าสนใจขนาดไหน ตามไปชมกันเลยครับ ไร่เหมือนฝัน เริ่มต้นจากความใฝ่ฝัน นำท่านมาที่ไร่เหมือนฝัน ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่ที่กว้างใหญ่พอสมควร ไร่เหมือนฝันมีพร้อมทุกอย่างสำหรับม้าและคนรักม้า คุณอาทิตย์ พุฒสวย เจ้าของไร่เหมือนฝันเล่าให้ฟังว่า ไร่เหมือนฝันก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2553 ตอนนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว จุดเริ่มต้นของไร่เหมือนฝันมาจากการที่คุณอาทิตย์เป็นคนที่ชอบขี่ม้า อยากมีม้าเป็นของตัวเอง จึงเป็นแรงผลักดันให้เริ่มมองหาที่ดินสำหรับทำฟาร์มม้า จนมาได้พื้นที่ตรงนี้ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งโปร่งและไม่รบกวนเพื่อนบ้าน คุณอาทิตย์จึงเริ่มลงหลักปักฐานให้กับไร่เหมือนฝัน จากวันที่
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ แนะนำเกษตรกรเฝ้าระวังสุขภาพสัตว์ ในช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่ภาวะอากาศแปรปรวน เน้นการจัดการในโรงเรือนและสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ ช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดอัตราสูญเสีย พร้อมให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์ครบวงจร น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดวันทั้งร้อนจัด ฝนตก สลับอากาศเย็น ทำให้สัตว์ปีกเลี้ยงแบบปล่อยหรือเลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิดไม่สามารถปรับตัวได้ จึงมีคำแนะนำในการดูแลสัตว์ปีก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพสัตว์ เข้มงวดการทำวัคซีนป้องกันโรคตามที่สัตวแพทย์ การเตรียมโรงเรือนให้พร้อมอาจเพิ่มกันสาดหรือปิดผ้าใบเพื่อป้องกันฝนรอบโรงเรือน และต้องให้ความสำคัญกับก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน ที่จะกระทบต่อทางเดินหายใจของสัตว์ปีกโดยตรง เพิ่มหลอดไฟกกเพื่อสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ปีกในช่วงที่อากาศเย็นลง โดยต้องควบคุมความเร็วลมให้เหมาะสม และพิจารณาเสริมวิตามินละลายน้ำให้สัตว์กิน 3-5 วันติดต่อกัน เพื่อลดความเครียดและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์ ช่วยลดการใช้ยาในการรักษาสัตว์ทำให้ผู้บร
